บทที่ 26 หญิงชาวบ้านที่แตกต่างจากผู้อื่น
วันที่ยุ่งวุ่นวายผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในพริบตาก็มาถึงเช้าวันคล้ายวันเกิดของคุณหนูิ่ หลังจากทุกคนเร่งรีบไม่หยุดพัก น้ำแข็งแกะสลักทั้งหมดก็ถูกส่งไปถึงแล้ว
ผู้ดูแลิ่เป็คนทำงานจริงจัง เพื่อรับมือกับคำถามจากเ้านาย จึงเชิญคนจากตระกูลไท่ไปที่จวนพร้อมกัน
แน่นอนว่าสถานะของคนตระกูลไท่ไม่ได้สูงพอที่จะร่วมโต๊ะงานเลี้ยง แต่การนั่งพักในห้องพักด้านนอกสักครู่ก็ไม่ใช่เื่ยากเย็นนัก
ท่านผู้เฒ่าไท่ไม่วางใจที่จะปล่อยให้คนในตระกูลอยู่ในบ้านเก่า ๆ เกรงว่าพวกเขาจะออกไปเดินเพ่นพ่านข้างนอกแล้วก่อเื่ ดังนั้นจึงให้ลูกชายคนโตกับภรรยาและลูกชายคนเล็กที่ปากหวานคล่องแคล่วไปที่ตระกูลิ่ด้วยกัน
ไท่จี้จงกับภรรยาเป็คนซื่อสัตย์อยู่แล้ว ย่อมไม่ขัดข้อง ไท่หย่งอันและไท่หย่งหนิงก็เช่นกัน มีเพียงไท่หย่งลู่และไท่หย่งเยว่สองเด็กน้อยที่เริ่มะโโลดเต้นโวยวายไม่หยุด
สุดท้ายชายชราต้องซื้อถังหูลู่ให้สองไม้ จึงสามารถ ‘ปราบ’ ลิงน้อยทั้งสองได้สำเร็จ
ส่วนจูจู แน่นอนว่าตามพ่อแม่ไปด้วยกัน
ก้อนแป้งนุ่มนิ่มน่ารักน่าเอ็นดู ใน่ไม่กี่วันนี้นางได้ชนะหัวใจแบบบิดาของผู้ดูแลิ่ได้อย่างสิ้นเชิง
ผู้ดูแลิ่เตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ถ้าฝ่ายหญิงในเรือนหลังอยากถามอะไร ก็ให้หยางลี่ฮวาอุ้มจูจูไปด้วย สตรีนั้นใจอ่อน ย่อมชื่นชอบเด็กน้อยที่นุ่มนิ่มน่ารักเป็พิเศษ ไม่แน่ว่าจูจูอาจจะทำให้ได้รับรางวัลเพิ่มขึ้นอีกก็เป็ได้...
คนตระกูลไท่ก็เข้าใจความหวังดีของผู้ดูแลิ่ หลังจากเข้าสู่จวน พวกเขาก็เชื่อฟังอยู่ในเรือนรับรองฝั่งนอก รอจนกระทั่งฟ้ามืด
แม้ดินแดนทางเหนือจะยากจน และเมืองไท่อันก็ไม่ได้ใหญ่นัก แต่ก็มีคนมีฐานะไม่น้อยเช่นกัน
เมื่อพ้นยามเว่ยมาเล็กน้อย ก็เริ่มมีรถม้าทยอยมาถึงหน้าประตูตระกูลิ่ ทั้งชายหญิง คนแก่หนุ่มสาว รวมแล้วกว่าร้อยชีวิต
อีกฟากหนึ่งของกำแพงเรือนนอกคือห้องครัว พ่อครัวที่เชิญมากำลังผัดทอดอย่างขะมักเขม้น แม่ครัวของตระกูลิ่และสาวใช้งานหยาบต่างก็กำลังช่วยกันทำงาน มีกลิ่นหอมโชยมาเป็ระยะ
พอได้กลิ่นหอม ท้องของคนในตระกูลไท่ก็เริ่มส่งเสียงร้องจ๊อก ๆ
หยางลี่ฮวาหยิบห่อของที่เตรียมมา หยิบเอาวอโถวแป้งข้าวฟ่างออกมาสองสามชิ้นกินพร้อมกับชาร้อนในห้อง ทุกคนในครอบครัวจึงได้กินอะไรประทังท้องอย่างเรียบง่าย
จูจูแน่นอนว่าได้กินขนม หลังจากกินอิ่มแล้วก็นอนหลับบนเตียงอุ่น ไม่นานนักผู้ดูแลิ่ก็พาบ่าวรับใช้ถือกล่องอาหารเข้ามา
ทุกคนในครอบครัวไท่รีบลุกขึ้นคำนับ ผู้ดูแลิ่โบกมือห้าม สายตาเหลือบเห็นเด็กหญิงร่างอวบนอนกางแขนกางขาอย่างสบายอารมณ์ ดูแล้วหลับสนิทเป็พิเศษ เขาก็ยิ้มออกมา
"ข้าสั่งให้ครัวนึ่งไข่ตุ๋นเป็พิเศษ ไม่นึกว่าจูจูจะหลับไปแล้ว งั้นพวกท่านกินกันก่อนเถิด รอให้นางตื่นแล้วค่อยป้อน"
หยางลี่ฮวายิ้มพลางกล่าวขอบคุณ "ขอบคุณผู้ดูแลิ่มาก ลำบากให้ท่านเป็ห่วงเด็กคนนี้อีก"
ผู้ดูแลิ่ก็ไม่ได้มีนิสัยหยิ่งยโส เขาตอบว่า "เื่เล็กน้อยที่พอช่วยได้เท่านั้น ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณ ข้างนอกมืดลงแล้ว โคมไฟน้ำแข็งก็จุดสว่างหมดแล้ว ทุกคนที่มาล้วนชื่นชมไม่หยุดปาก ดูท่าข้าเองก็คงได้รางวัลจากเ้านายด้วย"
พูดคุยกันไม่กี่คำ เขาก็ออกไปจัดการงานต่อ
ทุกคนรีบเปิดกล่องอาหาร ข้างในบรรจุจานผักกาดขาวกับเนื้อหั่นบาง จานหมูสับเต้าหู้ นอกจากนี้ยังมีชามข้าวสวยขนาดใหญ่ และชามเล็ก ๆ ใส่ไข่ตุ๋น นับว่าเป็มื้ออาหารที่อุดมสมบูรณ์มาก
พวกเขาไม่สามารถนำกลับไปได้ ดังนั้นถึงแม้จะเป็ห่วงคนแก่และเด็ก ๆ ที่บ้าน ไท่จี้จู่และหยางลี่ฮวา รวมถึงไท่จี้เย่ก็ยังกินจนหมดเกลี้ยง
ผลลัพธ์คือเพิ่งเอาชามและตะเกียบเปล่ารวมไว้ด้วยกัน ก็มีหญิงชราคนหนึ่งมาแจ้งข่าว ที่แท้ฮูหยินิ่พาฮูหยินจากจวนต่าง ๆ ไปชมโคมไฟในสวนและเรียกคนจากตระกูลไท่ไปตอบคำถาม หยางหลี่ฮวาเป็ห่วงลูกสาว จึงห่อหุ้มเด็กน้อยอย่างมิดชิดแล้วแบกไว้บนหลัง
สวนในฤดูหนาวไม่มีดอกไม้และพืชพรรณจึงดูจืดชืดแห้งแล้ง แต่ตอนนี้มีโคมไฟน้ำแข็งมาประดับ ทำให้ทุกอย่างแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง
ใต้ต้นหลิวที่โล้นเตียน มีนกกระเรียนสองตัวยืนอยู่ ในปากคาบโคมไฟน้ำแข็งทรงกระบอกเล็ก ๆ ดูอ้วนท้วนน่ารัก
ในพุ่มไม้แห้งมีโคมไฟรูปกระต่ายหลากหลายแบบซ่อนอยู่ แต่ละตัวดูมีชีวิตชีวาและน่ารักนุ่มนิ่ม
แม้แต่ในสระน้ำที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งที่แข็งตัว ก็ยังมีดอกบัวสีชมพูฝังอยู่หลายดอก มองจากระยะไกลช่างสวยงามตระการตา เมื่อเทียบกับฤดูร้อนแล้วยังดูเหมือนความฝันมากกว่า
ไม่มีสตรีที่ไม่ชอบดอกไม้และสัตว์ตัวเล็ก ๆ ฮูหยินของแต่ละบ้านเดินชื่นชมกันตลอดทาง
คุณหนูิ่และเหล่าสหายต่างพากันะโโลดเต้นอย่างสนุกสนาน ท่าทางมีความสุขมาก ส่วนฮูหยินิ่ที่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ในใจก็ชุมฉ่ำเป็สุขยิ่งนัก
ดังนั้นเมื่อฮูหยินจากจวนต่าง ๆ มาสอบถาม นางจึงเรียกคนจากบ้านไท่ให้มาพูดคุย
ทันทีที่หยางลี่ฮวาปรากฏตัวพร้อมกับอุ้มบุตรสาวมา ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางนั้น
แม้เสื้อผ้าที่สวมใส่จะดูเก่าไปบ้างแต่ก็สะอาดสะอ้าน ผมเผ้าก็หวีเรียบร้อย ดูดีกว่าภาพลักษณ์ของหญิงชาวบ้านในความทรงจำของทุกคนมากทีเดียว
หยางลี่ฮวาค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม การโค้งนั้นนุ่มนวลมาก เห็นชัดว่าไม่อยากให้เด็กน้อยบนหลังที่หลับอยู่สะดุ้งตื่น
สิ่งนี้ทำให้ฮูหยินิ่รู้สึกชื่นชมมากยิ่งขึ้น เพราะนางเองก็มีบุตรสาวเพียงคนเดียว ทุกวันนี้ก็รักและทะนุถนอมราวกับสมบัติล้ำค่า ไม่เช่นนั้นคงไม่จัดงานวันเกิดให้อย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้
"หยางซื่อ พวกข้าชื่นชมโคมไฟน้ำแข็งเหล่านี้มาก อยากรู้ว่าครอบครัวของเ้าคิดวิธีเอาไฟมาใส่ในเปลือกน้ำแข็งได้อย่างไร? ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยเถิด?"
"เ้าค่ะ ขอบคุณฮูหยินทั้งหลายที่สนใจ หญิงชาวบ้านอย่างข้าน้อยจะเล่าทุกสิ่งที่รู้โดยไม่ปิดบัง" หยางลี่ฮวาก้มหน้ารับคำ แล้วเล่าว่า "เมื่อไม่กี่วันก่อน น้องชายสามีได้รับาเ็เล็กน้อยโดยบังเอิญ พวกข้าพาลูกมาเยี่ยมเขา ลูกสาวตัวน้อยของข้ากลัวความมืด ร้องไห้งอแงอยู่บ้าง แต่เพราะครอบครัวยากจน ไม่มีโคมไฟให้ส่องสว่าง”
"ดังนั้น น้องชายสามีกับพวกเด็ก ๆ เลยทำเปลือกน้ำแข็งขึ้นมาหลายอัน แล้วโยนคบไฟที่จุดแล้วเข้าไป ทำเป็โคมไฟ ไม่คิดว่าจะเข้าตาผู้ดูแลจวนของท่าน จึงได้รับงานนี้มา มีวาสนาได้แกะสลักโคมน้ำแข็งเพื่อให้ความบันเทิงแก่แขกผู้มีเกียรติได้ชม"
ทุกคนไม่คาดว่าหญิงชาวบ้านคนหนึ่งจะพูดจาได้มีระเบียบแบบแผน หรืออาจเรียกได้ว่าสง่างามเช่นนี้ จึงยิ่งอยากรู้อยากเห็น
มีคนถามว่า "เ้าเคยเรียนหนังสือหรือ?"
หยางลี่ฮวาพยักหน้า "ข้าน้อยเคยเรียนมาสองสามปีตอนยังเด็ก น่าเสียดายที่บิดามารดาเสียชีวิตั้แ่ยังเล็ก ทำให้ต้องระเหเร่ร่อน โชคดีที่ได้พบกับครอบครัวสามีที่มีน้ำใจ รับข้าน้อยเข้ามาแต่งงานและให้กำเนิดลูก"
ผู้คนได้ยินแล้วรู้สึกเ็ปใจ หญิงสาวที่ไม่มีบิดามารดาและญาติคุ้มครอง จุดจบมักจะเลวร้ายยิ่งนัก หญิงสาวอย่างหยางลี่ฮวาแต่งงานไปยังนับว่าโชคดี หากถูกขายไปยังสถานที่สกปรก ชีวิตก็จะพังทลายไปตลอดกาล
โคมน้ำแข็งนั้นงดงามจริง ๆ และหยางลี่ฮวาผู้ที่ตอบคำถามก็ดูไม่ธรรมดา ทุกคนจึงไม่ตระหนี่ คนหนึ่งะโให้รางวัล อีกคนะโให้เงิน
หยางลี่ฮวารีบค้อมตัวขอบคุณ ก่อนจะถอยออกไปเงียบ ๆ
ยังคงเป็หญิงชราคนเดิมที่รับหน้าที่พากลับ เห็นหยางลี่ฮวาถือตะกร้าเล็ก ๆ ที่บรรจุเหรียญเงินรูปฟักทองและเหรียญเงินรูปสี่เหลี่ยมจำนวนไม่น้อยก็อดอิจฉาไม่ได้
หยางลี่ฮวาลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเหรียญเงินบางส่วนส่งให้ อีกฝ่ายที่ได้รับการเอาใจก็จนยิ้มแก้มปริ จึงส่งหยางลี่ฮวาไปจนถึงหน้าประตูห้อง
ไท่จี้จู่และไท่จี้เย่กำลังกังวลมาก เมื่อเห็นหยางลี่ฮวากลับมาเร็วเช่นนี้ จึงรีบออกมาต้อนรับนางเข้าห้องเพื่อสอบถาม
"พี่สะใภ้ พวกผู้สูงศักดิ์ทำให้ท่านลำบากหรือเปล่า? ข้าเตรียมตัวจะไปรายงานเอง ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะเรียกพี่สะใภ้ไปแทน!" ไท่จี้เย่รู้สึกเสียดายมากที่เตรียมคำพูดไว้เต็มท้องแต่กลับไม่ได้ใช้
ไท่จี้จู่ช่วยภรรยาอุ้มลูกลงมา เห็นบุตรสาวยังหลับสนิทก็อดหัวเราะไม่ได้ "เด็กคนนี้หลับสนิทจริง ๆ ข้ายังกลัวว่านางตื่นขึ้นมาเห็นคนมากมายแล้วจะใเสียอีก"
หยางลี่ฮวาดื่มน้ำอุ่นไปคำหนึ่ง กำลังจะตอบ แต่จูจูกลับตื่นขึ้นมากะทันหัน ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ อย่างตื่นกลัว ก่อนจะอ้าปากร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น