หลังศึกแคว้นเป่ยเหลียงสงบลง เซิ่งจิงก็กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
ภายใต้ฮ่องเต้หย่งอันผู้ทรงคุณธรรม บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข ส่วนตระกูลซ่งและเป่ยกุยอ๋องก็ยืนอยู่บนจุดสูงสุด เป็นที่ยกย่องและนับถือทั่วแผ่นดิน
ที่จวนเป่ยกุยอ๋อง ชีวิตดำเนินไปอย่างอบอุ่นและมีความสุข
เป้ยเฉินอันที่บัดนี้โตขึ้นอีกขวบปี เริ่มฉลาดและซนมากขึ้น ความคิดความอ่านเป็นของตัวเองก็มากขึ้นตามวัย จนต้องคอยจับตาดูอยู่เสมอ
วันหนึ่ง ขณะกินข้าว เด็กน้อยแอบชายตามองผักในจานอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะลอบยกมือเล็กๆ ขึ้นมาเขี่ยผักไปกองไว้ริมจาน พลางเหลือบมองมารดาเป็นระยะราวกับกลัวถูกจับได้
เหยาเหยาที่เห็นสีหน้าลุกลี้ลุกลนและอาการมือไม้ที่เขี่ยผักหลบๆ ซ่อนๆ นั้นก็อดยิ้มไม่ได้ ก่อนที่จะเอ่ยปรามขึ้น "อันอัน ห้ามเขี่ยผักนะลูก กินผักให้หมดจาน เดี๋ยวแม่ให้ทานขนมทีหลัง"
เป้ยเฉินอันตาโต มองมารดาอย่างทึ่งๆ "ท่านแม่รู้ได้อย่างไร! เก่งชะมัด รู้ทันข้าทุกทีเลย!"
"ก็ลูกทำหน้าซนๆ แล้วชะเง้อมองแม่อย่างนั้น แม่มองปราดเดียวก็รู้แล้วจ้ะ" เหยาเหยาตอบพลางหัวเราะเบาๆ
'ฮ่าๆ เหมือนข้าตอนเด็กเลย' เหยาเหยาคิดขำๆ 'ตอนนั้นข้าก็ทึ่งว่าทำไมครอบครัวรู้ใจข้าไปหมด ที่ไหนได้ พวกเขาได้ยินเสียงในใจข้านี่เอง... แต่กับอันอันน่ะ ข้าเป็นแม่ของเขา แค่มองสีหน้าจิ้มลิ้มกับแววตากลมโตนั่น ข้าก็อ่านออกหมดว่าลูกกำลังคิดซนอันใดอยู่'
เป้ยจิ้งหานที่นั่งอยู่ด้วย แม้จะไม่ล่วงรู้ความคิดในหัวลูก แต่เห็นสีหน้าทึ่งของอันอัน ก็เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น เขาอดหัวเราะไม่ได้ "ดูท่าอันอันจะแอบคิดอะไรซนๆ อีกแล้วสินะ"
บรรยากาศในครอบครัวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่น สีหน้าท่าทางไร้เดียงสาของเด็กน้อยที่ปิดบังผู้ใหญ่ไม่เป็น กลายเป็นเรื่องสนุกและน่ารักในครอบครัวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
และในไม่ช้า ความสุขก็งอกงามขึ้นอีก
วันหนึ่ง หมอหลวงที่มาตรวจให้เหยาเหยา ก็แจ้งข่าวดี — เหยาเหยากำลังตั้งครรภ์บุตรคนที่สอง!
เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ทั้งครอบครัวต่างดีใจกันยกใหญ่ เป้ยจิ้งหานดีใจจนแทบนั่งไม่ติด เขาอุ้มเหยาเหยาอย่างทะนุถนอม "เหยาเหยา เราจะมีลูกอีกคนแล้ว!"
เหยาเหยายิ้มทั้งน้ำตาแห่งความสุข ลูบท้องเบาๆ 'ลูกอีกคน...' นางคิด 'ครอบครัวเราจะอบอุ่นขึ้นอีก... และไม่ว่าลูกคนนี้จะเป็นเช่นไร เราทุกคนก็จะรักและทะนุถนอมเขาสุดหัวใจ'
เป้ยเฉินอันที่รู้ว่าจะมีน้องก็ตื่นเต้น เอามือลูบท้องแม่เบาๆ "น้อง! ข้าจะเป็นพี่แล้ว! ข้าจะดูแลน้องเอง!"
'โธ่ลูกแม่' เหยาเหยาคิด ใจอ่อนยวบ หอมแก้มลูกชาย 'อันอันน่ารักจัง เขาต้องเป็นพี่ที่ดีแน่ๆ'
'ว่าแต่...' นางครุ่นคิด ลูบท้องเบาๆ 'ลูกคนนี้จะเป็นชายหรือหญิงหนอ จะหน้าเหมือนใคร จะซุกซนเหมือนพี่อันอันหรือเปล่านะ'
'แต่ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ลูกคนนี้ก็จะเกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่นและเปี่ยมรักเสมอ'
เป้ยจิ้งหานวางมือทาบบนท้องภรรยาอย่างทะนุถนอม "ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือลูกสาว ข้าก็จะรักเขาสุดหัวใจ เหมือนที่รักอันอันและรักเจ้า" เขายิ้มอบอุ่น "ครอบครัวของเรากำลังจะใหญ่ขึ้น และอบอุ่นขึ้นอีก"
——————
เจิ้นกั๋วกงเฒ่า เมื่อทราบข่าวว่าจะมีเหลนอีกคน ก็ดีใจจนน้ำตาคลอ "ดีจริง... ดีจริง ตระกูลเรามีแต่ความเจริญรุ่งเรือง ลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง... ตาอยู่มาจนได้เห็นวันนี้ ตายตาหลับแล้ว"
"ท่านตาต้องอยู่รออุ้มเหลนคนใหม่ด้วยนะเจ้าคะ" เหยาเหยารีบเข้าไปกอดประจบ พลางเขย่าลำแขนของท่านตาอย่างออดอ้อน "ท่านตาต้องอยู่ดูลูกหลานเติบโต มีอายุยิ่งยืนนานนับหมื่นๆ ปีเลยนะเจ้าคะ"
ถ้อยคำออดอ้อนแสนน่ารักของนางเรียกเสียงหัวเราะอย่างเปี่ยมสุขให้ดังขึ้นทั่วทั้งห้องโถง
เสิ่นว่านอวี๋ทอดสายตามองบุตรสาวที่บัดนี้ดำรงฐานะเป็นถึงอ๋องหญิงผู้สูงศักดิ์ ทั้งยังกำลังจะกลายเป็นมารดาของลูกสองคนในอีกไม่ช้า หัวใจของคนเป็นแม่เอ่อล้นไปด้วยความภาคภูมิใจจนตื้นตัน
'ลูกสาวของแม่เติบโตขึ้นมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ...' นางรำพึงในใจ 'จากทารกน้อยตัวแดงๆ ที่เพิ่งลืมตาดูโลก แล้วแอบชมแม่ในใจว่าสะสวยเหลือเกินในวันนั้น มาวันนี้เจ้ากลับกลายเป็นมารดาผู้เข้มแข็งและอ๋องหญิงผู้เปี่ยมปรีชาสามารถ... แม่ภาคภูมิใจในตัวเจ้าเหลือเกิน เหยาเหยาของแม่'
เหยาเหยาเดินเข้ามากอดมารดาตามความเคยชิน ไอรักระหว่างสองแม่ลูกอบอวลจนทำให้คนรอบข้างน้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว
“ท่านแม่ ทำเหมือนอันอันเลย!” เด็กน้อยไม่รู้เดียงสาโผกอดมารดาตัวเองจากด้านหลัง ส่งให้ร่างสตรีทั้งสองเซถลาไปด้านหน้าเล็กน้อย
ภาพน่ารักนี้เองพลันเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนในครอบครัวไม่น้อย
——————
ในค่ำคืนอันเงียบสงบ เหยาเหยานอนเอนกายอยู่ในอ้อมอกอันอบอุ่นของเป้ยจิ้งหาน แขนข้างหนึ่งของนางโอบกอดเป้ยเฉินอัน บุตรชายตัวน้อยที่หลับสนิทอยู่ข้างกาย ขณะที่ฝ่ามือนุ่มอีกข้างทาบลงบนหน้าท้องที่บัดนี้เริ่มนูนเด่น มีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆ กำลังถือกำเนิดและเติบโตอย่างช้าๆ
'ชีวิตในชาตินี้ของข้า...' นางคิดในใจ ดวงตาทอประกายเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขอย่างหาที่สุดไม่ได้ 'ช่างสมบูรณ์แบบเหลือเกิน ข้ามีสามีที่รักและซื่อสัตย์ มีลูกน้อยที่น่ารักเฉลียวฉลาด มีครอบครัวที่แสนอบอุ่นคอยโอบอุ้ม และกำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้นมาอีกคน'
จากเด็กหญิงที่เคยถูกตราหน้าในนิยายว่าต้องตายตั้งแต่อายุเพียงสามขวบ กลับรอดพ้น และช่วยครอบครัวจากคราวเคราะห์ได้อย่างชาญฉลาด หากไม่มีความทรงจำในชาติก่อน นางคงไม่โชคดีถึงเพียงนี้
แรงกระชับจากอ้อมกอดด้านหลังดึงสติของเหยาเหยากลับมา เป้ยจิ้งหานโอบกระชับร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยน "คิดอะไรอยู่หรือยอดรัก เหตุใดจึงยิ้มทั้งน้ำตาเช่นนี้เล่า?"
"ข้ากำลังคิดว่า ตัวเองเป็นสตรีที่โชคดีที่สุดในใต้หล้าเจ้าค่ะ" นางเอ่ยตอบ พลางซุกใบหน้าเข้าหาแผงอกกว้างอันอบอุ่นและปลอดภัยของสามี "และต่อให้อนาคตเบื้องหน้าจะมีอุปสรรคใดรออยู่ ก็จะไม่นึกหวั่นเกรงอีกต่อไป เพราะข้ามีพี่หาน และมีครอบครัวที่รักยิ่งคอยเคียงข้างเสมอ"
เป้ยจิ้งหานก้มลงประทับจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากมนของนางด้วยความทะนุถนอม "ถูกต้องแล้ว... เราสองคนจะจับมือเผชิญหน้ากับทุกสิ่งไปด้วยกัน และจะร่วมกันเขียนบทต่อไปของชีวิตนี้ ให้เต็มไปด้วยความสุขและความรัก... ตราบจนวันสุดท้ายของลมหายใจ"
พร้อมคำมั่นสัญญานั้น ชายหนุ่มก็ประทับจูบลงบนเปลือกตาภรรยา ส่งผ่านความหนักแน่นไปให้อีกฝ่าย ก่อนที่ทั้งสองจะผล็อยหลับไปท่ามกลางจันทราที่จับจ้องมาจากภายนอก