กัปตัน!
นึกไม่ถึงว่าผมจะเป็กัปตัน!
นั่นหมายความว่าทุกครั้งหลังจากโหวตผมจะสามารถตรวจสอบตัวตนของใครคนหนึ่งได้!
ถ้าผมเจอผู้โหยหวนก็สามารถบอกให้ทุกคนรู้ในครั้งต่อไปที่มีการลงคะแนน แล้วรวมคะแนนเสียงเพื่อฆ่าผู้โหยหวนได้นั่นเอง!
แต่ถ้าเปิดเผยตัวตนเร็วเกินไป ในตอนหลับไหลผู้โหยหวนจะต้องเลือกกำจัดผมก่อนแน่นอน
ในการ์ดเขียนวิธีการตรวจสอบตัวตนคนอื่นของกัปตันโดยการใช้รูปถ่ายภายในมือถือ ด้านในมือถือของกัปตันจะมีรูปถ่ายของทุกคนเพียงกดไปที่รูปถ่ายของคนนั้น แอปพลิเคชั่นพิเศษในโทรศัพท์จะแจ้งตัวตนของคนนั้นออกมาแต่จะใช้ได้เพียงครั้งเดียวหลังจากการโหวตแต่ละครั้งเท่านั้น
แอปพลิเคชั่นพิเศษนี้ถูกติดตั้งในโทรศัพท์ของพวกเราตอนที่เราถูกจับมาที่เครื่องบินหรือเปล่านะ
ผมไม่รู้ ทำได้เพียงเก็บการ์ดกลับไปอย่างดีแล้วหันไปสังเกตดูสีหน้าของคนรอบข้าง
มีแปลกใจ หวาดกลัว เ็า และตื่นเต้นผมมองไม่ออกจริงๆ ว่าใครคือผู้โหยหวน
และในตอนนี้หนุ่มหล่อเ็าซางจื้อหย่วนกลับเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ว่าจะเชื่อประกาศนั้นหรือเปล่าอย่างไรก็ตามให้ทุกคนเอาโทรศัพท์ออกมาดูก่อนว่าติดต่อกับโลกภายนอกได้ไหมตรวจสอบห้องโดยสารกับประตูเครื่องบินอีกครั้งดูว่าหากัปตันกับแอร์โฮสเตสตัวจริงได้ไหม ถ้าไม่ได้จริงๆก็หากระเป๋าร่มชูชีพให้เจอ พวกเราจะได้หนีออกไปได้ด้วยตนเอง”
ซางจื้อหย่วนไม่ใช่ผู้นำ แต่สิ่งที่เขาพูดก็สมเหตุสมผลทุกคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่โชคร้ายที่ไม่มีสัญญาณเลย ไม่มีใครติดต่อภายนอกได้
หลังจากที่มีคนไปตรวจดูประตูและห้องต่างๆในห้องโดยสาร ก็พบว่ามีเพียงห้องเก็บอาหารและห้องน้ำเท่านั้นที่สามารถเปิดได้ส่วนประตูอื่นๆ ทั้งหมดถูกล็อกไว้ และไม่พบทั้งกัปตันหรือแอร์โฮสเตสเครื่องบินนี้มีเพียงพวกเราสิบห้าคนจริงๆ
หรือว่าเราต้องเชื่อฟังคำสั่งของไอ้โรคจิตที่ประกาศผ่านลำโพงนั้นจริงๆสิบห้าคนในห้องผู้โดยสารจะต้องฆ่าฟันกันเองงั้นเหรอ
แท้จริงแล้วไอ้วิปริตนั่นเป็คนอย่างไรกันนะ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย
ผมคิดไม่ออกเลย แต่ท้องร้องจ๊อกๆ จึงทำได้เพียงตามคนอื่นไปหยิบอาหารบนเครื่องจากคลังอาหารมาเติมให้อิ่มท้องก่อน
หลังจากทุกคนกินเสร็จ เวลาก็ล่วงไปจนถึงเที่ยง ทันใดนั้นเสียงลำโพงที่ดังแสบหูก็ดังขึ้นอีกครั้งในห้องโดยสาร
“ใกล้จะบ่ายหนึ่งแล้วทุกคนโปรดทำการโหวตให้เร็วที่สุด เลือกผู้โหยหวนออกมาฆ่าหนึ่งคนมิฉะนั้นเครื่องบินจะตกลงไปที่พื้นและทุกคนจะตายกันหมด!”
เสียงประกาศดังขึ้น ทุกคนต่างเงียบกันหมดสุดท้ายแล้วเสียงประกาศนี้บังคับให้ทุกคนฆ่ากันเอง ไม่มีใครอยากเป็คนเริ่มพูดก่อนทั้งนั้นแหละ
และในตอนนี้เองก็มีหนุ่มหล่อเ็าซางจื้อหย่วนที่ทำลายความเงียบงันอีกครั้ง
“อย่าเพิ่งพูดถึงเื่ฆ่าคนเลยพวกเรามาโหวตกันก่อนดีไหม”
ซางจื้อหย่วนเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาในที่สุดก็มีคนโต้ตอบ และคนที่พูดต่อจากเขาก็คือเฉียนตัวตัว ลูกคุณหนูผู้รวยล้นฟ้า
“แต่จะเลือกใครล่ะ เหมือนตัวตนจะมาจากการสุ่มไม่ว่าใครก็อาจเป็ผู้โหยหวนได้ แล้วถ้าสุดท้ายเลือกมาได้จริงๆพวกเราจะกล้าฆ่าคนเหรอ แล้วใครจะเป็คนลงมือฆ่าล่ะ”
ผมคิดไม่ถึงว่าเฉียนตัวตัวจะเป็ฝ่ายพูดโต้ตอบซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่าคำที่ว่า ‘อย่าตัดสินคนจากภายนอก’ นั้นเป็เื่จริงเฉียนตัวตัวดูเหมือนจะเป็เพียงลูกคุณหนูที่ไม่ได้เื่ แต่กลับมีความคิดลึกซึ้งกว่าที่คิดไว้
แต่สิ่งที่ทำให้ผมยิ่งเซอร์ไพรส์ไปกว่านั้นคือนึกไม่ถึงว่าคนต่อไปที่ตอบจะเป็เด็กสาวที่ใจนร้องไห้คนนั้น
“แต่...แต่ว่า ถ้าไม่ฆ่าทุกคนต้องตายกันหมด หนูไม่อยากตาย หนูยังอยากไปหาแม่ที่หนานจิน”
เด็กสาวพูดไปก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นในเวลานี้ซางจื้อหย่วนเดินมาด้านข้างเด็กสาว ลูบศีรษะน้อยๆ ของเธอและกล่าวว่า
“ไม่ต้องกลัวนะในครั้งแรกไม่มีใครรู้ว่าใครเป็ใครหรอกทุกคนมักจะเลือกคนที่ตนเองไม่ชอบขี้หน้าเป็หลัก มาดูกันว่าใครจะเป็ผู้โชคร้ายคนนั้น”
คำแนะนำของซางจื้อหย่วนไม่เป็ผลดีกับตัวของเขาเองเลยเพราะทันทีที่เขาพูดจบ ข้าราชการวัยกลางคนก็ลุกขึ้นมาพูดต่อ
“ให้ตายเถอะ!กูไม่ชอบขี้หน้ามึงเลยว่ะ ั้แ่เกิดเื่ขึ้นก็เหมือนกับมึงเป็ผู้นำมีเื่อะไรมึงก็เป็คนพูด กูคิดว่าถ้ามึงไม่ได้สมรู้ร่วมคิดกับผู้ร้ายลักพาตัวก็เป็ผู้โหยหวนที่น่ารำคาญนั่นแหละ ทุกคนโหวตเขากันเถอะ!”
ข้าราชการวัยกลางคนหาหัวหน้าไม่เจอดูท่าว่าจะเอาความโกรธทั้งหมดมาลงที่ซางจื้อหย่วนผู้ที่โดดเด่นที่สุด
ซางจื้อหย่วนเพียงยิ้มอย่างเ็าแล้วกล่าวว่า “ผมบอกไปแล้วไง ว่าผมเป็แค่ผู้โดยสาร”
ข้าราชการวัยกลางคนพูดต่อด้วยความโกรธแค้น “เหอะ!ผู้โหยหวนไม่มีทางพูดว่าตนเองเป็ผู้โหยหวนหรอก!”
ณ ขณะนี้นาฬิกาดิจิทัลภายในห้องผู้โดยสารใกล้ถึงเวลาสิบสามนาฬิกาแล้วเฉียนตัวตัวจึงลุกขึ้นพูด
“เอาแบบนี้นะ ผมจะนับหนึ่งถึงสาม แล้วทุกคนยื่นมือออกมาชี้คนที่ตนเองคิดว่าเป็ผู้โหยหวนพร้อมกันนะ!”
“หนึ่ง...สอง...สาม!”
เมื่อสิ้นเสียง นอกจากผมทุกคนต่างยื่นมือออกไปหมด
ในสิบห้าคนนี้ มีเจ็ดคนชี้ไปที่ซางจื้อหย่วนผมไม่แปลกใจเลย ความจริงผมก็อยากชี้ไปที่เขา แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงยื่นมือออกไปไม่ได้
ในทางกลับกัน สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจคือกลับมีถึงเจ็ดคนที่ชี้ไปที่ข้าราชการวัยกลางคนเช่นกัน
ผมจึงกลายเป็คะแนนโหวตที่สำคัญที่สุดในทันที
ข้าราชการวัยกลางคนมองดูเจ็ดคนที่ชี้มาทางเขาเขาที่เคยชินกับท่าทีผู้บังคับบัญชามาโดยตลอด ในแววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“ให้ตาย! นี่พวกแกหมายความว่าอะไร นึกไม่ถึงว่าพวกแกจะกล้าเลือกกู!กูเป็ถึงหัวหน้าเชียวนะ! หมอนั่นบอกว่ามันเป็ผู้โดยสารพวกแกก็เชื่อแล้วเหรอ แล้วถ้ามันเป็ผู้โหยหวนขึ้นมาล่ะ”
น่าเสียดายที่เสียงแผดคำรามของข้าราชการวัยกลางคนไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของใครได้เลยบนเครื่องบินลำนี้ไม่มีใครสนใจว่าเขาจะเป็หัวหน้าเขตหรือนายกเทศมนตรีอะไรทั้งสิ้น
ตอนนั้นเองข้าราชการวัยกลางคนก็เพิ่งจะตระหนักได้อย่างน่าสงสารว่าอำนาจการตัดสินใจการโหวตตกอยู่ในมือของผม
หัวหน้าเขตที่ปกติแล้วไม่แม้แต่จะชายตามองคนกระจอกอย่างผมเวลานี้กลับยิ้มให้ผมด้วยสีหน้าประจบประแจงแบบที่เขาคงทำเฉพาะกับผู้ว่าฯ เท่านั้น
“พ่อหนุ่ม นายเลือกเขาสิแค่มองก็รู้แล้วว่าเขาเป็คนไม่ดี นายเลือกเขาลงเครื่องบินไปฉันจะให้นายเป็อธิบดีเลย”
ผมมองซางจื้อหย่วน เขามีท่าทางสงบนิ่งดูแล้วค่อนข้างเชื่อถือได้ แต่ถ้าซางจื้อหย่วนเป็ผู้โหยหวนนั่นก็จะเป็ศัตรูที่น่ากลัวคนหนึ่งเลยทีเดียว
ผมมองกลับไปที่ข้าราชการวัยกลางคนและรู้สึกถึงความรังเกียจจากก้นบึ้งของหัวใจ
ผมยิ้มอย่างเ็าและถามว่า
“กางเกงของคุณเป็แบรนด์อาร์นีม่าใช่ไหม”
ชายวัยกลางคนเมื่อได้ยินผมถามถึงกางเกงก็ยิ้มออกมาทันทีคิดในใจว่าเด็กวัยรุ่นมันไม่มีสมอง แค่กางเกงตัวเดียวก็ซื้อตัวได้แล้ว
“ใช่แล้ว น้องชาย นายตาถึงมากกู...กางเกงของฉันตัวนี้เป็ของอาร์นีม่า ตัวละสามหมื่นกว่า ถ้านายชอบเดี๋ยวฉันจะส่งให้นายหนึ่งโหลเลย!”
ดูท่าคนเป็ข้าราชการนี่ใจกว้างไม่ใช่เล่นเลยนะ
ผมยิ้มเย็นๆ แล้วถามต่อไปว่า
“แต่ผมเคยได้ยินมาว่าหัวหน้าเขตได้เงินเดือนเดือนหนึ่งไม่ถึงหมื่นนี่ครับ”
ทันทีที่ผมพูดจบใบหน้าของข้าราชการวัยกลางคนก็เปลี่ยนเป็สีคล้ำทุกคนรอบข้างเริ่มมองเขาด้วยสายตาดูถูก บางคนถึงกับหัวเราะออกมา
ในตอนนี้ผมจึงชูมือขึ้น นิ้วชี้ชี้ตรงไปที่ข้าราชการวัยกลางคน
“ขอโทษนะครับผมไม่ชอบคนคอร์รัปชัน”
ซางจื้อหย่วนได้เจ็ดเสียงข้าราชการวัยกลางคนได้แปดเสียง เขาเป็คนแรกที่ตกรอบ!
แม้เราจะเลือกคนออกมาได้แล้ว แต่คำถามสำคัญคือจะฆ่าเขาไหมและใครจะเป็คนลงมือฆ่า
พอโหวตเสร็จแล้ว ทุกคนต่างถอยห่างข้าราชการวัยกลางคนขณะที่เขาเองก็มองคนในกลุ่มด้วยสายตาระแวดระวัง พร้อมกับะโออกมาอย่างเดือดดาล
“ให้ตาย! นี่พวกแกหมายความว่าไงจะฆ่าคนหรือไง ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะ! กูเป็หัวหน้าเขต ถ้าฆ่ากูพวกแกไม่มีใครหนีรอดไปได้หรอก! ลงจากเครื่องแล้ว พวกแกทุกคนต้องติดคุกแน่!”
เสียงแผดคำรามของข้าราชการวัยกลางคนอาจยังได้ผลอยู่บ้างอย่างน้อยที่สุดตอนนี้ก็ไม่มีคนยอมลงมือ แม้แต่ซางจื้อหย่วนก็แค่มองอย่างเ็า
ทว่าในตอนนี้เองห้องโดยสารก็โคลงเคลงรุนแรงขึ้นมาฉับพลันราวกับว่ามันกำลังดิ่งลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว
ณเวลานี้เองบรรดาผู้โดยสารที่ยืนไม่มั่นคงถึงจะนึกได้ ถ้าไม่ฆ่า เครื่องบินจะตกลงไปแล้วทุกคนจะตายกันหมด!
“เร็วเข้า! รีบฆ่าเขาเร็ว!ไม่อย่างนั้นพวกเราจะตายกันหมด!”
ซางจื้อหย่วนล้มลงไปบนที่นั่งพร้อมกับผมเขาคว้าที่นั่งเอาไว้และลุกขึ้นมาะโ ไม่คิดลงมือเอง
ผมกับคนส่วนใหญ่ก็ไม่อยากฆ่าใคร แต่ถ้าไม่ฆ่าเราก็ต้องตายกันหมด แล้วเราจะทำอย่างไรดี
ข้าราชการวัยกลางคนนั้นก็ใกับห้องโดยสารที่โคลงเคลงแต่กลับยิ่งระแวงเหล่าคนที่มีชีวิตอย่างพวกเราเห็นเพียงข้าราชการวัยกลางคนโกรธจนหน้าแดง และพยายามแผดเสียงใส่พวกเราสุดกำลัง
“ใครกล้าฆ่าฉัน”
“ใครกล้าฆ่าฉัน”
“ใครกล้าฆ่าฉัน”
ขณะที่ข้าราชการวัยกลางคนะโว่าใครกล้าฆ่าฉันครั้งที่สามจบลงในที่สุดก็มีคนลงมือ
แต่สิ่งที่ผมไม่คาดฝันเลยก็คือคนที่ลงมือนั้นกลับเป็...