ในโรงหนังโฆษณากำลังฉายอยู่ อีกสักพักหนังจะเริ่มฉายแล้ว เอวาถูกลากเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบได้หัวใจเต้นรัวราวกับว่ามันจะะเิออกมา มึนงง สับสน ไม่เข้าใจ
“ เอ็มทำอะไรเมื่อกี้นี้นิสัยไม่ดีมากเลยนะครับ ” หมัดชกเข้าที่แขนของบีเอ็มสุดแรงจนบีเอ็มเบ้หน้าทว่าไม่ยักร้องออกมาสักคำหนึ่ง
“ ทำแบบนั้นยัยเศษหญ้าจะได้เลิกยุ่งกับนายสมใจท่าทางอ่อนแอบอบบางนั่นน่าลำคาน ” บีเอ็มพูดสายตาไม่ได้มองมาที่เอวา เขาพยายามจ้องไปที่จอหนังขนาดใหญ่แทน
“ แค่อธิบายออกไปก็น่าจะได้แล้วไม่เห็นต้อง…. ”
“ คุณครับหนังจะเริ่มแล้ว เงียบๆหน่อยครับ ” ขณะที่ใบหน้าของเอวากำลังถูกเผาไหมพยายามพูดคำว่าจูบออกมา เสียงคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลพูดขึ้น เอวาสะดุ้งแล้วยิ้มขอโทษคนๆนั้นไป
หนังฉายไปได้สักพักซอมบี้กำลังต่อสู้กับกลุ่มตัวเองอยู่อย่างดุเดือน เอวากลับรู้สึกว่าการต่อสู้ในหนังไม่เป็ธรรมชาติเอาซะเลย
“ ไม่สนุกหรอ ”บีเอ็มไม่ละสายตาจากเอวาในมุมมืดท่าทีที่เปลี่ยนไปจึงทำให้เขามองเห็นได้ในทันที
“ อืมวาว่ามันน่าเบื่อมากเลย ” เอวาพยักหน้าดูดน้ำโค้กในมืออึกใหญ่ก่อนจะส่งให้บีเอ็มกินต่ออย่างเคยชิน
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเอวาที่เมื่อกี้บ่นพึ่งพำกับตนเองไม่พอใจหนังที่สร้างออกมาไม่ดีตอนนี้หลับสนิทไปเรียบร้อยแล้ว บีเอ็มมองคนหลับสนิทแล้วยิ้มอ่อน เขาถอนเสื้อแขนยาวห่มให้ใช้มือเกลี่ยปอยผมที่ปิดบังใบหน้าเอวาเบาๆไล้ลงมาที่สันจมูกจรดริมฝีปากที่เขาพึ่งจุ๊ฟไปเมื่อไม่นานมานี้
“ หึ ” เสียงหัวเราะทุ้มนุ่มเล็ดลอดออกมาในลำคอเขาลูบมันอยู่พักหนึ่งก่อนที่เอวาจะขยับตัวหยุกหยิกจึงตัดใจถอนนิ้วตัวเองออกมา
“ เอวาหนังจบแล้ว ” แรงเขย่าที่แขนปลุกให้เอวาตื่นเขาค่อยปรือตา ขยี้เบาๆมองไปที่หน้าเพื่อนแล้วพยักหน้าอย่างงงๆ
บีเอ็มมองด้วยสายตาเอ็นดูแวบหนึ่งจับมือเอวาเดินออกจากโรงหนัง เ้าของมันยังมึนงงเพราะพึ่งตื่นเดินตามแรงจูงของบีเอ็มไปอย่างไม่รู้ตัว
“ ไอ้วา ตื่นเถอะเดี่ยวพาไปกินกุ้ง ” เสียงบีเอ็มปลุกให้เอวาที่กำลังมึนงงตื่นขึ้นโดยเฉพาะกุ้งที่บีเอ็มพูดออกมาเมื่อกี้นี้เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าเอวาได้ไม่ยากเย็นเท่าไหร่นัก
“ อืม งั้นไปเลย ”เพราะตื่นเต้นกับกุ้งมากจนเกินไปหลงลืมกระทั่งมือที่กำลังถูกจับเอาไว้อย่างอ่อนโยนเอวาสาวเท้าเดินเร็วๆตามบีเอ็มไปที่ร้านอาหารทะเลไม่ไกลจากโรงหนังที่พวกเขาชอบแวะกินบ่อยๆ
นานแล้วที่ไม่ได้ลิ้มรสชาติของกุ้งอาหารโปรดของเขา
หลังจากสั่งอาหารเสร็จสีหน้าที่เคยอมทุกข์ของเอวาก็หายไปยิ้มแย้มแจ่มใสกับกุ้งที่ถูกแกะโดยเพื่อนรักของเขา ยัดมันเข้าปากไปทั้งตัวเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
บีเอ็มมองรอยยิ้มสดใสนั่นแล้วลอบถอนหายใจอารมณ์ดีขึ้นก็ดีแล้ว เขาได้แต่ลอบพูดกับตนเองในใจอย่างโล่งอกเร่งมือเกะเปลือกกุ้งให้เร็วขึ้น กลัวว่าจะไม่ทันความเร็วในการกินของเอวา
“ อ่า~~ อิ่มมาก ” เอวาลูบท้องตนเองเล็กน้อย
“ ขอบคุณนะ ”เอวายิ้มส่งให้เพื่อนเพราะอาหารมื้อนี้เป็บีเอ็มเป็คนเลี้ยงฉะนั้นแล้ว คนที่ถูกเลี้ยงต้องขอบคุณด้วยรอยยิ้ม
“ กลับกันเถอะ ”บีเอ็มเพียงพยักหน้าไม่ค่อยชิ้นกับรอยยิ้มหวาดนั่นสักที ไม่ว่าจะมองเท่าไหร่ก็รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมา
กลับมาถึงห้องพักบีเอ็มถูกไล่กลับไปที่ห้องของตนเองเอวารีบปิดประตูใส่หน้าเพื่อนแล้วเดินเร็วๆเข้ามาในห้องนอนระหว่างทางที่เดินทางกลับคอนโด เขารู้สึกถึงบางอย่างได้ร่างกายของเขาเหมือนจะอยากอาหารมากขึ้นผิดปกติ มื้อนี้กินเข้าไปได้มากถึงสามเท่าของปกติพลังงานทั้งหมดเหมือนถูกแบ่งออกไปส่งตรงไปที่สมองมันหยุดลงเมื่อท้องของเขารู้สึกอิ่มแล้ว เมื่อลองกินเข้าไปอีกพลังงานก็ไม่ได้ถูกดูดออกไปแล้ว
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่อาการเหมือนตอนที่เราปลุกพลังใหม่ๆ ” เอวาขมวดคิ้วนั่งลงที่เตียงนุ่ม
เขานั่งสมาธิอย่างที่เคยทำในตอนที่ฝึกพลังอากาศผันผวนแปลกๆรอบตัวไม่ได้ปลุกเอวาให้ตื่นจากสมาธิพื้นที่มิติที่เคยมีในระดับที่ 7 คือพื้นที่ซ้อนทับเก็บของที่มีขนาดเท่ากับ 1000 ช่อง สามารถเก็บสิ่งของที่อยู่ในหมวดเดียวกันได้ช่องละ 100 ชิ้น เช่นเครื่องปรุงต่างๆสามารถเก็บรวมกันได้ใน 1 ช่อง
อึก
ขณะที่กำลังตรวจสอบพลังอย่างตื่นตะลึงเอวาปวดหัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาถูกบังคับออกจากสมาธิร่างกายขับเหงื่อออกมาจำนวนมาก ทว่า ความเ็ปกลับทำให้เอวายิ้มแย้มออกมา
“ ไม่คิดว่าเราจะสามารถเอาพลังกลับมาได้แถมยัง ” เอวาหัวเราะเบาๆ
พลังของเขายังคงเป็มิติธาตุเหมือนเดิมแต่ที่แปลกไปมีสองอย่าง หนึ่งคือพื้นที่ซ้อนทับเก็บสิ่งของเริ่มแรกในระดับหนึ่งคือ10 ช่องเท่านั้นทว่า เขากลับมีมิติซ้อนทับถึง 1000 ช่องเหมือนก่อนที่เขาตาย
ส่วนอย่างที่สองที่แปลกออกไปคือมิติของเขามีมิติแยกย่อยออกมาอีก 1 อย่างคือพื้นที่ว่างเปล่า มันอุดมสมบูรณ์มากจากความรู้สึก หญ้าเติมโตเขียวชอุ่มมีบ่อน้ำขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง พื้นที่ว่างเปล่านี้มีเนื้อที่ราวๆ 3 ไร่เศษ
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามเขาอยากขอบคุณ ทั้งยังมีผลึกและสิ่งของที่เขาเก็บเอาไว้ก่อนที่เขาตายในมิติยังติดตามมาด้วย
ผลึกระดับ 1-4ที่คิดว่ามันไม่มีคุณค่าเขาโยนมันเข้าไปเก็บเอาไว้ในมิติเก็บของจนหลงลืมมันไปแล้ว ต้องขอบคุณในความหวงของของตนเองที่ตัดใจทิ้งพวกมันที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงไม่ได้ดังนั้น ในตอนนี้เขามีผลึกเพียงพอที่จะพัฒนาร่างกายจนถึงระดับ 3 ผลึกยังเพียงพอต่อการเผื่อแผ่ไปให้เพื่อนของเขาอีกด้วย
เอวาหายใจเข้าลึกๆควบคุมการเต้นของหัวใจเขานั่งสมาธิต่อ ครั้งนี้เป็การฝึกฝนพลังจิตเพื่อให้เพียงพอต่อการส่งจิตเข้าไปในมิติได้นานยิ่งขึ้นเขายังไม่มีความสามารถในการเข้าไปในมิติแม้ว่าพื้นที่ที่ได้รับมาจะเท่าเดิมและมีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาอีกมากแต่เขายังไม่สามารถเข้าไปด้านในมิติได้อย่างที่เคยทำเพราะพลังจิตของเขายังมีน้อยนิดจนเกินไป
บ่ายของวันเอวาอาบน้ำแต่งตัวเป็ชุดนักศึกษา เขาเข้าเรียนเป็ปกติ แต่วันนี้ สายตาของคนที่มองมาแปลกไปเล็กน้อยแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เอวาหันไปสนใจมันมากนักในหัวของเขาคิดถึงเพียงเื่พลังใหม่และวันสิ้นโลกเท่านั้นสายตาคนอื่นจะเป็อย่างไร เมื่อถึงวันสิ้นโลกในอีก 3 เดือนข้างหน้า มันก็ไม่มีความหมายแล้ว
เลิกคลาสเอวาเดินตรงไปที่ตู้เอทีเอ็มอย่างรวดเร็ว เขาคิดมาตลอดคาบเรียน บางทีเขาต้องตัดสินใจเลิกเข้าเรียนแล้วทำงานเต็มอัตราเพื่อสะสมเงินการเรียนมันไม่จำเป็ สิ่งที่ต้องทำมีมากมายจนเกินไป 3 เดือนไม่รู้ว่าจะเพียงพอต่อการเตรียมตัวหรือไม่
“ ไอ้เอวามึงจะรีบไปไหนวะ ” บีเอ็มที่พึ่งเลิกคลาสของตนเองรีบวิ่งตามเอวาพร้อมกับตระโกนเรียกหลายต่อหลายครั้ง
“ โอ๊ะ เอ็มจะร้องทำไมเสียงดังหนวกหู วากำลังจะไปกดเงิน ” เอวาชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยใส่บีเอ็ม
“ อะไรกูเรียกมึงตั้งหลายรอบ มัวแต่เหม่ออะไรอีก เดี่ยวรถก็ชนตายหรอก ” บีเอ็มไม่สนใจกับท่าทีของเอวาสักนิดเขาพูดขึ้นอย่างโมโห การเดินไม่มองทางนี่มันอันตรายไม่รู้หรือไงกัน
“ โอเค เื่นี้วาขอโทษแต่ว่า เอ็มต้องของโทษเราด้วยเื่เสียงดัง ” เอวาจ้องเขม็งไปที่บีเอ็มไม่ละสายตา
“ เออๆ ขอโทษ ”กูยอมลงให้แค่มึงคนเดียวหรอกนะ บีเอ็มได้แต่ถอนหายใจอย่างยอมจำนนประโยคสุดท้ายได้แต่พูดในใจตัวเองดังๆ
“ แล้วจะกดเงินไปทำไมไหนบอกว่าจะเก็บเอาไว้จ่ายค่าเทอม ” บีเอ็มเดินขนาบข้างเอวา
“ มีเื่จำเป็ต้องใช้เงินมากวาว่าจะไม่มาเรียนแล้ว จะทำเื่ดรอปเทอมหนึ่ง ” เอวาหยุดเดินแล้วมองหน้าบีเอ็ม อธิบายในสิ่งที่ตนเองคิดพร้อมกับอ้างว่าจะลงเรียนต่อในเทอมหน้าเพราะไม่อยากวุ่นวายกับบีเอ็มที่กำลังทำท่าจะคัดค้านเต็มที่
“ ขอเหตุผลถ้ามึงไม่มีเหตุผลดีๆ กูลงโทษมึงแน่ ” เสียงแข็งบีเอ็มทำให้เอวาที่กำลังก้าวเท้าเดินต่อชะงักกึก
“ ลงโทษอะไรวาไม่ได้ทำผิด วาแค่อยากทำงานหาเงิน ” เอวาไม่มีข้อแก้ตัวที่ดีพอเขาคิดได้เพียงเท่านี้ เพราะทุกวันนี้ เขาคิดว่าตนเองมีเพียงพอแล้วถึงคอนโดจะเก่าแต่ก็อยู่สบาย ไม่มีรถก็มีบีเอ็มไปรับไปส่ง เงินก็ใช้ที่ทำงานหลังเลิกคลาส
“ โอเคในเมื่อไม่มีเหตุผลดีๆ วาเตรียมใจรับบทลงโทษได้เลย ! ” เสียงเข้มๆของบีเอ็มทำให้เอวานึกกลัวขึ้นมาเขามองบีเอ็มด้วยสายตาอ้อนเต็มที สายตาแบบนี้เขาไม่เคยใช้หลังจากที่พ่อกับแม่จากไปมันมักใช้ได้ผลเมื่อเขา้าอะไรสักอย่าง แต่เอวาไม่แน่ใจว่าจะใช้กับบีเอ็มได้ผลหรือไม่