***ว่าที่ราชันแห่งสรรพสัตว์ [ไพไรต์]
"นั่น คือยานอพยพโนอาร์ค่ะนายท่านไพไรต์"
สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สูงทะลุสรวงสวรรค์ตรงหน้า คือยานอพยพที่โนอาร์เคยเล่าให้ฟัง
ถึงไม่ค่อยเข้าใจความหมายของยานอวกาศ แต่พอได้เห็นกับตา ก็สามารถเข้าใจได้ทันที ว่ามันเป็นอะไรที่คล้ายกับเรือท่องมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
"การเข้าถึงกองทัพ อาวุธ และการเดินระบบยาน มีแต่ท่านไพไรต์เท่านั้น เพียงแค่นายท่านออกคำสั่ง การโจมตีก็จะเริ่มขึ้นค่ะ"
โนอาร์ถอดสายบัวให้ผมอีกครั้ง
"หากท่านปราถนาให้กวาดล้างเมืองของศัตรู เราจักมอบความปราถนานั้นให้”
“หากท่านต้องการสร้างสมดุลของสงคราม เราจักทำให้”
“หรือหากท่านต้องการสร้างอำนาจให้ตนเอง เราจักขอมอบอำนาจนั้นให้แก่ท่าน"
มันถึงเวลาแล้วสินะ
ในที่สุด เวลาที่รอคอย เหตุผลในการออกเดินทางผจญภัยทั่วทวีปของผม มันก็บรรลุผลในที่สุด
… ถึงจะรู้สึกว่าความจริงไม่ได้ทำอะไรก็ตามทีเถอะนะ
"ดีละ ถ้าอย่างงั้น---"
ที่ผมต้องทำ มีเพียงแค่ออกคำสั่ง---
"..."
---นี่… ผมคิดถูกแล้วใช่ไหม?
คำปฏิเสธของแฟต กำลังเริ่มไหลย้อนเข้ามาในความคิดของผม
ถ้าสั่งโจมตี มันอาจจะทำให้เผ่าอสูรกายต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก
แล้วสงครามมันไม่สนว่าคน ๆ นั้นคือใคร
บางทีคนที่ตาย อาจจะเป็นคนรู้จักหรือคนสำคัญของพวกลิลลี่
ชนเผ่าสัตว์บางกลุ่มเอง ก็ยังอาศัยและเป็นมิตรกับพวกเผ่าอสูรกาย
เพียงแค่คำ ๆ เดียวของผม มันจะทำให้ชะตาของอีกหลายชีวิตต้องจบลง
ผม… มีสิทธิ์มากพอที่จะแย่งชีวิตของพวกเขาแล้วหรือ?
บางทีมันอาจจะมีวิธีอื่นที่สามารถหยุดการนองเลือดของสงครามได้ดีกว่านี้หรือเปล่า?
"เห้ย ดูนั่นสิ! พวกเผ่าอสูรกิายมันเริ่มโจมตีใส่สิ่งก่อสร้างประหลาดแล้ว! "
ที่นอกหน้าต่าง บางสิ่งที่ลุกท่วมไปด้วยแสงสีแดงจำนวนมาก กำลังวิ่งตัดผ่านท้องฟ้าไปสู่ยานโนอาร์
*บรึ๊ม!! *
"ระเบิดกลางอากาศ!? "
ลูกไฟสีแดงฉานกำลังลุกไหม้ขึ้นใจกลางนภาอากาศอันกว้างใหญ่
ดูเหมือนว่ามันจะถูกอะไรสักอย่างโจมตี จนทำให้ระเบิดออกก่อนที่จะถึงผิวของตัวยาน
ศัตรูเริ่มที่จะโจมตีใส่ยานโนอาร์แล้ว
ชิ...
นี่ไม่คิดจะให้มีเวลาทบทวนแผนการสักหน่อยเลยหรือ?
"นายท่านไพไรต์ค่ะ ถึงระบบป้องกันยานอพยพจะไร้เทียมทาน แต่ถ้าปล่อยให้โดนถล่มฝ่ายเดียว มันก็มีสิทธิ์พังได้ค่ะ"
เรื่องแบบนั้นผมรู้อยู่แล้วน่า…
แต่ว่าผมนะ…
"ไพไรต์ ถึงฉันจะไม่รู้ที่มาที่ไป แต่ถ้านายเคยตัดสินใจว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง ก็ลงมือทำมันไปเลยสิ"
ในตอนนั้นเอง ที่โทแพซ แม่เสือสุดรักของผมเอยคำพูดออกมาจากข้างหลัง
แต่ว่า…
“นี่มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของผู้คน---"
"ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งนาย ต่อให้นายตัดสินใจแหวกว่ายลงไปในโคลนตมจนตัวเองแปดเปื้อน ฉันก็พร้อมที่จะลงไปแหวกว่ายไปพร้อมกัน"
“...”
อ๊า…
นั่นสินะ
ทำไมยังต้องมามัวลังเลอะไรอีก?
ในเมื่อคิดตัดสินแผนการไปแล้ว งั้นก็ลงมือทำมันไปเลยสิ
จะมามัวยึกยือไปทำไมกันละ?
"โนอาร์ ดำเนินตามแผนการ ช่วยมอบอำนาจให้กับผมที"
"ตามรับบัญชาค่ะนายท่าน"
***
" ท่านผู้อาวุโสครับ มะ… ไม่ไหวครับ! กองทัพนักรบที่ทานยาเข้าไป ไม่อาจจะเอาชนะเจ้าอสูรกายได้ครับ! รีบเรียกผู้กล้าออกมารับมือเถอะครับท่าน! "
"ยังไม่ทันถึงเมืองศัตรู กลับต้องเรียกใช้ผู้กล้า… นั่นนะคือไพ่ตายสุดท้าย… เรื่องบ้า ๆ แบบนี้…"
แนวหน้าของกองทัพชนเผ่าสัตว์ กำลังอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะแตกพ่าย
นักรบผู้ยอมขายวิญญาณเพื่อล้มอสูรกายไร้ชีวิต ต่างอยู่ในสภาพที่น่าสังเวช
กายเนื้อวิบัติบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อผิดรูปร่าง
พวกเขาทั้งหนึ่งร้อยชีวิต ต่างได้รับพลังแขนและขาที่ก้าวเหนือสามัญสำนึก ซึ่งฉีกกระชากได้แม้แต่ขุนเขา
แต่กระนั้น ทั้งที่มีพลัง ทั้งที่ยอมขายวิญญาณตัวเอง พวกเขาก็มิอาจที่จะล้มศัตรูตรงหน้าได้
ไม่ว่าจะทำลายแขนขา หรือแม้กระทั้งตัดหัว อสูรไร้ชีวิตก็ยังคงลุกขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่ามิรู้จบ
สู้จนกระทั้งไฟชีวิตตัวเองมอดม้วยดับสูญ พวกเขาก็ยังไม่อาจเอาชนะศัตรูของเขาได้
"ทำไมกัน... ทั้งที่พวกเราสู้ถวายชีวิตถึงขนาดนี้… "
ท่ามกลางความสิ้นหวัง ผู้นำทัพอย่างสิบผู้เฒ่าก็เริ่มหลั่งน้ำตาออกมา
พวกเขาไม่อยากทำสงครามเพราะรู้คุณค่าของชีวิต
แต่ยามนี้คือเวลาที่ต้องลุกขึ้นสู้ เพื่อแผ่นดิน เพื่อเทพเจ้า เพื่อคนที่พวกเขาต้องปกป้อง
ทั้งที่ต่อสู้เพื่อเผ่า เพื่อเทพเจ้า และทุ่มสุดตัวถึงเพียงนี้
เหตุใด…
เหตุใด ทำไมเทพเจ้าที่เคารพรักถึงยังไม่คิดลงมาช่วยเหลือพวกเขา?
หัวใจของพวกเขา เริ่มตกสู่ห้วงเวลาแห่งความสิ้นหวังมืดมิด
ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ทำให้พวกเขาเริ่มเปลี่ยนความโกรธไปลงกับสิ่งที่ตนเองเชื่อถือศรัทธา
"ท่านโนอาร์ ท่าน… ท่านทอดทิ้งพวกเราไปแล้วจริง ๆ หรือครับ…"
ยิ่งรักมากก็ยิ่งเกลียดชังมากขึ้น
ประหนึ่งดังเสาที่ถูกหุ้มด้วยเปลือกที่แข็งกร้าว แต่กลับมีแกนภายในที่เปราะบางดั่งไส้ดินสอ
หากทำให้แกนภายในแตกร้าวแม้เพียงแค่น้อยนิด เสาทั้งต้นก็จักพังทลายคืนสู่ดินได้
""" ท่านเทพโนอาาาาาาาร์! """
เหล่านักรบต่างพร้อมใจกันหวีดร้องเสียงดังอย่างสิ้นหวังขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกัน
ทันใดนั้น ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น
แผ่นดินสั่นไหว
ภูผาสีเงินจักผุดขึ้นเหนือแผ่นดิน
ภูผานั้นถูกรายล้อมด้วยดวงดาราแผ่นเรียบสีดำ
ใช่แล้ว นั่นคือช่วงเวลาที่ [ยานโนอาร์] ได้หวนกลับคืนสู่แผ่นดินโลก
"นั่นมัน! "
พวกเขาไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมันคือยานอวกาศ เป็นยานพาหนะล้ำยุคที่ใช้โลดแล่นในทะเลแห่งดวงดาว
ในสายตาของพวกเขา มันคือภูเขายักษ์ที่กลืนกินเทพสุริยะบนฟากฟ้า
เห็นเป็นดั่งตัวแทนของเทพเจ้าที่พวกเขารู้จักนับถือ
"ท่านโนอาร์ลงมาประทับด้วยตนเองแล้ว! "
พวกเขามองว่าสิ่งนี้คือ [เทพเจ้าโนอาร์] ที่ลงมาประทับบนโลก
ไม่ใช่เป็นแค่ร่างจำแลงที่ยืนอยู่เคียงข้างชายผู้ถูกเลือก แต่เป็นร่างจริงของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่พวกเขานับถือ
"ท่านโนอาร์! "
"ท่านโนอาร์…"
"ท่านโนอาร์!? "
เหล่านักรบต่างลืมศัตรูไร้ชีวิตตรงหน้าทั้งสี่ตัว แล้วพร้อมใจกันทิ้งอาวุธ นั่งคุกเข่า เพื่อเริ่มที่จะใช้มือทั้งสองข้างกุมภาวนาต่อเทพเจ้าของพวกเขา
"""ท่านโนอาร์! """
พวกเข้าพร้อมใจกันแผดเสียงเรียกขานนามของเทพเจ้าจนแผ่นดินสั่นสะท้าน
แต่ศัตรูของพวกเขาหาได้สนใจพฤติกรรมนั้นไม่
เหล่าโกเลมไร้หัวใจทั้งสี่ตัว ยังคงเดินหน้า พร้อมกับแผ่รังสีไมโครเวฟเพื่อล่าสังหารสิ่งมีชีวิตผู้โง่เขล่า
มันย่ำเท้าตรงเข้าใส่เหล่านักรบไร้อาวุธ เตรียมพร้อมที่จะฆ่าฟันเหล่าผู้ศรัทธา ราวกับจะเข้าท้าทายอำนาจของเทพเจ้าที่พวกเขาเฝ้าศรัทธา
"ท่าน… โนอาร์"
ทั้งที่ความตายกำลังจะมาเยือนตรงหน้า พวกเขาก็ยังคงนั่งกุมมือภาวนาต่อไป
เพราะพวกเขาเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจ
"ได้โปรด… พวกเราพยายามแล้ว… ได้โปรด… ช่วยพวกเราด้วยเถิด! "
ว่าคราวนี้ เทพเจ้าจะลงมาเพื่อช่วยพวกเขาจริง
*--- ปี๊ดดด!?! *
แล้วมันก็เกิดขึ้น
ปฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นจริง
เทพเจ้าได้ตอบรับความพยายามของพวกเขาแล้ว
พริบตานั้น ร่างของโกเลมทั้งสี่ก็จักหยุดนิ่งมิเคลื่อนไหว
แสงสว่างสีแดงที่สาดส่องทั่วฟ้าจนดวงตาพร่ามัว ทำให้ร่างของอสูรกายไร้หัวใจกลายเป็นรูกว้างที่ใจกลางหน้าอก
รูที่ถูกเจาะทะลุนั้น ถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน พร้อมกับลาวาที่เดือดระอุแตกพร่า
แกนของโกเลมถูกทำลายลงในชั่ววินาทีนั้น
แล้วพริบตาต่อมา ร่างของมันก็แตกสลาย กลายเป็นเศษดินคืนสู่ผืนปฐพี
แต่การแสดงอิทธิฤทธิ์ของเทพเจ้ายังไม่จบเพียงเท่านี้
เงาของยานที่ทอดตัวฟาดเหนือพื้นที่ครึ่งหนึ่งของทวีป ได้กลายเป็นเวทีสำแดงเดชอันเหมาะสม
ฉากสีดำอันกว้างใหญ่ เริ่มถูกฉายภาพของบุรุษผู้หนึ่งขึ้นเหนือแผ่นดิน
"นั่น… ไพไรต์ ชายผู้ถูกเลือกนี่! "
พวกเขาทุกคนต่างรู้จักภาพของบุรุษผู้นั้นเป็นอย่างดี
[ไพไรต์] บุรุษสีทองจากชนเผ่าสิงโต ชายผู้สืบสายเลือดของผู้กล้า [แบไรต์]
"ผม… ทำสำเร็จแล้ว"
ชายผู้นั้นเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง ผ่านทางเครื่องขยายเสียงของยานโนอาร์
เสียงนั้นดังกังวาลไปทั่วทั้งแผ่นดินและมหาสมุทร
"ผมผ่านบททดสอบทั้งแปดของเทพเจ้า และได้พลังของโนอาร์มาอยู่ในกำมือแล้ว"
การปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวัง ทำให้เขากลายเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้ายิ่งกว่าพระอาทิตย์
"ท่านโนอาร์มิปราถนาสงคราม แต่มิหวังให้พวกเราเป็นดั่งทาส"
"มิยอมเสียศักดิ์ศรี มิยอมให้ใครกดขี่"
"ดังนั้น ท่านโนอาร์จักมอบพลังให้เรา และให้เราลุกขึ้นสู้"
"สู้… เพื่อแสดงเจตนารมณ์ แสดงถึงความปราถนาของพวกเรา"
"ว่าพวกเรา มิใช่ [ทาส] "
"ว่าพวกเรา มิใช่ [หุ่นเชิด] "
"ว่าพวกเรานั้น [มีอิสระ] "
"จงจับอาวุธขึ้นสู้ แล้วมุ่งตรงไปที่เมืองของศัตรู"
"ผม… จะร่วมสู้ไปพร้อมกับพวกท่าน"
“ผม… จะนำชัยมาให้กับพวกท่าน! ให้กับพวกเราทุกคน! ”
หลังสิ้นการปราศรัย เสียงกู่ร้องคำรามเอาชัยชนะก็ระเบิดดังกึกก้อง
เสี้ยงนั้นดังไปทั่วหล้า จากสุดขอบทิศตะวันออกจรดสุดขอบทิศตะวันตก
"บุก! "
ไฟแห่งการต่อสู้ของเหล่านักรบถูกจุดให้ลุกโชติช่วงยิ่งกว่าเคย
พวกเขาวิ่งตรง ขับเคลื่อนรถลาก บุกทะลุฝืนป่ามุ่งสู่ชายหาดทิศตะวันออก
ในตอนนั้นเอง เหล่าอินทรีเหล็กทั้งสี่ที่บินจากไป ได้เริ่มแปรรูปขบวน พร้อมกับบินวกกลับมอีกครา
เป้าหมายคราวนี้มิใช่ทิ้งแกนโกเลม หากแต่เป็นเพชฌฆาตผู้ไร้ซึ่งความปราณี
เป็นเพชฌแห่งเปลวเพลิงอันมีนามว่า "นาปาล์ม"
เหล่าอินทรีย์เหล็กเริ่มบินลงต่ำ จัดขบวนหน้ากระดาน เพื่อเตรียมพร้อมที่จะแผดเผาเหล่าฝูงสัตว์เบื้องล่าง
แต่กระนั้น ทั้งที่เห็นเต็มตา เหล่านักรบกลับไม่สนใจอินทรีเหล็กที่โบยบินบนฟากฟ้า แล้วโถมกำลังเคลื่อนทัพดั่งคลื่นน้ำป่าต่อไป
นั่นเป็นเพราะไพไรต์ บุรุษผู้ถูกเลือกโดยเทพเจ้า เขาผู้นั้นได้รับพลังอำนาจของเทพเจ้ามาอยู่ในมือแล้ว
ภาพของบุรุษสิงโตที่ถูกฉายขึ้นท้องฟ้า เริ่มขยับมือชูขึ้นเหนือทวีป
ณ วินาทีนั้น [ปาฏิหาริย์] ก็ได้จักปรากฏแสดงเดช
อากาศที่ว่างเปล่า กำลังถูกพลังงานจำนวนมหาศาลเข้าแทรกแทรง
พลังงานนั้น ทำให้มิติที่ว่างเปล่าถูกบิดเบือน บังเกิดเป็นรูหนอนเชื่อมต่อสู่พื้นที่แห่งหนึ่ง
เหล่าอินทรีย์เหล็กไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร
ระบบควบคุมไร้คนขับทำการประมวลผล และตัดสินใจว่าควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า
แต่กว่าที่จะหักปีกหนี พวกมันก็ถูกหนวดสีขาวจำนวนมาก พุ่งเข้ามารัดเอาไว้เสียก่อน
สิ่งที่ผุดออกมาจากรูหนอน คือเครื่องจักรไร้คนขับที่มีรูปร่างเหมือนแมงกะพรุน
พวกมันใช้หนวดซิลิโคลนอันอ่อนนุ่ม พุ่งเข้ามัดปีกเหล็กกล้า แล้วกระตุ้นสารเหลวภายในหนวดด้วยกระแสไฟฟ้าจนหนวดเหล่านั้นหดตัวอย่างรุนแรง แล้วกลายเป็นพลังรัดที่บดขยี้ได้แม้แต่แผ่นเหล็กหนา
ฝูงอินทรีย์เหล็ก ได้กลายเป็นเศษซากภายในเพียงเสี้ยวนาทีที่ถูกรัดเท่านั้น
“โอ๊ววววว! นี่หรือคือพลังของผู้ถูกเลือก! ”
“ชนะ…! พวกเราชนะสงครามครั้งนี้แน่นอน! ”
ยิ่งได้เห็นพลังอำนาจของไพไรต์ ก็ยิ่งทำให้ความเคารพที่มีต่อเขาเพิ่มพูนสูงยิ่งขึ้น
โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
“ไพไรต์จงเจริญ! ”
“ไม่สิ ต้อง [ท่านไพไรต์] ต่างหาก! ”
“ท่านไพไรต์ บุรุษผู้ถูกเลือกของพวกเรา! ”
พวกเขา ได้พร้อมใจกันเชิดชู [ไพไรต์] ในระดับเดียวกับเทพเจ้าโนอาร์ไปเสียแล้ว
***ว่าที่ราชินี [แฟต]
“ไม่เลว…”
ฉันกล่าวชื่นชมการตัดสินใจของไพไรต์
เขาคือชายที่มีความเป็นผู้นำสูง
ทั้งที่ได้ยินคำเตือนของฉันไปแล้ว แต่เขาก็ยังตัดสินใจที่จะทำตามความเชื่อมั่นของตัวเองที่คิดว่าถูกต้อง
คนที่หวาดกลัวในการลงมือทำ ไม่อาจที่จะสร้างสิ่งใดให้เกิดขึ้นมาได้
หากไม่ก้าวเท้าแรกออกไป แล้วก้าวที่สองจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไรกัน?
คนที่กล้าตัดสินใจลงมือทำ กล้าที่จะยอมให้ตัวเองเปื้อนโคลน ต้องเป็นคนเช่นนั้น ถึงจะสามารถขับเคลื่อนผู้คนได้
แต่ถึงจะชื่นชม แต่ใช่ว่าฉันจะเห็นด้วยกับวิธีการของเขา
มันมีหลายวิธีที่จะหยุดสงครามได้
เช่นการสร้างตัวร้ายบุคคลที่สาม
หรือการใช้พลังของโนอาร์ สั่งห้ามการต่อสู้ด้วยอำนาจของเทพเจ้า
หรือแม้แต่แสดงที่เหนือกว่าอย่างท้วมท้น จนอีกฝ่ายกลัวขี้หดไม่กล้าหือต่อต้านขึ้นมาอีก
หรืออาจจะมีวิธีอื่นที่สุดแล้วแต่จะคิด
แต่มันไม่มีที่มองเห็นอนาคตได้
ไม่มีใครรู้ ว่าวิธีไหนมันจะใช้ได้ผลที่สุด
ประหนึ่งที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าเหรียญที่ดีดขึ้นท้องฟ้านั้น มันจะออกมาเป็นหัวหรือก้อย
แต่เรารู้ว่ามันต้องออกไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง
“นั่นสินะ ในเมื่อมาทิศทางเช่นนี้แล้ว ฉันเองก็ต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้วค่ะ”
ในเมื่อคุณไพไรต์กำลังเริ่มทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้นำ ฉันเองก็ต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง
เพราะนี่คือโอกาส
ดูเหมือนว่าภายในรัฐบาลฝั่งของฉัน มันจะมีอะไรแปลก ๆ อยู่
พวกลิลลี่ไม่สามารถติดต่อพ่อแม่ของตัวเองที่เป็นถึงระดับวีรชนในอดีตได้
ฉันเอง ก็ไม่สามารถติดต่อท่านแม่… ราชินีของพวกฉันได้เช่นกัน
ใช่… มันแปลกประหลาดมาก
แต่ในเมื่อราชินีหายตัวไป งั้นฉันนี่ละ จะรีบใช้โอกาสนี้แย่งตำแหน่งนั้นมาซะ
แล้วทีนี้ ท่านพ่อก็จะตกเป็นขุนพลของฉันอย่างชอบธรรม ตามหลักธรรมเนียมของเผ่ามนุษย์มด
รวมไปถึงได้อำนาจมาอยู่ในกำมือด้วย
แล้วคราวนี้ ฉันจะใช้อำนาจนั้น รักษาสมดุลกับเผ่ามนุษย์สัตว์ของคุณไพไรต์ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันในอนาคตของสองทวีป
“คุณโฮปค่ะ”
เพื่อจะทำการใหญ่ ฉันจึงต้องการความสามารถด้านการต่อสู้ของคุณโฮป
มันอาจจะแปลกไปสีกหน่อย ที่ฉันเลือกคนต่างเผ่ามาเป็นคนคุ้มกันของตัวเอง
แต่นี่ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น
อีกอย่าง ฉันไม่รู้ว่าจะหาใครที่เก่งกาจราวปีศาจเหมือนกับเขาได้อีกแล้ว
“สนใจจะมาเป็น [ขุนพล] ของฉันชั่วคราวไหมละคะ? ”
[ขุนพล] คือตำแหน่งสำคัญของเผ่าฉัน ที่จะถูกมอบให้กับคนที่ต้องมาคุ้มกันราชินีของเผ่า
มันคือตำแหน่งเดียวกับพ่อของฉัน
พูดง่าย ๆ ก็คือ
มันเป็นตำแหน่งของ [ราชา] ค่ะ
อนึ่ง...
กรุณาอย่าเข้าใจผิดว่าฉันรักหรือชอบคุณโฮปนะคะ
เพราะเผ่ามนุษย์มดไม่สามารถมีลูกกับเผ่าอื่นได้ค่ะ
กรุณาจำให้ขึ้นใจด้วยค่ะ
ขอย้ำ
ฉันไม่เคยรู้สึกพิศวาสคุณโฮปแม้แต่นิดค่ะ
แม้แต่มิลลิเมตรเดียวก็ไม่เคยค่ะ