หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 กฎของค่าย

            คนที่ผ่านความยากลำบากนั้นดวงแข็งนัก โดยเฉพาะเด็กไร้พ่อแม่ที่แข็งแรงเสียยิ่งกว่าวัชพืช

            อาลู่ที่บนร่างกายยังมีรอยถูกแทง พักผ่อนอยู่เพียงสิบวันก็กลับมาหายดีดังเดิม

            สิบวันที่ผ่านมานี้ สำหรับเขานับแต่จำความได้ นี่คือช่วงที่สุขสบายที่สุดในชีวิต ลืมตามาก็มีอาหารมาป้อน วันทั้งวันก็ไม่ต้องทำอะไรแค่นอนอาบแดดก็พอแล้ว

            เด็กหนุ่มรู้ว่าตนนั้นช่างโชคดีเหลือเกิน

            เขาได้ยินเหล่าปาเล่าว่าโดยปกติคนที่ได้รับบาดเจ็บเช่นเขาก็มักจะถูกทิ้งไว้ในถ้ำเชลยให้ต่อสู้กับดวงชะตาตัวเองว่าจะแข็งพอจะมีชีวิตรอดหรือไม่ ทว่ายามถูกส่งเข้าถ้ำเชลยแล้ว มีโอกาสรอดชีวิตหนึ่งถึงสองส่วนนั้นยังนับว่าเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ที่แห่งนั้นหากจะเรียกว่านรกก็คงจะไม่ผิดนัก

            แม้จะรู้ว่ากระดูกส่วนใหญ่บนภูเขากระดูกก็มาจากที่นี่ ทว่าภูเขากระดูกกองเล็กที่ทุกคนร่วมกันคารวะนั้นก็มาจากถ้ำเชลยด้วยเช่นกัน

            ที่แห่งนั้นมีสระกระดูกเล็กๆ เมื่อโยนคนลงไป ไม่นานนักกระดูกขาวสะอาดก็จะค่อยๆ ลอยขึ้นมาเอง กระดูกนั้นก็ขาวราวกับมีคนมาขัดสี

            อาลู่นั้นมีเหล่าปาคอยดูแล ยิ่งกว่านั้นแม่นางหลัวยังคอยมาหาที่นี่ทุกวัน จึงไม่มีใครกล้ามารังควานเขาชั่วคราว ทำให้เขารู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก

            บัดนี้ข้างกายยังมีนกเพิ่มมาอีกตัวหนึ่ง นกที่เหล่าปาเองก็ไม่มั่นใจว่าเป็นนกศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ แม้ใบหน้าของมันนั้นจะดูคล้ายมนุษย์ดังลักษณะของนกศักดิ์สิทธิ์ แต่กระทั่งทารกน้อยอย่างเฉินโย่ว มันก็ยังตบตีไม่ใช่ชนะ ไม่ต่างอะไรกับไก่ป่วยตัวหนึ่งสักนิด

            ทีแรกก็เริ่มจากโดนม้ากระทืบจนบาดเจ็บ ต่อมาก็โดนเฉินโย่วรังแก ยามนางเห็นมันแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาก็จะขยุ้มขนมันระบายโทสะ

            ทั้งที่ปีกมันก็ดูจะหายดีแล้วแท้ๆ ทว่าก็ยังหน้าหนาดึงดันจะรั้งอยู่ข้างกายเด็กหนุ่ม

            แม้มันจะตะกละอย่าบอกใครก็แล้วไปเถอะ มันยังชอบรังแกผู้น้อย หวาดกลัวผู้ใหญ่

            ทางนั้นโดนเฉินโย่วกับเจ้ามืดจัดการเสียอเนจอนาถ ทางนี้มันก็หมุนกายมารังแกเจ้าก้างต่อ ม้าที่ร่างกายมีแต่บาดแผลอย่างเจ้าก้าง จึงต้องมาคอยระวังภัยว่าเจ้านกตัวใหญ่นี่มันจะซุ่มโจมตีมาเมื่อไร

            สองวันก่อนหน้านั้นเป็นเพราะอาลู่ขยับตัวไม่ได้จึงต้องยอมให้เจ้านกเพี้ยนนี่อยู่ด้วย รอจนผ่านไปหลายวันที่ร่างกายเขาพอจะขยับได้ เจ้านกก็ตามติดเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาเสียแล้ว หรือต่อให้มันทำทีราวกับจะบินจากไป ทว่าไม่นานนักมันก็จะบินกลับมา

            ยิ่งกว่านั้นเจ้านกตัวนี้ เพื่อจะพิสูจน์ตัวว่ามันนั้นมีประโยชน์กว่าเจ้าม้าสองตัวและเจ้าเด็กสองขานั่นนัก บางครั้งมันจึงคาบกระต่ายป่าหรือหนูภูเขากลับมาด้วย

            เมื่อเป็นเช่นนี้ อาหารในช่วงนี้จึงนับว่าไม่เลวนัก

            อาลู่จึงไม่ได้ไล่เจ้านกนี่ไป ซ้ำยังถึงขั้นตั้งชื่อให้มันว่า ‘อวี้’

            อาลู่นั้นไม่ได้บอกใครว่าชื่อท่านแม่ของเขาก็มีคำว่าอวี้อยู่ ส่วนเรื่องวันที่ออกปล้น เขาก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟังเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องที่เขาเจอท่านแม่ ยิ่งไม่อาจเล่าว่ามีดเล่มที่ปักอยู่ในท้องเขาก็เป็นท่านแม่ที่มอบให้

            เจ้านกชอบฟังเสียงจากวงกลมที่เด็กหนุ่มเป่ามาก

            แทบจะทุกเย็น อาลู่จะต้องหยิบเจ้าวงกลมขึ้นมาเป่า จากตอนแรกที่เริ่มเป่าก็เป่าได้เพียงเสียงลมเบาๆ เท่านั้น แต่ตอนนี้เขาสามารถเป่าเป็นทำนองดนตรีที่เหล่าคนเลี้ยงสัตว์บนทุ่งหญ้าชอบขับร้องกัน ทำนองยามเป่าจากวงกลมเหล็กนี่ฟังดูแล้วก็เสนาะหูไม่เบา

            เหล่าปาบัดนี้อยู่ข้างกระท่อมไม้ของอาลู่ กำลังสร้างกระท่อมไม้ขึ้นอีกหลัง

            ท่อนไม้มากมายวางเรียงกัน

            อาลู่ก็ไม่แน่ใจนักว่าเหล่าปาลากมาจากที่ใด

            เหล่าปาแม้จะเป็นชายหลังค่อม ทว่าเรี่ยวแรงนั้นกลับไม่แพ้ใคร ท่าทางของเหล่าปายามสร้างกระท่อมนั้นก็ดูราวกับว่าคุ้นเคยกับงานไม้เป็นอย่างดี ด้วยเพราะคนปกตินั้นไม่มีทางรู้ว่าจะต้องทำประกอบคานเช่นไรให้มันตรงเสมอกัน

            กระท่อมน้อยของเหล่าปา ภายนอกนั้นดูเหมือนเขาจะใช้เพียงไม้ผุๆ พังๆ มาสร้างกระท่อม ทว่าอาลู่กลับเห็นกับตาตนเองว่าเหล่าปาไม่นานนักก็ประกอบคานและเสาให้เป็นกระท่อมตั้งขึ้นมาได้โดยลำพัง

            เหล่าปานั้นเรียกได้ใช้ความฉลาดสร้างกระท่อมมากกว่าใช้แรง มองท่อนไม้ที่ต้องใช้ชายฉกรรจ์หลายคนช่วยกันยกจึงจะตั้งขึ้นได้ ทว่าไม่รู้ว่าเหล่าปานั้นทำเช่นไรจึงแค่ดันเบาๆ ท่อนไม้นั้นก็ตั้งขึ้นเสียแล้ว ซ้ำยังตั้งอย่างมั่นคงไม่มีทีท่าว่าจะเอนล้ม

            อาลู่ลองผลักมันดูตั้งหลายทีก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย

            ในใจก็นึกสงสัยว่าช่างไม้มากฝีมือเช่นเหล่าปานั้นเหตุใดจึงได้มาเลี้ยงม้าอยู่ในค่ายแห่งนี้

            ทว่าอาลู่ก็ไม่ได้ถามออกไป

            เพราะเขาเองก็ไม่ต่างอะไรกับเหล่าปานัก กลายเป็นคนงานคนหนึ่งในค่ายแห่งนี้เช่นกัน

            หากเป็นเมื่อก่อน ต่อให้ตีเขาให้ตาย เขาก็ไม่มีทางคิดว่าตัวเองจะกลายมาเป็นหนึ่งในกองโจรแห่งทุ่งหญ้า

            เหล่าปาเพียงเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในกระท่อมหลังนี้ได้ไม่นาน กระท่อมก็เต็มไปด้วยความอบอุ่นเสียแล้ว กระท่อมหลังนี้มีทั้งเหล่าปา อาลู่ เฉินโย่วน้อย เจ้าม้าอีกสองตัว และเจ้านกเพี้ยนอีกตัวหนึ่ง

            ทุ่งหญ้าที่เคยเงียบงัน บัดนี้ทุกวันล้วนเต็มไปด้วยความครื้นเครง โดยเฉพาะเจ้าเฉินโย่วน้อย ที่ทำอย่างไรก็ไม่อาจสงบเสงี่ยมได้

            บัดนี้นางเริ่มหัดพูดแล้ว ทุกวันจึงพูดแต่อือๆ อาๆ ไม่หยุด บางครั้งก็ฟังได้ความ บางครั้งฟังอย่างไรก็ฟังไม่เข้าใจว่านางกำลังพูดอะไร

            ทว่านางกลับดูชอบใจนัก

            อาลู่เมื่อรู้สึกว่าตัวเองพักมาพอสมควรแล้ว ก็ตัดสินใจไปช่วยงานเหล่าปาต่อ

            แท้จริงแล้วหากไปเข้าร่วมการปล้นแล้วงานประเภทใช้แรงงานก็ไม่จำเป็นต้องทำอีก วันปกติก็อยู่ในค่ายไม่ต้องทำงานอะไร เพียงแค่ดูแลร่างกายให้พร้อมสำหรับการออกปล้นครั้งต่อไปก็พอ

            ทว่าอาลู่ก็ยังตระหนักได้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร

            เพียงแค่เริ่มเดินไหว เขาก็ไม่ช่วยเหล่าปาดูแลม้าทันที

            อาลู่ไม่ได้เปลี่ยนม้าตัวใหม่ ในค่ายมีกฎว่ายามออกปล้นสามารถขี่ม้าได้ตัวหนึ่ง และม้าตัวนี้จะเป็นของผู้ขี่จวบจนมันสิ้นชีพ เจ้าของเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนม้าตัวใหม่ได้ เว้นเสียแต่จะสามารถปล้นม้าตัวใหม่มาได้

            จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าใครก็สามารถครอบครองม้าได้ อาลู่นั้นมีสิทธิ์ครอบครองม้าเพียงเพราะเขาเข้าไปแทนตำแหน่งของเจ้าก้างปลา จึงได้รับม้าต่อจากเขา

            คนอื่นตามปกตินั้นต้องเข้าร่วมการปล้นแล้วดูผลงานก่อน หากทำผลงานได้ไม่ดีนักก็ทำได้เพียงแต่เดินเท้าไปช่วยขนย้ายของ หรือเป็นกองหลังเท่านั้น

            มีเพียงแต่ต้องทำผลงานได้โดดเด่นเท่านั้นจึงจะได้รับม้า

            เรียกได้ว่าในกองโจรนั้นมีการแบ่งชนชั้นและสถานะ

            กลุ่มที่ได้ขี่ม้านั้นนับว่ามีสถานะสูงสุด ยามออกปล้นก็ต้องแบกรับความเสี่ยงมากที่สุด เป็นกองหน้าที่ต้องโผเข้าไปโรมรันลงมีดลงดาบฆ่าฟัน ยามแบ่งข้าวของที่ปล้นมาได้จึงเป็นกลุ่มที่ได้ส่วนแบ่งมากที่สุด

            รองลงมาคือกลุ่มที่ขี่ลา ล่อ หรือวัว กลุ่มนี้รับหน้าที่คอยขนทรัพย์สินที่ปล้นมาได้ ความเสี่ยงก็ลดลงครึ่งหนึ่ง เช่นเดียวกับส่วนแบ่งที่ได้น้อยกว่ากลุ่มแรก

            สุดท้ายคือกลุ่มที่ไม่มีอะไรเลย อาศัยแค่สองเท้าในการเดินทาง กลุ่มนี้คนในค่ายแห่งนี้จะเรียกว่าพวกอัฐิ ด้วยยามออกปล้นก็จะส่งคนเหล่านี้ออกไปเบี่ยงเบนความสนใจ ถึงยามต้องต่อสู้ เหล่าคนในค่ายก็ไม่ได้สนใจความปลอดภัยของคนเหล่านี้ ถึงยามฆ่าคมหอกคมมีดล้วนไม่มีตาบางคราจึงเผลอฆ่าคนกลุ่มนี้อยู่เป็นประจำ

            ดังนั้นเมื่อพิจารณาจากกลุ่มนี้ อาลู่นั้นนับว่าราวกับโชคหล่นทับ

            เหล่าปาเมื่อเห็นอาลู่มีชีวิตกลับมา ก็เอาแต่ชี้แนะเด็กหนุ่มๆ สารพัด สาเหตุที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยชี้แนะอะไรนั้นเพราะในใจเขาเองก็ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะรอดกลับมาได้

            บัดนี้จึงหวังเพียงให้เด็กหนุ่มนั้นได้มีชีวิตยืนยาวขึ้นเท่านั้น

            “เจ้าเป็นคนที่นายท่านสามพาขึ้นเขามา หากร่างกายปกติแล้วก็ไปหาเขาเสีย”

            อาลู่พลันคิดถึงภาพลักษณ์ของนายท่านสามยามอยู่ในค่าย เขาก็นับว่าเป็นคนสุภาพอ่อนโยนคนหนึ่ง ยามเหล่าปาพูดถึงนายท่านสาม ก็ดูเหมือนว่าเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร

            ทว่าเมื่อคืนก่อนอาลู่กลับเห็นกับตาว่าคนที่โยนเจ้าก้างปลาลงไปในสระกระดูกคือนายท่านสาม เพียงแต่เขานั้นหวาดกลัวอยู่ในใจจนไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง

            นายท่านสามนั้นย่อมต้องเป็นคนที่สุดยอดคนหนึ่งอย่างแน่นอน ฟังจากที่เหล่าปาเล่าว่าคนในค่ายแห่งนี้ล้วนแต่ไร้อาลัยไร้ความรู้สึก ยามพี่น้องจากไป สิ่งที่พวกเขาคิดเป็นสิ่งแรกกลับไม่ใช่ความเสียใจ หากแต่เป็นการคิดหาวิธีว่าจะเอาทรัพย์สินของพี่น้องที่จากไปมาเป็นของตนได้อย่างไร ส่วนพี่น้องที่ได้รับบาดเจ็บก็ไม่ต้องเปลืองสมองคิดรักษา เพียงแค่จับโยนเข้าถ้ำเสียก็สิ้นเรื่อง ในสถานที่โหดร้ายเช่นนี้จึงไม่แปลกนักที่นายท่านสามจะได้รับคำชมว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง

            ส่วนคนที่เป็นคนดีโดยเนื้อแท้นั้น บัดนี้คงเหลือแต่เพียงกระดูกที่โดนเหยียบย่ำจนเป็นผุยผงเสียแล้ว

            “อื้อ ประเดี๋ยวข้าจะไปหานายท่านสาม” ถึงอย่างไรอาลู่ก็ยังยินดีทำตามคำชี้แนะของเหล่าปา

            ท่านอาปานั้นมีชีวิตอยู่มานานกว่าเขา

            เมื่อเห็นเด็กหนุ่มฟังเข้าใจแล้ว เหล่าปาก็เอ่ยปากต่อ “นายท่านสามชื่นชอบแม่นางหลัว ยามเจ้าจะไปหาเขาก็อุ้มเจ้าตัวเล็กไปด้วย”

            อาลู่ได้ยินเหล่าปาพูดเรื่องนี้ขึ้นมาก็พลันหน้าถอดสี ถึงขั้นเพียงครู่เดียวเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากมาย

            ทว่าครู่ต่อมาเขาก็โดนเหล่าปาตบศีรษะเข้าทีหนึ่ง

            “เจ้าอย่ามาทำเป็นตาบอด คนทั้งค่ายนี้มีใครบ้างไม่ชอบแม่นางหลัว เจ้าสัตว์ป่าพวกนี้ยามเมามายก็เอาแต่ตะโกนชื่อแม่นางหลัวทั้งนั้น”

            “นายท่านใหญ่มิใช่โปรดปรานแม่นางหลัวมากหรือ ท่านอาปา”

            อาลู่รู้ว่านายท่านสามนั้นน่ากลัวราวกับอสรพิษที่แอบซุ่มอยู่ ทว่านายท่านใหญ่นั้นน่ากลัวราวกับพยัคฆ์ในที่แจ้งที่ราวกับว่าจะกระโจนเข้ามาขย้ำเราจนตายเมื่อใดก็ได้ ทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความดุร้ายกำจายออกมาจนทำให้ผู้คนนึกหวาดกลัว จนเกิดความรู้สึกว่า ไม่ว่าขวัญกล้าเทียมฟ้าเท่าใดก็ไม่อาจไปมีเรื่องกับเขาได้

            “นายท่านใหญ่...นายท่านสาม เจ้าจะถามมากไปไย ข้าเคยได้ยินว่าเขาตกรางวัลด้วยอนุของตนให้เหล่าพี่น้องในค่ายพวกนั้นผลัดกันหรรษากับแม่นางน้อยนั่นถึงสามวันสามคืนเต็มๆ เชียว”

            เหล่าปาพูดจบก็เหมือนจะทอดถอนใจออกมา แต่ก็เหมือนว่าจะไม่

            ส่วนอาลู่นั้นก็ตกใจเสียจนนิ่งงัน

            แม่นางหลัวนั้นพาดผ้าคลุมขนสัตว์ผืนใหม่มาอีกแล้ว คราวนี้นั้นเป็นขนจิ้งจอกหิมะที่ขนขาวดุจหิมะจริงๆ ผนวกกับลำคอขาวระหง แต่แผ่นหลังที่ตั้งตรงดุจพู่กันกำลังยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมใบหน้าอมยิ้ม

            เสียงใสๆ ของทารกน้อยก็พลันดังขึ้น “เลี่ยงเลี่ยง ฉวย”

            ใบหน้างามได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้าง ทำให้นางนั้นดูงดงามหยาดเยิ้มเสียยิ่งกว่าเดิม

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111