บทที่ยี่สิบห้า
ถูกเรียกตัวกลับด่วน
“พี่สิงห์ทิ้งงานมาแบบนี้ จะไม่เป็อะไรหรือคะ” นิรณาเอ่ยถามคนข้างกายขึ้นด้วยความกังวล ในขณะที่กำลังเดินจับมือกับสิงหราชไปตามทางเดิน
จู่ ๆ ในวันนี้ก็มีสายด่วนจากเพลินจิตโทรเข้ามา และเร่งให้สิงหราชและนิรณาเดินทางกลับมาที่บ้านใหญ่ให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะลองชุดแต่งงานที่เ้าตัวสรรหามาให้เสร็จสรรพแล้วด้วยเอาแต่ใจ
ยืนกรานเสียงแข็งว่ายังไงภายในวันนี้ ว่าที่เ้าบ่าวเ้าสาวจะต้องเดินทางกลับมาให้ถึงที่บ้าน โดยที่ไม่ได้สนใจที่ฟังเหตุผล ว่าสิงหราชนั้นจะยังคงติดพันในเื่งานอยู่
นิรณาเองแม้จะไม่ได้ติดขัดเื่การต้องเดินทางอย่างกะทันหัน หากแต่ก็อดห่วงเื่งานของคนพี่ไม่ได้ เพราะเช้าวันนี้อีกฝ่ายออกไปทำงานั้แ่เช้ามืด ซ้ำยังวิ่งวุ่นทั้งวันเพราะแผงปลาเกิดปัญหาขึ้น จนแม้กระทั่งเวลาที่จะกินข้าวก็แทบจะไม่มี
“ไม่เป็หรอก” สิงหราชหันมาตอบกลับ หากแต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงเจือไปด้วยความหงุดหงิดจากการคุยสายกับผู้เป็แม่
เพราะไม่เข้าใจว่ากับแค่การลองชุดแต่งงาน ทำไมคุณเพลินจิตเขาต้องทำให้มันเป็เื่ใหญ่โตถึงขนาดนี้ แต่สุดท้ายไม่ว่าจะหงุดหงิดแค่ไหนกับการกระทำของผู้เป็แม่ สิงหราชก็ยอมทิ้งงานกลับมาพร้อมนิรณาเพื่อลองชุดแต่งงานกับอีกฝ่ายอยู่ดี
ซึ่งก็ถือว่าเป็เื่โชคดี ที่เพื่อนสนิทอย่างจอมทัพแวะมาเยี่ยมที่เกาะวิมันสิตราเข้าพอดิบพอดี สิงหราชเลยได้ทีไหว้วานให้เพื่อนของตัวเอง ช่วยอยู่ดูแลงานที่เกิดปัญหาขึ้นแทนตัวเอง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยไวน์ราคาแพงที่อีกฝ่ายเรียกร้องเป็ค่าจ้าง
“ค่ะ แต่พี่สิงห์อย่าหงุดหงิดใส่คุณแม่เลยนะคะ ท่านคงจะตื่นเต้นกับงานแต่งงานของพวกเรามาก” นิรณาชิงพูดขึ้นดักทางเอาไว้เสียก่อน
เพราะไม่อยากจะให้คู่แม่ลูกมีปัญหากัน หนึ่งคนก็เอาแต่ใจตัวเอง อีกคนก็หงุดหงิดง่ายเป็ทุนเดิม เธอเองในฐานะคนกลาง แอบหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย ว่าจะเกิดเื่เกิดราวมีปากเสียงกันของคนทั้งคู่
“เฮ้อ พี่จะพยายามแล้วกัน” สิงหราชถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมื่อเห็นว่าไม่ทันไรว่าที่ภรรยาของตัวเองก็เลือกฝั่งเสียแล้ว
พอได้เห็นแบบนี้ ภาพชะตากรรมของตัวเองในอนาคตก็ยิ่งชัดมากขึ้น จะมีอะไรน่ากลัวไปกว่าการที่ลูกสะใภ้และแม่สามี ผนึกกำลังเข้าด้วยกัน และปรองดองกันกลมเกลียว สิงหราชคิดว่าไม่มีอีกแล้ว
“มากันแล้ว” เพลินจิตที่กำลังนั่งรอลูกชายและว่าที่ลูกสะใภ้ของตัวเองอย่าใจจดใจจ่อหลังจากที่วางสายกันไป เอ่ยพูดขึ้นด้วยความดีใจ
ร่างเล็กที่ยังสวยไม่สร่างแม้วัยจะล่วงเลยรีบผุดลุกขึ้น และสาวเท้าเข้าไปหาคนทั้งคู่ด้วยความรวดเร็ว ดวงตาหงส์ปรายตามองลูกชายของตัวเองเป็คนแรก ก่อนจะยกยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจัดการหนวดเคราและผมเผ้าตามที่เธอ้าแล้ว จนในตอนนี้ไม่เหลือคราบโจรเอาไว้ให้เธอระเคืองสายตาอีกต่อไป มิหนำซ้ำหน้าตายังดูสดชื่นขึ้นกว่าเดิม จนคนเป็แม่ััได้
“เหนื่อยไหมลูกน้องเอิง” เพลินจิตเบนสายตากลับมามองคนตัวเล็ก ที่ลูกชายของตัวเองจับมืออยู่ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปเสียงหวาน ตามประสาของแม่สามีที่เอ็นดูลูกสะใภ้ของตัวเอง
“ไม่ค่ะคุณป้า” นิรณาแย้มยิ้มส่งไปให้ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป
“มาถึงขั้นนี้แล้ว เรียกแม่สิลูก” เพลินจิตเอ่ยแก้สรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียกขานตัวเอง
ใน่หลายวันมานี้ เธอมีความสุขเป็อย่างมาก กับการที่ได้เป็แม่งานใหญ่การจัดงานแต่งงานให้กับคนทั้งคู่ ทำเอาหลงลืมเื่ราวทุกอย่างไปเสียหมด ว่าได้ลูกสะใภ้คนนี้มาด้วยเงื่อนไขอะไร
“ค่ะคุณแม่” ร่างเล็กยกยิ้มเอียงอาย หากแต่ก็ยอมเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยสรรพนามใหม่ตามที่เ้าตัว้า
‘ลูกตัวเองยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ไม่คิดจะทัก’ สิงหราชได้แต่เอ่ยตัดพ้อผู้เป็แม่อยู่ในใจ
สิงหราชปรายสายตามองผู้หญิงสองคนที่กำลังยืนยิ้มหวานให้กัน ก่อนจะแสดงอารมณ์หมั่นไส้ออกมาผ่านใบหน้า เพราะในตอนนี้แทบจะไม่มีใครเห็นเขาอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ
ร่างหนาเลิกให้ความสนใจกับแม่ผัวลูกสะใภ้ที่รักกันออกนอกหน้า หันไปพยักหน้าทักทายให้กับอารีย์ผู้เป็แม่ของว่าที่ภรรยาที่นั่งรออยู่ไม่ไกล ซึ่งก็เป็อีกคนที่ถูกตัดออกจากโลกของคนทั้งคู่ด้วยเช่นกันแทน
“ไป ๆ ไปนั่งพักกันดีกว่า” เพลินจิตยิ้มกว้างออกมาด้วยความพอใจ กับการที่ว่าที่ลูกสะใภ้ว่านอนสอนง่ายเสียทุกเื่
“ค่ะ” นิรณากระตุกมือของสิงหราชเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปนั่งพร้อมกันกับตัวเอง
สิงหราชหันกลับไปหน้าบึ้งใส่คนตัวเล็ก สายตาคาดโทษคนที่ไม่รู้เื่รู้ราวเอาไว้ในใจ หากแต่ก็ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายจับจูงไปนั่งที่เก้าอี้อย่างง่ายดาย เพราะไม่อยากผิดคำพูดกับอีกฝ่าย แม้จะอยากก่อกวนให้ผู้เป็แม่ได้หงุดหงิดขนาดไหนก็ตาม
นิรณาเองที่เห็นสายตาของคนพี่ ก็ได้แต่ยกยิ้มหวานส่งไปให้คนหน้าบึ้งอย่างเอาใจ แม้จะรู้สึกงุนงงอยู่ไม่น้อย ว่าทำไมเธอถึงได้เป็หนึ่งในผู้ต้องหาคดีความหงุดหงิดร่วมกับผู้เป็แม่สามีก็ตาม
เพลินจิตทอดสายตามองมือของคนทั้งคู่ ที่ยังคงจับกันเอาไว้ไม่ห่าง หญิงวัยกลางคนหลุดยิ้มออกมากับตัวเองอีกครั้ง จากการที่ได้เห็นเ้าลูกชายหัวรั้นติดว่าที่เมียของตัวเองแจแบบนี้
เธอเลี้ยงสิงหราชมาเองกับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่าลูกชายของตัวเองนั้น นิสัยใจคอเป็ยังไง ไอ้นิสัยปากร้ายแต่ใจดีและชอบใจอ่อนนั้น เธอพบเจอและเรียนรู้กับมันมาโดยตลอดในฐานะแม่ของอีกฝ่าย
ซึ่งการที่เธอเองพยายามให้คนทั้งคู่ได้ใช้เวลาด้วยกัน ใน่เวลาที่ผ่านมาก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน ย่อมเกิดจากความตั้งใจของเธอทั้งสิ้น เพราะเชื่อเกินว่าความเป็ธรรมชาติของชายหญิง จะทำให้เกิดเื่ราวดี ๆ ขึ้น
ซึ่งดูจากการใกล้ชิดสนิทสนมของคนทั้งคู่ในตอนนี้แล้ว เพลินจิตก็รู้สึกว่ามันคุ้มเหลือเกินกับสิ่งที่ลงมือทำไป แม้จะยังไม่ได้รักกันหวานออกนอกหน้า แต่แค่รู้สึกหวั่นไหวและมีแนวโน้มที่จะรักกันได้ สำหรับเธอก็คิดว่ามันเพียงพอแล้ว
“ไปเที่ยวเกาะวิมันสิตรามาเป็ยังไงกันบ้างลูก” อารีย์ที่ไม่มีบทบาทมานานเอ่ยถามคนทั้งคู่ขึ้น เป็จังหวะเดียวกันกับที่เพลินจิตเดินมาทิ้งตัวลงนั่งที่เดิมของตัวเอง
“สนุกดีค่ะคุณแม่ พี่สิงห์พาเอิงไปเล่นน้ำหลายที่เลย เกาะสวยมากเลยค่ะ เสียดายที่คุณแม่ไม่ได้ไปด้วย” นิรณาเอ่ยตอบผู้เป็แม่ด้วยความกระตือรือร้น ใบหน้าสวยแย้มยิ้มออกเมื่อคิดถึง่เวลาที่ผ่านมาของตัวเองและสิงหราช ที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่เกาะวิมันสิตรา
“หรือคะ หนูมีความสุขก็ดีแล้วลูก” อารีย์พยักหน้ารับ ดวงตาปรายตาไปมองมือของลูกสาวที่ยังถูกจับกุมเอาไว้ด้วยมือของสิงหราชแค่เพียงเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาไปทางอื่นอย่างรักษามารยาท
ในฐานะของคนเป็แม่ เพียงแค่อากัปกิริยาของลูกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก็สามารถที่จะมองทุกอย่างออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ ที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก้าวะโไปถึงเพียงนี้
“เ้าสาวพร้อมไหมคะ เชิญลองชุดได้เลยนะคะ” เ้าของห้องเสื้อที่เดินเข้ามาใหม่เอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหวาน
“เอิงไปลองชุดก่อนนะคะ” นิรณาหันไปมองตามเสียง ก่อนจะยกยิ้มให้กับอีกฝ่ายกลับคืนไป ร่างเล็กหันกลับมากระซิบบอกคนพี่ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือของเธอให้เป็อิสระ
นิรณาดึงมือของตัวเองออกจากการกอบกุมของคนตัวสูง ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนและหันไปพยักหน้าชวนผู้เป็แม่ของตัวเอง สิงหราชมองตามคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินจากไป ร่างหนาผุดลุกขึ้นตามด้วยความลืมตัว เรียวขาเตรียมที่จะก้าวเท้าตามไปโดยอัตโนมัติ
อารีย์ที่เข้าใจในความหมายของลูกสาว ผุดลุกขึ้นยืนเช่นเดียว หากแต่ก็ต้องหยุดชะงักฝีเท้าของตัวเอง และปรายตามองไปที่ว่าที่ลูกเขยของตัวเองด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมากับตัวเอง เมื่อเริ่มเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายรางๆ
“เดี๋ยวน้าไปช่วยน้องเองค่ะ” อารีย์เอ่ยพูดขึ้นกับว่าที่ลูกเขยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ครับ” สิงหราชยกยิ้มส่งกลับไปให้ ก่อนจะยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยของตัวเองแก้เก้อ ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งตามเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เพลินจิตที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความขบขัน ปล่อยเสียงหัวเราะออกมาทันที หลังจากที่สองแม่ลูกเดินหายเข้าไปในห้องเล็กด้านล่างของบ้าน ที่ถูกปรับเปลี่ยนเป็ห้องลองชุดชั่วคราว
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลยแม่” สิงหราชตวัดสายตาไปมองแม่ของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ทำไม มันจะห่างน้องไม่ได้เลยหรือยังไง” เพลินจิตเอ่ยถามลูกชายของตัวเองกลับไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“ก็ไม่ใช่อย่างนั้น” ร่างหนาเอ่ยแก้ตัว พยายามที่จะวางสีหน้าให้เรียบเฉยมากที่สุด เพราะไม่อยากที่จะให้แม่ของตัวเองได้ใจไปมากกว่านี้
เพราะผู้เป็แม่ได้ล่วงรู้ความจริง ว่าเป็สิงหราชเองที่ติดนิรณาลูกสะใภ้คนโปรดของอีกฝ่ายมากแค่ไหน มีหวังเขาคงจะต้องโดนล้อจนไม่เป็อันทำอะไร และคงถูกหัวเราะเยาะอีกยกใหญ่ เพราะกลืนน้ำลายตัวเอง
“แล้วมันยังไง” ผู้เป็แม่เอ่ยถามกลับไปทันควัน พยายามที่จะคาดคั้นให้คนชอบเก๊กขรึมได้เผยไต๋ออกมา
“...........” สิงหราชที่รู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกหลอกล่อ ได้แต่ใช้ความเงียบเข้าสู้
“บอกให้แม่ได้ชื่นใจหน่อยตาสิงห์ ว่าแกเริ่มปลุกปั้นทายาทของมยมราชพลีไปแล้ว” เพลินจิตเอ่ยพูดขึ้น พลางยกยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา ดวงตาทอดมองไปที่ลูกชายอย่างคาดคั้น
“มันใช่เื่ที่จะเอามาพูดหรือไงแม่ ผู้หญิงเขาเสียหาย” สิงหราชยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเอง ก่อนจะโอดครวญออกมาเสียงหลงกับความแสบสันของผู้เป็แม่
มาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปแล้ว ว่าทุกอย่างนั้นคุณเพลินจิตเขาคงจะวางแผนมาเป็อย่างดี กับการที่คะยั้นคะยอให้เขาพานิรณาไปที่เกาะวิมันสิตรา ก็คงจะมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างจากเื่นี้
“มันเกิดขึ้นก็ดีแล้วไง อย่างน้อยแม่ก็จะได้สบายใจ ว่าแกยังแข็งแรงดีอยู่ ไม่อย่างนั้นฉันจะได้พาแกไปหาหมอให้มันรู้แล้วรู้รอดไป” ผู้เป็แม่เอ่ยพูดขึ้น ดวงตาเฉี่ยวปรายตามองลูกชายของตัวเองด้วยความหงุดหงิด
หากสิงหราชไม่บ้างานจนไม่มีเวลาว่างคิดสร้างครอบครัว เธอเองที่เป็แม่ก็คงจะไม่ต้องร้อนใจมาหลากหลายปี จนถึงขั้นที่จะต้องสรรหาผู้หญิงสักคนมาประเคนให้กับอีกฝ่ายแบบนี้
“แม่นี่ไร้สาระจริง ๆ” สิงหราชเอ่ยต่อปากต่อคำกลับไป อดหน้าม้านไปไม่ได้ที่เหมือนดูถูกซึ่ง ๆ หน้าว่าไม่มีน้ำยา
“จิ๊” เพลินจิตได้แต่จิ๊ปากใส่ลูกชายของตัวเอง ร่างเล็กยกแขนขึ้นกอดอก ก่อนจะเบนสายตามองไปทางห้องเล็กที่ว่าที่ลูกสะใภ้หายเข้าไปนานสองนานแทนการมองลูกชายของตัวเองให้อารมณ์เสียไปมากกว่านี้
………………………………………………….
น้องเอิงมารู้สึกผิดเอาตอนนี้ไม่ทันแล้วค่ะคนสวย แต่อีพี่ก็ทิ้งรอยไว้ดีเหลือเกิน อย่างว่านะคะหมาใหญ่มันชอบกัดชอบเลีย แต่พระเอกกับแม่จะคุยดีกันกี่โมง แม่ลูกคู่นี้
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ