ตอนที่เธอออกจากห้องน้ำเพื่อกลับไปร่วมโต๊ะอาหารกับทอมนั้นเอลซี่คาดว่า จะต้องได้ยินเขาเอ่ยถึงเคาท์เตสเพราะทอมอาจจะเห็นเข้าบ้างโดยไม่ตั้งใจแต่ทอมกลับทำท่าคล้ายไม่รู้เื่นี้เลย เอลซี่จึงแน่ใจว่าเขาคงจะพลาดโอกาสสำคัญนี้โดยอาจจะเป็ขณะเดียวกันกับที่เดินไปถอดเสื้อคลุมในห้องน้ำก็ได้เพราะถ้ามิฉะนั้นแล้วบุรุษผู้นี้จะต้องวุ่นวายกับการเดาเพื่อค้นคว้าสาเหตุในเื่นี้อีกพักใหญ่ทีเดียว และข่าวก็คงจะกระจายไปทั่วสังคมของนิวยอร์ค
และแม้ว่าเธอเองจะพยายามสอดส่ายสายตาไปทั่วห้องเพื่อจะหาว่า เคาท์เตสน่าจะนั่งอยู่ที่ใดแต่ก็ไม่พบเอลซี่เชื่อว่าผู้การซิมมาร์จะต้องเป็คนจัดการจองห้องพิเศษส่วนตัวไว้อย่างแน่นอน...ความคิดของเธอชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงทอมพูดขึ้นว่า
“เอลซี่ผมกำลังอยากจะบอกคุณว่า ั้แ่มีเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เกิดขึ้นแล้วผมคิดว่าเราน่าจะได้พูดจากันถึงเื่อนาคตของเราอย่างจริงจังเสียทีนะ”
“อนาคตหรือคะ...มันมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ?”
“คุณก็รู้นี่นาว่าผมหมายความว่าอย่างไรครอบครัวของเราทั้งสองฝ่ายก็มุ่งหวังตั้งใจที่จะให้เราสองคนได้แต่งงานกันมาเป็ปีแล้ว บอกตรง ๆ นะว่าผมไม่ชอบใจเลยที่เห็นคุณทุ่มเทความสนใจไปให้เคาท์รัสเซียคนนั้นอย่างเมื่อคืนนี้”
“เอ๊ะฉันทำอะไรน่าเกลียดถึงขนาดนั้นเชียวหรือคะ?” เอลซี่รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งหน้า
“ผมรู้นะว่าคุณสนใจเขามาก”ทอมหลบตาลงมองจานอาหารที่ตั้งอยู่ตรงหน้า “ใครเขาก็วิจารณ์เื่นี้กันทั้งนั้นบอกตรงๆ ว่าผมไม่สบายใจเลย”
“และฉันก็ไม่สบายใจเหมือนกันที่คุณจะเอาเื่นี้มาตั้งแง่กับฉัน”ดวงตาของเอลซี่วาวโรจน์ “ถ้าคุณจะพูดถึงเื่แต่งงานฉันก็เห็นจะต้องย้ำความเข้าใจที่มีแต่เดิมระหว่างฉันกับคุณก็คือตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันคิดถึงคุณในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่งเท่านั้นนะคะ ทอมแล้วก็อยากจะให้คุณกับฉันได้รักษาความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกันเช่นนี้ตลอดไปด้วยไม่อยากทำลายมันเสีย”
ทอมโฮลเมสนิ่งอั้น เสหยิบขวดแชมเปญขึ้นมาเปิดและรินใส่แก้วส่งให้
“ถ้าอย่างนั้นก็ดื่มให้กับมิตรภาพของเราสักหน่อยเป็ไร”
“ดีค่ะฉันดีใจที่คุณเข้าใจเื่อย่างนี้ได้ง่าย ๆ ไม่ต้องทำให้เสียน้ำใจกัน” เธอยิ้มให้เขา ยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบ
“วันนี้ผมพูดกับผู้จัดการใหญ่แล้ว”ทอมลดแก้วเหล้าในมือลง “แล้วก็คิดว่าผมคงจะได้เป็ผู้จัดการธนาคารสาขาก่อนปลายเดือนนี้แน่ถ้างานทุกอย่างเรียบร้อยอย่างที่คิดไว้ผมก็ว่าเราน่าจะใช้โอกาสนั้นให้พิเศษสักหน่อยนะเราน่าจะหมั้นกันไว้ก่อนก็ยังได้นี่ เอลซี่”
“อย่าเพิ่งเลยค่ะทอม” เอลซี่มองดูเขาตรง ๆ “บอกตรง ๆว่า ฉันยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานอยากจะให้เวลากับตัวเองอีกสักระยะหนึ่งที่จะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองต่อไปดี”
“แต่เอลซี่...ที่จริงเราก็สนิทสนมกันมานานมากแล้วนะ ผมก็ให้อิสระกับคุณทุกอย่างตลอดมาไม่เคยเร่งรัดอะไรจากคุณเลย แล้วก็ไม่เคยเรียกร้องหรือขอร้องอะไรคุณอย่างวันนี้ด้วย คุณก็รู้ว่าผมไม่มีใครนอกจากคุณ”
“ฉันเข้าใจค่ะทอม แล้วก็รู้สึกขอบคุณอยู่ตลอดเวลาแต่ถึงอย่างไรก็อย่างที่บอกแล้ว นั่นละค่ะว่าฉันยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานอยู่นั่นเองอย่าเพิ่งทำลายความเป็เพื่อนของเราดีกว่านะคะ ฉันชอบคุณไม่น้อยหรอกค่ะแต่ขอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง”
สีหน้าของทอมไม่สบายใจนักอย่างน้อยเขาก็เริ่มเกิดความสังหรณ์ใจว่า เขากำลังจะสูญเสียเธอไป ให้กับเคาท์อเล็กซานเดอร์ เชื้อพระวงศ์แห่งรัสเซียคนนั้น
เอลซี่วนเวียนอยู่แต่ชั้นล่างในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึงคนใช้นำจดหมายฉบับพิเศษมาส่งให้กับเธอ และเอลซี่ก็อดดีใจไม่ได้ที่ป้าสะใภ้ยังไม่ลงมาจากข้างบน
มันเป็ซองจดหมายสีขาวเรียบๆเธอรู้สึกมือของตัวเองสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นขณะที่เปิดจดหมายฉบับนั้นออกอ่านลายมือของท่านเคาท์เป็ตัวอ้วนกลมหนักแน่น ท่านเขียนถึงเธอสั้น ๆ ว่า
คุณคูปเปอร์ที่รัก
การที่ได้รู้จักกับคุณทำให้ค่ำคืนวันนั้นมีความหมายสำหรับผมอย่างยิ่งผมจำเป็ที่จะต้องรีบเขียนจดหมายฉบับนี้เพราะกำลังจะออกเดินทางกลับบ้านด้วยเื่ที่คิดว่าคุณคงจะทราบแล้วเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลุงของผมในมอสโคว์ ออลก้าจะรอผมอยู่ในนิวยอร์คและผมก็จะรีบกลับมาด้วยความหวังที่ว่าคงจะได้พบคุณอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่ว่าเราจะได้รู้จักกันดีขึ้นกว่านี้ ผมเชื่อในโชคชะตาที่พระเ้ากำหนดไว้ให้เราเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่มีโอกาสส่งจดหมายฉบับนี้ให้คุณได้ด้วยตัวเอง แต่...ขอให้คุณได้รับความระลึกถึงเสมอจากผม...
อเล็กซานเดอร์
เอลซี่อ่านทวนข้อความในจดหมายฉบับนั้นครั้งแล้วครั้งเล่ายิ่งอ่าน ความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจก็ท่วมท้นยิ่งขึ้นเธอรู้ดีว่าลุงกับป้าจะต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอนในสัมพันธภาพระหว่างเธอกับท่านเคาท์ที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วแม้แต่เค้าท์เตสออลก้าก็คงจะต้องคัดค้านอย่างเต็มที่เพราะท่านคงจะไม่เห็นผู้หญิงอเมริกันดีกว่ารัสเซียแน่
แต่...เธอน่าจะเชื่อตามที่พระเ้าได้กำหนดไว้ให้เช่นเดียวกับเคาท์อเล็กซานเดอร์มิใช่หรือหรือ... อย่างน้อยก็เป็งานอีกชิ้นหนึ่งของพระเ้าที่ท้าทายและน่าทดลองอะไรเช่นนั้น...
ห้องล็อบบี้ของโรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรียโอ่อ่ากว้างขวางตบแต่งไว้อย่างสวยงามและที่นี่คือโรงแรมห้องเช่าราคาแพงที่สุดเอลซี่เดินตรงเข้าไปยังเคาท์เตอร์พนักงานต้อนรับ และแจ้งความประสงค์ของเธอรออยู่จนได้รับอนุญาตจากเคาท์เตสให้ขึ้นไปพบได้แล้วพนักงานผู้นั้นจึงได้แจ้งหมายเลขห้องให้เธอ
เคาท์เตสออลก้าเป็ผู้มาเปิดประตูห้องให้ด้วยตัวเองในชุดสีดำเรียบ ๆ ที่สวมใส่อยู่ทำให้เคาท์เตสซึ่งมีผิวค่อนข้างคล้ำผิดกว่าชาวรัสเซียอื่น ๆดูหม่นหมองกว่าเคยและกล่าวต้อนรับเอลซี่ด้วยสีหน้าเฉยชา
“เชิญข้างใน”
“ต้องขอประทานโทษด้วยค่ะที่ดิฉันมาเร็วกว่าเวลานัดไปหน่อย”
“ไม่เป็ไรหรอก”เคาท์เตสเดินมารับเสื้อคลุม ช่วยนำไปแขวนให้ “ดีเสียอีกเราจะได้มีจะได้มีเวลาคุยกันนาน ๆ บ๋อยเพิ่งเอากาแฟขึ้นมาเสิร์ฟให้เมื่อครู่นี้เองมานั่งตรงนี้เถอะ”
เคาท์เตสเดินนำไปยังโต๊ะชุดเล็กที่มีชุดน้ำชาตั้งรออยู่ก่อนแล้ว และช่วยรินน้ำชาให้เอลซี่ชวนคุยเื่ดินฟ้าอากาศและความรู้สึกชื่นชมในบริการของโรงแรมที่อำนวยความสะดวกให้เธออย่างดีเยี่ยม
“แต่ห้องนี้ก็สวยมากนะคะคุณหญิง น่ากลัวค่าเช่าคงจะแพงมากนะคะ”
“ไม่เท่าไรหรอก”เคาท์เตสเอื้อมมือไปหยิบกาน้ำชา “เติมอีกสักนิดไหมขนมนี่ก็อร่อยดีออก”
“ไม่ละค่ะขอบคุณ” เอลซี่รู้สึกใจเต้นเธอรู้ว่าเวลาของการคุยกันด้วยเื่ที่ไร้สาระนั้นได้ยุติลงแล้ว และบัดนี้เคาท์เตสออลก้ากำลังจะพูดเื่สำคัญกับเธอ และก็จริงดังที่คิดเคาท์เตสประสานมือลงบนตัก ขณะที่กล่าวว่า
“เอาละเราก็น่าจะได้เข้าเื่กันเสียที”
“ค่ะ”เอลซี่รับคำเสียงเบา
“เธอได้รับจดหมายของน้องชายฉันแล้วใช่ไหมคะ?”
“ได้รับแล้วค่ะ”
ดวงตาดำขลับมีแววฉลาดเฉลียวของเคาท์เตสจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของคู่สนทนา
“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าเขาเขียนถึงเธอว่าอย่างไรบ้างแล้วก็ไม่จำเป็ที่เธอจะต้องเล่าให้ฉันฟังด้วยแต่ฉันก็รู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าท่านเคาท์น้องชายของฉันนั้น ท่านสนใจในตัวเธอมากเขาพูดถึงเธอมากกว่าที่ฉันคิด เพราะเพิ่งพบกัน 2 ครั้งเท่านั้นเอง”
“ค่ะดิฉันก็รู้สึกยินดีที่ได้ยินคุณหญิงพูดอย่างนี้ค่ะ”
“ฉันรู้แล้วว่าเธอจะต้องรู้สึกอย่างนั้นแน่อเล็กซานเดอร์นะเป็คนมีเสน่ห์ เธอก็รู้ว่าขณะนี้เรากำลังมีปัญหาแต่เขาก็สามารถปรับตัวจนเข้าไปยืนอยู่ในงานปาร์ตี้นั้นได้เื่ที่ลุงของเราถูกลอบฆ่านั้น เธอก็คงพอจะนึกรู้ละมังว่าทำให้เราใมากแค่ไหนมันเป็เื่ของเคราะห์กรรมที่เราไม่มีทางจะหลีกเลี่ยงได้เลยแต่เธอก็คงจะสงสัยอีกนั่นแหละว่า ทำไมฉันถึงต้องทำไม่รู้สึกรู้สมในเื่นี้จริงไหมคะ... ทำไมฉันถึงไม่เดินทางกลับไปรัสเซียไม่ไปเข้าร่วมพิธีศพอย่างที่อเล็กซานเดอร์ต้องไป จริงไหมคะ?”
“เอ้อ...ดิฉันคิดว่า เื่นี้คุณหญิงคงมีความเห็นส่วนตัวมากกว่าค่ะ”
“พูดง่ายๆ ก็คือ มันก็ไม่ใช่เื่อะไรของเธอที่จะมาคิด ที่เธอพูดมามันก็ถูกนะเพียงแต่ว่าฉันกลับรู้สึกอยากจะเล่าให้เธอฟังเสียเองมากกว่า เื่จริง ๆ ก็คือลุงของเราคนนี้ท่านไม่ใคร่ชอบเราทั้งสองคนนักดอกค่ะ ท่านเป็พี่ชายของแม่ไม่ใช่ทางฝ่ายพ่อ และั้แ่พ่อแม่ของเราเสียชีวิตลงเราก็อยู่กับญาติข้างพ่อมาตลอด คือท่านเคาท์อังเดร มาตินอฟ กับคุณหญิงของท่าน อ๋อแล้วก็ลูกชายอีกคนหนึ่ง คือ เคาท์ ทิโมไฟอ์ เพราะฉะนั้น ญาติทางแม่จึงประพฤติต่อเราเหมือนคนแปลกหน้าอยู่ตลอดเวลาแต่ถึงกระนั้น ตามมารยาทแล้วอเล็กซานเดอร์ก็จำเป็อย่างยิ่งที่จะต้องไปร่วมในงานศพ”
สีหน้าของเคาท์เตสออลก้า ดูหม่นหมองลงไปกว่าเดิม...