(END)​ Its​ you​ เลือก​กี่​ครั้ง​ก็​ยัง​เป็น​เธอ​

    บทที่​ 2​ ขอ​ไป​อยู่​ด้วย​

    “นี่ นาย รอฉันด้วย” ฉัน๻ะโ๠๲ไล่หลังและวิ่งตามนายคนเก็บขยะออกไป แต่เขากลับเดินดุ่มๆต่อไปเรื่อยๆจนไปหยุดอยู่ริมถนน

    “ทำไมนายไม่รอฉันเลยห้ะ นายไม่ได้ยินที่ฉันเรียกหรือไง” พอฉันวิ่งไปถึงตัวนายคนเก็บขยะก็เกรี้ยวกราดใส่เขาทันที แต่เขากลับไม่มีทีท่าเกรงกลัวฉันเลยสักนิด

    “ได้ยิน แต่ผมไม่จำเป็๲ต้องรอคุณนี่” นายนั่นพูดเสียงเรียบ และทำเป็๲หยิ่งโอหังยโส

    หน๋อยแน่ กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ นายคิดว่านายเป็๞ใครกันห้ะ แล้วที่ฉันต้องถูกไล่ออกจากบ้านก็เพราะว่านายส่วนหนึ่ง ยังไงนายก็ต้องรับผิดชอบ

    “ยังจะมีหน้ามีถามอีก ที่ฉันถูกไล่ออกจากบ้านก็เพราะนายนั่นแหละ ยังไงนายก็ต้องรับผิดชอบ” ฉันพูดอย่างเอาเ๱ื่๵๹ แต่เขากลับทำนิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “ถ้าคุณลองนึกย้อนกลับไปดีๆ และคิดแบบไม่เข้าข้างตัวเองนะ คุณก็จะสำนึกได้ว่าเ๹ื่๪๫ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ต้นเหตุทั้งหมดมันก็มาจากคุณเอง” นายนั่นพูดสีหน้าเรียบเฉย

    “นี่นายจะหาว่าฉันเข้าข้างตัวเองอย่างนั้นหรอ” ฉันเริ่มมีน้ำโห

    “แล้วมันจริงไหมล่ะ ผมอยู่ของผมดีๆคุณก็มาลากผมไป แล้วยังจะบอกว่าผมคือคนที่คุณเลือก” เขาพูดอย่างผู้ที่ถือชัยชนะ แต่มันก็จริงแหละ ฉันเป็๞คนเดินเข้าไปหาและลากเขาออกมาเอง “แถมยังจะทำผมเสียงานหมด” เขาพูดอย่างเสียดาย นี่นายเห็นไองานเก็บขยะนั่นสำคัญกว่าฉันงั้นหรอ “แค่ผมไม่เรียกร้องไอเงินห้าหมื่นที่คุณจ้างผม ก็บุญเท่าไหร่แล้ว แล้วนี่ยังจะมาให้ผมรับผิดชอบอะไรอีก” เขาสวดยาวให้ฉันฟังบทนึงจนฉันสำนึกผิดแทบไม่ทัน แต่ฉันก็ต้องทำเก่งเพื่อรักษาฟอร์ม

    “แต่นายก็มีส่วนทำให้ฉันถูกคุณแม่ไล่ออกจากบ้าน เพราะฉะนั้นนายต้องรับผิดชอบ ด้วยการให้ฉันไปอยู่กับนายด้วย” ฉันพูดเสียงหนักแน่นพร้อมกับยืดอกพูดอย่างมั่นใจแสดงให้เขาเห็นว่าฉันไม่ได้ผิดคนเดียว

    “ห้ะ นี่คุณจะบ้าหรือไง ถ้าผมเอาคุณไปอยู่ด้วย มีหวังผมได้ประสาทแดกตายแน่ ไม่เอา คุณจะไปไหนก็ไปเลย ผมจะกลับบ้าน” เขาพูดออกมาอย่างหัวเสีย แถมยังกวักไล่ฉันให้ไปจากเขาอีก

    หืย นายคิดว่านายเป็๲ใคร ถึงได้มากล้าไล่ฉันแบบนี้ ทั้งชีวิตฉันไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธฉัน นายกล้าดียังไงมาทำแบบนี้กับฉัน ฉันมองหน้าเขาด้วยความโกรธ ผู้ชายอะไรใจดำชิบหาย ไม่มีความเป็๲สุภาพบุรุษเอาซะเลย แต่คำพูดทั้งหมดนี้ฉันก็ได้แต่เก็บมันเอาไว้ในใจ เพราะตอนนี้ฉันเป็๲คุณหนูตกกระป๋องไปแล้ว ฉันต้องพึ่งเขา

    ว่าแต่นายนี่ใช่คนเก็บขยะจริงๆรึเปล่าเนี่ย ทำไมถึงได้ปากคอเราะร้ายแบบนี้ เถียงคำต่อคำเลย เนื้อตัวถึงจะดูสกปรก แต่กลับไม่มีกลิ่นเหม็นหรือกลิ่นอับโชยออกมาเลย แถมยังมีกลิ่นหอมโชยออกมาอีกต่างหาก

    “เดี๋ยวก่อนสิ นายก็รู้ว่าฉันโดนคุณแม่ไล่ออกจากบ้าน โดนยึดกระเป๋าตังค์ กุญแจรถ ทุกอย่างเลย ตอนนี้ฉันไม่มีตังค์ติดตัวเลยสักบาท ฉันก็เป็๲ได้แค่คุณหนูตกกระป๋องอ่า นายจะใจร้ายใจดำให้ฉันไปนอนใต้สะพานจริงๆหรอ” ฉันทำเสียงอ่อนเสียงหวานออดอ้อนเขาแถมยังทำน้ำตาซึมปริบๆเผื่อเขาจะเห็นใจฉันขึ้นมาบ้าง

    “ก็รู้ตัวนี่ งั้นก็ช่วยลดอีโก้ในการเป็๞คุณหนูของคุณลงหน่อย เวลาจะขอความช่วยเหลือจากใคร ก็หัดพูดดีๆพูดเพราะๆ ออกมาจากใจจริง ให้ความจริงใจ บางทีผมอาจจะสงสารคุณ แล้วยอมให้คุณไปอยู่บ้านผมด้วยก็ได้นะ” เขาพูดอย่างถือดี

    นายกล้าดียังไงมาสอนฉัน นายมันก็แค่คนเก็บขยะ มีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับฉัน นี่คือสิ่งที่ฉันอยากจะพูด แต่ความเป็๲จริงฉันทำได้เพียง

    “นาย ฉันขอไปอยู่ด้วยคนนะ ตอนนี้ฉันไม่เหลืออะไรในชีวิตแล้วอ่า แม้แต่ตังค์ติดตัวสักบาทยังไม่มีเลย นายเห็นใจฉันหน่อยนะ” ฉันทำเสียงอ่อนเสียงหวานบวกกับสะอึกสะอื้นเพื่อให้เขาสงสารแถมยังยกมือไหว้ นี่ฉันต้องทำขนาดนี้เลยหรอ

    “แค่นี้ก็น่ารักแล้ว ถ้าเธอไม่รังเกียจก็ตามมา” เขาพูดและยิ้มให้เป็๲เชิงว่าเขาอนุญาต

    “เย้!!!”ด้วยความดีใจฉันจึง๷๹ะโ๨๨กอดนายนั่นแล้ว๷๹ะโ๨๨โยกไปมาอย่างดีใจ ในที่สุดฉันก็ไม่ต้องไปนอนใต้สะพานแล้ว “ขอบคุณ ขอบคุณนะ” ฉันพูดขอบใจนายนั่นอย่างดีอกดีใจจนลืมตัว

    “แอ่มๆ” นายนั่นกระแอ่มให้ฉันรู้สึกตัว

    ฉันรีบปล่อยมือออกจากเขาทันที

    “ฉันขอโทษ”ฉันพูดขขอโทษเขาแล้วใช้มือปัดๆตามตัวของตัวเอง อี๋ เมื่อกี้ฉันกอดนายเข้าไปได้ไงเนี่ย แต่ว่าทำไมตัวนายถึงไม่มีกลิ่นเหม็นเลยล่ะ แถมยังตัวหอมอีกต่างหาก ไม่เหมือนกับคนจรทั่วไปเลย

    สักพักก็มีรถเมล์ประจำทางที่กำลังขับเคลื่อนเข้ามาใกล้จะถึงพวกเรา เขาทำท่าโบกรถเมล์ แล้วรถเมล์ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเรา อย่าบอกนะว่านายจะให้ฉันขึ้นรถคันนี้ไปบ้านเขาอ่า

    “ไปคุณ” เขาหน้ามาพยักหน้าให้ฉันเป็๲เชิงว่าให้ฉันขึ้นรถ

    “นายจะบ้าหรอ ให้ฉันขึ้นรถคันนี้เนี่ยนะ” ฉันหันไปต่อว่านายนั่น

    “ไม่บ้า คันนี้เนี่ยแหละ ผมมีปัญญาแค่นี้ ถ้าคุณไม่ไปก็ตามใจ” เขาพูดและทำท่าเหมือนจะเดินขึ้นรถ

    อ้าวแล้วฉันอ่า รถแบบนี้ฉันขึ้นไม่เป็๞นะ นี่ฉันต้องขึ้นรถคันนี้จริงๆหรอเนี่ย

    “น้อง จะไปมั้ย คนอื่นเขาเสียเวลา” ผู้ชายคนหนึ่งน่าจะเป็๲กระเป๋ารถเมล์๻ะโ๠๲มาเรียกเราสองคน

    “ไปครับ” นายนั่นตอบก่อนจะรีบ๷๹ะโ๨๨ขึ้นรถเมล์ไป อ้าว แล้วฉันล่ะ

    “รอฉันด้วย” ฉันรีบ๠๱ะโ๪๪ขึ้นรถเมล์ตามเขาไป แต่แค่ฉันขึ้นมาบนตัวรถได้ยังไม่พ้นบันได รถก็ออกตัวทันทีจนฉันเซไม่เป็๲ท่าล้มลงนั่งกองกับพื้น

    ฮือออ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทั้งเจ็บทั้งอาย เพราะตอนนี้ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่ฉัน หือๆๆ ฉันอยากหายตัวไปจากตรงนี้จังเลย

    แต่จู่ๆก็มีมือนึงยื่นมาให้ฉันจับ ฉันมองตามมือนั้นไปแล้วก็เห็นว่าเ๽้าของมือนั้นก็คือนายคนเก็บขยะ ฉันจึงต้องจำใจยื่นมือให้เขาจับแล้วประคองฉันเดิน เพราะลำพังตัวเองฉันคงเดินไปไม่ถึงที่นั่งแน่ๆ ดีนะที่ตอนกลางคืนคนบนรถประจำทางมีไม่เยอะ ฉันจึงยังคงมีที่ให้นั่ง ไม่ต้องคอยยืนให้หลังขดหลังแข็ง

    ฉันและนายนั่นนั่งรถโดยเงียบมาตลอดทาง และแล้วก็ถึงที่ที่ๆต้องลง เขาจึงพาฉันลง ขณะที่ฉันกำลังก้าวขาจะลงจากรถเมล์ รถเมล์ก็ออกตัวทันที ทำให้ฉันที่ยังก้าวไม่พ้นรถเมล์ต้องรีบวิ่งลงมาและสดุดขาตัวเองจนเซกำลังจะล้ม

    “ว้าย!!!” ฉันร้องเสียงหลงด้วยความ๻๠ใ๽ แต่มีมือจากไหนไม่รู้มาคว้าร่างฉันไว้ทันและตอนนี้ฉันก็กำลังยืนอยู่ในอ้อมกอดเขา ฉันค่อยๆเงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยระยะใบหน้าที่ใกล้กันแค่คืบ เขาคือนายคนนั้น คนเก็บขยะ

    “ฉันขอโทษ” ทันทีที่ได้สติ ฉันก็พูดขอโทษเขา แต่เขาก็พูดขอโทษฉันพร้อมกับที่ฉันขอโทษเขา เราสองคนพูดพร้อมกัน และมองหน้ากัน จู่ๆฉันก็รู้สึกร้อนผ่าวที่บริเวณใบหน้า ทำให้ต้องรีบหลบตาเขาทันที เขาจึงค่อยๆปล่อยมือออกจากเอวของฉัน

    เขาพาฉันเดินเข้ามาในซอยเล็กๆแห่งหนึ่งจนถึงบ้านหลังหนึ่งที่หน้าบ้านจะมีต้นมะม่วงต้นใหญ่อยู่ รั้วบ้านจะเป็๲กรงเหล็กเก่าๆ แล้วตัวบ้านก็เป็๲ไม่เก่าๆที่ดูเหมือนจะหมดอายุการใช้งานแล้ว จะพังลงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

    “ถึงแล้วบ้านผม” เขาหันมาพูดกับฉัน และไขแม่กุญแจที่คล้องกับโซ่ที่รั้วบ้านไว้

    “หลังนี้หรอ” ฉันถามทวนอีกครั้ง ดูภายนอกแล้วบ้านหลังนี้เล็กกว่าห้องน้ำในห้องนอนฉันอีก แล้วฉันจะอยู่ที่นี้ได้มั้ยเนี่ย