'เขามรกต นอกเมืองัฟ้า'
ในขณะที่ตระกูลใหญ่และกลุ่มอิทธิพลของเมืองต่างพากันจับตา แต่ซิ่วอิงนั้นกลับไม่รู้เื่ราวใดๆ ยังคงวุ่นวายอยู่กับการสร้างโรงครัวและโรงเลี้ยงชั่วคราวั้แ่เช้า ถึงตอนนี้ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม( 2 ชม.) โรงครัวและโรงเลี้ยงชั่วคราวจึงสร้างเสร็จ อาหารที่ให้คนครัวทำเตรียมไว้ก็เสร็จพอดี
ซิ่วอิงให้คนครัวยกหม้อข้าว 5 หม้อ หม้อแกงอีก 2 หม้อใหญ่มาวางไว้ในโรงเลี้ยง แล้วให้ฟู่ิประกาศบอกทุกคน
" ท่านอาฟู่.. พวกเขาคงจะหิวกันแย่แล้ว ให้ทุกคนหยุดทำงานมาทานอาหารก่อน "
ฟู่ิจึงกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังกังวาน
" ทุกคนหยุดก่อน.. ไปล้างมือแล้วมาเข้าแถวรับอาหารไปกิน คนที่ทำงานให้มากินก่อน คนที่ยังทำไม่ไหวให้เข้าแถวต่อท้าย.. พวกเ้าไม่ต้องกลัวว่าอาหารจะหมด นายน้อยของข้ามีข้าวมีแกงให้กินอย่างอิ่มหนำทุกคน "
สิ้นเสียงอันดังของฟู่ิ กลุ่มคนงานต่างพากันเดินไปล้างมือยังลำธาร เสร็จแล้วก็เข้าแถวมารับอาหาร โดยที่คนครัวเป็ผู้ตักใส่ชามดินเผาเพื่อความเป็ระเบียบ มื้อเช้าวันนี้มีกับข้าว 2 อย่าง ผัดเนื้อวัวอสูรกับผัก หมูป่าตุ๋นใส่แฟงหอมกรุ่น คนครัวตักข้าวเต็มถ้วย ราดด้วยกับข้าวทั้งสองอย่างจนเต็มชาม ตามคำสั่งของซิ่วอิงอย่างไม่เสียดายของ
คนงานที่ได้รับข้าวเรียบร้อย บ้างก็จับกลุ่มนั่งกินใต้ต้นไม้ บ้างก็ยืนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ด้วยความจนพวกเขาแทบไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อนในชีวิต บางคนถึงกับกินทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความดีใจ พวกเขาคิดถูกแล้วที่มาทำงานกับตระกูลจ้าว
ระหว่างที่คนงานกำลังทานอาหาร ซิ่วอิงกล่าวเสียงดังขึ้นว่า
" ทุกคนกินให้อิ่ม ใครไม่อิ่มให้ไปเอาใหม่ ใครที่กินเสร็จแล้วเอาถ้วยชามตัวเองไปล้าง แล้วคว่ำไว้ในตะกร้าที่เตรียมไว้ให้.. ข้า้าเพียงสามอย่างคือ ซื่อสัตย์ สามัคคี และความสะอาด "
ซิ่วอิงเว้นไปชั่วครู่เพื่อดึงความสนใจ เอาสองมือไขว้หลังด้วยความเคยชิน แล้วพูดปลุกใจต่อ
" วันนึ้จะยังไม่สร้างบ้านของข้า แต่จะสร้างที่พักให้พวกเ้าก่อน.. เพราะฉะนั้นเมื่อกินอาหารเรียบร้อยแล้ว ให้ทุกคนช่วยกันสร้างที่พัก โดยมีช่างลู่และลูกน้องเป็ผู้นำ ส่วนคนที่ทำงานหนักไม่ได้จริงๆ ให้ไปช่วยกันตัดหญ้าทำหลังคา.. พวกเ้าคงไม่ทำให้ข้าผิดหวัง "
" ขอรับ / เ้าค่ะ "
เสียงคนงานตอบพร้อมกันดังสนั่นไปทั้งบริเวณ ซิ่วอิงพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วมองเลยไปยังใต้ร่มไม้ที่มีคนป่วยนอนพักอยู่ เธอคิดว่าไหนๆช่วยแล้วต้องช่วยให้ถึงที่สุด
" สำหรับคนป่วย.. ข้าจะดูว่าสามารถรักษาได้หรือไม่ "
กล่าวจบซิ่วอิงเดินตรงไปยังใต้ร่มไม้ที่คนป่วยนอนอยู่ มีหญิงชราและเด็กหญิงวัยไม่เกิน 3 ขวบยืนอยู่ใกล้กัน เมื่อเห็นซิ่วอิงทั้งคู่ก้มเคารพหัวแทบติดพื้นดิน
" คารวะนายน้อยเ้าค่ะ" หญิงชราข้างคนป่วยเอ่ยออกมา
" คารวะนายน้อยเ้าค่าา.." เด็กหญิงตัวน้อยพูดตามหญิงชรา
ซิ่วอิงมองหญิงชรากับเด็กหญิงตัวน้อยด้วยสายตาเวทนาสงสาร ร่างกายทั้งสองผ่ายผอมจนแทบเห็นกระดูก สวมเสื้อผ้าทั้งเก่าทั้งขาด ก่อนจะมองไปยังร่างของชายวัยประมาณ 30 ปี ที่นอนหลับตานิ่งแทบไม่หายใจ
" ชายคนนี้เป็ใคร ป่วยเป็อะไร.."
" ชายคนนี้คือบุตรชายของบ่าว.. ก่อนหน้านี้เคยเป็ทหารรับจ้าง แต่เมื่อหลายเดือนก่อนถูกสัตว์อสูรทำร้ายจนาเ็สาหัส หมอบอกว่ารักษาไม่ได้เ้าค่ะ " หญิงชราตอบน้ำเสียงหม่นหมอง
" ท่านยายชื่ออะไร.. แล้วครอบครัวท่านมากันกี่คน"
ซิ่วอิงเอ่ยถามอย่างเป็กันเอง
" บ่าวชื่อซื่อเหนียงเ้าค่ะ.. พวกเรามากัน 4 คน มีลูกชายบ่าว สามีและหลานสาวคนนี้เ้าค่ะ "
“ แล้วสามีที่ยายอยู่ไหน..”
ซิ่วอิงเอ่ยด้วยความสงสัย
“ สามีของบ่าวมีฝีมือด้านช่างไม้ จึงไปช่วยสร้างโรงเรือน.. ตอนนี้ไปทานอาหารเ้าค่ะ”
" อืม.. แล้วภรรยาเขาไปไหนเสียล่ะ"
" เพราะต้องจ่ายค่าหมอค่ายาของลูกชายบ่าว.. ลูกสะใภ้จึงต้องขายตัวเป็คนรับใช้ในหอนางโลมเ้าค่ะ"
หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
' เฮ้ออ.. ชีวิตบัดซบจริงๆน่ะนี่ แต่ก็เหมือนครอบครัวของเ้าของร่างนี้ ถ้าิญญาเราไม่เข้ามาแทน ก็คงมีสถาพไม่ต่างกันเท่าใดนัก'
ซิ่วอิงคิดพลางถอนหายใจ แล้วส่งพลังปราณไปตรวจสอบอาการาเ็ของชายคนนั้น ครู่นึงเธอก็รู้ว่าชายผู้นี้าเ็เส้นลมปราณเช่นเดียวกับบิดาของตน แต่อาการเขาสาหัสกว่าหลายเท่า เพราะอวัยวะภายในและร่างกายบอบช้ำอย่างมาก จึงกล่าวว่า
" เอาละ.. ข้าจะลองดูว่าจะช่วยรักษาลูกชายท่านยายได้หรือไม่ "
กล่าวจบเธอก็นำโอสถวารีชำระออกมาหนึ่งเม็ด แล้วส่งให้หญิงชรา
" ท่านยายเอาโอสถเม็ดนี้ให้เขากิน.. "
นางซื่อเหนียงรับโอสถด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะนำโอสถป้อนใส่ปากลูกชาย ระหว่างนั้นซิ่วอิงนำอ่างน้ำออกมาจากแหวนมิติ แล้วหยดน้ำทิพย์ลงไป 2 หยด เพราะดูแล้วชายผู้นี้าเ็สาหัสมาก
เพียงไม่นานโอสถรักษาเส้นลมปราณก็ออกฤทธิ์ ร่างผอมของชายผู้นั้นก็สั่นกระตุกดิ้นกระเสือกกระสนไปมา พร้อมกับส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป
‘อ้ากก’
เสียงร้องและการดิ้นไปมาเหมือนคนทรมาณอย่างหนัก ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยร้องให้ด้วยความใ
" ฮือๆๆ.. ท่านพ่อออออ.. ท่านย่าท่านพ่อเจ็บมากจะตายแล้วเ้าค่ะ"
" นายน้อย.. ลูกชายบ่าวเป็อะไรไปเ้าคะ ทำไมเขาถึงมีอาการเช่นนี้ " หญิงชราเอ่ยถามเสียงสั่น คว้าร่างเล็กของหลานสาวตัวน้อยมากอดแน่น
" ไม่มีอะไรหรอกพวกท่านไม่ต้องกลัวไป.. โอสถที่ข้าให้กินกำลังออกฤทธิ์อีกสักพักก็ดีขึ้น"
แล้วเป็ไปตามที่ซิ่วอิงพูด ผ่านไปไม่นานชายผู้นั้นก็หยุดดิ้น จากนั้นลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ซิ่วอิงยื่นน้ำไปให้หญิงชราแล้วบอก
" ท่านยาย.. เอาน้ำนี่ให้เขากินให้หมด"
หญิงชรารับไปแล้วป้อนให้บุตรชายดื่มอย่างช้าๆจนหมด ซิ่วอิงเอ่ยวาจากับบุตรชายของนางซื่อเหนียง
" เ้านั่งลงท่าสมาธิ จากนั้นเดินลมปราณตามวิธีที่ข้าส่งให้.. ไม่ต้องพูดอะไรทั้งสิ้น เดินลมปราณจนกว่าจะรู้ตัวว่าหายดีแล้วจึงหยุด "
ซิ่วอิงกล่าวจบใช้นิ้วจี้ไปยังกลางหน้าผากชายคนนั้น แล้วถ่ายทอดเคล็ดการเดินลมปราณไปให้ เมื่อปรากฏแสงวาบพุ่งเข้าไปในหัวของเขา ซิ่วอิงจึงเอ่ยขึ้นว่า
" เรียบร้อยแล้ว.. ท่านยายคอยดูอย่าให้ใครไปรบกวนเขา ข้าไปดูคนอื่นต่อ"
" ขอบคุณเ้าค่ะนายน้อย ขอบคุณมากจริงๆ"
หญิงชรากล่าวขอบคุณพร้อมกับก้มคำนับขึ้นลงไม่หยุด เด็กหญิงตัวน้อยแม้จะไม่รู้เื่ราวมากนัก แต่ก็ก้มคำนับตามท่านย่าตัวเองเช่นกัน
" พอเถิด.. หากอยากขอบคุณข้าก็ช่วยกันทำงานนะ .. แล้วเด็กน้อยเ้าชื่ออะไร"
ซิ่วอิงเอ่ยกับหญิงชรา ก่อนจะถามชื่อเด็กหญิงตัวน้อย
" ข้าชื่ออาหลินเ้าค่ะ"
" อืม.. อาหลินเป็เด็กดีช่วยดูแลท่านพ่อนะ พี่สาวไปดูคนอื่นก่อน"
" เ้าค่ะพี่สาว.."
ในเวลาหนึ่งชั่วยาม ซิ่วอิงเดินตรวจผู้ป่วยจนครบทุกคน ส่วนใหญ่เป็โรคไม่ร้ายแรงนัก ซึ่งเธอนำน้ำผสมน้ำทิพย์ดาราเจือจางให้ดื่มกิน ส่วนคนที่ป่วยหนักหรือาเ็ให้กินโอสถวารีชำระคนละเม็ด และดื่มน้ำผสมน้ำทิพย์ดาราเจือจาง ในเวลาไม่นานคนป่วยก็หายดีทุกคน จนคนป่วยและญาติพี่น้องที่ดูแลอยู่ พากันคุกเข่าคำนับแล้วเรียกนางว่า ‘นายน้อยหมอเทวดา’
ซิ่วอิงสังเกตเห็นว่าเสื้อผ้าที่ทุกคนสวมใส่ ทั้งเก่าทั้งขาดแทบจะเหมือนผ้าขี้ริ้ว เมื่อกลับไปยังเนินเขาพบฟู่ิกับหลิวหยวน กำลังตรวจสอบจุดที่จะสร้างบ้าน จึงเอ่ยขึ้นว่า
“ ท่านอาหลิว.. ท่านกลับไปยังจวนแล้วสอบถามเถ้าแก่เหอ ว่ามีเสื้อผ้าแบบธรรมดาที่ชาวบ้านใส่กันหรือไม่ หากมีให้นำมาทั้งหมด.. อ้อ.. ให้นำผ้าห่มมาด้วยส่วนเงินกลับไปข้าจะจ่ายให้ ”
“ ขอรับนายน้อย.. เอ่อ.. นายน้อยจะเอามาให้คนงานหรือขอรับ..”
หลิวหยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ ถูกแล้ว.. เมื่อสักครู่ข้าไปตรวจคนป่วย เห็นพวกเขามีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ บางคนก็แทบจะไม่มีเสื้อผ้าใส่ ข้าจึงคิดจะซื้อให้ทุกคนไปด้วยเลย ”
“ ขอรับนายน้อย ข้าจะไปตอนนี้..”
หลิวหยวนกล่าวจบพุ่งทะยานจากไปทันที
ซิ่วอิงมองดูบริเวณเนินเขา ซึ่งถูกปรับแทบจะเป็ที่ราบด้วยความพอใจ แล้วกล่าวกับฟู่ิว่า
“ ท่านอาฟู่.. ที่ตรงนี้ช่างเหมาะแก่การสร้างบ้านยิ่งนัก ทั้งยังมีเนื้อที่กว้างขวางพอสมควรทีเดียว.. ข้าคิดว่าสร้างบ้านไว้ตรงนี้ ส่วนที่เหลือจะขุดทำเป็สระน้ำส่วนตัวและใส่น้ำทิพย์ดาราลงไป.. ท่านคิดว่าดีหรือไม่”
“ ดีขอรับนายน้อย หากใส่น้ำทิพย์ดาราลงไปจะทำให้กลายเป็สระน้ำพลังปราณ เมื่อนำไปรดพืชผักก็จะส่งผลให้เป็พืชผักปราณไปเลยขอรับ..”
ฟู่ิกล่าวออกมาอย่างเห็นด้วย
“ ข้าก็คิดเช่นนั้น.. แต่รอให้สร้างบ้านเสร็จก่อนค่อยขุดสระ ข้าไม่อยากให้ผู้ใดทราบเื่นี้มากนัก..”
“ ขอรับนายน้อย”
เมื่อฟู่ิรับคำ ซิ่วอิงจึงกล่าวสั่งงานในเื่ต่อไป
“ ท่านอาฟู่.. คืนนี้ข้าต้องให้ท่านกับท่านอาทุกคนพักที่นี่ เพื่อดูแลคนงานและสถานที่แห่งนี้.. เพราะการกระทำของพวกเรา คนตระกูลใหญ่อาจจะสงสัยแล้วส่งคนมาก่อกวนได้”
“ ข้าก็คิดเช่นเดียวกับนายน้อย.. เอ่อ.. แล้วเื่การพักกินอาหารของพวกคนงานจะเอาอย่างไรดี ถ้าหากให้หยุดพักทานมื้อเที่ยง ข้าคิดว่าอาจจะทำให้การก่อสร้างล่าช้า คืนนี้อาจจะมีที่พักไม่เพียงพอกับคนงาน..”
ฟู่ิเอ่ยถามพลางส่งสายตามองคนงาน
“ เื่นี้แก้ไม่ยาก.. เพียงแค่ให้พวกเขาสับเปลี่ยนกันไปกินทีละชุด.. นี่ก็ใกล้ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว ท่านอาไปแจ้งทุกคนตามนั้น ส่วนข้าจะเข้าไปล่าสัตว์ในป่ามาเพิ่ม ถ้าหากท่านอาหลิวกลับมาก็ให้รอข้าก่อน อย่าเพิ่งแจกจ่ายเสื้อผ้าให้คนงาน.. ข้าจะกลับมา่เย็นๆ”
“ เอ่อ.. นายน้อยไปคนเดียวจะดีหรือ..”
ฟู่ิเอ่ยถามด้วยสีหน้ากังวล
“ ไม่เป็ไรหรอกท่านอาฟู่.. ท่านก็รู้ว่าที่ผ่านมาข้าใช้ชีวิตเป็เช่นไร..”
“ เข้าใจแล้วนายน้อย..”
ฟู่ิเอ่ยตอบพร้อมกับคิดว่าตนเองก็ช่างหลงลืมไปได้ นายน้อยของเขานั้นเติบโตมาด้วยตนเองกลางป่าเขา อีกทั้งยังมีระดับพลังลมปราณที่สูงยิ่ง วิชาความรู้หรือเคล็ดวิชายุทธมีมากมาย
“ ข้าไปก่อนฝากท่านอาจัดการด้วย..”
กล่าวจบซิ่วอิงทะยานเข้าไปในป่าด้านหลังอย่างเร็ว จนฟู่ิมองแทบไม่ทันเห็นเพียงภาพติดตาลางๆเท่านั้น
‘เขาหมื่นอสูรชั้นนอก’
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ซิ่วอิงใช้วิชาตัวเบาทะยานเวหาเข้ามาในป่าราวๆ100 ลี้ ซึ่งป่าแห่งนี้เป็บริเวณป่าชั้นนอกของเขาหมื่นอสูร ไม่มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่มากนัก เพราะถูกชาวบ้านและพวกทหารรับจ้างล่ากันทุกวัน
ซิ่วอิงค้นหาอยู่นานพบแต่สัตว์ตัวเล็ก อย่างกระต่ายหรือไก่ป่าเท่านั้น หากนำไปเลี้ยงคนงานคงไม่พอกินกันอย่างแน่นอน
‘ แถวนี้ไม่มีสัตว์ใหญ่อยู่เลย.. ถูกล่าทุกวันพวกมันคงจะอพยพไปยังชายป่าชั้นในกันหมด สงสัยต้องเข้าไปในป่าชั้นในละมั้ง..’
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ซิ่วอิงจึงใช้ทักษะทะยานเวหาพุ่งเข้าไปยังป่าชั้นในทันที
‘เขาหมื่นอสูรชั้นใน’
เขาหมื่นอสูรชั้นในมีพื้นที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยแน่นขนัด ซิ่วอิงใช้พลังจิติญญากางอาณาเขตรับรู้ เพื่อตรวจหากลิ่นอายของสัตว์อสูร ครู่นึงเธอสามารถรับรู้ได้ถึงสัตว์อสูรกลุ่มหนึ่งห่างไปประมาณ 2 ลี้ จึงทะยานไปยังจุดหมายทันที
‘ฟิ้ววว’
เมื่อมาถึงเขาหมื่นอสูรชั้นใน ซิ่วอิงพบกับสัตว์อสูรกระทิงคลั่งฝูงใหญ่ราวๆ 30 ตัว กระทิงคลั่งเป็สุตว์อสูรระดับ 3 ซึ่งเทียบได้กับชั้นปรมาจาย์ แต่ด้วยความที่เป็สัตว์อสูรจึงแข็งแกร่งกว่าชาวยุทธมาก
ซิ่วอิงไม่รอให้ฝูงสัตว์อสูรได้ทันรู้ตัว ใช้ทักษะดาบวายุสังหารควบแน่นปราณในอากาศเป็ดาบ แล้วฟันไปที่ลำคอของสัตว์อสูรกระทิงคลั่ง ตัวที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มทันที
‘ดาบวายุสังหาร’
‘ฟิ้วววว’
‘ฉั๊วะ’
“ มอออๆๆ..”
ปราณดาบตัดผ่านเส้นเืที่ลำคออย่างแม่นยำ กระทิงคลั่งจ่าฝูงร้องลั่นด้วยความเ็ป ก่อนจะล้มลงกับพื้นดิ้นไปมาแล้วตกตายลง ขณะที่ตัวอื่นในฝูงยังยืนด้วยอาการตกตลึง
‘ฟิ้ววว’
‘ฉั๊วะๆๆ’
ซิ่วอิงไม่เปิดโอกาสให้พวกมันหลบหนี พุ่งเข้าไปสังหารอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ ด้วยพลังปราณระดับปฐีที่สูงกว่าพวกมันถึง 2 ขั้นใหญ่ กระทิงคลั่งทั้งฝูงก็ตกตายลงทั้งหมด
หากใครได้เห็นการฆ่าอันโเี้และรวดเร็วของซิ่วอิง คงจะตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ซึ่งในความคิดของซิ่วอิงนั้นกลับแตกต่าง เพราะการฆ่านั้นจะช้าหรือเร็วก็เป็การฆ่าอยูดี จะดีเสียกว่าถ้าให้พวกมันตายโดยที่ไม่ทรมาณมากนัก
‘ อืม แค่นี้ก็น่าจะพอให้คนงานกินได้หลายวัน.. แต่ไหนๆก็เข้ามาแล้ว หาสมุนไพรไปปลุกในมิติดีกว่า’
ซิ่วอิงนำสัตว์อสูรทั้ง 30 ตัวเก็บเข้าไปในแหวนมิติอีกวงนึง ซึ่งเอาไว้เก็บสัตว์อสูรที่ล่ามาได้เพียงอย่างเดียว แล้วเดินเท้าไปยังส่วนลึกของป่า เหตุที่ต้องเดินเท้าเพราะเธอ้าหาสมุนไพร หากใช้วิชาตัวเบาคงไม่มีทางพบเจออย่างแน่นอน
‘ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม’
ซิ่วอิงพบเจอสมุนไพรมากมายทั้งระดับต่ำและระดับสูง ระดับต่ำนั้นเป็สมุนไพรที่ใช้ในการปรุงโอสถระดับต่ำ ชนิดเดียวกับที่เธอให้ตงห่าวไปหาซื้อนั่นเอง
ทันใดนั้น.. ขณะที่ซิ่วอิงกำลังจะกลับออกไปจากป่าชั้นใน พลันได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้นมา
‘โฮกกก’
‘ปังงงง’
" เกิดอะไรขึ้น.. "
ซิ่วอิงรู้สึกได้ถึงเสียงคำรามและแรงสั่นะเืที่เกิดขึ้น รีบใช้ััจิติญญาตรวจหาที่มาของเสียงและแรงสั่นะเื ครู่นึงก็รับรู้ได้ว่ามาจากูเาเบื้องหน้านั่นเอง
เมื่อรู้ทิศทางที่มาของเสียง ซิ่วอิงรีบพุ่งทะยานตรงไปยังที่แห่งนั้นในทันที
‘พรึ่บบ’
เมื่อไปถึงที่หมายซิ่วอิงซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหิน ส่งสายตามองไปยังพื้นที่เบื้องหน้า ไม่นานก็เห็นสัตว์อสูรระดับ 7 (เทียบเท่าระดับ์) สองตัวกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด และคงจะไกล้ถึงจุดสิ้นสุดแล้วเช่นกัน
‘โฮ๊กกก’
‘ฟ่อออ’
เมื่ออสรพิษเกล็ดดำตัวยาวใหญ่หลายสิบวา กำลังใช้ลำตัวรัดพันสัตว์อสูรคล้ายสิงโตแน่นจนเห็นเพียงส่วนหัว แต่ปากของสิงโตตัวนั้นกลับกัดอยู่ที่ใต้ส่วนหัวของงูั์จมเขี้ยวเช่นกัน สัตว์อสูรทั้งสองตัวต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน จนาเ็สาหัสพลังชีวิตแทบจะหมดสิ้นไปทั้งคู่
ซิ่วอิงไม่รีบร้อนซ่อนตัวเฝ้าดูจนการต่อสู้สิ้นสุดลง งูั์เสียชีวิตไปก่อนลำตัวยาวที่รัดพันจึงคลายออก ปรากฏร่างสิงโตมีปีกร่างใหญ่กว่า 2 เมตรนอนแน่นิ่งอยู่เคียงกัน
เมื่อเห็นว่าการต่อสู้สิ้นสุดลง ซิ่วอิงจึงเดินเข้าไปเพราะคิดว่าพวกมันคงตายหมดแล้ว เป็ลาภลอยของเธอที่จะได้ผลึกอสูรระดับ 7 ถึงสองชิ้น เมื่อไปถึงกลับพบว่าสิงโตปีกเงินยังไม่เสียชีวิต แต่เมื่อเธอส่งจิตััตรวจดูจึงรู้ว่า อีกไม่นานสิงโตปีกเงินตัวนี้ก็คงตกตายเช่นกัน
ในเวลานั้นเอง.. ซิ่วอิงพลันได้ยินเสียงแ่เบาดังมาจากสิงโตปีกเงิน
“ มนุษย์.. เ้าคิดจะเอาผลึกอสูรของพวกข้าสินะ..”
“ นะ นี่.. เ้าพูดภาษามนุษย์ได้เช่นนั้นหรือ..”
ซิ่วอิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย ถึงจะรู้มาจากความทรงจำของอาจารย์ แต่ยังไม่เคยพบเจอด้วยตนเอง
“ สัตว์อสูรระดับ 7 ขึ้นไปทุกตัวล้วนพูดได้.. มนุษย์ข้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว หากเ้า้าผลึกอสูรของข้า ข้าก็ยอมรับได้.. แต่.. อั่ก..”
สิงโตปีกเงินพูดได้แค่นั้นกระอักเืออกมาคำใหญ่
“ มีเื่อะไรหรือ.. หากทำได้ข้าจะช่วย แต่หากให้ช่วยชีวิตเ้าคงไม่มีหนทางแล้วละ..”
ซิ่วอิงเอ่ยออกมาเพราะจากที่ตรวจดูอาการาเ็ของมัน สาหัสเกินกว่าที่โอสถวารีชำระของเธอจะช่วยได้แล้ว
“ อ๊อก.. เื่นั้นข้ารู้.. แต่ข้าอยากให้เ้าช่วยนำลูกข้าไปด้วย”
“ เอ๊ะ.. เ้ามีลูกด้วยเหรอ อยู่ที่ใดกัน”
ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองหาลูกของมัน
“ ลูกข้าเพิ่งคลอดได้ไม่กี่เดือน.. เ้าต้องรับปากก่อนข้าถึงจะเรียกลูกข้าออกมา”
“ ได้.. ข้ารับปากเ้า”
เมื่อซิ่วอิงรับปาก สิงโตปีกเงินส่งเสียงร้องคำรวมคล้ายเรียกหา
‘โฮ้กกก’
ทันใดนั้น พลันมีสัตว์ตัวเล็กเหมือนแมววิ่งออกมาจากป่า มันวิ่งเข้าไปหาซุกเข้าที่ซอกคอของแม่ แล้วส่งเสียงร้องครางออกมาเบาๆ คล้ายกับรู้ว่าแม่ของมันคงมีชีวิตได้อีกไม่นาน
‘แง้วววว.. แง้วววว’
“ ลูกข้า.. เ้ายังเล็กนักหากอยู่ที่นี่ตัวเดียวคงไม่รอด หลังจากแม่ตายเ้าติดตามมนุษย์คนนี้ไป นางรับปากกับแม่แล้วว่าจะดูแลเ้า ”
สิงโตปีกเงินพูดภาษามนุษย์กับลูกน้อย เพื่อให้ซิ่วอิงเข้าใจคำสั่งเสียของมันด้วย พูดจบนางสิงห์สัตว์อสูรระดับ7 ก็สิ้นใจตาย เ้าตัวน้อยตะกายร่างไร้ิญญาของแม่ เหมือนจะปลุกให้นางฟื้นขึ้นมา แต่เมื่อไม่มีการตอบรับจากแม่ มันจึงร้องครางออกมาอย่างน่าสงสาร
‘แง้ววว’
ซิ่วอิงถึงกับน้ำตาไหลด้วยความสงสาร เธอค่อยๆยื่นมือลูบหัวมันเบาๆ เ้าตัวน้อยหันมองซิ่วอิงแล้วแลบลิ้นเลียมือของเธอ ซิ่วอิงจึงพูดกับมันว่า
“ สิงโตน้อย.. แม่ของเ้าได้ตายแล้ว จากนี้เ้าไปอยู่กับข้าเถิด ข้าจะดูแลเ้าเอง..”
พูดจบซิ่วอิงอุ้มร่างของสิงโตน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมกอด แล้วพามันเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที
‘มิติส่วนตัวของซิ่วอิง’
ในมิติเสี่ยวไป๋นอนหมอบอยู่อย่างเงียบเหงา เมื่อรับรู้ถึงตัวตนของซิ่วอิงจึงรีบวิ่งมาหา ก่อนจะซุกไซร้คลอเคลียอย่างคิดถึง ซิ่วอิงที่มีเวลาไม่มากนักจึงเอ่ยกับมันว่า
“ เสี่ยวไป๋.. ข้ามีเวลาไม่มากเ้าช่วยดูแลลูกสิงโตตัวนี้แทนข้าที ”
พูดจบซิ่วอิงยื่นร่างสิงโตน้อยให้เสี่ยวไป๋ดมกลิ่น ก่อนที่มันจะเลียไปที่ตัวของลูกสิงโตปีกเงินตัวน้อย เหมือนยอมรับในคำพูดของซิ่วอิง
“ สิงโตน้อย.. เ้าอยู่ที่นี่ไปก่อนเสี่ยวไป๋จะดูแลเ้าเอง ข้าจะไปจัดการกับร่างของแม่เ้า ”
ซิ่วอิงพูดจบวางร่างสิงโตน้อยลง แล้วรีบออกจากมิติส่วนตัวทันที
‘เขาหมื่นอสูรเขตชั้นใน’
เมื่อออกมาจากมิติส่วนตัว ซิ่วอิงรีบผ่าเอาผลึกอสูรของงูั์และนางสิงโตปีกเงินอย่างรวดเร็ว ก่อนจะควบแน่นพลังปราณเป็เปลวเพลิง เผาร่างของพวกมันทั้งสองจนหมดสิ้น เหตุที่ต้องรีบทำเช่นนี้เพราะการต่อสู้ของพวกมันเมื่อสักครู่ อาจจะมีคนอื่นที่เข้ามาล่าสัตว์อสูรได้ยินเข้า
แต่ว่า..
‘วู้บบบ’
ดูเหมือนจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว เมื่อััจิติญญาของซิ่วอิงที่แผ่ไปทั่งบริเวณ สามารถรับรู้ได้ถึงพลังปราณของคนกลุ่มนึง ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในป่าห่างไปไม่ไกล
ซิ่วอิงยืนนิ่งแสร้งทำเป็ไม่รู้ตัว หากแต่ใช้พลังจิติญญาตรวจสอบคนพวกนั้นอย่างละเอียด พบว่ามีพลังลมปราณถึง 8 สาย หมายความว่ามีคนถึงแปดคนแอบอยู่ในป่า หนึ่งใน8อยู่ระดับยอดยุทธ์ขั้นสูง สองคนอยู่ในระดับยอดยุทธ์ขั้นกลาง อีกห้าคนอยู่ในระดับปรมาจาย์ขั้นสูง
" นั่นใคร.."
……………………………………….
+ เอาแล้วววว 1 ต่อ 8 จะไหวมั๊ยเนี่ย +