ตอนที่ 3 ชายหนุ่มเมามาย (9)
เมื่อกลับถึงบ้าน เสี่ยวเจวี๋ยก็เก็บผลไม้แต่ละลูกเข้าตู้เย็นด้วยความเบิกบาน ตัดสินใจว่าพรุ่งนี้จะหั่นเป็อาหารจานผลไม้สักที่ พอเก็บเข้าตู้เย็นจนเต็ม ก็ปิดประตู ส่วนอาสามที่อยู่ด้านหลังกลับเข้ามาอุ้มรวบตัวเขามาจักจี้ที่โซฟาไปยกหนึ่ง เขาหัวเราะ ‘ฮ่าๆ’ พร้อมร้องขอความเมตตาอย่างควบคุมไม่อยู่
หลังเล่นกันพอ หยวนเยี่ยนถึงได้เอ่ยว่าคืนนี้จะกลับบ้าน พรุ่งนี้ค่อยมาหาใหม่
“เสี่ยวเจวี๋ยบอกอาสามมาได้อย่างหนึ่ง ว่าอยากจะให้เอาอะไรมาด้วย”
“อืม...ขอดอกไม้สดในสวนดอกไม้หนึ่งช่อครับ”
“ได้เลย พรุ่งนี้อาสามจะเอามาให้”
หลังจากลูบศีรษะหลานชายไปครั้งสองครั้ง ก็เอ่ยเสียงต่ำๆ ว่า “พูดจากับอารองดีๆ ด้วยล่ะ” จากนั้นก็ยิ้มพลางบอกลาพี่รองกับกู้ชิงก่อนออกไป
พอเขากลับไป บ้านก็เงียบมาก หยวนจุนหยิบหนังสือเล่มเดิมของกู้ชิงมานั่งอ่านต่อที่โซฟา
หลังจากมองอารองทีหนึ่ง เสี่ยวเจวี๋ยก็เข้าไปหากู้ชิงที่ห้องอาบน้ำ กู้ชิงกำลังเก็บชุดสูทและเสื้อผ้าตัวอื่นๆ ที่หยวนจุนเปลี่ยนทิ้งไว้ในห้องอาบน้ำไปใส่เครื่องซักผ้าเพื่อซักทำความสะอาด
เขายื่นมือดึงชายเสื้อของกู้ชิงไปๆ มาๆ พลางส่งเสียงเบาๆ ว่า “คุณอารองยังไม่ได้กินข้าวเลย”
หลังจากตั้งค่าระยะเวลาซักผ้าเรียบร้อยแล้ว กู้ชิงจึงหันหลังมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เสี่ยวเจวี๋ยมาทำมื้อเย็นให้คุณอารองสักมื้อก็ได้นะ”
เสี่ยวเจวี๋ยเผยสีหน้าย่ำแย่ “แต่ว่า...ผมทำไม่เป็”
กู้ชิงยิ้มบางพลางบอกว่า “ถ้าเราอยากทำ อาช่วยสอนให้ได้นะ”
เสี่ยวเจวี๋ยยิ้มออกมาแล้วเอ่ยว่า “ครับ” พลางพยักหน้า
หลังออกมาจากห้องอาบน้ำ กู้ชิงก็พาเขามาเลือกวัตถุดิบจากตู้เย็น จากนั้นก็เข้าครัว แล้วจับมือสอนทำมื้อเย็น
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็ยกบะหมี่เนื้อหน้าผักใส่ต้นหอมชามใหญ่ออกมา วางลงบนโต๊ะอาหาร เขาเดินไปตรงหน้าของหยวนจุน พลางดึงเสื้อผ้าของตนด้วยความประหม่าพร้อมบอกว่า “คุณอารอง...กิน มากินบะหมี่สิครับ”
หยวนจุนวางหนังสือลง แล้วมองเขาที่มีเหงื่อผุดพรายทั่วหน้า
“เสี่ยวเจวี๋ยเห็นว่าคุณอายังไม่ได้กินมื้อเย็น เลยตั้งใจทำบะหมี่ให้คุณชามหนึ่งแน่ะ” กู้ชิงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยปาก สายตากำลังมองเนกไทสีน้ำเงินที่วางอยู่บนโต๊ะคู่เซตโซฟา
หยวนจุนลุกขึ้นเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วคนบะหมี่ในชามก่อนจะกินเข้าไปหนึ่งคำ เสี่ยวเจวี๋ยที่อยู่ข้างๆ มองเขาด้วยความเคร่งเครียด
“รสชาติ...” หยวนจุนเงยหน้า ก่อนจะส่งยิ้มบางๆ ให้เขาพลางบอกว่า “ใช้ได้เลยนี่”
เมื่อได้เสียงตอบรับเชิงบวก เสี่ยวเจวี๋ยก็เผยรอยยิ้ม ดวงตาเปล่งประกายราวดวงดารา เขาเข้าไปนั่งที่โต๊ะอาหาร เอ่ยงึมงำว่า “เป็บะหมี่ที่ผมกับคุณอากู้ทำด้วยกันนะ เพราะว่าผัดผักมันเละ คุณอากู้เลยแนะนำให้ทำบะหมี่สักชามแทนครับ...”
นี่ก็คือเื่จริงของบะหมี่หนึ่งชามที่ใช้เวลาทำหนึ่งชั่วโมง
ภายใต้การช่วยเหลือของกู้ชิง หยวนจุนถึงได้กินมื้อเย็นกับเขาบ้าง
หลังผ่านพ้นบะหมี่ชามนี้ไป ความแง่งอนหยุมหยิมของสองอาหลานถึงได้หายไปไม่เหลือหลอ เสี่ยวเจวี๋ยจึงพูดคุยกับเขาอย่างสนิทสนม
กู้ชิงเก็บเนกไทเส้นนั้นจากโต๊ะหน้าโซฟา แล้วนำเข้าไปใส่เครื่องซักผ้าในห้องอาบน้ำเพื่อซักทำความสะอาดไปพร้อมกัน
คืนวันนั้น เขาคิดไม่ถึงว่าชายกางเกงชั้นในภายในบ้านจะกลายเป็ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่ง เสี่ยวเจวี๋ยแอบบอกเขาว่า คุณอารองน่ะชอบใส่กางเกงลิงเข้านอนแบบนี้นี่แหละ
สำหรับเื่ที่โดนคนนอกเข้ามารุกล้ำความเป็ส่วนตัวของตนเองนั้น แม้จะไม่ถือสากับเด็กน้อยได้ แต่ผู้ใหญ่รายนั้นมีความมั่นหน้าในตนเองมากทีเดียว จะไม่ถือสาเลยก็คงไม่ได้
เด็กชายแอบเม้าท์เื่ลับๆ ของคุณอารองแท้ๆ กับเขาไปหลายเื่ แต่เขาไม่สนใจเื่เม้าท์เลยสักนิด
หลังจากเล่นสนุกจนพอและปีนขึ้นมาบนเตียงนอน ในที่สุดเสี่ยวเจวี๋ยก็หยุดพัก
ส่วนชายหนุ่มผู้ไม่ชอบนอนโซฟา กู้ชิงได้กันเขาไว้หน้าห้อง แล้วมานอนรวมกับเสี่ยวเจวี๋ย
หยวนจุนไม่มีเหตุผลเื่เมาเหล้าอีกแล้ว นอกเสียจากเขาจะหน้าด้านหน้าทนมากพอ เดินเข้าห้องนอนมายึดเตียงไปหน้าตาเฉย เพียงแต่เขาจะไม่ยอมปล่อยปละกับพฤติกรรมแนวนี้ สมองเขายังจำได้อยู่ว่าตนเป็เ้าของบ้านหลังนี้
กลางดึกสงัด ชายหนุ่มผู้สวมกางเกงชั้นในตัวเดียวบนโซฟาในห้องรับแขก กำลังถือมือถือเช็กข่าวการประมูลที่ดินงานหนึ่งอยู่
เช้าวันอาทิตย์ กู้ชิงยังไม่ทันตื่นนอน หยวนเยี่ยนก็มาถึงแล้ว เขาติดเสื้อผ้าแยกมาให้พี่รองกับหลานชายกันคนละชุด ทั้งยังปรึกษาบางเื่กันด้วย
ซึ่งเกี่ยวข้องกับข่าวการประมูลที่ดินที่หยวนจุนอ่านดูเมื่อคืนนี้
ศูนย์ซื้อขายที่ดินในวันจันทร์วันต่อมา จะมีที่ดินผืนหนึ่งจากสามสิบผืนของการประมูลที่ดินนั้นมีที่มาบางอย่างเกี่ยวข้องกับตระกูลหยวน หยวนจุนวางแผนจะประมูลไว้ แต่ว่าตระกูลเซี่ยก็เข้าร่วมการประมูลที่ดินเช่นกัน เมื่อถึงเวลานั้น เซี่ยเจี่ยนอี้คงต้องโผล่หน้ามา เสนอราคาให้สูงขึ้นแบบกัดไม่ปล่อย เพื่อบีบให้เขาต้องประมูลไปในราคาที่สูงกว่าตลาด
พี่รองไม่มีทางถอนตัวจากการประมูลที่ดิน เื่นี้เขาคงต้องคิดบัญชีกับเซี่ยเสียสติ แล้วค่อยสะสางบัญชีแค้นวันหลัง