เฟิงอี้เดินตามร่างระหงในอาภรณ์สีฟ้าอ่อนไปตามทางเดินอันเงียบสงัดและเย็นเยียบของตำหนักน้ำแข็งด้วยร่างกายที่อ่อนล้าและจิตใจที่สับสน หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็ส่ำจากเหตุการณ์ระทึกขวัญในห้องทดสอบเหมันต์เมื่อครู่ เขาเหลือบมองเสี่ยวหู่ในอ้อมแขน เ้าแมวขาวตัวน้อยซุกหน้ากับอกเขาแน่น ดูเหมือนจะสงบลงแล้ว แต่ดวงตาสีฟ้าใสยังคงฉายแววระแวดระวังต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย
ภาพของพลัง "ปราณกระบี่" สีเงินจางๆ ที่ปะทุออกไปโดยไม่ตั้งใจยังคงติดตา มันคืออะไรกันแน่? ทำไมมันถึงได้มีกลิ่นอายที่คมกล้าและแตกต่างจากพลังปราณทั่วไปถึงเพียงนี้? และทำไมสตรีน้ำแข็งผู้นี้ถึงแสดงความสนใจระคนตกตะลึงในตัวมันมากนัก? ปฏิกิริยาอันสงบนิ่งราวกับคุ้นเคยของเสี่ยวหู่ต่อพลังนั้นก็เป็อีกเื่ที่น่าประหลาดใจและเพิ่มปริศนาให้มากขึ้นไปอีก
พวกเขาเดินผ่านเด็กหนุ่มที่เข้ารับการทดสอบพร้อมกันเมื่อครู่ อีกฝ่ายยังคงยืนรออยู่หน้าห้องทดสอบ เขาเหลือบมองมายังเฟิงอี้ด้วยสายตาที่ซับซ้อน มีทั้งความสงสัย ความไม่เข้าใจ ความประหลาดใจ และอาจจะมีความหวาดระแวงเจืออยู่เล็กน้อย ก่อนจะรีบก้มหน้าหลบสายตาและเดินจากไปอีกทางอย่างรวดเร็ว
ในที่สุด สตรีชุดฟ้าก็พาเขากลับมายังห้องจองจำห้องเดิมที่เขาจากมา ประตูน้ำแข็งเลื่อนเปิดและปิดลงอย่างเงียบเชียบตามเดิม อักขระผนึกสีเงินวาบขึ้นบนขอบประตูแล้วหายไป ทิ้งให้เขาอยู่กับความเงียบ ความเย็นเยียบ และปริศนาที่เพิ่มมากขึ้นอีกครั้ง
นางไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องทดสอบ เพียงแค่เหลือบมองเขากับเสี่ยวหู่ด้วยแววตาที่ลึกซึ้งยากจะหยั่งถึงยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งคำถามมากมายไว้ให้เฟิงอี้ต้องครุ่นคิดหาคำตอบด้วยตัวเอง
เขาทรุดตัวลงนั่งบนแท่นนอนหินอย่างอ่อนแรง รู้สึกถึงความอ่อนเพลียที่ถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง การทดสอบเมื่อครู่และการปะทุของปราณกระบี่โดยไม่ตั้งใจนั้น สูบพลังงานและพลังชีวิตของเขาไปมากโข และเขาก็รู้สึกได้ถึงแก่นชีวิตที่ร่อยหรอลงไปอีกครั้งจากการที่ร่างกายพยายามฟื้นฟูตัวเองภายใต้ไอเย็นกดทับ แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้เขารู้สึกอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด
‘ไม่ได้การ! จะปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอเช่นนี้ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!’ ความคิดนี้ชัดเจนและหนักแน่นยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ‘ข้าต้องรีบฝึกฝน! ต้องแข็งแกร่งขึ้น! โดยเฉพาะเมื่อตกอยู่ในเงื้อมมือของคนที่แข็งแกร่ง ลึกลับ และไม่อาจคาดเดาได้อย่างนาง!’
เฟิงอี้หลับตาลง พยายามขับไล่ความสับสนและความกังวลออกไป ทำสมาธิรวบรวมจิตใจ เขาโคจรพลังปราณกระบี่สายเล็กๆ ที่หลงเหลืออยู่ตามเคล็ดวิชา 【สังสารวัฏดับสูญก่อเกิด】 อย่างระมัดระวัง พลังงานฟ้าดินอันบริสุทธิ์แต่เย็นเยียบในห้องนี้ถูกดูดซับเข้ามาอย่างเชื่องช้า แต่มันก็ยังช่วยให้การโคจรพลังมีความต่อเนื่องขึ้นเล็กน้อย แม้ความรู้สึกว่า "บางสิ่งในตัวถูกสูบกิน" จะยังคงตามมาเป็เงา ทำให้เขาต้องแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปควบคุมสมดุลอันเปราะบางนี้ตลอดเวลา
ขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการโคจรพลังปราณ และครุ่นคิดถึงกระบวนท่า "เงาสะท้อนแห่งเข็มวายุ" (针风映影 - Zhēn Fēng Yìng Yǐng) ที่ได้ััถึงแก่นแท้ของมันมากขึ้นในระหว่างการทดสอบ พยายามทำความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของมันกับ "ปราณกระบี่" ที่แตกต่างของเขา...
พลัน!
ความรู้สึกเชื่อมโยงอันลึกลับ ภายในแก่นิญญาของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง! รุนแรงยิ่งกว่าตอนอยู่ในป่า! ชัดเจนยิ่งกว่าครั้งใดๆ ที่ผ่านมา! ราวกับมีประตูบานหนึ่งถูกเปิดออกในส่วนลึกของจิตใจ!
ภาพของ กระบวนท่าใหม่ ปรากฏขึ้นในห้วงมโนสำนึกอย่างแจ่มชัด! มันไม่ใช่การตวัดฟันที่พลิ้วไหวรวดเร็วเหมือนเข็มวายุ แต่เป็การ แทงออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด! เป็เส้นตรงที่มุ่งทะลุทะลวงทุกสิ่งกีดขวาง! เรียบง่ายแต่แฝงพลังทำลายล้าง! พลังทำลายล้างที่แฝงอยู่ในกระบวนท่าอันดูธรรมดาสามัญนี้กลับสูงส่งและรุนแรงอย่างน่าเหลือเชื่อ! ราวกับสามารถสะบั้นได้แม้กระทั่งก้อนเมฆอันหนาทึบบนท้องฟ้า!
"กระบี่สะบั้นเมฆา" (断云一式 - Duàn yún yī shì) !
ความเข้าใจในกระบวนท่าอันทรงพลังนี้หลั่งไหลเข้ามาในจิตใจของเฟิงอี้โดยตรง รูปแบบการโคจรพลังปราณกระบี่เพื่อใช้วิชานี้ จุดสำคัญในการรวบรวมและควบแน่นพลัง เจตจำนงแห่งการทะลุทะลวงอันแน่วแน่และไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด... ทุกอย่างชัดเจนราวกับเขาเคยฝึกฝนมันมาแล้วนับหมื่นนับแสนครั้งในอดีตชาติ!
นี่คือการ ปลดผนึก กระบวนท่าที่สองจากชุดวิชาลึกลับ 【หนึ่งกระบี่ล้างฟ้าสังหารดารา】!
แม้จะเป็เพียงความเข้าใจในห้วงจิต ยังไม่ได้ลองใช้กับพลังปราณกระบี่ที่เพิ่งก่อกำเนิดนี้จริง แต่เฟิงอี้ก็รู้สึกได้ถึงพลังอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง! บัดนี้เขามีกระบวนท่าในมือถึงสองท่าแล้ว! หนึ่งรวดเร็วว่องไว หนึ่งรุนแรงทะลุทะลวง!
แต่ในขณะที่เขากำลังตื่นเต้นระคนยินดีกับความก้าวหน้าครั้งใหม่นี้... โดยไม่ทันระวังตัว... คลื่นพลังงานจากการปลดผนึกและความเข้าใจใหม่ได้แผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างแ่เบา...
ฟุ่บ!
ที่นอกประตูห้องซึ่งควรจะว่างเปล่า สตรีในชุดสีฟ้าอ่อนซึ่งดูเหมือนจะจากไปแล้ว กลับ ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างเงียบเชียบราวกับภูตพราย! นางยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาสีฟ้าเข้มอันลึกล้ำหรี่ลงเล็กน้อย จ้องมองมายังทิศทางของเฟิงอี้ที่นั่งสมาธิอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วย ความสงสัยและความสนใจที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า!
นางััได้! ััได้อย่างชัดเจนถึงคลื่นพลังงานภายในร่างของเฟิงอี้ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและลึกล้ำเมื่อครู่! แม้มันจะแ่เบาและจางหายไปอย่างรวดเร็ว!
แม้นางจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร หรือเกิดอะไรขึ้นภายในร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ แต่สัญชาตญาณของผู้มีพลังระดับสูงก็กรีดร้องบอกนางว่า... เด็กหนุ่มคนนี้มีความลับดำมืดและยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่มากกว่าที่นางประเมินไว้ในตอนแรกมากนัก! มากจนอาจจะพลิกชะตากรรมของวังเมฆาเยือกแข็งได้!
*** จบตอนที่ 18 ***