ร้อยเล่ห์เสน่ห์รัก (จบ)

    บทที่ 8

    หัวใจที่ใกล้จะห่อเหี่ยวเต้นระทึกขึ้นจนทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก เธอถอนสายตาเสียจากดวงตาคู่ที่กำลังสะกดจิตเธออยู่ลงจับอยู่กับชายกระโปรงของตัวเองเมื่อเธอทำใจให้กล้าพอที่จะสบตาเขาอีกครั้งนั้น ก็พบว่าเขาเองก็กำลังจับตาอยู่กับชายกระโปรงของเธอ ที่เผยให้เห็นเนียนน่องที่คลุมไว้ด้วยถุงน่องสีเดียวกับผิวเนื้อ และสายตาของเขายังไล่ลงไปยังเท้าเล็กๆ อีกด้วย ซึ่งทำให้เธอถึงกับไม่กล้าขยับเขยื้อน รู้สึกวิงเวียนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ นี่เขากำลังทำอะไรกันแน่...? เขากำลังคิดจะทรมานเธอเช่นนั้นหรือ...? หรือว่า...เธอจะต้องบำเรอความสุขให้เขาเสียก่อนเพื่อรักษาตำแหน่งงานของตัวเองไว้...?แต่มารยาทเข้ามาเป็นตัวบังคับให้เธอต้องตอบเขาออกไปว่า“ขอบคุณค่ะ”“ด้วยความยินดี” เขาตอบกลับมาพร้อมกับลุกขึ้นยืนเดินมาหยุดอยู่ตรงมุมโต๊ะทำงาน...เธอสังเกตเห็นว่าน้ำเสียงของเขาที่ตอบกลับมาเมื่อครู่นี้นั้นแฝงอารมณ์ขัน เขากำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้เพื่อจะฆ่าเธอเช่นนั้นหรือ...?“แล้วคุณเคยคิดจะไปจากซิเรนดิพิตี้บ้างไหม? ” จู่ๆ เขาก็ตั้งคำถามนั้นขึ้นมา ซึ่งเฮลเล่ย์ก็สั่นศีรษะทันทีก่อนจะกล่าวคำปฏิเสธออกไป“ไม่เลยค่ะ ฉันรักงานที่ทำอยู่ที่นี่”“แล้วสมมุติว่าผมเสนองานใหม่ให้คุณล่ะ? ”นี่แสดงว่าเขาไม่ได้คิดจะไล่เธอออกแน่...! เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา“งานประเภทไหนล่ะคะ? ” หางเสียงของเธอบอกทั้งความสงสัยและใคร่รู้“ผมมีบริษัทคอมพิวเตอร์อยู่ ขณะนี้เราต้องการใครสักคนแบบคุณนี่แหละ เข้าไปทำงานในฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ผมอยากจะให้คุณไปช่วยฝึกอบรมให้กับพนักงานที่นั่น ให้พวกเขารู้จักวิธีการที่จะให้บริการที่ดีกับลูกค้า”“แต่ฉันไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เลยนี่คะ”“คุณไม่จำเป็นต้องมีความรู้ถึงขนาดนั้นหรอก แค่รู้จักปกครองคนมันก็มากพอแล้ว ผมกำลังต้องการคนที่มีความเชี่ยวชาญด้านมนุษยสัมพันธ์อยู่พอดี ออกจะน่าเสียดาย ที่พนักงานของผมแต่ละคน ล้วนมีความรอบรู้เกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร์กันทั้งนั้น แต่ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้...คือ ถ้าเขาไม่ทำให้ลูกค้าพอใจก็กลายเป็นหงุดหงิดเดินออกจากบริษัทไปเลย คุณจะลองรับไว้พิจารณาก่อนได้ไหมล่ะ? ”เธอมองเขาอย่างใช้ความคิดอยู่เป็นครู่ ก่อนจะลดสายตาลงมองมือที่เย็นเยือก ชื้นเหงื่อของตนเอง“คงไม่ได้หรอกค่ะ มิสเตอร์ สก็ตต์ ฉันมีความสุขที่ได้ทำงานอยู่ที่ซิเรนดิพิตี้นี่มากกว่า”“ผมเข้าใจ...” สายตาของเขาจับอยู่กับหัวรองเท้าที่ขัดไว้มันปลาบ คิ้วขมวดเข้าหากัน เสียงกริ่งโทรศัพท์แว่วเข้ามาจากห้องข้างนอก มีเสียงแนนซี่ที่ตอบรับอื้อๆ นอกจากนั้นก็มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ“ถ้าอย่างนั้นคุณก็อยู่ในตำแหน่งเดิมต่อไปก็แล้วกัน” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด พร้อมกับเลื่อนสายตาขึ้นมองเธอ “จริงๆ แล้ว การที่คุณอยู่ที่นี่มันก็จะช่วยให้สะดวกขึ้นด้วย”“หมายความว่ายังไงคะที่ว่าสะดวกขึ้น... มันช่วยให้อะไรสะดวกขึ้นคะ? ”“ก็...สะดวกสำหรับการหว่านเสน่ห์ใส่คุณไงล่ะ...” เขาตอบหน้าตาเฉย จดจ้องมองเธอด้วยดวงตาคู่สีเทาคมกล้า...

    ถ้าจู่ๆ ... เขาจะมีปีกงอกออกมา... ก็คงไม่ สามารถทำให้เธอช็อคได้ถึงขนาดนี้ เป็นครู่ที่เธอได้แต่นั่งนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก ไม่อาจขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไปทางไหนได้เลย ทั้งยังรู้สึกด้วยว่าปากของตัวเองกำลังอ้าค้างอย่างน่าขัน“อะ...อะไรนะคะ? ”“ผมว่าคุณได้ยินที่ผมพูดถูกต้องแล้วนี่”“แต่ฉันไม่อยากเชื่อหูตัวเองที่ได้ยิน...”“อ้าว...ก็บอกแล้วไง ว่าผมตั้งใจจะหว่านเสน่ห์ใส่คุณ”“นี่..นี่คุณคงไม่ได้พูดจริงหรอก”“ผมเป็นคนพูดจริงทำจริงเสมอ” เขาตอบกลับมาและแล้ว ราวกับเกิดขบขันในคำพูดของตัวเองขึ้นมา เขาเปล่งเสียงหัวเราะลึกแบบผู้ชายออกมา มันช่วยไม่ได้ที่เธอจำต้องยอมรับว่ามันเป็นเสียงหัวเราะที่น่าฟังมาก แม้เธอจะยังตะลึงกับการใช้คำพูดของเขาอยู่ก็ตาม“ท่าทางคุณดูแปลกใจ...” เขาว่า “ทำไมต้องแปลกใจด้วยล่ะ ผมคิดว่าเราจะต้องเป็นคู่รักที่ได้รับการยกเว้นแน่เรื่องอายุของเราก็เรื่องหนึ่งละ...ผมน่ะแก่กว่าคุณตั้งสิบปี ผมสามารถจะให้คุณได้ในทุกสิ่งที่คุณต้องการ แต่ขณะเดียวกันคุณก็ไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาผมในเรื่องความมั่นคงทางด้านการเงินเลย เราทั้งสองต่างได้รับการศึกษาอย่างดี มีทั้งไหวพริบ สติ ปัญญา สำหรับเรื่องรูปร่างหน้าตาของผม...เท่าที่รู้ ก็ไม่เคยแพ้ใครเลยสักคน และผมก็บอกคุณแล้วว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สวยมาก...เพราะฉะนั้น เราสองคนเหมาะสมกันอย่างที่สุด”เฮลเล่ย์ทะลึ่งขึ้นจากที่นั่งด้วยแรงอารมณ์ ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าจะมีผู้ชายคนไหนที่กล้าหยามหมิ่นเธออย่างน่าอายถึงเพียงนี้“ฉันหวังว่าที่คุณพูดมาทั้งหมดจะเป็นแค่เรื่องตลกเรื่องหนึ่งเท่านั้นนะคะ มิสเตอร์ สก็อตต์”“ซึ่งผมกล้ารับรองกับคุณได้เลยว่าไม่ใช่... ผมตั้งใจแล้วว่าจะต้องเป็นคู่รักของคุณ...และเร็วๆ นี้แหละ”“ฉันไม่สนใจกับความตั้งใจใดๆ ของคุณทั้งสิ้น นอกเสียจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ของฉัน ฉันรู้ว่าเมื่อวานนี้ ฉันแสดงกิริยาหยาบคายกับคุณมากไปหน่อย...ฉันขอโทษแต่ฉันคิดว่าวิธีการลงโทษของคุณมันไร้รสนิยมโดยสิ้นเชิง ข้อเสนอของคุณไม่เข้าท่าอย่างที่สุด การรุกรานทางเพศถือเป็นรูปแบบชั้นต่ำที่สุดที่จะนำมาใช้กับพนักงานหญิง ฉันไม่สนใจที่จะมีความสัมพันธ์กับคุณไม่ว่าจะในรูปแบบใดทั้งสิ้น ถ้าคำปฏิเสธง่ายๆ ว่า “ไม่” มันยังไม่ทำให้คุณหมดความพยายามละก้อขอให้คุณเอางานทั้งหมดของคุณใส่ลงในตะกร้าขยะ แล้วก็เชิญคุณไปลงนรกได้เลย มิสเตอร์ สก็อตต์”พูดจบเธอก็หมุนตัวก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตู...“เฮลเล่ย์...” น้ำเสียงทรงอำนาจทำให้เธอหยุดนิ่งอยู่กับที่ “มองผมสิ...” ด้วยความที่ไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอตกอยู่ใต้อำนาจของเขา เฮลเล่ย์จึงหันไปเผชิญหน้ากับเขา ความรักในศักดิ์ศรีเปล่งประกายออกมาทุกรูขุมขน“คุณใช้คำว่า...รุกรานทางเพศ...ยังงั้นเรอะ? ” เขาย้อนถาม “ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเข้าใจไปในทำนองนั้น แต่ในเมื่อคุณยังมีความเข้าใจผิดอย่างเห็นได้ชัดอย่างนี้ ผมก็เห็นจะต้องขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า คุณจะไม่ถูกรุกรานทางเพศอย่างที่เข้าใจเลย แต่จะได้รับการเกลี้ยกล่อมมากกว่า”“มันก็เหมือนกันนั่นแหละ...!”“ไม่เหมือนเสียทีเดียวหรอก” เขาตอบยิ้มๆ “อย่างน้อยมันก็ไม่ใช่แบบเดียวกับที่ผมจะเกลี้ยกล่อม ชวนเชิญคุณ..เมื่อเราอยู่ด้วยกัน คุณจะเกิดความต้องการในตัวผมอย่างรุนแรง เท่าๆ กับที่ผมต้องการในตัวคุณ”“อย่าต้องถึงกับกลั้นลมหายใจไว้ก็แล้วกัน”“ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องทำถึงขนาดนั้นหรอก เพราะตอนนี้คุณก็ดึงดูดใจผมมากพออยู่แล้ว”“โอ...” เธอถึงกับกัดกรามแน่น “เกิดมาฉันไม่เคย...”“ผมรับรองว่า จะไม่มีแม้สักชั่วขณะเดียวที่คุณจะคิดว่ามันคือการรุกรานทางเพศ... คำว่าการรุกรานทางเพศมันหมายถึงเมื่อผู้เป็นนายจ้าง ใช้งานในตำแหน่งของลูกจ้างมาแบล็คเมล์เขาหรือเธอ...ต่างหาก แต่นี่หน้าที่การงานของคุณก็มั่นคงปลอดภัย ถึงแม้คุณจะไม่ใช่ลูกจ้างของผม ...ถ้าเราสองคนเจอะเจอกันในสถานการณ์ที่แตกต่างกว่านี้ ผมก็ยังมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะต้องได้คุณมาอยู่ดี”“แต่มันจะไม่เป็นการทำลายนโยบายของคุณหรอกหรือ ที่อยากจะให้พนักงานทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันของตน แต่ฉันกลับถูกเกลี้ยกล่อมให้ทำลายมันเสียเอง...? ”“คุณเป็นพนักงานที่มีค่ายิ่ง ผมคงไม่เสี่ยงที่จะเสียคุณไปเพียงเพราะเกิดความใคร่ในตัวคุณแน่ ถ้าผมเป็นคนประเภทที่ชอบทำอะไรอย่างนั้น ผมคงจะบังคับให้คุณยอมรับสภาพด้วยการข่มขู่รูปแบบต่างๆ ไปแล้ว และผมก็จะไม่ยอมเสียเวลาตั้งครึ่งค่อนชั่วโมงมาพูดอยู่อย่างนี้ด้วย”“เมื่อวานนี้ผมยอมรับว่าตัวเองตกใจมาก ถ้าแขกของเราคนใดคนหนึ่งแสดงอารมณ์ออกมาในขณะที่กำลังเกิดความวุ่นวายอย่างนั้น ผมย่อมคาดหวังว่าผู้อำนวยการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของเรา จะต้องสนองตอบต่อเหตุการณ์อย่างมีประสิทธิภาพและด้วยความเชี่ยวชาญเช่นที่คุณได้ทำนั่นแหละสิ่งที่คุณกำหนดไว้ในใจว่าจะต้องมาก่อนเป็นอันดับแรกก็คือจะต้องดูแลเอาใจใส่แขกที่กำลังขวัญเสีย ซึ่งในกรณีเมื่อวานนี้แขกคนนั้นก็คือเฟธ คุณได้ทำในสิ่งที่คุณควรจะต้องทำอย่างถูกต้องที่สุด”ชั่วขณะหนึ่งที่เธอรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างมากกับคำพูดของเขา“ขอบคุณค่ะ...” เธอพูดเสียงแข็ง“แต่...” เขายืดร่างขึ้นจากมุมโต๊ะและขยับเข้ามาใกล้ “ความเป็นคนมีประสิทธิภาพของคุณ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่เราพูดกันอยู่ก่อนหน้านี้เลย”ขณะนี้เขาอยู่ห่างจากเธอเพียงแค่มือคว้า เท่ากับเป็นการบังคับให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมองเขา สัญชาตญาณกำลังตะโกนสั่งให้เธอออกวิ่ง...หนีไปเสียให้พ้นจากเขา แต่ความแรงร้อนในแววตาคู่นั้นกลับตรึงร่างเธอไว้ มือของเขาแตะลงตรงไหล่ ปากเคลื่อนเข้ามาใกล้เมื่อเขาโน้มศีรษะลงพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า“ผมต้องการคุณในชีวิตของผม... และผมก็ต้องการคุณบนเตียงนอนของผมด้วยเฮลเล่ย์”