หลินเสวี่ยจู๋กวักมือเรียกแม่นมหม่ากับชุ่ยเอ๋อร์ให้พากู้เจินเหนียงไปทันทีที่ทั้งสามคนหมุนตัวกลับ จู่ๆนางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงส่งเสียงเรียกกู้เจินเหนียง
กู้เจินเหนียงมองหลินเสวี่ยจู๋อย่างประหม่าเล็กน้อยจากนั้นก็ได้ยินนางเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “เมื่อครู่ท่านพูดประโยคหนึ่งข้าฟังแล้วบาดหูยิ่งนัก หวังว่าวันหน้าท่านจะเปลี่ยนคำพูดเสีย”
“คำพูดใดหรือ?”กู้เจินเหนียงตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
คุณหนูเสวี่ยจู๋คงไม่เสียใจที่เก็บนางไว้หรอกกระมัง?
หลินเสวี่ยจู๋เอ่ย“เมื่อครู่ตอนท่านด่าพวกเขาว่าไม่มีตัวดีอันใด ท่านได้ด่ารวมครอบครัวพวกเราสกุลหลินสายรองเข้าไปด้วย”
กู้เจินเหนียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะเข้าใจนางกำลังจะคุกเข่าขอโทษหลินเสวี่ยจู๋ ทว่าแม่นมหม่ารวดเร็วยิ่งกว่า คว้าตัวนางเอาไว้แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูของพวกเราระบายโทสะให้เ้า”
กู้เจินเหนียงเข้าใจทันทีเบ้าตาแดงเรื่ออีกครา
แม่นมหม่ากับชุ่ยเอ๋อร์รีบเอ่ยวาจาเกลี้ยกล่อมบอกให้กู้เจินเหนียงปักหลักอยู่ด้วยกัน
หลินเสวี่ยจู๋เห็นว่าผู้คุมยังยืนอยู่ด้านข้างก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ท่านผู้คุม พวกเราสร้างปัญหาให้พวกท่านเสียแล้ววันหน้ากู้เจินเหนียงผู้นี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของข้า หากเกิดเื่อันใดอีกข้าจะรับผิดชอบแทนนางเองรับรองว่าไม่สร้างปัญหาให้พวกท่านอีกแน่นอนเ้าค่ะ”
ผู้คุมเห็นว่าเื่ราวทั้งหมดไม่ได้วุ่นวายจนถึงแก่ชีวิตและไม่มีคนออกมาโต้แย้งอันใดอีกก็คร้านที่จะใส่ใจ
ผู้ใดจะคาดคิดว่าหลินเฉิงคุนที่แสร้งทำเป็ใบ้และหูหนวกมาตลอดจะไม่ยินยอมเขาถือแท่งไม้ไผ่แท่งหนึ่งไว้ในมือแล้วลุกขึ้นยืน “ท่านผู้คุม เื่นี้ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งเมื่อครู่มีคนลอบทำร้ายข้า ไม่อาจปล่อยให้เื่จบเช่นนี้ได้ นอกจากนี้ สัญญาร่างกายของกู้เจินเหนียงอยู่ที่ข้า หากข้าไม่ให้นางไปนางก็ไม่สามารถไปได้”
เดิมทีผู้คุมคิดจะกลับไปนอนต่อเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็หยุดฝีเท้าอย่างอารมณ์เสีย ก่อนจะถามกลับ“เช่นนั้นเ้าคิดว่าอย่างไร?”
หลินเฉิงคุนเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา“ท่านต้องหาตัวคนที่ลอบทำร้ายข้าแล้วลงโทษสถานหนัก จากนั้นก็บอกให้กู้เจินเหนียงกลับมาหาข้าด้วย”
ผู้คุมเกิดโทสะกำลังจะชักแส้ออกมาก็ได้ยินฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ย “ท่านผู้คุม แม้ว่าบุตรชายข้าจะมีพฤติกรรมเสเพลไปสักหน่อยแต่กฎหมายราชสำนักไม่ได้ระบุว่าอนุไม่สามารถปรนนิบัติสามีระหว่างถูกเนรเทศเป็คนที่ลอบทำร้ายบุตรชายข้าต่างหากที่มีเจตนาชั่วร้ายเห็นได้ชัดว่า้าก่อเื่ให้วุ่นวายใหญ่โต รบกวนท่านผู้คุม และทำลายความสงบเรียบร้อย”
ขณะที่พูดนางก็เหลือบมองหลินเสวี่ยจู๋ก่อนจะเอ่ยต่อ “วันนี้ทุกคนต่างก็เห็นแล้วว่ามีเพียงหลินเสวี่ยจู๋เท่านั้นที่ออกไปหาไม้ไผ่และของที่ลอบทำร้ายบุตรชายข้าก็เป็แท่งไม้ไผ่เช่นนั้นเื่นี้เป็ผู้ใดที่ยั่วยุกันแน่? ไม่ต้องพูดก็เข้าใจใช่หรือไม่?”
เมื่อนางพูดเช่นนี้ผู้คุมก็มองไปทางหลินเสวี่ยจู๋ด้วยความสงสัยเล็กน้อย
หลินเสวี่ยจู๋ทำสีหน้าไร้เดียงสาเหลือบมองแท่งไม้ไผ่เปื้อนเือย่างรังเกียจ แล้วหันไปมองไม้ไผ่ที่วางอยู่บริเวณจุดที่ครอบครัวของตนเองพักอยู่ก่อนจะเอามือปิดปากด้วยความใ
“์มีคนกล้าขโมยของต่อหน้าต่อตาท่านผู้คุม!” นางพูดจาใหญ่โต “ท่านผู้คุม มีข้าเพียงคนเดียวที่นำไม้ไผ่กลับมาทว่าตอนนี้ครอบครัวของฮูหยินผู้เฒ่าที่มีความขัดแย้งกับพวกเรามาโดยตลอดกลับได้รับาเ็จากไม้ไผ่อีก นี่คือการโยนความผิดที่ชัดเจนยิ่งนักหรือคนร้ายจะคิดว่าท่านผู้คุมเป็คนโง่กันเ้าคะ?”
“เ้าเป็คนเก็บไม้ไผ่มาเ้าพูดว่าผู้ใดโยนความผิดกัน? เป็เ้าชัดๆ ที่มีเจตนายั่วยุ” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างขุ่นเคือง
หลินเสวี่ยจู๋ไม่ยี่หระ“เช่นนั้นก็น่าแปลกแล้ว ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าอนุบ้านพวกท่านจะปรนนิบัติสามี หรือคิดว่าดึกดื่นค่อนคืนข้าจะไม่หลับไม่นอนรอโยนแท่งไม้ไผ่ใส่พวกเขา?”
ประโยคนี้เตือนสติกู้เจินเหนียงทันทีนางรวบรวมความกล้าลุกขึ้นยืน “ท่านผู้คุมโปรดตรวจสอบให้ชัดเจนด้วยเ้าค่ะผู้น้อยถูกนายท่านใหญ่ปลุกให้ตื่นจากฝัน คุณหนูเสวี่ยจู๋ย่อมไม่อาจคาดเดาเื่นี้ได้ล่วงหน้าหากจะพูดถึงคนที่รู้มาก่อน เกรงว่าจะมีเพียงนายท่านใหญ่เท่านั้นกระมังเ้าคะ”
“นางแพศยาถึงกับช่วยนางคนสำส่อนแว้งกัดพวกเรา!” กัวซื่อเท้าเอวด่าทอ
หลินเสวี่ยจู๋ไม่สนใจนาง เพียงคำนับเล็กน้อย“ท่านผู้คุม ั้แ่คนสกุลหลินถูกจำคุกแม้ว่าสกุลรองของข้าจะขัดแย้งกับสกุลหลักเป็ครั้งคราวทั้งหมดล้วนเป็เพราะถูกพวกเขาใส่ความและทำให้อับอาย พวกเราจึงไม่มีทางเลือกนอกจากโต้กลับเพื่อปกป้องตนเองพวกเราไม่เคยเป็ฝ่ายยั่วยุพวกเขา ข้าเชื่อว่าทุกคนต่างเห็นได้อย่างประจักษ์แจ้ง ทั้งยังแยกแยะถูกผิดได้และมีความยุติธรรมในหัวใจ”
เมื่อหลินเสวี่ยจู๋เอ่ยจบครอบครัวหนึ่งที่อยู่ใกล้นางที่สุดก็เอ่ยปาก “ใช่แล้วท่านผู้คุม หลินเหนียงหอบไม้ไผ่กลับมาโดยไม่กลัวความยากลำบากเพื่อทำสิ่งของให้สามีที่ได้รับาเ็ใช้เมื่อคืนพวกเราล้วนเห็นกันหมด”
เมื่อครอบครัวนี้พูดจบเหวินซิ่วชิงก็เอ่ยต่ออย่างสุภาพ “ท่านผู้คุม บุตรสาวข้าทำงานหนักมากตอนกลางวัน ตกกลางคืนจึงเข้านอนเร็วพูดอีกอย่างคือนางเป็ผู้น้อย หากพบเจอเื่น่าละอายของผู้าุโ นางหลบก็ยังไม่ทันแล้วจะลงมือได้อย่างไร?”
หลินเสวี่ยจู๋ลอบชูนิ้วโป้งให้มารดาอยู่ในใจหากมารดาไม่ใช่ยอดฝีมือก็หมายความว่านางเก็บงำความสามารถได้อย่างแเี อย่าคิดว่ามารดานางจะออกหน้าไม่เป็แล้วมอบทุกอย่างให้บิดานางจัดการไปเสียหมด ขอเพียงนางได้เอ่ยปาก วาจาย่อมดุดันและตรงประเด็น
เข้าข้างคนกันเองและทำร้ายผู้เป็ศัตรู
เมื่อเห็นผู้คุมเริ่มถูกโน้มน้าวด้วยคำพูดของผู้อื่นฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ยินยอม ้าเอ่ยปากโต้แย้ง แต่กลับถูกหลินเสวี่ยหลานคว้าตัวเอาไว้
“ท่านผู้คุม”หลินเสวี่ยหลานเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “เื่นี้ย่อมต้องเป็การเข้าใจผิดกันอย่างแน่นอนไม่ว่าสกุลหลักหรือสกุลรอง สุดท้ายพวกเราต่างก็เป็คนสกุลหลินด้วยกันข้าเชื่อว่าน้องหญิงเสวี่ยจู๋ย่อมไม่ลงมือกับบิดาข้าแน่ เพียงแต่กู้เจินเหนียงเป็อนุของบิดาข้าจริงๆน้องหญิงเสวี่ยจู๋ไม่ขออนุญาตจากบิดาข้าก็พาตัวกู้เจินเหนียงไปแล้ว การกระทำนี้ออกจะไม่เคารพผู้าุโอยู่บ้าง”
เป็การอ้างศีลธรรมอันดาษดื่นอีกคราเพียงแต่หลินเสวี่ยจู๋ไม่เล่นด้วย นางถอนหายใจยาวแล้วเอ่ยกับหลินเฉิงคุน“ท่านลุงใหญ่ เมื่อครู่ท่านบอกว่าสัญญาร่างกายของกู้เจินเหนียงอยู่กับท่านเช่นนั้นนำออกมาให้พวกเราดูหน่อยได้หรือไม่?”
นางรับประกันว่าขอเพียงหลินเฉิงคุนกล้าหยิบนางก็กล้าทำให้สัญญานั้นหายไปต่อหน้าทุกคน และเนื่องจากนางรู้ว่าต้องเข้าใกล้ในระยะห้าเมตรนางจึงเดินหน้าไปหลายก้าว
แต่หลินเฉิงคุนกลับเอ่ยอย่างไร้ชีวิตชีวา“ตอนถูกยึดทรัพย์ ข้าวของบนตัวข้าถูกริบไปหมดยิ่งไม่ต้องพูดถึงสัญญาร่างกายของกู้เจินเหนียงเลย”
“โอ้ ที่แท้ท่านลุงใหญ่ก็ไม่มีสัญญาร่างกาย”หลินเสวี่ยจู๋หัวเราะคิก “เช่นนั้นหากอิงตามกฎหมายราชสำนักกู้เจินเหนียงย่อมเลือกได้ว่าจะขายตัวเป็ทาสหรือถูกเนรเทศตามสกุลหลักพวกเราฟังความเห็นของกู้เจินเหนียงกันหน่อยดีหรือไม่?”
“ผู้น้อยเต็มใจยอมเป็บ่าวรับใช้ของคุณหนูเสวี่ยจู๋ไปตลอดชีวิตเ้าค่ะ”กู้เจินเหนียงรีบเอ่ยทันที
“เ้าเป็นักโทษที่ถูกเนรเทศไหนเลยจะคู่ควรแก่การมีบ่าวรับใช้?” กัวซื่อแย้ง
หลินเสวี่ยจู๋เบะปาก“ท่านลุงใหญ่ยังมีอนุ เหตุใดข้าจะมีบ่าวรับใช้ไม่ได้? ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่ได้บอกให้กู้เจินเหนียงเป็บ่าวรับใช้นาง้าเป็เอง แล้วข้ายังมีทางเลือกอื่นอีกหรือ?”
กัวซื่อกัดฟันด้วยความเกลียดชัง“เ้ากำลังเถียงข้างๆ คูๆ!”
หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มหวานแต่น้ำเสียงกลับชวนให้โมโหยิ่งนัก “ท่านลุงใหญ่แม้แต่เลี้ยงชีพยังยากลำบาก เพราะฉะนั้นอย่าเลี้ยงดูอนุเลยจะดีกว่าหลานสาวทำเช่นนี้ก็เพื่อลดภาระให้ผู้าุโ เหตุใดพวกท่านไม่เพียงแต่ไม่ขอบคุณข้ากลับมาต่อว่าข้าเสียนี่?”
ขณะที่พูดนางก็เปลี่ยนสีหน้าพลางกวาดสายตามองหลินเฉิงคุนกับหลินเซิ่งจิ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว“วันหน้าหากผู้ใดกล้าคิดที่จะตบตีกู้เจินเหนียงอีก ลู่โม่ เ้าต้องจัดการมันผู้นั้นให้ข้าอย่างโเี้!”
.............................