เสียงฉะฉานของเชอฉางเกินดังขึ้น “หลิวชุนฮวาบังคับให้จิ่งเยี่ยนกุยถอนหมั้นกับตระกูลฟาง แล้วให้เธอแต่งงานกับชายเสเพล จะได้ให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยแต่งงานกับฟางเสียนจือ จิ่งเยี่ยนกุยไม่ยอม หลิวชุนฮวาก็พยายามจะทำร้ายเธอ ฉันทนดูไม่ได้เลยเข้าไปช่วย หลิวชุนฮวาก็เลยมาด่าว่าทุบตีฉัน ฉันเป็นผู้ชายจะไปทำร้ายผู้หญิงก็ไม่ใช่เรื่อง เลยผลักหล่อนไป แต่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยกลับกระโดดลงจากเตียงมาร่วมวงตีฉันอีก!”
เขาเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างรวบรัด แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องจริง แต่ในรายละเอียดของการทำร้ายร่างกายนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าหมอเชอก็เป็นคนน่าสนใจคนหนึ่งเลยทีเดียว
พอเขาพูดจบ ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ก็มองหลิวชุนฮวาด้วยสายตาที่ยากจะบรรยาย สับเปลี่ยนคู่แต่งงาน? เรื่องแบบนี้มีแต่ในหนังสือหรือโทรทัศน์เท่านั้น หลิวชุนฮวากลับพูดออกมาหน้าไม่อาย!
จิตใจของหลิวชุนฮวานี่มันลำเอียงเกินจะเยียวยาแล้วจริงๆ !
แต่ก็ยังมีชาวบ้านบางคนคิดว่าเรื่องนี้มันเหลือเชื่อเกินไป เชอฉางเกินกำลังโกหกอยู่หรือเปล่า?
หลิวชุนฮวากำลังจะปฏิเสธ แต่จิ่งเยี่ยนกุยก็พูดทั้งน้ำตาคลอเบ้ากับเชอฉางเกินว่า “คุณหมอเชอ หนูขอโทษด้วยนะคะ ครั้งนี้ทำให้คุณต้องเดือดร้อนไปด้วย”
เธอพูดแบบนี้ก็เหมือนเป็นการยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าที่เชอฉางเกินพูดเป็นความจริง ชาวบ้านจึงมองหลิวชุนฮวาด้วยความรังเกียจยิ่งกว่าเดิม
สีหน้าของหลิวชุนฮวาดูแย่ลงถึงขีดสุด พอได้ยินเรื่องของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยกับชายเสเพลก็รู้สึกเหมือนไฟสุมอก ตอนนี้ยังโดนภรรยาของเชอฉางเกินข่วนหน้าจนเป็นแผล แถมถูกชาวบ้านมาล้อมวงดูอีก ทว่าทั่วทั้งกายของเธอกลับเย็นลง
เธอเริ่มร้องไห้แล้วพูดว่า “ฉันเป็นแม่คนนะ! จะลูกคนไหนก็แก้วตาดวงใจทั้งคู่ ถ้าไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือกจริงๆ ฉันจะพูดแบบนั้นออกมาได้ยังไง!”
“เสี่ยวเยวี่ยก็ลูกฉัน เยี่ยนกุยก็ลูกฉัน เมื่อกี้ฉันโมโหจนขาดสติ พูดจาไม่คิดไปบ้าง เยี่ยนกุยเข้มแข็งกว่าเสี่ยวเยวี่ย ฉันกลัวว่าเสี่ยวเยวี่ยจะรับเรื่องนี้ไม่ได้ ก็เลยพูดออกไปแบบนั้น!”
พูดจบก็ทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างหนัก “เยี่ยนกุย แม่ขอโทษ แม่ก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้!”
คำพูดของเธอเหมือนเป็นสัญญาณให้ลูกสาวเล่นละคร จิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่ถูกชาวบ้านจับตัวไว้จึงเริ่มดิ้นอย่างแรง “เกิดเรื่องแบบนี้้ขึ้น หนูก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้ว! แม่ ให้หนูตายไปเถอะ!”
หลิวชุนฮวาร้องไห้หนักกว่าเดิม “เยี่ยนกุย แม่ขอร้อง ช่วยเสี่ยวเยวี่ยด้วยเถอะ!”
วันนี้จิ่งเยี่ยนกุยถูกหลิวชุนฮวาทำลายเส้นขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่าจนรู้สึกขยะแขยงที่สุด ตอนนี้เธอมองหลิวชุนฮวาด้วยสายตาเย็นชา
ชาวบ้านที่มองดูทั้งสามแม่ลูกก็รู้สึกสับสน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
หลิวชุนฮวาวิ่งเข้าไปหาจิ่งเยี่ยนกุยแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย ลูกรักของแม่ แม่รู้ว่าช่วงนี้ย่าอาจจะยุแยงให้เราแม่ลูกผิดใจกัน แต่แม่เชื่อ แกไม่ใช่คนใจดำแบบนั้น ไม่มีทางยอมปล่อยให้เสี่ยวเยวี่ยตายหรอก!”
“เพราะงั้นแกจะช่วยเสี่ยวเยวี่ยแน่ๆ ใช่ไหม?”
หลิวชุนฮวามองเธอด้วยสายตาที่ทั้งคาดหวังและมีเล่ห์เหลี่ยม จากนั้นก็คุกเข่าลงตรงหน้าจิ่งเยี่ยนกุยแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย แม่ขอร้อง ช่วยเสี่ยวเยวี่ยด้วยเถอะ แม่ยอมกราบแกแล้ว! ถ้าไม่ยอม แม่ก็จะคุกเข่าอยู่อย่างนี้!”
การที่แม่คุกเข่าให้ลูกสาวตัวเองแบบนี้ แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลเลย
จิ่งเยี่ยนกุยมองท่าทีแบบนี้ของหล่อนก็รู้สึกขบขัน หลิวชุนฮวาต้องการบีบให้เธอตกลงเรื่องไร้สาระนี้ต่อหน้าทุกคน เธอจึงพูดเสียงดังว่า “แม่บอกว่าย่ายุแยงความสัมพันธ์ของเราแม่ลูก แต่อย่างน้อยๆ ย่าก็ไม่มีทางยุยงให้พ่อมาทำร้ายหนู และย่าก็จะไม่มีทางบังคับให้หนูแต่งงานกับไอ้คนเสเพลนั่นด้วย”
“แม่ แม่เอาแต่บอกว่าหนูกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเป็นลูกสาวของแม่ทั้งคู่ แต่ตอนนี้หนูไม่เชื่อสักนิด ลุงๆ ป้าๆ ทุกคนคะ ช่วยบอกหนูหน่อยสิว่า หนูเป็นลูกแท้ๆ ของแม่หรือเปล่า?”
ชาวบ้านที่ไม่โง่เขลาย่อมดูออกว่าเรื่องทั้งหมดเป็นอย่างไร และจิ่งเยี่ยนกุยตอนนี้ก็ดูน่าสงสารจริงๆ
แต่เรื่องชาติกำเนิดของจิ่งเยี่ยนกุย แม้ว่าคนทั้งหมู่บ้านจะเอาเรื่องนี้ไปเป็นหัวข้อสนทนาหลังมื้ออาหารกันได้ แต่ก็ไม่เหมาะที่จะพูดออกมาต่อหน้า
เพราะจิ่งเยี่ยนกุยได้หลิวชุนฮวาเลี้ยงดูมาจนโต ถึงแม้ตอนนี้แม่ลูกจะทะเลาะกันรุนแรง แต่ต่อไปก็อาจจะกลับมาคืนดีกันก็ได้ พอถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะกลายเป็นคนนอกที่กินอาหารหมาเสียแล้ว
พอหลิวชุนฮวาได้ยินคำพูดของจิ่งเยี่ยนกุยก็ตกใจมาก เพราะกลัวว่าชาวบ้านพวกนั้นจะพูดเรื่องชาติกำเนิดของจิ่งเยี่ยนกุยออกมา จึงรีบทำเป็นร้องไห้คร่ำครวญ “เยี่ยนกุย ลูกถามแบบนี้แม่เสียใจมากนะ! ถ้าไม่ใช่ลูกของแม่ แล้วจะเป็นลูกใครได้?”
จิ่งเยี่ยนกุยไม่สนใจหล่อน แล้วกวาดตามองไปรอบๆ พวกชาวบ้านต่างหลบสายตา ทำให้ภายในใจของเธอรู้สึกผิดหวัง หยางหว่านซิ่วปฏิเสธเรื่องนี้ และตอนนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านก็ยังไม่มีใครกล้าออกมาพูดเพื่อเธอเลยสักคน!
ในขณะนั้นเอง เชอฉางเกินก็พูดเสียงดังว่า “เรื่องนี้ทุกคนอย่าไปช่วยหลิวชุนฮวาปกปิดเลย ถ้ายังปกปิดกันเรื่อยๆ จิ่งเยี่ยนกุยก็มีแต่จะถูกบังคับให้ต้องตาย! ปีนั้นที่เธอไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่หนึ่งเดือนแล้วอุ้มเด็กผู้หญิงกลับมา คนทั้งหมู่บ้านต่างก็รู้กันหมด!”
หลิวชุนฮวากรีดร้องพุ่งเข้าไปทำร้ายเชอฉางเกินอย่างบ้าคลั่ง “แกพูดจาเหลวไหล ไม่มีเรื่องแบบนั้น! ฉันจะฉีกปากแกซะ!”
มีชาวบ้านเข้ามาจับตัวเธอไว้ ในเมื่อเชอฉางเกินพูดคำแรกออกไปแล้วก็ไม่นึกกังวลอะไรอีกต่อไป จึงพูดต่ออีก “ฉันพูดเหลวไหลหรือเปล่า แกก็รู้แก่ใจ ถ้าจิ่งเยี่ยนกุยเป็นลูกแท้ๆ ของแก แกจะทำกับเธอแบบนั้นหรือไง!”
“บังคับให้เธอแต่งงานกับคนเสเพล ให้จิ่งเสี่ยวเยวี่ยแต่งงานกับฟางเสียนจือ แถมยังมีหน้าบอกว่าทำเพื่อเธอ แกพูดคำที่น่าขยะแขยงแบบนั้นออกมาได้ยังไง! ไอ้คนเสเพลมันเป็นใคร ฟางเสียนจือเป็นใคร ถ้าทุกคนที่นี่ไม่ตาบอดก็คงจะรู้!”
“อีกอย่าง เรื่องนี้มันก็เป็นความต้องการของแกแค่คนเดียว แกเคยถามความเห็นของฟางเสียนจือบ้างหรือเปล่า?”
“ผมไม่เห็นด้วย” ไม่รู้ว่าฟางเสียนจือมาตั้งแต่เมื่อไร เขาเดินเข้าไปหาจิ่งเยี่ยนกุยแล้วโอบเธอเข้ามากอด “ภรรยาของผมมีแค่จิ่งเยี่ยนกุยเท่านั้น นอกจากเธอแล้ว ผมจะไม่แต่งงานกับใครอีก”
เขาพูดจบก็มองหลิวชุนฮวาแล้วพูดว่า “ป้าจิ่ง ความคิดของคุณมันช่างน่าขยะแขยงจริงๆ”
เดิมทีหลิวชุนฮวายังอยากอาละวาดต่อ แต่ตอนนี้ฟางเสียนจือที่เป็นคู่กรณีตัวจริงออกมาแสดงท่าทีแล้ว ถึงหล่อนอยากจะอาละวาดและทำตัวเอาแต่ใจแค่ไหนก็คงทำไม่ได้
หน้าของหล่อนซีดเผือด รู้สึกเหมือนถูกคนตบหน้าจนมึนเบลอ
จิ่งเสี่ยวเยวี่ยออกมาจากด้านหลังของเธอ แล้วเดินไปหาฟางเสียนจือและพูดว่า “พี่ฟาง พี่สาวของหนูทำเสน่ห์อะไรใส่พี่ ถึงทำให้พี่ฟางหลงรักขนาดนี้? พี่สาวดีกว่าหนูตรงไหน ทำไมพี่ฟางถึงอยากแต่งงานกับเธอ?”
ฟางเสียนจือตั้งใจจะพาจิ่งเยี่ยนกุยออกไปจากที่นี่ พอได้ยินคำพูดของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยก็ขี้เกียจแม้จะชายตามอง เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ถ้าฉันไม่แต่งกับจิ่งเยี่ยนกุยแล้วแต่งกับเธอแทน สมองฉันก็คงมีปัญหาแล้วจริงๆ”
เขาเป็นผู้ชาย ไม่อยากพูดอะไรกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยมากนัก แต่คำพูดนี้ของเขากลับสร้างความเจ็บปวดให้หล่อนไม่น้อย