“ว่ากันว่า”
การเล่าเื่เริ่มต้นขึ้น ระหว่างเื่เล่ากำลังดำเนินไปช้าๆนี้เองนั้น ตงฟางได้มองจ้องไปยังตะกร้าด้านหลังของลู่จิว ภายในตะกร้าล้วนเต็มไปด้วยสมุนไพรที่เขาจะต้องเก็บ ตอนนี้พวกมันถูกยัดจนเต็มตะกร้าทำให้เขารู้ว่าไอ้บ้าที่เก็บสมุนไพรไปจนหมดคือเพื่อนของเขาเองจนทำให้เขาเกิดความรู้สึกโมโห
“พวกเขาเป็พ่อค้าเดินทางค้าขายไปเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าการเดินทางครั้งนี้กลับพิเศษเป็อย่างมาก”
“พิเศษยังไงวะไอ้ลู่จิว” ตงฟางทำหน้าสงสัย
“แกเห็นขบวนรถม้าสีขาวด้านหลังนั่นไหม พวกเขาเป็คนของจักรวรรดิเทียนหยวน”
“คนจากเมืองหลวง” หนิงเหอแสดงสีหน้าใออกมา หลังจากรู้ตัวตนกลุ่มคนที่เดินทางมากับพ่อค้า
“ใช่แล้วหนิงเหอ พวกเขามาจากเมืองหลวง แล้วฉันได้ยินเื่ที่พวกเขาคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านด้วยนะตงฟาง ทำให้ฉันมาดักรอตรงนี้”
“เื่อะไรวะ” บนหน้าหน้าของตงฟางยังคงปรากฎความสงสัย
“พวกเขาจะมาทำพิธีชำระล้างให้กับเด็กในหมู่บ้านที่อายุ 15 ปีขึ้นไป”
ดวงตาของตงฟางเบิกกว้าง ตอนนี้โลกแห่งผู้ใช้จิติญญาสำหรับเขาและน้องสาวเปิดขึ้นแล้ว หากพวกเขาได้รับการชำระล้างพวกเขาทุกคนจะได้รับการปลุกิญญายุทธ์ขึ้นมา
ด้วยการปลุกิญญายุทธ์เป็เครื่องยืนยันว่าพวกเขาจะกลายเป็ผู้ใช้จิติญญาแล้วไม่จำเป็ต้องเก็บพลังของพวกเขาเอาไว้อีกต่อไป การใช้งานพลังสามารถทำได้อย่างเปิดเผย ไม่มีใครสงสัยพวกเขาอีกต่อไป ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็การปลดล็อกคอขวดของพวกเขาอีกด้วย
ตงฟางและน้องสาวอยู่ขั้นชำระชีพจรขั้น 9 แล้ว หากิญญายุทธ์ตื่นขึ้นจะเป็การปลดล็อกให้พวกเขาก้าวข้ามไปยังระดับถัดไป สำหรับตัวของเขาต้องดูดซับแกนพลังิญญาอีกเล็กน้อยเพราะไม่มีพลังสะสมเหมือนของน้องสาว หากปลดล็อกเสร็จเขาเชื่อว่าพลังสะสมที่หนิงเหอเก็บไว้จะทำให้เธอก้าวข้ามไปยังระดับที่สูงขึ้นไปได้อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องดูดซับแกนพลังิญญาเหมือนเขา
“แล้วพวกเขาจะชำระล้างวันไหน”
“พรุ่งนี้เช้า”
“โอเค ไว้เจอกัน ว่าแต่นั่นแกไปเก็บสมุนไพรมาใช่ไหม”
“ใช่ มีอะไร แล้วนั่นทำไมแกเก็บได้น้อยจัง” ลู่จิวมองไปยังตะกร้าของตงฟางและหนิงเหอที่มีสมุนไพรคนละ 10 ต้นเท่านั้น พริบตาที่เขาสงสัยเท้าของตงฟางก็เตะเข้าไปยังเอวจนเขาล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดิน
“โอ๊ย~! แกเตะฉันทำไมไอ้ตงฟาง”
“แกมันสมควรโดน ไอ้ลู่จิว บ้านแกไม่สอนหรือไงว่าหากเก็บของป่าให้เหลือต้นเล็กมันเอาไว้ ไอ้บ้าเอ๊ย เสียอารมณ์”
“อย่า อย่านะไอ้ตงฟาง”
การเตะระบายอารมณ์โมโหเริ่มขึ้น แม้ตงฟางจะลงมือหนิงเหอกลับไม่เข้าไปห้ามเลยสักนิด เพราะพลังที่ตงฟางใช้มันเบามากๆ เป็เพียงแค่การเตะหยอกล้อเท่านั้น
“วันหลังอย่าให้เจออีกนะ ไอ้สมองขี้เลื่อย”
“โอ๊ยๆ วันหลังลู่จิวคนนี้จะไม่ทำอีกแล้ว”
เืสีแดงไหลออกมาจากจมูกพร้อมกับดวงตาทั้งสองข้างเขียวช้ำ ลู่วจิวที่ถูกชกบนพื้นได้ลุกขึ้นมาทำความเคารพตงฟางก่อนจะเดินทางไปด้วยกัน สถานที่ตงฟางกำลังเดินทางไปนั้นคือบ้านของเขา ส่วนสถานที่ลู่จิวเดินไปคือร้านยาแล้วก็เป็บ้านของตงฟางเช่นเดียวกัน
“ลุงหยุน ผมเอาสมุนไพรมาขายครับ~!”
เสียงร้องะโลั่นหน้าร้านทำเอาตงฟางต้องยกกำปั้นเตรียมชกต่อย ลู่จิวที่เห็นหมัดเขาก็หุบปากฉีกยิ้มให้ตงฟางเมื่อรู้ว่าตัวเองะโเสียงดังเกินไป
“อ้าวลู่จิว วันนี้เก็บอะไรมาขายล่ะ”
“นี่ครับ ผมเก็บหญ้าแม่น้ำมาขาย ทั้งหมดเป็เงินเท่าไหร่ครับ”
“สภาพมันช้ำไปหน่อยนะ ความเป็ยามันลดไปเยอะเลย ลุงให้ 5 หินิญญาก็แล้วกัน”
“ขอบคุณครับ”
ตะกร้าสมุนไพรวางทิ้งไว้หน้าร้านพร้อมกับร่างของลู่จิววิ่งจากไปด้วยใบหน้าเบิกบานหลังจากได้เงิน
“พ่อ ได้มาแค่นี้แหละ”
“ของหนูก็เช่นกันค่ะ”
“หืม แล้วทำไมไอ้ลู่จิวมันเก็บได้เยอะแยะเลยล่ะ” ตงฟางมองจ้องไปยังพ่อตัวเองที่กำลังทำหน้าตาสงสัย เขาจึงถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายทั้งๆที่พ่อของเขาก็น่าจะรู้
“พี่ลู่จิวเก็บไปก่อนพวกเราค่ะ จึงทำให้เก็บมาได้แค่นี้”
“ไม่เพียงแค่นั้นนะพ่อ ไอ้บ้านั่นเก็บมาทั้งหมดไม่เหลือให้มันได้โตเลย”
“อ้าว แบบนี้ก็แย่สิ ดูเหมือนว่าลู่จิวจะเหมาะกับใช้แรงมากกว่าใช้หัวนะหนิ”
“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละพ่อ ขอตัวไปทำกับข้าวก่อนนะ”
“หนูไปช่วยพี่ตงฟางอีกแรงนะคะคุณลุง”
“จ้าๆ เป็เด็กดีจริงๆหนิงเหอของลุง ฮ่าๆๆ”
หลี่หยุนมองจ้องไปยังลูกชายและลูกสาวบุญธรรมพลางยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกอารมณ์ดี ก่อนจะเริ่มเลือกสมุนไพรในตะกร้าของลูจิ่วเพื่อจะหาต้นที่ยังไม่ช้ำมาเก็บไว้
“ให้ตายเหอะ นี่มันเก็บสมุนไพรมาขายหรือเก็บหญ้ามาให้สัตว์อสูรวะเนี๊ย”
มือซ้ายยกขึ้นมากุมขมับ หลังจากสมุนไพรในตะกร้ามันช้ำกว่าที่คิดจากการยัดลงไปในตะกร้าเพื่อให้บรรจุได้เยอะที่สุด
—-----------------------
“หมู่บ้านของเราไม่ค่อยมีคนเดินทางเข้ามา บ้านหลังนี้เราได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดแล้ว หวังว่าท่านจะพอใจกับมันนะ”
หัวหน้าหมู่บ้านกล่าวออกมาด้วยความนอบน้อมต่อหน้าเหล่าคนสวมชุดคลุมและชุดเกราะสีขาว บ่งบอกว่าพวกเขามาจากเมืองหลวง
“ไม่เป็ไร ทางเราจะอยู่อีก 7 วัน พรุ่งนี้ก็เตรียมเด็กมาให้พร้อม เราจะเริ่มทำพิธีชำระล้างให้พวกเขา”
“ขะ..ขอบคุณ ขอบคุณท่านนักบวช ขอบคุณพวกท่านที่เห็นแก่หมูบ้านเล็กๆของพวกเรา ในที่สุด ในที่สุดพวกเราก็ได้รับการชำระล้าง”
หัวหน้าหมู่บ้านก้มหัวแนบพื้นกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจ ปกติพวกเขาจะต้องเดินทางไปยังเมืองใหญ่เพื่อส่งเด็กของพวกเขาเข้ารับการชำระล้าง เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่สามารถให้เด็กได้รับการชำระล้างได้ทุกคน เนื่องจากว่าการชำระล้างที่เมืองใหญ่มีค่าใช้จ่ายสูงมากๆ ชาวบ้านจึงลงขันช่วยกันออกค่าใช้จ่ายให้ได้เพียงแค่เด็กที่ดูมีความสามารถเท่านั้น
ปีนี้กลับเป็ปีที่ดีเป็อย่างมากเพราะนักบวชจากจักรวรรดิเดินทางมายังหมู่บ้านของพวกเขา ทำให้ไม่เสียเงินเลยสักนิด
“พวกแกสองคนเฝ้าหน้าประตู อย่าให้ใครเข้ามาได้”
ชายสวมชุดเกราะสีขาวสองคนยืนเฝ้าหน้าประตู ปล่อยให้ชายสวมชุดเกราะและผ้าคลุมสีขาว 8 คนเดินเข้าไปในบ้าน
“ตอนนี้เราอยู่ไหน”
“ตรงนี้ เราอยู่หมู่บ้านไม้เขียวแล้ว ห่างจากนี่ไปราว 5 กิโลเมตรจะถึงแม้น้ำ ถ้าเราเดินทางข้ามไปก็จะถึงเขตสัตว์อสูร”
“ดี มันจะต้องไม่มีอะไรผิดพลาด ห้ามให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด”
—----------------------
“พ่อ เมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวนอยู่ไกลไหม”
อาหารมากมายวางบนโต๊ะ ทุกอย่างล้วนแล้วมาจากผักและสมุนไพร น้อยนักจะมีเนื้อวางบนจาน คำถามที่ตงฟางเอ่ยถามออกไปนั้นทำให้พ่อต้องหันมองด้วยการเลิกคิ้วแสดงท่าทางสงสัย
“มีอะไร ถามทำไม”
“นะนะพ่อ บอกหน่อยนะ”
“ไม่บอกหรอก เดี๋ยวแกก็แอบไป แต่ก็นะ แกไปไม่ได้หรอกต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเดินทางถึง”
“ไกลขนาดนั้นเลย”
“ใช่ มันไกลมากๆ” หนิงเหอนั่งมองลุงและพี่ชายคุยกัน พลางตักอาหารให้ทั้งสองคน
“แล้วก่อนจะถึงเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวนต้องผ่านเมืองไหนก่อนไหม”
“เอ๊ะ ถามมากจัง กินข้าวแล้วก็ไปนอนซะไป”
“ก็มันสงสัยนี่พ่อ อีกอย่างนะในหมู่บ้านเราก็มีคนของจักรวรรดิเดินทางเข้ามา ผมเลยอยากรู้ว่าพวกเขามาไกลแค่ไหน”
ตงฟางทำหน้าตาออดอ้อนให้พ่อของเขายอมบอก แม้มันจะดูขายหน้าต่อหน้าน้องสาวก็ตาม ด้วยความอยากรู้เขาจึงพยายามอ้อนวอนให้พ่อบอกเื่นี้ มันเป็พื้นฐานในการใช้ชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ หากเขาไม่รู้ว่ารอบๆหมู่บ้านมีเมืองมากมายแค่ไหนเขาจะเป็เหมือนกบในกะลา
“เฮอ~ ให้ตายสิ บอกก็บอก เอาละเปิดหูของแกให้ดีไอ้ลูกเวร ตอนนี้สถานที่เราอยู่อาศัยคือหมู่บ้านไม้เขียว”
จานข้าวบนโต๊ะถูกเก็บจากนั้นหลี่หยุนก็เริ่มวาดแผนที่คร่าวๆให้ลูกของเขาดู
“รอบๆหมู่บ้านของเราหากใช้เวลาสัก 1 วันก็จะเจอหมู่บ้านอีกเยอะ เล่าไปแกก็จำไม่ได้หรอก เอาเป็ว่าหากเดินทางไปยังทิศตะวันออกสัก 1 เดือน แกจะไปถึงเมืองหลงไห่ แล้วเดินไปยังทิศตะวันออกต่อจากเมืองหลงไห่ไปแกจะเจอเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน”
“อ๋อ พอจะเข้าใจแล้ว”
“แต่การเดินทางมันไม่ง่ายหรอกนะ แกจะต้องเจอกับโจร สัตว์อสูร พื้นที่ลึกลับมากมาย ไม่แน่อาจจะเป็การเดินทางที่ทำให้แกตายก็ได้เพียงแค่้าเดินทางไปยังเมืองเหล่านี้”
“พ่อ พรุ่งนี้คนของจักรวรรดิจะทำพิธีชำระล้างผมและหนิงเหอเข้าร่วมด้วยได้ไหม”
ตงฟางมองจ้องหน้าพ่อของเขาด้วยความหวัง กลัวว่าพ่อจะไม่ให้เข้าร่วม
“เอาสิ ถ้าแกคิดว่าจะเป็ผู้ใช้จิติญญาได้ก็ลองดู แต่บอกก่อนเลยว่าแกจะต้องเสียใจแน่นอน”
“มีอะไรเหรอพ่อ”
“ไม่บอกหรอก ฉันจะรอดูแกร้องไห้ขี้มูกโป่ง เอาล่ะฉันอิ่มแล้ว เก็บแล้วก็ล้างด้วย สำหรับการชำระล้าง ฉันเชื่อว่ามันจะทำให้แกกลับมารับ่ร้านยาต่อจากฉันแน่นอน”
“พ่อ พ่อ ทำไมผมถึงต้องร้องไห้ พ่อ~!”
ตงฟางมองตามหลังพ่อของเขาไปด้วยความรู้สึกสงสัย เขาอยากรู้ว่าตัวเองจะร้องไห้ทำไม พ่อของเขากลับไม่หันหลังกลับมาตอบคำถามเขาจึงมองหน้าน้องสาวแล้วยิ้มแหยให้เพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องร้องไห้ทำไมในวันพรุ่งนี้
“เอาล่ะหนิงเหอ เรารีบล้างจานแล้วก็เข้านอนกันเถอะ”
“ค่ะพี่ตงฟาง”
สองพี่ชายน้องสาวช่วยกันเก็บจานข้าวนำไปล้างทำความสะอาด ก่อนที่พวกเขาจะแยกห้องกันนอนในคืนนี้ ด้วยความหวังว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะได้ิญญายุทธ์ทรงพลัง
“สาธุ ขอให้เป็ปืนใหญ่ ไม่สิ โลกนี้ไม่มีปืนใหญ่ ขอเป็อะไรที่ทรงพลังก็แล้วกัน หากเป็อาวุธก็ขอให้เป็อาวุธทำลายล้าง หากเป็สัตว์อสูรก็ขอให้มันเป็ระดับตำนานไปเลยก็แล้วกัน แต่เดี๋ยวก่อนนะ ความเ็ปนี้มัน”
ตงฟางกำลังยิ้มหวานบนเตียงนอนพลางคิดถึงสิ่งที่เขาจะได้รับในวันพรุ่งนี้ผ่านพิธีชำระล้าง ทันใดนั้นเขากลับลุกขึ้นมากระทันหันเมื่อร่างกายของเขารู้สึกเ็ปเป็อย่างมาก หลังจากไม่ได้รับความเ็ปนี้มาราว 1 อาทิตย์ได้
“บ้าเอ๊ย ทำไมต้องมาเป็วันนี้ด้วยเนี๊ย”
สองมือรีบเขย่าขวดยาเพื่อนำมาบรรเทาอาการเ็ปตามร่างกาย ทันใดนั้นเขากลับใเมื่อยาของเขาหมดลงไปแล้ว ตงฟางจึงหอบเอาร่างที่เต็มไปด้วยเหงื่อออกไปจากห้องมุ่งตรงไปยังห้องเก็บสมุนไพรมากมาย จากนั้นก็เริ่มนำสมุนไพรต่างๆใช้สำหรับต้านพิษในร่างกายของเขาที่กำลังทำให้เขาเ็ปออกมาเคี้ยวกิน
แรงจะะโเรียกน้องสาวก็ไม่มี แรงจะเรียกพ่อก็ไม่สามารถเค้นออกมาได้ ทำได้เพียงพยายามใช้สายตาพร่ามัวและแรงที่เหลือน้อยนิดหยิบจับสมุนไพรต้านพิษที่รู้จักมากัดกินก่อนจะหมดสติเพราะความเ็ป กระทั่งทุกอย่างกลืนลงท้องร่างของตงฟางก็ทิ้งตัวนอนลงไปบนพื้นหลับไปในทันที แม้จะมีความเ็ปเกิดขึ้นก็ตาม
“อ้าว ไอ้ลูกคนนี้มันมานอนทำอะไรตรงนี้เนี๊ย”
หลี่หยุนเดินเข้ามาในบ้านหลังจากเดินไปตรวจสอบบางอย่างเกี่ยวกับคนของจักรวรรดิ เขาจึงรีบเดินเข้าไปจับชีพจรของลูกชาวจนพบว่าหายจากอาการกำเริบแล้วจึงปล่อยให้นอนบนพื้นต่อไป พลางส่งยิ้มสะใจให้ลูกชายหลังจากนึกสนุกปล่อยให้นอนบนพื้นจนถึงเช้า