ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ตอนที่ 32 ครั้งแรก

            ภารกิจในครั้งนี้มันช่างราบรื่น จนเขายังรู้สึกประหลาดใจและคลายความกังวลลงไปอย่างมาก จูเยว่จึงเริ่มหันมาสำรวจภายในถ้ำเมื่อมองไปรอบๆพบว่า ถ้ำแห่งนี้กว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง และด้วยการที่มีแสงลอดลงมา จากบริเวณช่องเขาทางด้านบนทำให้ภายในที่แห่งนี้ หาได้มืดมิดแต่อย่างใด

     

            จูเยว่หันไปเห็นกระดูกกองหนึ่งมันมีทั้งกระดูกของมนุษย์และสัตว์อสูรอยู่ในนั้น แต่ตัวเขาไม่ได้สนใจมันมากนักแต่เมื่อหันไปสำรวจรอบๆอีกครา ปรากฏไข่ใบหนึ่งอยู่บริเวณกลางพื้นที่ภายในถ้ำ

     

            ในขณะที่อยู่ภายนอก เขาไม่สามารถสัมผัสได้ถึงไข่ใบดังกล่าวเพราะมันได้แผ่พลังชีวิตออกมาอย่างเบาบาง จนยากที่เขาจะสัมผัสถึงมันหากไม่เข้ามาภายในถ้ำนี้เสียก่อน

     

            เมื่อจูเยว่เดินเข้าไปถึงบริเวณที่ไข่ดังกล่าวอยู่ได้กล่าวกับตนเองออกมาด้วยความสงสัย

     

            “ม้าออกลูกเป็นไข่? ช่างแปลกประหลาดยิ่งนักหรือว่าจะเป็นไข่ของสัตว์อสูรตนอื่นกัน?”

     

            มันได้สร้างความประหลาดใจให้แก่จูเยว่เป็นอย่างมากเพราะมันแตกต่างจากสามัญสำนึกทั่วไป ในโลกที่เขาจากมาจึงกระตุ้นความอยากรู้ของตนขึ้นมา

     

            จูเยว่อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไป เพื่อตรวจสอบสิ่งที่อยู่ภายในเพียงสัมผัสมันชั่วครู่ เขาก็ทราบได้ทันทีว่านี่เป็นไข่ของสัตว์อสูรอาชาเกราะทมิฬจริงๆ เพราะมันมีกลิ่นอายแบบเดียวกันอยู่ภายใต้เปลือกไข่ใบนี้ แต่มันเบาบางเป็นอย่างมาก

     

            ผ่านไปเพียงไม่กี่อึดใจ สีหน้าที่ราบเรียบก่อนหน้าของจูเยว่กลับแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา คิ้วเริ่มที่จะขมวดเข้าหากันพร้อมกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอันเป็นกังวล

     

            “ทำไม... มันถึงได้กลับมาเร็วเช่นนี้กัน?! หรือว่าสัตว์อสูรตนนี้ สามารถสัมผัสถึงอันตรายของลูกมันได้!!”จูเยว่สัมผัสได้ว่า อสูรอาชาเกราะทมิฬได้ย้อนกลับมายังถ้ำแห่งนี้แล้ว ซึ่งตอนนี้มันอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ 4-5 ลี้จากระยะที่เขาสัมผัสได้

     

            ตอนนี้จูเยว่เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมา ในความช่างสงสัยของตนหากเขารีบจากไปโดยไม่สนใจสิ่งใด คงไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตรายเป็นเพราะตั้งแต่จูเยว่รู้สึกตัวขึ้นมาในโลกใบนี้ เขายังไม่เคยพบเจอกับอุปสรรคใดๆจึงทำให้เกิดความชะล่าใจขึ้น

     

            ลมปราณเวทย์ถูกหมุนเวียนขึ้นมาอีกครั้งพร้อมทั้งเร่งใช้ออกด้วยทักษะมายาชั่วพริบตาเพื่อหลบหนีออกไปจากถ้ำแห่งนี้โดยเร็วที่สุดแม้ว่าจูเยว่จะเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเพียงใดก็ตามแต่เมื่อพ้นออกจากปากถ้ำมาเพียงเล็กน้อย ร่างสีดำทมิฬของสัตว์อสูรอาชากลับอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่ 1 ลี้เท่านั้นพร้อมแผ่กลิ่นอายอันหน้าสะพรึงกลัว

     

            ฮี่ๆ!! ฮี่ๆ!!!

     

            อาชาเกราะทมิฬส่งเสียงร้องดังกึกก้องไกลออกไปนับร้อยลี้สัตว์อสูรที่อยู่ในรัศมีไม่ไกล ต่างเร่งถอยห่างออกไปอย่างไม่คิดชีวิต เพราะรับรู้ได้ถึงอารมณ์อันเดือดพล่านของราชาแห่งผืนป่า หากพวกมันยังคงอยู่ในบริเวณอันใกล้อาจโดนลูกหลงตกตายไปอย่างไม่ทันรู้ตัว

     

            หลังจากจูเยว่สังเกตุเห็นความเร็วของสัตว์อสูรเบื้องหน้าที่กำลังพุ่งมา ก็ทราบได้ทันทีว่า ต่อให้เขาใช้ความเร็วในระดับสูงสุดก็ไม่สามารถหลบหนีจากสัตว์อสูรตนนี้ไปได้ 

     

            เมื่อคิดได้เช่นนั้น เลือดในร่างเริ่มสูบฉีดด้วยความต้องการท้าทายศัตรูที่แข็งแกร่งเบื้องหน้า เพราะนี่ถือเป็นการต่อสู้เสี่ยงชีวิตครั้งแรกของเขาในโลกใบนี้! 

     

            ทันทีที่จูเยว่ตัดสินใจที่จะเข้าปะทะกับสัตว์อสูรอาชาเกราะทมิฬลมปราณเวทย์พลันหมุนเวียนไปทั่วทั้งร่าง พร้อมทั้งเคลื่อนที่ออกเพื่อหลอกล่อสัตว์อสูร ที่ยังคงพุ่งมาด้วยความเร็วที่ไม่ลดลง ไปยังบริเวณกำแพงหินที่อยู่ข้างปากถ้ำ!



     

            ...ก่อนหน้าประมาณหนึ่งก้านธูปอาชาเกราะทมิฬได้สัมผัสถึงใครบางคน ที่ได้สัมผัสลูกของมันที่ยังอยู่ภายในไข่ด้วยพลังจิตที่สื่อถึงกันระหว่างแม่และลูกของสัตว์อสูรทำให้มันเร่งรีบพุ่งกลับมาด้วยความโกรธแค้น

     

            เมื่อร่างของอาชาเกราะทมิฬได้พุ่งมา อยู่ห่างจากปากถ้ำประมาณ 1 ลี้ มันได้มองเห็นมนุษย์ผู้หนึ่งที่เคลื่อนที่ออกมาจากภายในถ้ำที่มันอาศัย พร้อมกับมีกลิ่นอายของลูกมันอยู่บนร่างแม้ตอนนี้มันจะสัมผัสได้ว่าลูกของมันยังอยู่ภายในถ้ำเช่นเดิมแต่ก็ไม่สามารถหยุดอารมณ์ที่คลุ้มคลั่งของมันได้

     

            อาชาเกราะทมิฬหาได้ชะลอความเร็วลงแต่อย่างใดกลับพุ่งตัวออกไปด้วยความเร็วที่มากกว่าเดิมเพราะตอนนี้มันต้องการบดขยี้ร่างของศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า ให้แหลกละเอียด!ที่หาญกล้าบุกรุกเข้ามาถึงถิ่นของมัน

     

            เมื่อจูเยว่สัมผัสถึงจิตสังหาร ของสัตว์อสูรเบื้องหน้าที่พุ่งมายังตนมุมปากได้ถูกแสยะขึ้นมา 

     

            “คิดสังหารข้า! คงไม่ง่ายนัก!!”พร้อมกับใช้ทักษะมายาชั่วพริบตา ในจังหวะที่อาชาเกราะทมิฬพุ่งเข้ามาในระยะที่ห่างจากตนเพียงเล็กน้อยเหลือทิ้งไว้เพียงภาพติดตายามที่อสูรตนนั้นพุ่งมาถึง

     

            บรึ้มมม!!!!!!

     

            เสียงเสมือนระเบิดดังขึ้น จากการที่สัตว์อสูรอาชาเกราะทมิฬได้กระแทกเข้ากับกำแพงหินอย่างรุนแรงเมื่อมองไปยังกำแพงหินบริเวณที่จูเยว่ขวางอยู่เมื่อครู่กลับปรากฏเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา พร้อมกับร่างอาชาสีดำที่ถูกกลบฝัง

     

            ตอนนี้อาชาเกราะทมิฬ ค่อยๆขยับร่างออกมาจากกองหินที่ทับร่างของมัน ด้วยความรู้สึกสับสนงุนงงเพราะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงร่างเนื้อของมนุษย์ผู้นั้นยามเมื่อเข้าปะทะเมื่อครู่ได้

     

            เมื่อสัตว์อสูรอาชาเกราะทมิฬ เริ่มที่จะได้สติและมองออกไปกลับพบเจอร่างร่างหนึ่งปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงทั่วทั้งตัวบริเวณด้านหลังของร่างนั้น ปรากฏเป็นรูปลักษณ์คล้ายวิหคเพลิงสยายปีกออกมาพร้อมกับพุ่งตรงมาทางมัน!

     

            นั้นคือร่างของจูเยว่ที่ใช้ออกด้วยทักษะกายวิหคเพลิง อีกทั้งยังใช้เวทย์กายาทองคำผสานเข้ากับทักษะโจมตีทำให้ตัวเขามั่นใจว่า ย่อมสามารถสร้างบาดแผลให้แก่สัตว์อสูรระดับวิญญาณขั้นที่ 4 ได้!

     

            แม้ว่าอาชาเกราะทมิฬจะสัมผัสได้ถึงพลังโจมตีดังกล่าวแต่ไม่สามารถที่จะหลบหลีกได้ทัน ทำให้หมัดของมนุษย์เบื้องหน้ากระทบร่างของมันอย่างไร้ความปราณี!

     

            เปรี้ยงงงง!!!!!!!!!

     

            เสียงร่างของอาชาเกราะทมิฬ ซึ่งโดนหมัดของจูเยว่เข้าไปอย่างไม่ทันตั้งตัวดังสนั่นขึ้นมาทั่วทั้งบริเวณ ซึ่งร่างของสัตว์อสูรตนดังกล่าวได้กระแทกเข้าไปภายในกำแพงหิน ที่ตัวมันพึ่งลุกขึ้นเดินออกมาเมื่อครู่แต่ในครั้งนี้ มันถูกฝังลึกเข้าไปภายใน จนไม่สามารถมองเห็นร่างที่ใหญ่โตของมันได้

     

            ฮี่ๆ!!! ฮี่ๆ!!!!

     

            เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของอาชาเกราะทมิฬแทรกผ่านก้อนหินที่ทับร่างของมันเอาไว้ได้ดังขึ้นมา...