
ดาวโหลด Ebook ได้ที่เว็บ MEB นะคะ
3
เปลี่ยนโฉม
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพ่อคุณแม่” นิพาดาเอ่ยทักบุพการีทั้งสองที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร ขณะที่เธอนั้นดื่มกาแฟตบท้ายอาหารเช้าเสร็จแล้ว และกำลังจะออกไปทำงาน
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ จะไปทำงานแล้วเหรอ” นางประณาลีเอ่ยทักพร้อมกับขยับเก้าอี้
“ค่ะ”
“พ่อว่า่นี้หนูน่าจะลาพักร้อนนะ”
มือที่กำลังหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายชะงักเล็กน้อย ก่อนเ้าตัวจะยิ้มให้กับคนเป็พ่อแล้วปฏิเสธเหมือนอย่างทุกครั้งที่ท่านบ่นว่าเธอทำงานหนักเกินไปแล้วควรพักผ่อนบ้าง แต่สำหรับเธอแล้วยังไม่รู้สึกว่ามันหนักถึงขนาดต้องหยุดพัก “เอาไว้ก่อนแล้วกันนะคะ”
“่นี้ตารามไม่สบาย เราในฐานะคู่หมั้นก็ควรไปดูแลเอาใจใส่เสียหน่อยดีไหม” นายนิธิภัทรพูดพลางมองหน้าลูกสาวที่นั่งขมวดคิ้วฟัง ดูก็รู้ว่าไม่เห็นด้วย
“หนูแวบไป่พักหรือไม่ก็่เลิกงานก็ได้นี่คะ” หญิงสาวบอก แต่คนเป็พ่อกลับโบกมือส่ายหน้า
“ไม่ไหวหรอก อย่าลืมนะตอนนี้เราคือนีน่าไม่ใช่รีน่า แค่การแต่งตัวก็ไม่ผ่านแล้ว เอาน่า ถือซะว่าเป็การพักผ่อนไปในตัว ลูกน่ะทำงานหนักเกินไปแล้วนะรู้ไหม” คนเป็พ่อบอกอย่างเป็ห่วงลูกสาวที่ได้เชื้อบ้างานมาจากเขาไปแบบเต็ม ๆ
“แต่หนูเป็ห่วงงาน” นิพาดาโอดครวญ อยากมี่เวลาที่เป็ตัวของตัวเองและหายใจหายคอสะดวกบ้าง ถ้าขืนให้เธอไปอยู่กับรามิลตลอดเวลาคงได้อึดอัดตายก่อนจะพาตัวนิภาธรกลับมาแน่
“ห่วงทำไม คนอยู่ตั้งหลายคน ขาดเราคนเดียวมันจะเจ๊งก็ให้มันรู้ไปสิ”
“นั่นสิแม่ก็เห็นด้วยนะ รีน่าควรพักบ้าง” นางประณาลีเอ่ยเสริมสามี ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ยังเห็นท่าทีลังเลของลูกสาว นายนิธิภัทรจึงงัดไม้เด็ดขึ้นมา
“ถือซะว่าทำเพื่อน้องก็แล้วกันนะ ถ้ารีน่าไม่ช่วยแล้วใครจะช่วยล่ะจริงไหม”
“ก็ได้คะ”
และมันก็ได้ผลเหมือนเคย คนอย่างนิพาดาถ้าบอกว่าให้ทำเพื่อตัวเองละยาก แต่ถ้าบอกว่าให้ทำเพื่อพ่อแม่พี่น้องละก็ง่ายกว่ากันเยอะ
“ตารามไม่ได้เจ็บอะไรมากมาย เราก็ถือโอกาสพักไปด้วยดีจะตายได้ประโยชน์สองต่อ” นายนิธิภัทรบอกอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเริ่มลงมือรับประทานข้าวต้มที่แม่บ้านนำมาเสิร์ฟ
“ค่ะ งั้นวันนี้รีน่าขอไปทำงานก่อนนะคะ” นิพาดากระชับกระเป๋าบนไหล่แล้วปรายตามองเก้าอี้ประจำตำแหน่งของน้องชาย ที่จนป่านนี้ยังไม่ลงมารับประทานอาหาร ทั้งที่ปกติไม่ใช่คนตื่นสาย ถ้า...ไม่ได้ไปค้างที่อื่น
“ไทนี่ล่ะคะคุณพ่อ”
“ไม่เห็นกลับบ้านั้แ่เมื่อคืน ไม่รู้ติดหญิงหรือติดงาน” นางประณาลีบ่นอย่างเป็ห่วงกลัวเป็อย่างแรกมากกว่า
“ติดอะไรก็ช่างมันเถอะคุณ โต ๆ กันแล้ว เห็นอย่างนั้นนักลงทุนตัวพ่อเลยนะคุณ” บอกภรรยาอย่างรู้จักลูกชายดี เพราะเื่งานเื่การลงทุนทำธุรกิจลูกชายคนเล็กมักจะมาปรึกษาตนบ่อย ๆ
“เ้าชู้ก็ตัวพ่อเหมือนกันแหละคะ” นางประณาลีบอกอย่างไม่ชอบใจในนิสัยส่วนนี้ของลูกชายนัก แต่ก็คงว่าอะไรไม่ได้มาก ก็อย่างว่าโต ๆ กันแล้ว อย่างมากก็ได้แต่เป็ห่วงอยู่ห่าง ๆ