Chapter 19
โต้กลับ
“จินเจอร์ระวังนะเ้านั่นมันเริ่มคลั่งแล้ว!”
“สโม๊กกี้ถอยมาก่อนระวังเ้านั่นจะใช้ท่าไม้ตาย!”
“ทุกคนมีสมาธิหน่อยนะอีกเดี๋ยวมันก็จะตายแล้วถึงตอนนั้นรีบจัดการล็อคเ้าตัวแฟเลตโง่นั่นเอาไว้อย่าให้มันหนีไปเปลี่ยนร่างเป็โกเลมได้อีกล่ะ!”
เสียงะโต่อกันมาเป็ทอดๆของซัมมอนเนอร์จากทีมเรดเมจิกนั้นควบคู่ไปกับร่างของชายหนุ่มสี่คนที่กำลังพยายามต่อสู้กับโกเลมั์เพียงหนึ่งเดียวอย่างสุดกำลังเช่นเดียวกับสถานที่ในการต่อสู้ซึ่งตอนนี้เ้าบอสเมจิกแฟเลตนั้นถูกลากตัวออกมาจากป่ามิลวูดตรงไปยังสุดขอบของเกาะเริ่มต้นที่เป็ทุ่งกว้างปราศจากไปด้วยธาตุใดๆที่เ้าโกเลมจะสามารถนำมาสร้างเป็ร่างกายของมันได้โดยสิ้นเชิง
ซึ่งนั่นก็คือแผนแรกที่จินเจอร์คิดขึ้นแบบเรียบง่ายหากเ้าแฟเลตตัวนี้จะสามารถสร้างร่างโกเลมขึ้นมาใหม่ได้จริงๆก็คงจะมีแค่ธาตุดินซึ่งมาจากพื้นดินด้านล่างเท่านั้นและนั่นก็เป็ร่างที่น่าจะรับมือได้ง่ายที่สุดแล้ว
“มิโนธอร์ ตั้งรับโกเลมเอาไว้!”
คำสั่งจากซัมมอนเนอร์คนหนึ่งในทีมเรดเมจิกดังขึ้นพร้อมกับร่างของอสูรกายขนาดใหญ่ร่วมๆ 4เมตรพร้อมกับขวานเล่มใหญ่นั้นพุ่งเข้าไปชนกับโกเลมอย่างหนักหน่วงด้ามขวานถูกยกขึ้นมาเพื่อตั้งรับกำปั้นของเ้าอสูรร้ายที่มีร่างกายเป็เวทมนตร์เข้าอย่างจังความหนักหน่วงนั้นก่อให้เกิดประกายไฟลุกวาบขึ้นมารอบๆ ตัวสร้างาแให้กับเ้ามิโนธอร์ตัวนั้นได้เป็อย่างดี
แต่ถึงกระนั้นเ้าฮาล์ฟที่มีหน้าเป็กระทิงและร่างกายคล้ายมนุษย์นั้นก็ยังต้านทานเอาไว้ได้!
“ไอซ์ซิ่งเบลด!”
ไม่ทันไรก็มีฮาล์ฟอีกตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับพวกนักเวทสวมผ้าคลุมสีน้ำเงินและหมวกปีกว้างสีเดียวกันพุ่งเข้ามาพร้อมกับชูคทาเวทมนตร์ร่ายเวทสร้างใบมีดน้ำแข็งหลายสิบแท่งพุ่งโจมตีเข้าใส่โกเลมตัวนั้นจนเสียหลักถอยห่างออกไป
“ไป! วิ่งไปจัดหนักมันต่อเนื่องเลย สกัลก็อบลิน!”
กระทั่งจินเจอร์ออกคำสั่งกับฮาล์ฟอีกตัวหนึ่งของเขาทันควันส่งให้ก็อบลินตัวเล็กที่มีหมวกเป็รูปหัวกะโหลกวิ่งดุ่ยๆตรงดิ่งเข้าหาเ้าโกเลมตัวนั้นทันควันพร้อมกันนั้นในมือของมันก็ถือลูกะเิขนาดย่อมๆพร้อมที่จะใช้ตัวเองเป็อาวุธพลีชีพอีกครั้ง!
ตูม!!!
เมื่อเห็นศัตรูวิ่งเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งเ้าโกเลมนั้นก็เงื้อมือทุบลงไปใส่ร่างของเ้าก็อบลินเต็มแรง
และนั่นคือสิ่งที่จินเจอร์้าอยู่แล้วะเิพลีชีพทำงานขึ้นอย่างจังมันเป็ะเิเวทมนตร์ที่ผสานเข้ากับธาตุน้ำทำให้กลายเป็หมอกน้ำแข็งที่กระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณสร้างความเสียหายหนักหน่วงให้กับเ้าโกเลมที่ตอนนี้มีร่างเป็ธาตุไฟอย่างมากมิหนำซ้ำการตายของเ้าก็อบลินตัวนั้นก็ส่งผลอีกด้วย
“พลังป้องกันของมันลดลงไปแล้วซ้ำกันต่อเลยมันจวนจะตัวแตกอยู่แล้ว!”
ความสามารถของสกัลป์ก็อบลินที่จินเจอร์นั้นจะออกผลได้ทันทีที่ตัวของมันตายจากการต่อสู้ซึ่งมันจะสามารถลดพลังป้องกันของศัตรูลงได้ 2 หน่วยซึ่งดูจะส่งผลเป็อย่างมากในตอนนี้ความชำนาญของซัมมอนเนอร์ทั้งสี่คนนั้นรู้ดีว่าควรจะโจมตียังไงใช้พื้นที่ตรงส่วนไหนเป็จุดยุทธศาสตร์จนถึงตอนนี้พลังชีวิตของเ้าโกเลมั์นั้นก็ลดลงไปอย่างน่าใจหายชนิดที่มันใช้ลูกเล่นการสร้างร่างใหม่ขึ้นมาเพื่อเติมพลังให้เต็มไม่ได้เลย
“ชิ! เด็คก็อบลินงั้นเหรอ เราเกลียดไอ้พวกลิงโง่นั่นเป็บ้า”
กระทั่งมีเสียงบ่นขึ้นมาแบบหมั่นไส้เล็กๆจากร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่เฝ้ามองอยู่จากระยะไกลๆอยู่เนิ่นนานเพื่อตรวจสอบว่าเ้าพวกซัมมอนเนอร์จากเรดเมจิกนั้นจะต่อสู้กันอย่างไรและมันก็เป็อย่างที่เธอไม่ชอบเอาเสียเลยยามนี้สโนว์เบลที่ยืนอยู่บนกิ่งไม้ตรงต้นป่ามิลวูดนั้นก็ได้แต่ถอนใจออกมายาวเหยียด
“ใช้วิธีให้ฮาล์ฟของตัวเองฆ่าตัวตายเพื่อส่งผลลัพธ์แบบเนี่ยแทบไม่ต่างอะไรจากเห็นฮาล์ฟของตัวเองเป็เบี้ยโง่ๆ ตัวนึงเลย แล้วดันเป็เด็คของเ้าลิงโง่พวกนั้นอีก....น่าหมั่นไส้สิ้นดี”
พูดแล้วก็ทำเสียง “ชิ”ออกมาอย่างขัดอกขัดใจ
สโนว์เบลเองก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรลงไปแม้ว่าใจจะอยากโดดลงไปแจมในสนามรบและกวาดทุกคนที่อยู่ในนั้นให้เหี้ยนไปให้หมดๆเื่ไปก็ตามที แต่เธอยังอยากจะเฝ้ามองดูอยู่ตรงนี้เสียก่อนมันเป็อะไรบางอย่างที่เธออยากจะเห็นในเควสครั้งนี้อย่างถึงที่สุด
“มัวไปทำอะไรอยู่กันนะเ้าพวกนั้นน่ะเดี๋ยวเ้าโกเลมนี่ก็เสร็จไอ้พวกชั้นต่ำนี่ไปก่อนพอดี”
เธอพูดอย่างหัวเสียพลางเพ่งสายตามองไปที่เ้าโกเลมั์ที่จวนเจียนจะโดนต้อนจนพลังชีวิตหมดอยู่รอมร่อและสโนว์เบลยิ่งกว่ารู้ดีเสียอีกว่าหากเ้าแฟเลตนั่นโผล่หัวออกมาจากร่างโกเลมเมื่อไรล่ะก็เ้าคนที่ชื่อจินเจอร์นั่นก็คงจะใช้ก็อบลินของมันหลายสิบตัววิ่งเข้าไปใช้ะเิพลีชีพกวาดทุกสิ่งทุกอย่างให้หายวับไปในพริบตาแน่ๆ
สโนว์เบลมองออกได้ด้วยสายตาัทันทีว่าแม้ร่างโกเลมของมันจะมีพลังป้องกันและพลังชีวิตที่สูง แต่ร่างแฟเลตนั้นบอบบางมากชนิดที่โดนโจมตีทีเดียวก็อาจจะตายคาที่ได้เลยด้วยซ้ำ ขอเพียงโจมตีจังๆให้โดนมันซักครั้งก็น่าจะเพียงพอที่จะปิดเกมนี้ได้แล้ว
“หือ...?”
และในระหว่างที่กำลังจ้องมองสนามรบอยู่นั่นเองจู่ๆ เธอก็ััถึงอะไรบางอย่างได้กระทั่งดวงตาสีฟ้านั้นมองกลับเข้าไปในป่าอีกครั้งเท่านั้นเองัสาวจึงเผยรอยยิ้มบางเบาขึ้นมาอย่างโล่งอก
“วันรีบเพิ่มพลังให้กับฮาล์ฟของทุกคนไว้นะอีกทีเดียวเ้านั่นน่าจะตัวแตกแล้ว เดี๋ยวฉันจัดการเอง!”
ในขณะเดียวกันจินเจอร์เองก็ออกคำสั่งกับเพื่อนๆของเขาเพื่อเตรียมที่จะปิดฉากเควสนี้แล้วเ้าโกเลมนั้นโดนต้อนจนหมดทางสู้โดยสิ้นเชิงฮาล์ฟตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับนักบวชสาวของทีมเรดเมจิกยกมือขึ้นประสานกันตรงหน้าเพื่อร่ายเวทมนตร์เพิ่มพลังชีวิตให้กับฮาล์ฟอีกสองตัวที่เหลือขณะที่จินเจอร์นั้นเตรียมที่จะเรียกก็อบลินขึ้นมาเพื่อปิดเกมแต่ก่อนหน้านั้นเขาต้องหยิบเอาน้ำยาเพิ่มมานาขึ้นมาดื่มเสียก่อนเพื่อที่จะได้ใช้การ์ดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
และภายใต้จังหวะที่มั่นใจเกินไปว่าพวกเขาจะปิดเกมได้แล้วนั่นเองความประมาทเพียงเสี้ยวพริบตานั้นทำให้โอกาสที่พวกเรดเมจิกจะปิดเกมได้นั้นหายไปสิ้น
ฟวับ!
เสียงแหลมเล็กๆดังขึ้นพร้อมกับลูกธนูที่พุ่งเข้าเสียบใส่ร่างของโกเลมจากอีกทิศทางหนึ่งเล่นเอาเหล่าซัมมอนเนอร์จากเรดเมจิกนั้นชะงักไปตามๆ กัน
“อะไรน่ะ?”
ตูม!!!
ยังไม่ทันที่จินเจอร์จะได้ถามออกมาจนจบประโยคด้วยซ้ำลูกธนูที่เสียบเข้าตรงไหล่ขวาของโกเลมั์นั้นก็ะเิขึ้นมาอย่างรุนแรงส่งให้ร่างของโกเลมนั้นแตกกระจุยออกมาในทันทีเป็จังหวะเดียวกับที่เ้าตัวเมจิกแฟเลตนั้นวิ่งออกมาและหายไปจากสายตาของทุกคนทันควัน
“บ้าเอ้ย! ใครโจมตีเข้ามาวะ!”จินเจอร์ร้องขึ้นอย่างหัวเสีย “รีบมองหาเ้าแฟเลตนั่นเร็วเข้ามันน่าจะมีสกิลพลางตัวด้วย ใช้การโจมตีระยะกว้างกวาดไปให้ทั่วๆก่อนที่มันจะสร้างร่างใหม่ขึ้นมาได้เร็วเข้า!”
ปัง!
ออกคำสั่งได้ไม่ทันไรจินเจอร์เองก็ตั้งท่าจะรีบหยิบการ์ดของเขาขึ้นมาเพื่อหาทางกำจัดเ้าเมจิกแฟเลตให้จงได้แต่ดูเหมือนจะสายไปอีกครั้งเพราะมันมีลูกะเิทรงกลมลูกหนึ่งถูกขว้างเข้ามาในวงก่อนที่มันจะแตกตัวออกกลายเป็ม่านควันสีขาวที่บดบังทัศนียภาพทั้งหมดไปโดยสิ้น
“ะเิควัน!?” จินเจอร์ร้องขึ้นเสียงหลง “ระวังนะทุกคนมีคนลอบโจมตีพวกเรา!”
การโดนลอบโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวดูจะทำให้พวกเขาเสียกระบวนไปในฉับพลัน
เหล่าสมาชิกจากทีมเรดเมจิกจำต้องเปลี่ยนเป้าความสนใจจากเ้าบอสตัวนั้นมาที่สถานการณ์เฉพาะหน้ากันเสียก่อนเพราะยามนี้ม่านหมอกควันสีขาวนั้นมันทำให้แต่ล่ะคนมองไม่เห็นหน้ากันเองและคาดเดาไม่ได้เลยว่าศัตรูนั้นจะบุกเข้ามาในทิศทางไหน
ฟวับ!
เป็อีกครั้งที่มีเสียงของวัตถุบางอย่างแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูง
“อ๊ากกกก!?”
ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ทำเอาจินเจอร์ต้องสะดุ้งไปและจดจำได้เป็อย่างดีว่าเสียงนั้นก็คือเสียงของเพื่อนเขาเอง
“วัน! เกิดอะไรขึ้น?!” จินเจอร์ะโเสียงดังลั่น
“ระวังนะจินเจอร์เหมือนวันจะโดนเล่นงานเข้าให้แล้วล่ะ!”
มีเสียงะโดังย้อนขึ้นมาทำให้จินเจอร์รับรู้ได้ทันทีว่าไอ้เสียงแหลมที่ดังขึ้นมาเมื่อครู่น่าจะเป็เสียงของลูกธนูหรืออาวุธซัดแน่ๆและที่สำคัญก็คือมันรุนแรงพอที่จะซัดเพื่อนคนหนึ่งของเขาที่ทำหน้าที่เป็ตัวซัพพอร์ตของทีมได้ในทันทีอีกด้วยยืนยันจากหน้าต่างข้อมูลปาร์ตี้ที่ตอนนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าซัมมอนเนอร์หนึ่งในทีมคนหนึ่งนั้นเกมโอเวอร์ไปแล้ว
ฟวับ!!
“อั่ก...!?”
เป็อีกครั้งที่อาวุธลับนั้นถูกยิ่งทะลุม่านควันเข้ามารอบนี้เป็สมาชิกอีกคนที่เป็จอมเวทประจำทีมโดนเล่นงานเข้าไปฮาล์ฟของหมอนั่นตายคาที่จากการโจมตีเพียงครั้งเดียวอีกครั้ง ส่งผลให้พลังชีวิตของหมอนั่นลดลงไปอย่างน่าใจหายอีกด้วย
“ทำอะไรซักอย่างสิจินเจอร์ขืนปล่อยไว้แบบนี้พวกเราแย่แน่นะ!”
มีเสียงะโร้องเตือนมาจากเพื่อนๆทำให้นายจินเจอร์คนนี้ได้แต่กัดฟันกรอดขึ้นเขารีบหยิบการ์ดใบหนึ่งขึ้นเปลี่ยนให้มันกลายเป็ะเิขนาดย่อมๆ ก่อนที่จะขว้างลงไปบนพื้นทันที!
เปรี้ยง!!!
ทันทีที่ะเิลูกนั้นทำงานมันก็ขับเอาสายลมที่รุนแรงพัดกระจายออกไปทั่วทั้งบริเวณส่งผลให้กลุ่มควันสีขาวนั้นสลายหายไปในบัดดลทัศนียภาพที่เคยบอดสนิทนั้นจางหายไปแล้วหากแต่สถานการณ์ที่ย่ำแย่นั้นกลับไม่ได้ทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย เหล่าซัมมอนเนอร์จากเรดเมจิกถึงกับหน้าถอดสีไปตามๆกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขารับรู้ได้ทันทีแล้วว่าสิ่งใดกันที่สามารถสังหารสมาชิกในทีมของพวกเขาได้ง่ายดายขนาดนั้น
ยามนี้รอบด้านของซัมมอนเนอร์ทั้งสามนั้นต่างถูกล้อมไว้ด้วยเอลฟ์หลายตน นับด้วยสายตาเพียงคร่าวๆ แล้วก็ราวๆ 10ตนเห็นจะได้ ที่สำคัญเหนืออื่นใดเลยก็คือเอลฟ์สาวทั้งสิบตนนั้นล้วนน้าวคันธนูเล็งเป้ามาที่ชายหนุ่มทั้งสามจากเรดเมจิกด้วยกันทั้งสิ้น!
“โชคดีไปนะคะที่ทางคุณเป็คนเริ่มก่อน”
กระทั่งมีน้ำเสียงหวานละมุนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความสับสนนั้นหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีดำยาวเดินออกมาจากด้านหลังของเอลฟ์ตนหนึ่งที่ยังคงน้าวคันธนูชี้ตรงไปที่จินเจอร์ได้อย่างน่าหวาดหวั่น
“ตอนนี้พวกคุณก็เลยเป็ผู้เล่นที่เป็ตัวแดงอยู่ทางฉันก็เลยสามารถลงมือจัดการคุณได้โดยไร้ปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น”
“นี่เธอ?....ยัยผู้หญิงที่อยู่กับดานี่?!”
จินเจอร์ะโลั่นเขาจดจำใบหน้าของหญิงสาวคนนี้ได้เป็อย่างดี เพราะในสนามรบเมื่อครู่นี้เธอก็เป็หนึ่งในคนที่ใช้เด็คเอลฟ์ได้อย่างชำนาญจนน่าดูชม...เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่เผลอเพียงอึดใจเดียวเท่านั้นเธอก็สามารถเก็บผู้เล่นหนึ่งคนในทีมของเขาไปได้แล้ว!
ได้เห็นทางนั้นเหมือนจะจำหน้าได้แล้วรินจึงเผยรอยยิ้มละไมขึ้น
“เรียกว่ารินก็ได้ค่ะคุณจินเจอร์”เธอแนะนำตัวเองแบบง่ายๆ“แล้วก็เมื่อครู่นี้ขอบคุณมากสำหรับการทักทายที่หนักหน่วงขนาดนั้นนะคะทีนี้ก็ขอทางฉันเอาคืนบ้างก็แล้วกัน”
สิ้นคำกล่าวนั้นแล้วรินก็ทำมือส่งสัญญาณเตรียมที่จะให้เอลฟ์ทุกตัวโจมตีออกไปในที่สุด
แน่นอนว่าจินเจอร์ไม่ยอมแพ้ง่ายๆประสบการณ์มันสั่งให้ร่างกายเรียกหาการ์ดที่จะช่วยเอาตัวรอดออกมาเข้ามือได้ไวแทบจะทันทีว่าแล้วเ้าตัวจึงรีบปล่อยการ์ดนั้นลงไปบนพื้นก่อนที่พวกเอลฟ์สาวๆนั้นจะได้ทันปล่อยลูกศรออกมา
ตูม!!!
เปลวไฟขนาดย่อมๆะเิปะทุออกมาจากร่างของจินเจอร์อย่างรุนแรงทำเอาเอลฟ์ทุกตัวจำต้องะโถอยห่างกันแทบไม่ทันเช่นเดียวกับรินที่ถูกรามิน่าเอลฟ์คู่ใจรวบเอวและะโหนีออกมา
“ะเิตัวเองทิ้งเลยงั้นเหรอบ้าบิ่นเกินไปมั้ย?”
รินได้แต่รำพึงขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจแต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่อย่างนั้นไม่ทันไรเ้าจินเจอร์นั้นก็วิ่งออกมาจากจุดะเิได้ชนิดที่ร่างกายนั้นปราศจากาแใดๆโดยสิ้นเชิง เห็นดังนั้นแล้วรินจึงถอนใจออกมาบางเบา
“สกิลพาสซิฟของฮาล์ฟคู่หูสินะน่าจะเป็สกิลที่ทำให้ต้านทานะเิของตัวเองได้ ....ใช้สกิลแบบะเิพลีชีพได้แต่ตัวเองกลับมีสกิลป้องกันไม่ให้ตายได้แบบนี้ น่ารังเกียจจริงๆ”
พูดแล้วรินจึงรีบสั่งให้เอลฟ์ทั้งสิบตนของเธอเคลื่อนไหวอีกครั้งเอลฟ์สาวทั้งหมดนั้นแม้จะไม่ได้มีพลังความสามารถเยอะแยะอะไร แต่พอรวมตัวอยู่ด้วยกันมากๆแล้วก็ใช่ว่าจะไม่อันตรายยามนี้ทุกนางจึงวิ่งอ้อมไปอีกด้านเริ่มยิงลูกธนูที่เฉียบคมนั้นโจมตีเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง
“มิโนธอร์ ใช้สกิลเบอร์เซิร์กเกอร์!”
แน่นอนว่าทางพวกหนุ่มๆเขาก็คงจะปล่อยให้ตัวเองเสียเปรียบไปมากกว่านี้ไม่ได้
เ้ามิโนธอร์ฮาล์ฟเพียงหนึ่งเดียวที่ยืนอยู่ในสนามฝั่งทีมเรดเมจิกจึงรีบเข้ามาขวางทางเอาร่างกายบังลูกธนูพวกนั้นเอาไว้ได้อย่างหมดจดหนำซ้ำดวงตาของมันที่เป็สีแดงยังเบิกโพลง พร้อมกับส่งเสียงร้องดังลั่นในสภาพที่ร่างกายนั้นแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
“เบอร์เซิร์กเกอร์งั้นเหรอ...น่ารำคาญจริงๆ แฮะ”
รินรำพึงขึ้นนึกรู้เลยว่าสกิลเบอร์เซิร์กเกอร์หนึ่งในทักษะที่พวกนักรบมักจะใช้กันนั้นมันจะทำให้พลังป้องกันและพลังโจมตีของมิโนธอร์ตัวนั้นสูงขึ้นมากซ้ำยังไร้ซึ่งการเ็ปทำให้มันสามารถบุกทะลวงเข้าจู่โจมได้โดยที่ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้อีกด้วย
ว่าแล้วเ้ากระทิงั์นั้นก็วิ่งลงเท้าหนักๆบุกเข้าหาเหล่าเอลฟ์สาวๆเป็เส้นตรงพร้อมกับเหวี่ยงขวานใหญ่ั์ของมันลงกระแทกใส่เต็มแรง!
ตูม!!
พื้นดินตรงจุดที่เอลฟ์พวกนั้นเคยยืนอยู่นั้นแตกกระจายเป็วงกว้างโชคยังดีที่พวกนางทุกนั้นมีความเร็วเป็จุดเด่นทำให้หลบเลี่ยงการโจมตีพวกนั้นมาได้ไม่ยาก
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนรอดมาจากะเิของฉันได้ยังไงแต่บ้าเืวิ่งเข้ามาคนเดียวแบบนี้คิดเหรอว่าจะทำอะไรพวกฉันได้ยังไงซะผลลัพธ์มันก็ยังเหมือนเดิม!”
จินเจอร์ะโขึ้นเสียงดังลั่นเป็จังหวะเดียวกับที่เพื่อนคนหนึ่งของเขาเรียกเอาฮาล์ฟตัวใหม่ขึ้นมาซึ่งก็คือจอมเวทใสชุดเสื้อคลุมสีเขียวกับหมวกปีกกว้างสีเดียวกันและสิ่งที่อันตรายก็เห็นจะเป็คทาเวทมนตร์ในมือของฮาล์ฟตัวนั้นที่กำลังมีประกายสายฟ้าแล่นแปลบอยู่
“ธันเดอร์โบลต์!”
เปรี้ยง!!
ไม่ทันขาดคำสายฟ้าขนาดใหญ่ก็พุ่งลงฟาดใส่ร่างของรินเข้าอย่างจังประกายสายฟ้านั้นส่องแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วทั้งบริเวณเช่นเดียวกับรอยยิ้มของเ้าพวกหนุ่มๆจากทีมเรดเมจิกที่ต่างขยับกว้างขึ้นราวกับมั่นใจว่าปราบพยศยัยเอลฟ์พวกนี้ได้ง่ายๆในที่สุด
แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น
“มันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นหรอกนะคะโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวทมนตร์น่ะใช้เล่นงานฉันไม่ได้หรอก”
ร่างของรินปรากฏขึ้นต่อสายตาพวกผู้ชายชนิดที่ปราศจากรอยแผลโดยสิ้นเชิงพร้อมกันนั้นเอลฟ์อีกหลายตนที่ยืนอยู่รอบๆตัวของเธอนั้นก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อร่ายมนตร์ใช้กับดักอาคมป้องกันสายฟ้านั้นเอาไว้ได้ทันท่วงที
“ตั้งรับได้งั้นเหรอ!?”
จินเจอร์ะโเสียงดังขณะที่รินนั้นยิ้มกว้างขึ้น
“รีบาวน์ช็อตจัดการซัมมอนเนอร์นักเวทคนนั้นซะ”
คำสั่งที่เฉียบขาดนั้นส่งให้เอลฟ์สาวรามิน่าะโขึ้นไปกลางอากาศยิงธนูพุ่งลงไปบนพื้นระหว่างขาทั้งสองข้างของมิโนธอร์ที่ยืนขวางทางป้องกันเอาไว้ก่อนที่ลูกธนูนั้นจะชิ่งกระดอนกับพื้นเป็เส้นแสงสีเหลืองทองพุ่งตรงดิ่งเข้าหาซัมมอนเนอร์ที่ใช้ฮาล์ฟนักเวทคนนั้นอย่างแม่นยำที่สุด!
ความรุนแรงนั้นเพียงพอที่จะส่งร่างของชายหนุ่มคนนั้นให้สลายหายไปพร้อมกับคำว่าเกมโอเวอร์ ได้ในทันที!
“บ...บ้าน่า”
จินเจอร์ได้แต่อ้าปากค้างกับความสามารถที่ล้นเหลือของแม่สาวคนนี้
ทีแรกก็พอจะรู้สึกได้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาแต่ตอนนี้มันชัดเจนแล้วว่าฝีมือเธอดีกว่าพวกเขามาก!
“ลืมบอกไปอีกอย่างนะคะตัวฉันน่ะอาจจะเป็ฮันเตอร์ที่ไม่ได้เื่เท่าไรแต่ถ้าเป็การสู้กันกับซัมมอนเนอร์ด้วยกันแล้วล่ะก็เด็คของฉันน่ะมันน่าจะเพียงพอที่จะรับมือกับพวกคุณสี่คนพร้อมๆ กันได้แบบสบายๆเลยล่ะค่ะ”
สิ้นคำกล่าวนั้นรินก็สะบัดมือออกคำสั่งให้เอลฟ์ทุกตนโจมตีเข้าไปอีกครั้งร้อนถึงเ้าหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆจินเจอร์ต้องเรียกเอาฮาล์ฟมิโนธอร์อีกตัวหนึ่งที่มีโล่ขนาดใหญ่ขึ้นมายกตั้งรับเอาไว้โดยเร็ว
“ชิ! เด็คสัตว์ั์งั้นเหรอ แบบนี้เจาะเข้าไปยากน่าดูเลยแฮะ”
รินพยายามโจมตีเจาะเข้าไปแต่ดูเหมือนการป้องกันของทางนั้นจะแ่าไม่ใช่เล่นแถมยืนได้ไม่ได้เ้ามิโนธอร์อีกตัวหนึ่งก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับขวานั์ของมันที่พยายามไล่ฟาดฟันเพื่อฆ่าเธอให้จงได้ทำเอาเหล่าเอลฟ์ต้องแยกวงออกห่างจากกันเพื่อหาช่องว่างโจมตีออกไป
แต่ดูเหมือน่ระยะเวลาเพียงครู่เดียวที่พวกเอลฟ์ทั้งหลายเสียจังหวะไปนั่นล่ะที่จินเจอร์รออยู่
เขาใช้โอกาสนี้เรียกเอาก็อบลิน 4ตัวออกมาพร้อมกับวิ่งร่าเข้าไปในสนามรบทันทีซ้ำก็อบลินทุกตัวนั้นล้วนถือะเิขนาดย่อมเอาไว้ในมืออีกด้วยแค่เห็นรินก็รับรู้ได้ทันทีว่านั่นคือะเิพลีชีพแบบแสวงผลที่ทางนั้นคิดจะมาใช้กวาดล้างเอลฟ์ทั้งหมดของเธอไปในคราวเดียว
“หล่อนพลาดแล้วเฟ้ยยัยเอลฟ์โง่!”จินเจอร์ะโลั่นออกมาจากด้านหลังมิโนธอร์โล่ที่ป้องกันอยู่“ระยะขนาดนี้ต่อให้เป็เอลฟ์ของหล่อนมันก็จะโดนะเิพวกนี้เล่นงานไปด้วยอยู่ดีแน่จริงอยากตายเร็วกว่าเดิมก็ลองยิงพวกมันทิ้งเลยซี่!”
ว่าแล้วก็ส่งเสียงหัวเราะชอบใจออกมายกใหญ่ราวกับมั่นใจแล้วว่าพวกก็อบลินที่ถือะเิพลีชีพพวกนี้เข้ามานั้นจะจัดการรินไปได้แล้วแน่ๆซึ่งหญิงสาวกลับเผยรอยยิ้มขึ้นมาในส่วนนั้น
“ก็รู้อยู่แล้วล่ะค่ะว่าคุณต้องมาไม้นี้แน่ๆคุณคิดจริงๆ เหรอคะว่าฉันจะบุกเข้ามาหาคุณเพียงลำพัง?”
ปัง!!
ไม่ทันขาดคำก็มีเสียงะเิดังขึ้นเบาๆตรงเหนือร่างของเ้าก็อบลินทั้งสี่ตัวที่วิ่งเข้ามา ไวเท่าความคิดมันจึงมีร่างของสไลม์สีฟ้าตกลงมาจาก้าทับใส่ก็อบลินทั้งสี่ตัวอย่างจังก่อนที่จะดูดกลืนเ้าฮาล์ฟสายพลีชีพทั้งสี่ตัวนั้นเข้าไปในร่างของมันได้ทันทีทำเอาเ้าลิงโง่พวกนั้นลอยเท้งเต้งอยู่ในตัวของสไลม์และกะพริบตาปริบๆแบบมึนงงไปตามๆ กัน
“อ...อะไรกัน?”จินเจอร์ได้แต่อึ้งเมื่อสมุนของเขาโดนสกัดกั้นได้ง่ายดายแบบนั้น“ส..สไลม์นั่นหรือว่าจะเป็เ้าดานี่?!”
ะโขึ้นมาเสียงดังลั่นแล้วจึงมองไปทั่วๆกระทั่งได้เห็นร่างของชายหนุ่มผมทองคนหนึ่งยืนอยู่อีกด้านหลังของพวกเอลฟ์อีกทีพร้อมกับส่งรอยยิ้มกว้างออกมาให้เห็นซ้ำยังโบกมือมาให้อีกต่างหาก
“จะฆ่าฉันให้ตายน่ะมันยากหน่อยนะจินเจอร์”ดานี่ทักเสียงใส“อย่าคิดว่าไอ้ะเิพลีชีพพวกนั้นมันจะเล่นงานฉันได้เป็ครั้งที่สองเลยเพราะแค่ทำให้พวกมันถูกผนึกเอาไว้ จุดชนวนะเิไม่ได้ หรือไม่ตาย....แค่นี้ก็พอแล้วจริงมั้ยน้องริน?”
“ถูกต้องที่สุดค่ะ”
รินรับคำด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนที่เธอจะหันไปมองรามิน่าเอลฟ์คู่ใจ
“ทุกคนใช้ เรนนี่ช็อต!”
สิ้นคำสั่งนั้นรินก็ใช้งานสกิลการ์ดใบหนึ่งขึ้นมาทันควันส่งให้เอลฟ์ทุกตนน้าวลูกศรขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะปล่อยออกไปเป็เส้นแสงสีเหลืองทองในทันทีลูกศรเ่าั้พุ่งขึ้นไปและแตกตัวกันกลางอากาศก่อนที่จะกระจายลงมาเป็เส้นแสงสีทองเล็กๆ นับร้อยๆเส้นย้อยลงมาจาก้าพุ่งเข้าหาพวกจินเจอร์ทันควัน
“เฮ้ยๆ เชี่ยอะไรวะเนี่ยพุ่งลงมาเป็ห่าฝนเลย!?”
“ถ...ถอยออกมาจากตรงนี้ก่อน!”
ความแตกตื่นกับจำนวนพวกพ้องที่ลดลงไปนั้นส่งให้เ้าสองหนุ่มจากทีมเรดเมจิกนั้นต้องวิ่งแตกตื่นออกมาจากลูกธนูห่าฝนที่ย้อยลงมากันอย่างชุลมุนและเสี้ยววินาทีที่ทั้งสองคนนั้นวิ่งออกมาจากโล่กำบังของมิโนธอร์นั่นล่ะคือ่จังหวะที่รินเฝ้ารออยู่
“จัดการเลยรามิน่า....”
ฟวับ!!
ลูกธนูพุ่งออกจากคันศรของเอลฟ์สาวอย่างรวดเร็วตรงดิ่งเข้าใส่ร่างของจินเจอร์ที่วิ่งหนีตายออกมาทว่าดูเหมือนเ้าหนุ่มคนนั้นจะนกรู้ว่าศัตรูต้องมาไม้นี้แน่ๆเขาจึงขว้างะเิอีกลูกหนึ่งลงไปบนพื้นก่อให้เกิดเปลวไฟปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงเบี่ยงวิถีของลูกธนูให้เพี้ยนไปปักที่หัวไหล่แทนจนหลีกเลี่ยงความตายไปได้อย่างหวุดหวิด
“อั่ก....”แม้กระนั่นร่างสูงของเขาก็ยิ่งดิ่งลงไปนอนบนพื้นอย่างหมดสภาพ “รีบๆจัดการมันสิโว้ยสโม๊กกี้!”
ว่าแล้วจึงรีบะโส่งสัญญาณให้เพื่อนที่ยังรอดตายอยู่และวิ่งหนีไปอีกด้านช่วยทำอะไรซักอย่างที
ทางนั้นจึงรีบออกคำสั่งให้มิโนธอร์ที่ติดสกิลเบอร์เซิร์กเกอร์อยู่พุ่งตรงดิ่งเข้ามาหารินในจังหวะที่พลั้งเผลอนี้รีบจัดการกับยัยเอลฟ์ตัวแสบให้พ้นๆทางไปเสียที คมขวานขนาดใหญ่ั์นั้นจึงพุ่งดิ่งเข้าหาร่างบอบบางของรินอย่างหนักหน่วง
แกร๊ง!!
ทว่ากลับเป็เสียงโลหะหนักๆที่ปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้นมาแทนที
เป้าหมายของเ้ามิโนธอร์นั้นก็ยังคงเป็ร่างบางของหญิงสาวเช่นเคยแตกต่างตรงที่หญิงสาวคนนี้มาพร้อมกับดาบเล่มใหญ่และพละกำลังมหาศาลที่มากพอจะต้านทานการโจมตีของมันเอาไว้ได้
“ซัพพอร์ตได้สวยค่ะพี่โจ๊ก!”
รินะโขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้างและคนที่เข้ามาป้องกันเอาไว้ให้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากยูเรียซ่าที่ตอนนี้ได้รับการติดอาวุธที่ชื่อว่า “บลาสเตอร์เบลด”ดาบเล่มใหญ่ั์ที่จะช่วยเพิ่มพลังให้อย่างมากเวลาที่ต้องปะทะกับมอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่โตเช่นเ้ามิโนธอร์ตัวนี้!
ยามนี้นักรบสาวจึงสามารถตั้งรับขวานั์นั้นเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมและเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ให้กับรินอีกด้วย
“ตอนนี้ล่ะใช้ พินพ๊อยต์ช็อตเลยรามิน่า!”
พลันได้รับคำสั่งนั้นแล้ว เอลฟ์สาวก็ะโขึ้นไปเกาะบนแขนของมิโนธอร์ตัวนั้นก่อนจะะโตีลังกาข้ามหัวเ้าอสูรกระทิงตนนี้ไปรามิน่าหยิบศรมาขึ้นลำธนูอย่างว่องไวกระทั่งม้วนตัวมาด้านหลังเห็นจุดตายของศัตรูซึ่งก็คือ่ท้ายทอยเปิดกว้างอยู่ตอนนั้นเองดวงตาของเอลฟ์สาวจึงหรี่ลงพร้อมกับปล่อยลูกศรออกมา!
“อ๊ากกกกก!!”
มิโนธอร์ตนนั้นตายคาที่ร่างแตกสลายไปในทันทีส่งให้ซัมมอนเนอร์เ้าของนั้นร้องขึ้นมาเสียงดัง
“เยี่ยม!”
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างนั้นดูจะผ่านไปได้ด้วยดีดานี่จึงกำหมัดขึ้นอย่างพอใจ ในจังหวะที่โจ๊กนั้นเดินเข้ามาสมทบอีกคนหนึ่งดูเหมือนว่าแผนการซุ่มโจมตีแบบสายฟ้าแลบของพวกเขานั้นจะประสบผลสำเร็จไปได้ด้วยดีจนถึงตอนนี้ศัตรูนั้นหลงเหลือเพียงแค่เ้าจินเจอร์นั่นกับซัมมอนเนอร์อีกคนที่เป็ผู้ควบคุมมิโนธอร์เอาไว้
แต่ถึงกระนั้นโจ๊กก็รู้สึกได้ว่าฝั่งตรงข้ามยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆแน่ ด้วยนิสัยที่ทำให้ได้ทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะแล้วล่ะก็มันจะต้องดิ้นรนหาทางรอดให้ตัวเองจนได้แน่ๆและในตอนนั้นเองที่โจ๊กเพ่งสายตามองไปทางจินเจอร์และได้เห็นว่าเ้าหมอนั่นเหมือนกับจะเพิ่งใช้งานการ์ดอะไรไปซักอย่างหนึ่งเมื่อครู่นี้
“ระวังนะครับทุกคนเ้าหมอนั่นเพิ่งลงมือทำอะไรลงไปก็ไม่รู้!”
โจ๊กะโเตือนเพื่อนทั้งสองพร้อมกับเหลือบมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
“มันสายไปแล้วโว้ยไอ้พวกโง่!”
และในตอนนั้นเองที่จินเจอร์ะโออกมาสุดเสียงด้วยสีหน้าที่เหมือนกับจะสะใจแบบสุดๆกระทั่งโจ๊กนั้นเพิ่งจะหันมาเห็นอีกทางว่ามันมีก็อบลินตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินตรงด้านหลังของพวกเขาทุกคนที่ไม่ได้ระวังตัวกันเลยแน่นอนว่าเ้าก็อบลินตัวนั้นถือะเิพลีชีพติดตัวมาด้วยเหมือนเช่นทุกครั้ง
“เละเป็ขี้ซะเถอะไอ้พวกโง่คิดว่าก็อบลินของฉันมันจะมีแต่ตัวที่วิ่งดุ่ยๆ เข้าหาได้อย่างเดียวหรือไง!”
จินเจอร์ะโขึ้นอย่างมั่นใจว่าตัวเองเป็ฝ่ายชนะแล้วโจ๊กเองก็กัดฟันแน่นพยายามจะเรียกเอาการ์ดของเขาออกมาใช้ต่อต้านจะใช้งานเ้าักบนั่นเพื่ออมเพื่อนทุกคนเอาไว้อีกครั้งก็คงไม่ได้เพราะคูลดาวน์ของการ์ดมันยังไม่หมดลงสิ่งที่พอจะนึกออกตอนนี้ก็คงจะเป็ใช้ดิ๊กโบนดราก้อนสร้างหลุมขึ้นมาเพื่อส่งเ้าก็อบลินนั่นลงไปในหลุมซึ่งน่าจะช่วยเซฟแรงะเิได้ส่วนหนึ่งบ้าง!
แต่ดูเหมือนว่าจะสายเกินไปเ้าก็อบลินนั่นวิ่งเข้ามาในระยะที่ใกล้เกินกว่าจะตั้งรับอะไรได้ทันแล้ว แม้แต่ดานี่ที่เพิ่งจะหันมาเห็นเองก็ดูเหมือนจะผสมการ์ดสไลม์เพื่อมาผนึกเ้าก็อบลินตัวนี้ไม่ทันเช่นเดียวกัน
เปรี้ยง!!!
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังเข้ามาเยือนนั้นดูเหมือนว่าจะมีก้อนหินปริศนาขนาดใหญ่ั์พุ่งมาจากอีกด้านหนึ่งอย่างรุนแรงชนิดที่กระแทกเข้าใส่ร่างของเ้าก็อบลินตัวหายนะนั่นเข้าอย่างจังก่อนจะหอบเอาร่างของเ้าฮาล์ฟตัวร้ายนั้นปลิวหายไปพร้อมกันก่อนจะไปจุดชนวนเอาอีกด้านหนึ่งในที่สุด!
ตูม!!!
แรงะเิหนักหน่วงรุนแรงปะทุขึ้นโชคยังดีว่ามันถูกซัดห่างออกไปจากกลุ่มของพวกนายโจ๊กมากพอจนพวกเขาไม่ได้รับอันตรายใดๆเลย เ้าตัวจึงทำได้เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจกระทั่งมองไปยังทิศทางที่หินก้อนนั้นพุ่งมาทันควันแน่นอนว่ามันเป็ทิศทางของป่ามิลวูดที่ตอนนี้เขามองไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้นเลย
แต่โจ๊กก็พอจะเดาออกได้ว่าใครกันที่ขว้างหินเข้ามาช่วยเซฟชีวิตของพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้มันจึงทำให้โจ๊กมีรอยยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปากได้แบบเล็กๆ
“บ...บ้าน่าไอ้ก้อนหินนั่นมันบ้าอะไรกันวะ!?”
แหกปากโวยวายออกมาได้ไม่นาน รินก็รีบสั่งให้เอลฟ์ของเธอนั้นจัดการเ้าอสรพิษร้ายตัวนี้ให้สิ้นซากไปก่อนที่มันจะลงมือทำอะไรเลวร้ายลงไปมากกว่านี้เท่านั้นเองลูกธนูจึงพุ่งปักเข้าไปที่กลางหน้าผากของเ้าหมอนั่นอย่างแม่นยำจนร่างแตกสลายเกมโอเวอร์ไปอีกคน
“จินเจอร์!?”
เสียงร้องตื่นตระหนกนั้นไม่ใช่ใครอื่นเ้าหนุ่มที่เป็สมาชิกคนสุดท้ายของทีมเรดเมจิกนั่นเอง
เมื่อเพื่อนทุกคนเกมโอเวอร์ไปจนหมดพี่แกก็ดูจะตั้งสติไว้ไม่อยู่กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งมิโนธอร์ถือโล่ที่คอยป้องกันภัยให้กับเขามาโดยตลอดก็แข็งแน่นิ่งไปราวกับถูกแช่แข็งด้วยเวทมนตร์ซึ่งนั่นก็คือฝีมือของดานี่ที่ขว้างเอาะเิแช่แข็งเพื่อผนึกร่างของศัตรูตัวสุดท้ายเอาไว้
เปิดโอกาสให้เหล่าเอลฟ์สาวๆของรินได้โชว์ฝีมือกันบ้างเอลฟ์สาวทั้งสิบตนวิ่งเปิดหาที่ว่างและหาช่องว่างยิงธนูปลิดชีพของซัมมอนเนอร์หนุ่มคนนั้นได้ไม่ยากจนกระทั่งในที่สุดฮาล์ฟมิโนธอร์นั้นก็สลายร่างตามเ้านายของมันไปในที่สุด
กระทั่งตอนนี้เกิดความเงียบขึ้นพร้อมกับหนุ่มสาวทั้งสามที่หันมาจ้องหน้ากันพร้อมกับเผยรอยยิ้มขึ้นมาได้
“เยี่ยมมากรินสมกับที่เป็สายดูเอลเลย จัดการเ้าพวกนั้นได้หมดจดจริงๆ”
ดานี่กล่าวชมขึ้นมาด้วยรอยยิ้มกว้างขณะที่หันไปมองเ้าพวกก็อบลินอันตรายสี่ตัวนั้นที่ถูกผนึกไว้ในร่างของสไลม์ของเขาที่สลายหายไปแล้วเ้าตัวจึงเป่าปากโล่งอก
“ไม่หรอกค่ะเพราะว่าได้พี่ดานี่กับพี่โจ๊กช่วยเอาไว้ต่างหากไม่งั้นรินเองก็คงโดนก็อบลินพวกนั้นเล่นงานตายไปแล้วเหมือนกันแถมพวกสัตว์ั์เกราะหนาๆ แบบนั้นเอลฟ์ของรินก็รับมือคนเดียวไม่ค่อยจะไหวเสียด้วยได้พี่โจ๊กช่วยป้องกันให้แบบนี้ก็เลยสบายน่ะค่ะ”
รินหันไปยิ้มให้กับนายแว่นหน้าตายอีกคนที่ดูเหมือนตอนนี้โจ๊กจะยังคงหันไปมองทางป่ามิลวูดนั้นอีกครั้ง
“ว่าแต่ว่าเมื่อกี้ตอนที่เ้าจินเจอร์มันส่งก็อบลินมาถึงตัวพวกเราได้น่ะนายใช้วิธีไหนช่วยพวกเราเอาไว้ได้งั้นเหรอโจ๊กเกอร์” ดานี่ถาม“ไอ้ก้อนหินที่ซัดก็อบลินตัวนั้นปลิวไปก่อนที่มันจะได้จุดชนวนะเิใส่เรานั่นน่ะฝีมือนายใช่มั้ย?”
ได้ยินคำถามนั้นแล้วโจ๊กก็ชะงักไปเขายังคงเพ่งสายตามองหาใครซักคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเขาเอาไว้ได้ใน่เวลาที่สำคัญที่สุดจนสุดท้ายเขาก็หัวเราะหึ ก่อนจะหันมาพยักหน้ารับเนือยๆ
“ครับ ฝีมือัของผมเอง”
“จริงดิ สุดยอดเลยแฮะสัญชาตญาณตอบสนองของนายนี่ระดับอินฮิวเมนรีแอ็คชั่นเลยนะเพื่อน เซฟชีวิตของพวกเราไว้ได้ฉิวเฉียดเลยนะนั่นน่ะ!”
ว่าแล้วนายดานี่ก็เอื้อมมือมาตีไหล่ของโจ๊กป๊าบๆราวกับจะชื่นชน แม้เ้าคนนิ่งจะตอบสนองกลับมาแค่คำว่า “เจ็บครับ” เท่านั้นก็ตามทีส่งให้รินที่มองอยู่ต้องยิ้มขำขึ้นมาอีกคน
“อย่าเพิ่งลืมนะคะทั้งสองคนว่าภารกิจของเรายังไม่จบมันยังมีอีกเป้าหมายให้พวกเราไปจัดการอยู่”
เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะทำให้ดานี่รีบหันมาพยักหน้ารับทันที
“อื้อว่าแต่ตอนนี้เ้าเมจิกแฟเลตนั่นมันหายไปไหนแล้วล่ะริน?”
“หนีไปแล้วล่ะค่ะ”
รินพูดขึ้นมาพลางเปิดหน้าต่างแผนที่ให้ทั้งสองหนุ่มเห็นซึ่งดูเหมือนว่าตำแหน่งสีแดงที่กะพริบอยู่ในแผนที่นั้นจะเคลื่อนที่หนีออกไปจากจุดนี้ห่างไปเรื่อยๆแต่ก็หยุดนิ่งไปแล้วในที่สุดคาดว่ามันคงจะตื่นตระหนกกับสนามรบที่มั่วซั่วไปหมดเมื่อครู่นี้มันจึงได้หนีตายไปฟื้นพลังในที่ปลอดภัยแทน
“ดูเหมือนมันจะหยุดอยู่กับที่แล้วล่ะนะโชคดีนะที่ให้รินใช้ไอเท็มสะกดรอยเกาะไว้ที่ตัวของมันก่อน” ดานี่ถอนใจบางเบา“ดีล่ะตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลปัญหาที่จะโดนพวกเ้าจินเจอร์ดักเล่นงานอีกแล้วเราไปจบเควสนี้กันเลยเถอะ”