ถึงจะเป็แค่สัญญาสามปีแต่สำหรับเหรินซวงอิ๋นแล้วการแต่งงาน ถือเป็หน้าเป็ตาอย่างหนึ่งของตระกูล
เมื่อได้มาอาศัยร่างของเขาก็ควรรักษาหน้าตาของเขาด้วย หากครบกำหนดสามปีเมื่อไหร่ ถึงวันที่ต้องหย่าฝ่ายที่เสียหน้าต้องไม่ใช่ตระกูลเหริน
“นี่เลย ข้อมูลที่ให้ผมหา อยู่ที่นี่หมดแล้วครับ”ไป๋เหลียงชี้ “กองนี้ของตระกูลเหริน กองนี้ของตระกูลจ้าว”
“ขอบใจมากนะอาเหลียง”
“คุณหนูลองอ่านดูตรงไหนไม่เข้าใจถามผมได้”
“รู้เื่พวกเขาเยอะเหมือนกันเหรอ”
“เปล่าครับ ผมจะได้ให้คนไปสืบมาเพิ่มแหะๆ”
“......” เอาเถอะยังไงก็ยังใช้งานได้ คิดซะว่าไม่ได้พูดก็แล้วกันอดีตพ่อบ้านผู้ยึดหลักการเหลือดีกว่าขาดรีบลงมือศึกษาข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเป็อันดับแรก
ตระกูลเหรินเรียบง่ายและค่อนข้างอบอุ่นคนในตระกูลรักใคร่กันดี จะว่าไปมีแค่ตัวเขาเท่านั้นที่เป็จุดด่างดำมักจะสร้างเื่ให้คนในบ้านปวดหัว ยังดีที่รวยอยู่บ้าง ยังใช้เงินแก้ปัญหาได้
คนในตระกูลมีไม่มาก ปู่-ย่า พ่อ-แม่มีพี่ชายสองคน คนโตแต่งงานแล้ว หลานสาวหลานชายอย่างละคน พี่รองยังโสดมีทนายไป๋ทำหน้าที่ดูแลเื่กฎหมายทั้งในตระกูลและบริษัท คนรับใช้หญิงสี่คนคนรับใช้ชายหกคน
บริษัทเซียงซิน ตั้งชื่อตามคุณย่าของเขากิจการนี้ตกทอดมาั้แ่รุ่นคุณทวด ที่รักลูกสาวคนโตมากนั่นก็คือคุณย่าของเหรินซวงอิ๋น ท่านมอบบริษัทให้คุณย่าของเขาดูแลต่อมาคุณย่าแต่งงานกับคุณปู่ ที่เป็เพียงพนักงานในบริษัทหลังจากนั้นบริษัทก็มาถึงรุ่นพ่อและรุ่นพี่ชายในปัจุบัน
พี่ชายคนโตบริหารสาขาใหญ่ตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ พี่คนรองดูแลอีกสาขาบนแผ่นดินใหญ่เหมือนกันแต่ว่าคนละเมืองกับพี่ชาย
ส่วนเหรินซวงอิ๋นไม่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลอะไรเลยแม้แต่ตำแหน่งเล็ก ๆ ในบริษัทสาขาบนเกาะ ก็ไม่มีที่สำหรับเขา
คนในครอบครัวหวังเพียงลูกชายคนเล็กไม่ทำเื่ที่นำภัยมาสู่ตัวเองก็พอแล้ว
น่าอนาถโดยแท้...
เมื่อศึกษาตระกูลตัวเองจนทะลุปรุโปร่งก็มาถึงคิวตระกูลจ้าวบ้าง สมเป็ตระกูลใหญ่ ภายในต้องมีความขัดแย้งไม่มากก็น้อย
ตระกูลจ้าวภายนอกแบ่งเป็สองสายได้แก่สายหลักคือครอบครัวนายท่านคนปัจจุบัน ส่วนครอบครัวอื่นในตระกูลจ้าวนับเป็สายรองทั้งหมดแต่ภายในกลับแบ่งเป็สามฝ่าย คือฝ่ายคุณชายใหญ่ ฝ่ายคุณชายรองและฝ่ายที่เอนไปตามผู้ได้เปรียบซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่สนับสนุนคุณชายใหญ่ว่าที่สามีของเขา
ลำดับาุโในตระกูลสูงสุดคือนายผู้เฒ่า และฮูหยินผู้เฒ่า เป็ปู่และย่าของคุณชายทั้งสามรองลงมาคือปู่สาม และปู่สี่ น้องชายทั้งสองคนของนายผู้เฒ่าประมุขตระกูลคนปัจจุบันชื่อจ้าวมิ่งป๋าย คุณนายจ้าวชื่อวิกตอเรียสองคนนี้คือว่าที่พ่อและแม่สามี
ใช้เวลาทั้งหมดสามวันก็สามารถจดจำข้อมูลของตระกูลตนเองและตระกูลจ้าว ั้แ่เ้านาย ลูกน้องกระทั่งสัตว์เลี้ยงได้หมดแล้ว ยังมีสิ่งที่ชอบ สิ่งที่เกลียดแม้แต่คนที่ไม่ลงรอยกัน เหรินซวงอิ๋นก็ท่องออกมาได้
ตระกูลตัวเองไม่มีอะไรมากทุกคนรักและตามใจเขาอยู่แล้ว ตอนนี้ที่เขาต้องลงมือคือผู้มีอำนาจสูงสุดของตระกูลจ้าว
หากต้องเข้าถ้ำเสือจะหวังแค่ลูกเสือมาเลี้ยงให้เสียเวลาทำไม ต้องเอาจ่าฝูงมาให้ได้
เช้าของอีกวันเหรินซวงอิ๋นให้ไป๋เหลียงพาไปร้านตัดชุดอย่างแรกเขาต้องเปลี่ยนตัวเองใหม่ เสื้อผ้าที่พอดีตัวเกินไป ทำให้หายใจไม่ออกไหนจะกางเกงที่รัดของสงวนซะแน่น พูดตามตรงเขาไม่มั่นใจเอาซะเลยหากต้องใส่ชุดแบบนี้ตลอด เกรงว่าเืจะขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่พอ
เมื่อถึงร้านที่ไป๋เหลียงบอกว่าฝีมือดีเขาก็เลือกชนิดผ้า แล้วยื่นแบบที่้าให้พนักงาน
ช่างในร้านไม่เคยเจอลูกค้าสำเร็จรูปเช่นนี้มาก่อนผ้าเลือกเองแทบไม่ต้องแนะนำ แบบวาดมาเอง สัดส่วนที่ต้องใช้ยังวัดมาเสร็จสรรพสั่งทีสามสิบชุด นี่เรียกว่าลูกค้าในฝันชัดๆ แทบจะปูพรมให้เหรินซวงอิ๋นเดิน
“เสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”ไป๋เหลียงเพิ่งได้กาแฟที่เขาสั่ง คุณหนูก็บอกว่าเสร็จแล้ว
“คุณหนูอยากได้ชุดใส่เล่นไม่ใช่เหรอครับหรือว่าร้านบริการไม่ดี” ไป๋เหลียงถกแขนเสื้อ ทำทีว่าผมจะไปจัดการให้เหรินซวงอิ๋นรีบดึงอีกฝ่ายไว้
“เปล่าหรอก ช่างคุยง่ายมาก ถึงเสร็จไวไง”คนฟังยังไงก็ไม่เข้าใจ ต่อให้คุยง่ายขนาดไหนก็ต้องอยู่วัดตัว เลือกอะไรต่อมิอะไรอีกนี่นาล่าสุดที่มาเป็เพื่อนคุณหนูเลือกแค่รองเท้าใส่อยู่บ้าน ยังนานตั้งสองชั่วโมง!!!!
ไม่สนใจท่าทีของไป๋เหลียง สั่งต่อว่า “ฉันอยากได้พวกพู่กัน กระดาษ แล้วก็หมึก”
“ขออนุญาตถาม คุณหนูจะเอาไปทำไม”
“ของขวัญวันพบหน้า”
“ให้ใครเหรอครับ”
“คนตระกูลจ้าว”
“อ้อ...”
ไป๋เหลียงเข้าใจแต่ยังไม่หายสงสัยอยู่ดีเอาเครื่องเขียนทั้งสี่ไปฝาก เท่าที่เขารู้ตระกูลจ้าวไม่มีใครชอบเขียนพู่กันจีนนี่นา หรือมี?
ถึงไม่กระจ่างแต่เขาก็ทำหน้าที่เป็คนขับรถที่ดี คุณหนูอยากได้อะไร เขาพาไปซื้อได้ทุกอย่าง
ในร้านขายเครื่องเขียนไป๋เหลียงคิดว่าคงไม่นาน แต่ที่ไหนได้ คุณหนูเลือกของนานมาก เขายืนรอจนปวดขาแบบนี้สิถึงจะเป็คุณหนูตัวจริง
กลับถึงบ้านเหรินซวงอิ๋นก็หมกตัวอยู่ในห้องนอนสั่งด้วยว่าห้ามรบกวน คุณนายเหรินมาเคาะเรียกก็ยังโดนบอกว่ายุ่งอยู่ไม่เห็นหน้าเห็นตาลูกชายสุดที่รักหลายวัน คุณนายเหรินก็ถ่อมาถึงบ้านลูกชายหนึ่งคิดถึง สองเป็ห่วงกลัวไปทำเื่เข้าให้แต่ไม่คิดว่าแม้แต่ประตูห้องก็ไม่เปิดให้แม่เข้าไปทุกทีต้องคอยออดอ้อนบอกว่าเงินหมดแล้วนะ
ในรั้วบ้านตระกูลเหรินมีบ้านหลังเล็กหลังน้อย แยกจากหลังใหญ่ที่นายท่านและคุณนายอยู่ ทั้งหมดห้าหลังหนึ่งในนั้นเป็หลังที่เหรินซวงอิ๋นอาศัยอยู่ตอนนี้
เขาแยกบ้านกับพ่อแม่ั้แ่สามปีก่อนตอนนั้นกำลังบ้าเห่อฝึกเล่นดนตรี แต่ฝีมือของเขาเข้าขั้นห่วยพ่อกับแม่กลัวลูกเสียกำลังใจเพราะนานทีจะมีสิ่งที่มุ่งมั่นแต่ก็ทนฟังไม่ได้กลัวแก้วหูจะแตก จึงอนุญาตให้เขาแยกออกไปอ้างว่าจะได้มีสมาธิฝึกซ้อม ที่ไหนได้
เหรินซวงอิ๋นฝึกได้สามวันก็เบื่อแต่ให้ตายก็ไม่ยอมกลับมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกับพ่อแม่อีก
“อาเหลียงบอกมา่นี้ลูกชายคนดีของป้ากำลังคิดการใหญ่อะไร”
“่นี้คุณหนูทำหลายอย่างแต่ไม่ได้สร้างปัญหานะครับ”
เหรินม่ายหม้ายไม่มีทางเชื่อ“คิดว่าป้าไม่รู้รึไง เธอชอบให้ท้ายเขาขนาดไหน” คนถูกกล่าวหาแอบมองบนผมคนเดียวเหรอที่ให้ท้ายคุณหนู
“พูดมาเถอะ ป้าจะไม่ว่าอะไรซวงอิ๋นหรอกแค่อยากรู้เท่านั้นเอง” คุณนายเหรินพยายามปะเหลาะถาม
แต่ไป๋เหลียงยืนกระต่ายขาเดียว
“คุณหนูไม่ได้ก่อเื่จริงๆ ครับเพียงแต่อาจจะวุ่นวายกับเื่ตระกูลจ้าวอยู่บ้าง”
“ทำไม วุ่นวายเื่อะไร”
“วันก่อนให้ผมไปหาข้อมูลทุกอย่างของคนในตระกูลนั้นคิดว่าคงอยากศึกษาก่อนแต่งเข้าไปครับ แล้วก็ยังมีวันนี้ไปตัดชุดใหม่กับซื้อของขวัญวันพบหน้า”
เขาข้ามเื่ที่ศึกษาข้อมูลตระกูลตัวเองด้วยและข้ามเื่คุณหนูความจำเสื่อมไป เื่นี้เหรินซวงอิ๋นไม่ให้บอกใครที่เขายอมก็เพราะไปตรวจร่างกายแล้วคุณหนูสบายดี
คุณหมอบอกว่าอาจจะเพราะใความทรงจำจะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาเอง คุณหนูไม่ให้เขาบอกใคร กลัวเป็เื่ใหญ่ คนอื่นจะรู้และเอามาหาผลประโยชน์ได้ส่วนคนในบ้าน แค่กลัวจะห่วงเกินเหตุ จึงปิดเป็ความลับ
เหรินม่ายหม้ายแปลกใจแต่ในความแปลกใจก็มีความยินดีลูกชายคนเล็กรู้จักหาข้อมูลก่อนแต่งเข้าไปด้วย โตขึ้นไม่น้อยเลยซวงอิ๋นของแม่ไหนจะของขวัญอีก รู้ธรรมเนียมดีมาก
“ถ้าแค่นั้นก็ดี แล้วของขวัญที่ว่าไปซื้อรู้หรือเปล่าว่าเขาซื้ออะไร”
“ครับ”
ไป๋เหลียงจะบอกว่าเครื่องเขียนทั้งสี่ก็กลัวจะมีคำถามต่ออีกจึงแจกแจงให้ละเอียดไปเลย “แท่นฝนหมึกพู่กัน กระดาษ”
เหรินม่ายหม้ายหุบยิ้ม
“ของแบบนั้นไม่ดูกระจอกไปเหรอ”ระดับตระกูลจ้าวเชียวนะ “ไม่ได้ๆ แบบนี้จะโดนดูถูกเอาได้ว่าซวงอิ๋นไม่ให้เกียรติพวกเขา ลุกๆ ไปกับป้า เลือกของเก่าชิ้นสองชิ้นเอามาให้เขาบอกว่าของขวัญต้องให้แบบนี้ถึงจะเหมาะ”
ไป๋เหลียงโดนคุณนายเหรินลากไปขนของเก่าพวกแจกันเครื่องปั้นดินเผา หลายรอบจนแขนล้า
ขณะที่เหรินซวงอิ๋นกำลังตวัดพู่กันอยู่ในห้องไม่นานภาพวาดหญิงสาวนางหนึ่งสวมชุดโบราณ ใบหน้าสวยราวเทพธิดาก็เสร็จสักทียังเหลืออีกสามภาพ เขาพักกินของว่างกับชาก่อน แล้วค่อยวาดต่อ
ด้วยความตั้งใจและฝีมือการใช้พู่กันระดับชำนาญแค่สามวัน ภาพวาดคนทั้งสี่ก็สมบูรณ์
“รบกวนอาเหลียงเอาไปใส่กรอบให้ที” คำสั่งนั้นไป๋เหลียงได้ยินแล้วแต่เขายังตะลึงอยู่ ถ้าไม่เห็นกับตาตอนคุณหนูจรดพู่กันกับหน้ากระดาษเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเป็ฝีมือคุณหนู ถึงอย่างนั้นก็อดไม่ได้จะมองรอบห้องมีจิตรกรซุกซ่อนในนี้หรือไม่
“มองหาอะไร”
“ไม่ครับ คุณหนูวาดเองเลยเหรอครับเนี่ย”
เหรินซวงอิ๋นถามกลับ“แล้วคิดว่าฝีมือใคร”
ไป๋เหลียงยิ้มขอโทษ แล้วรีบเยินยอ “คุณหนูเก่งมากเลยครับว่าแต่เอาแบบมาจากไหน”
“เห็นตัวจริงแล้วนี่ยัง้าแบบอีกหรือ” พูดไม่ออกเลยทีเดียวแค่แอบดูตัวจริงแว๊บเดียวก็วาดได้ขนาดนี้ แถมเครื่องแต่งกายในภาพมันเป็สมัยโบราณอย่าบอกว่าคุณหนูมโนเอาเองนะ จะ..จะ...จะเก่งเกินไปหรือเปล่า
ถ้าล้มแล้วเก่งขนาดนี้เขาก็อยากจะลองไปล้มดูบ้างนะ
ไป๋เหลียงเลียบๆ เคียงๆ ถามอีก “คุณหนูไปฝึกวาดมาจากไหนครับผมไม่เห็นเคยรู้มาก่อนว่าคุณหนูวาดเก่ง แถมยังใช้พู่กันอีก”
อย่าว่าแต่วาดภาพเลย แค่เขียนอักษรจากพู่กันให้สวยสมัยนี้มีไม่กี่คนที่ทำได้ ได้ยินว่าต้องฝึกมาั้แ่เด็กเลยนะบางคนเขียนอักษรสวยก็ใช่ว่าจะวาดได้นอกจากพรแสวงที่ต้องมุ่งมั่นมาั้แ่เด็กยังมีพร์คุณหนูของเขาไม่เคยฉายแววมาก่อน ไม่คิดเลยว่าจะมีฝีมือขนาดนี้
เหรินซวงอิ๋นไม่พูดมาก เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่รู้เหมือนกัน”
ทำเอาไป๋เหลียงอับจนคำถามที่จะถามต่อ
ตามประเพณีของเกาะยูจินก่อนแต่งงานเ้าสาวต้องเข้าไปพบครอบครัวสามีก่อนโดยเฉพาะผู้ที่จะแต่งกับลูกชายคนโต ซึ่งอนาคตจะได้เป็คุณนายของบ้านต้องไปใช้ชีวิตกับญาติผู้ใหญ่ของว่าที่สามีเป็เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เหรินซวงอิ๋นหาของขวัญวันพบหน้าก็เพื่อการนี้
ไป๋เหลียงบอกว่าที่ต้องทำแบบนี้เพื่อให้เ้าสาวได้ตัดสินใจครั้งสุดท้าย ว่ายืนยันการแต่งงาน หรือจะยกเลิกชาวเกาะนี้ยึดมั่นกับการแต่งงานมาก เข้าพิธีแล้วก็เป็สามีภรรยาจนกว่าจะหมดรักนั่นก็ถูก แต่ว่าส่วนใหญ่แทบไม่มีใครหย่าหากมีคู่ไหนไปไม่รอดก็จะถูกนินทา ชื่อเสียงของครอบครัวก็พลอยเสื่อมเสียไปด้วย
ไม่ว่ายุคสมัยไหนคนก็รักหน้าตากันทั้งนั้นแต่เหรินซวงอิ๋นก็ชอบประเพณีนี้ เดิมการแต่งงานก็มิใช่เื่ของคนสองคนยังมีญาติพี่น้องของสองฝ่ายด้วย เขาแต่งเข้าไปอยู่บ้านคนอื่นถ้าได้ลองใช้ชีวิตด้วยก่อน คงจะดีกว่า ไม่เพียงให้โอกาสเ้าสาวตัดสินใจแต่คนในครอบครัวอีกฝ่ายก็จะได้รู้จักนิสัยสะใภ้ด้วย
แต่หากครบหนึ่งอาทิตย์งานแต่งล่มไม่เพียงคนจะว่าครอบครัวฝ่ายชายน่ากลัว ยังว่าเ้าสาวไม่มีน้ำอดน้ำทนอีกด้วยยังไงก็เสียทั้งสองฝ่าย ดังนั้นน้อยมากอีกเช่นกันที่จะมีคนยกเลิกงานแต่งหลังทดลองอยู่กับครอบครัวสามีแล้ว
ก่อนจะเดินทางมาที่ตระกูลจ้าวคนในครอบครัวมาส่งเขาครบทุกคน แต่ละคนสั่งเสียคนละหลายประโยค
เหรินเส้าต้า “ถ้าใครรังแกก็อย่าทนนะลูกกลับมาได้เลย หลานแต่งแล้วลำบากปู่ก็ไม่ให้แต่ง”
“ครับคุณปู่”
เหรินเชียงซิน“พวกตระกูลจ้าวมีศัตรูเยอะ ซวงอิ๋น หลานต้องดูแลตัวเองอย่างดีเจอใครดักทำร้ายจำไว้ต้องเอาตัวรอดก่อน คนอื่นเอาไว้ทีหลัง”
“ครับคุณย่า”
เหรินเวินสือ“จ้าวมิ่งป๋ายเป็คนมีเหตุผล ถ้าถูกรังแกก็ไปบอกเขา อย่าอดทนเด็ดขาดไม่อย่างนั้นคนบ้านนั้นจะหาว่าลูกพ่อข่มเหงได้”
“ครับคุณพ่อ”
เหรินม่ายหม้าย “ใช้ของขวัญที่แม่หาให้อย่าให้ใครมาดูถูกว่าตระกูลเราจนกว่าพวกเขา ถึงเราจะไม่รวยเท่าแต่เราก็ไม่ได้อดยาก ถ้าอาหารไม่ถูกปากบอกแม่ จะได้ส่งพ่อครัวของเราตามไป”
“ครับคุณแม่”
แม้แต่เหรินเจียไห่ พี่ชายคนโตและเหรินอี้หาน พี่ชายคนรองยังโทรมาั้แ่เมื่อวาน ใจความก็คล้ายกันคือถ้ามีเื่ให้รีบเผ่นเอาตัวรอดถ้าถูกใครรังแกให้ฟ้องประมุข แล้วก็ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องแต่ง!!!
เหรินซวงอิ๋นฟังพวกเขาแต่ละคนแล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเหรินซวงอิ๋นตัวจริงถึงนิสัยย่ำแย่นักขนาดความจำเป็ในการแต่งงานครั้งนี้ยังไม่มีใครบอกเขาเลย ถ้าเขาไม่คิดได้เอง แล้วเกิดไม่แต่งขึ้นมาจริงตระกูลหงไม่เอาเื่พวกเขาหรอกเหรอ
ไป๋เหลียงประจำที่คนขับแล้วหันไปมองคุณหนูเล็กน้อยก่อนจะสตาร์ทรถ พาหนะในยุคนี้เร็วกว่ารถม้าหลายเท่า แต่ก็ดูอันตรายกว่ามันทำจากเหล็กชิ้นใหญ่ ล้อก็ใหญ่ โดนชนเข้าไปไม่ตายก็พิการ แต่ก็จำเป็ต้องมีทักษะนี้เหรินซวงอิ๋นคิดเอาไว้ว่า กลับจากตระกูลจ้าว ค่อยให้ไป๋เหลียงสอนวิธีใช้
การเดินทางเป็ไปด้วยความเงียบของคนในรถเหรินซวงอิ๋นพูดน้อยลงมาก บางคำเขาก็ไม่เข้าใจ ไป๋เหลียงก็เลยพลอยเงียบไปด้วยจนกระทั่งรถไต่ขึ้นเขา เข้าเขตตระกูลจ้าว
“คุณหนูแน่ใจนะครับ ไม่ให้ผมอยู่ที่นี่ด้วย”
เหรินซวงอิ๋นตอบทันทีไม่ต้องคิด“ไม่จำเป็”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดูแลตัวเองด้วยถ้ากลัวก็โทรเรียกผมได้ทุกเมื่อ”
“มีอะไรต้องกลัว”จวนใหญ่อันตรายรอบตัวเขาก็อยู่มาแล้ว เหรินซวงอิ๋นคิดต่อในใจ
ไป๋เหลียงยังไม่วางใจแต่จนใจที่คุณหนูดื้อจะไปคนเดียวให้ได้ เขาเลิกเสนอตัวคิดซะว่าฝึกฝนคุณหนูก็แล้วกัน
คฤหาสน์ตระกูลจ้าวหลังใหญ่และน่าสนใจกว่าบ้านเหรินมาก ตัวคฤหาสน์หลักอยู่บนเชิงเขา ทำเลดี บรรยากาศยอดเยี่ยมโจมตียาก ถ้าเป็ในยุคที่จากมา ที่เช่นนี้คงไม่พ้นพระราชวังสี่ฤดูที่ประทับสำหรับพักผ่อนขององค์ฮ่องเต้
ั้แ่ผ่านเขตรั้วสีแดงอมส้มเข้ามาสองข้างทางก็มีชายชุดดำยืนเฝ้าเป็ระยะ คนงานชายหญิงแบกอุปกรณ์ทำสวนประปรายทุกคนต่างมองรถของไป๋เหลียงจนเหลียวหลัง ด้วยรู้กันทั่วว่าวันนี้สะใภ้ใหญ่จะเข้ามาอยู่ในบ้านตามประพณี ก่อนจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น
“รถคุณนายเล็กเหรอ”สาวใช้คนหนึ่งยืดคอเป็ยีราฟมองตาม คุณนายเล็กที่เธอเรียกเหรินซวงอิ๋นก็คือตำแหน่งว่าที่คุณนายตระกูลคนต่อไป
“น่าจะใช่นะ อยากรู้จังว่าเป็คนแบบไหน”พวกเธอทำงานในบ้านจ้าวแทบจะตลอด ไม่ค่อยได้ไปไหน จึงไม่รู้จักตัวจริงเหรินซวงอิ๋น
“เห็นว่าไม่ค่อยได้เื่นะ”
“รู้ได้ยังไงยะไม่ได้เื่แล้วพวกคุณท่านจะวางใจให้แต่งกับคุณชายใหญ่ได้เหรอ”
“เคยได้ยินคนบนบ้านคุยกัน อย่าไปบอกใครนะคุณนายไม่อยากได้คนนี้เป็สะใภ้ แต่จำใจเพราะนายผู้เฒ่าสั่ง”
“คุณนายไม่ชอบ แต่นายผู้เฒ่าหนุนหลังแบบนี้พวกเราควรวางตัวยังไง”
“โอ๊ย อย่าคิดให้เปลืองสมองเลยคุณเขาอยู่บ้านใหญ่ จะมาเหยียบที่นี่เหรอ”
“ก็ถูกของแกนะ แยกย้ายทำงานเถอะ”
พวกคนรับใช้ก็ส่วนพวกเขาแต่เ้านายในบ้านตอนนี้มาออกันที่ห้องรับแขกใหญ่แล้ว ขาดแค่คุณนายจ้าว
“เมียแกไปไหน ลูกสะใภ้จะมาแล้วช้าอยู่อีก ไม่รู้มารยาทรึไงกัน” จ้าวหลันหรูคุณนายผู้เฒ่าเพิ่งถามจบลูกสะใภ้ที่เธอไม่ยอมรับก็เดินนวยนาดเข้ามาวิกตอเรียสวมชุดกระโปรงยาวแบบกี่เพ้าเข้ารูปสีแดงสวยสง่า คารวะพ่อแม่สามีที่ไม่ไยดีเธอเท่าไหร่
“คุณพ่อ คุณแม่”เห็นเมียย่อทำความเคารพพ่อกับแม่ แต่ไม่มีใครสนใจแม่ของเขายิ่งแล้วใหญ่มองเชิดไปอีกทาง จ้าวมิ่งป๋ายจึงต้องยื่นมือไปจับเธอมานั่งข้างตัวเอง
วิกตอเรียไม่ถึงกับน้อยเนื้อต่ำใจเธอออกจะชินกับท่าทีของคนแก่สองคนนี้
จ้าวเถียนอ้ายหรือนายผู้เฒ่าของตระกูลจ้าวยังนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา แต่สายตาก็มองคนนั้นทีคนนี้ทีติดจะเบื่อเล็กน้อย
“คุณชายเล็กเหรินมาถึงแล้วค่ะ”คนรับใช้วิ่งมาแจ้งเ้านายก่อน
ไม่เกินสามนาทีเหรินซวงอิ๋นก็ปรากฏตัวต่อหน้าคนตระกูลจ้าวเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสอง บุคลิกดี สายตาไม่หลุกหลิก หรือเย่อหยิ่งเกินไป
เขาสวมชุดที่ออกแบบเองดัดแปลงจากชุดของคุณชายในชีวิตเดิมให้เข้ากับแฟชั่นยุคนี้ เน้นความโปร่งสบายกางเกงตัวในสีดำเป็ผ้าบาง น้ำหนักเบา แต่ไม่ได้บางจนน่าเกลียดเสื้อสีขาวคอจีนแขนยาว ชายเสื้อยาวคลุมถึงน่อง ด้านข้างฝ่าขึ้นมาถึงระดับเอวเวลาลุกนั่งไม่ลำบาก ประทับใจผู้เฒ่าทั้งสองแห่งบ้านจ้าวมากทีเดียว
ดูไปแล้วสไตล์การแต่งตัวของเขาคล้ายกับนายผู้เฒ่าอยู่เหมือนกัน แต่กลับไม่แก่หรือไม่สมวัยเลยสักนิดบางทีอาจเพราะโทนสีกับเนื้อผ้า หรือไม่ก็ดีเทลเล็กน้อยที่ใส่เข้าไปบนตัวเสื้อ
“ไม่คิดว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้จะชอบแต่งตัวเช่นนี้ด้วย” คุณนายผู้เฒ่ากระซิบสามี นายผู้เฒ่าพยักหน้าเห็นด้วยโดยที่ยังไม่ละสายตาจากว่าที่หลานสะใภ้
“สวัสดีครับผมเหรินซวงอิ๋น ขอคำนับนายผู้เฒ่าขอคำนับคุณนายผู้เฒ่า ขอคำนับประมุขจ้าว ขอคำนับคุณนายจ้าว”
คนที่หน้าตาสะอาดหมดจดรูปร่างก็สูงโปร่งน่ามอง ก้มศีรษะประสานมือคำนับอย่างถูกต้องตามพิธีทุกอย่างไม่มีท่าทางเก้ๆ กังๆ ไม่ขัดเขิน ดูนอบน้อมเป็ธรรมชาติ
“นั่งเถอะ ตระกูลเหรินช่างอบรมลูกหลานได้ดีจริงๆ”คุณนายผู้เฒ่าไม่หวงคำชม ยังขอคำสนับสนุนจากสามีอีกด้วย “จริงไหมคะ”
จ้าวเถียนอ้ายเห็นพ้อง “ถูกต้องจากนี้ก็เรียกปู่กับย่าเถอะนะ จะได้ชิน”
จ้าวมิ่งป๋ายกับวิกตอเรียยังไม่ถึงคิวพูดก็นั่งเงียบไปก่อนเหรินซวงอิ๋นกล่าวขอบคุณที่ผู้ใหญ่ชมยังไม่ลืมประจบไปด้วยว่าเขายังต้องขัดเกลาอีกมากต้องรบกวนผู้ใหญ่ของบ้านจ้าวเอ็นดูสั่งสอนเขาด้วยทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสี่คลี่ยิ้มอ่อนโยนออกมาอย่างพร้อมกัน
วิกตอเรียแม้ไม่คิดว่าเด็กคนนี้เป็สะใภ้แต่แรกด้วยรู้เห็นกับสัญญาสามปีของลูกชายถึงยังไงการแต่งงานก็เพื่อที่ดินแปลงหนึ่งกับความมั่นคงในตำแหน่งผู้สืบทอดเท่านั้นไม่ได้หมายถึงการสร้างครอบครัวมีหลานให้เธอเลี้ยง
แต่เธอรู้ดีว่าการถูกแม่สามีเมินไม่ยอมรับ เป็ความทุกข์ใจ เธอไม่ได้จะรักใคร่ แต่ก็ไม่คิดจะใจร้ายกับเขาถ้าเขาไม่รนหาที่
ซึ่งตอนนี้เหรินซวงอิ๋นก็ไม่ได้รนหาที่แต่อย่างใดตรงกันข้ามยังน่าเอ็นดูมาก หัวอกคนเป็แม่ ล้วนอยากให้ลูกออดอ้อนแต่จ้าวจิงถิงของเธอเป็ลูกที่ไม่เคยอ้อนแม่ ทั้งแข็งกระด้างและเ็าก่อนเคยคิดอยากมีลูกสาวอีกคน ติดที่เธอไม่แข็งแรงจึงมีลูกอีกไม่ได้แล้วลูกติดสามีก็ไม่มีใครสนิทกับเธอ
มาวันนี้เจอเหรินซวงอิ๋นที่ทั้งสวยงามน่ารักทั้งกริยานอบน้อมดูสั่งสอนได้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีกับเด็กคนนี้
“วันนี้ผมมีของเล็กน้อยมาให้หวังว่าจะไม่รังเกียจฝีมืออ่อนด้อยของผมนะครับ”เหรินซวงอิ๋นหันไปหยิบกรอบรูปทั้งสี่ที่เด็กรับใช้ถือมาให้ดูรูปแล้วก็ยื่นให้แต่ละคน รูปใครรูปมัน
พอได้ของขวัญแต่ละคนก็อึ้งกันไป
จ้าวมิ่งป๋ายว่าที่พ่อสามีกล่าวขึ้นก่อนน้ำเสียงอารมณ์ดี
“นี่รูปฉันงั้นเหรอ”ประมุขจ้าวเพ่งมองรูปที่วาดจากปลายพู่กันไม่รู้เบื่อจอมยุทธ์ถือกระบี่ในภาพใบหน้าเหมือนเขาตอนหนุ่มเช่นเดียวกับของนายผู้เฒ่าที่เหมือนเห็นตัวเองกลับมาหนุ่มอีกครั้งในภาพตนกำลังร่ำสุราอยู่ใต้แสงจันทร์ อิสรเสรีเกินจะกล่าว
คุณนายผู้เฒ่ายิ้มจนเห็นรอยย่นบนหน้าทว่าในภาพที่เธอได้รับมา หน้ายังสาว ผิวยังเต่งตึง และงดงามราวนางเซียนในตำนานมือของเธอถือพัดที่ดูล้ำค่าอยู่ด้วย เครื่องประดับบนผมและชุดที่สวมก็สวยงามมากกำลังเดินเล่นใต้ต้นท้อที่ออกดอกสะพรั่งทั้งสวน
จ้าวหลันหรูชื่นชอบดอกท้อที่สุดรองลงมาก็พวกของล้ำค่าทุกชนิด ในรูปนี้ไม่มีอะไรเลยที่เธอไม่ชอบ
“ย่าสวยขนาดนี้เชียวเหรอ โฮะๆ”หญิงชราปิดปากหัวเราะ เหลือบมองไปที่ภาพในมือวิกตอเรียแต่เห็นไม่ชัดรู้แค่ของตัวเองน่าจะสวยกว่า ก็ยิ้มออกมาอีกรอบ
“เด็กคนนี้ช่างใส่ใจจริงๆ”คราวนี้เป็วิกตอเรียที่ชมบ้าง รูปของเธอสวมชุดโบราณเช่นกัน
เส้นผมยาวสยายไร้เครื่องประดับ กำลังนั่งเล่นในศาลากลางสระบัวในมือถือขลุ่ย ปลายเท้าจุ่มลงในน้ำหนึ่งข้าง อีกข้างชันเข่าท่วงท่าของเธอทั้งสวยและเต็มไปด้วยเสน่ห์
วิกตอเรียชอบดอกบัวเธอไม่ใช่หญิงสาวที่เรียบร้อยเท่าไหร่ และที่เธอชมเขาว่าใส่ใจคือเธอไม่ชอบเครื่องประดับทุกชนิด การเป็ดาราดังทำให้ต้องแสดงบทบาทที่เธอไม่ชอบหลายครั้งรับบทที่ต้องแต่งตัวจัดเต็ม เครื่องหัวเอย เครื่องประดับเอย เต็มตัวไปหมดทั้งหนักและปวดหัว ตอนนี้เธอก็มีโรคประจำตัวคือมักจะปวดหัว ขึ้นมาเฉยๆรักษาก็ไม่หายขาดสักที
“ผมเสียมารยาทคิดการแต่งกายให้เองหวังว่าจะไม่เป็การล่วงเกินนะครับ” เหรินซวงอิ๋นถ่อมตัวผู้ใหญ่ทั้งสี่ต่างไม่ว่าอะไรเขา กลับชมมากด้วยซ้ำ ประมุขจ้าวถาม
“นี่คือพวกเราในความคิดเธอหรอกหรือ”
เหรินซวงอิ๋นยิ้มแล้วอธิบายภาพของเขา“ที่เป็จอมยุทธ์ถือกระบี่ เพราะท่านคือผู้ที่มีอำนาจ และคอยปกป้องตระกูลจ้าว”
ฟังแล้วประมุขจ้าวก็ยืดอกรับอย่างภาคภูมิเห็นตัวเองในภาพแล้วรู้สึกมีพลังขึ้น ราวกับเพิ่งสำเร็จวิชากระบี่มาก็ไม่ปาน
“ส่วนของนายท่านเอ่อ..ของคุณปู่ที่ผมวาดให้ร่ำสุราก็เพราะว่า...” ไม่รอให้หนุ่มน้อยพูดจบจ้าวเถียนอ้ายหัวเราะเสียงดังขึ้นมาอย่างถูกใจ
“เพราะปู่ชอบดื่มสุรา ฮ่าๆช่างรู้ใจเสียจริงหลานสะใภ้คนนี้” แต่หันไปเจอสายตาพิฆาตของภรรยาก็สำลักน้ำลายทันที
สมัยหนุ่มๆ อดีตประมุขจ้าวเป็คนเ้าชู้เ้าสำราญ ชอบดื่มสุราเคล้านารี แต่ว่าเพราะพี่น้องถูกลอบฆ่าโดยตระกูลหงเกือบหมดเขากลายเป็พี่ใหญ่ไม่รู้ตัว ต้องรับภาระดูแลตระกูล จึงต้องละนิสัยเดิมบวกได้ภรรยาดุเหมือนแม่เสือ ทำให้เป็ผู้เป็คนมาจนทุกวันนี้
“ช่างเอาใจคนแก่นัก ขอบใจมากนะลูก”จ้าวหลันหรูว่า พรางวางมือบนไหล่ของเขาอย่างสนิทสนม
“ทุกท่านชอบ ผมก็ดีใจครับ”
“หลานวาดเองหรือซวงอิ๋น”จ้าวหลันหรูเรียกชื่อเล่นของเขาแล้ว ช่างได้ผลเกินคาดซะจริง
“ใช่ครับเคยเรียนใช้พู่กันสมัยเด็กมาบ้าง” เหรินซวงอิ๋นกล่าวต่อในใจเด็กมากตอนไม่ถึงสิบขวบ และใช้มาตลอดเป็สิบปี วาดแค่นี้ไม่เป็ ก็ใช้ไม่ได้แล้ว
จ้าวเถียนอ้ายว่า “ไม่เลว ไม่เลว”แล้วก็ดูรูปในมืออีกรอบ ในใจอาจกำลังโหยหาชีวิตที่ตนชื่นชอบอยู่ก็ได้
ด่านแรกผ่านไปถือได้ว่าไม่เลวจริงๆหลังจากนั้นทุกคนก็ปล่อยให้เขาขึ้นไปพักห้องพักของเหรินซวงอิ๋นอยู่ทางปีกซ้ายของคฤหาสน์
่ที่เขาทดลองมาอยู่กับคนบ้านจ้าวว่าที่สามีจะต้องไปอยู่ที่อื่นก่อนชั่วคราว กล่าวได้ว่าหนึ่งอาทิตย์นี้เขากับจ้าวจิงถิงจะไม่ได้พบหน้ากัน
ซึ่งก็เป็สิ่งที่เขาพอใจมาก.........
………………………………………
บ้านจ้าวก็ไม่ได้มีอะไรนะ หรือเปล่า? #พ่อบ้านหรือเมีย
........................