ผมเพิ่งกลับจากไซต์งานที่ชลบุรีเพราะมีปัญหาเื่เหล็กโครงหลังคาที่ผิดสเป็ก เลยต้องรีบไปดูอยากรู้ว่าหัวหน้างานที่นั่นจะแก้ปัญหายังไงดีที่เขาสามารถแก้ปัญหาได้ อีกทั้งยังไม่มีปัญหาเื่การส่งคืนเหล็กทั้งหมดที่ผิดสเป็กทำให้บริษัทเราไม่เสียหายแต่อาจจะต้องเริ่มงานในส่วนนี้ล่าช้าอีกหน่อยแต่เมื่อเขาสามารถพูดคุยเร่งผู้ผลิตให้รีบส่งของมาใหม่ได้ในอีกไม่เกินสองวันผมก็เบาใจได้ในระดับหนึ่ง แต่ผมก็คงต้องติดตามว่าของมาตรงตามกำหนดหรือเปล่าวันนี้ผมรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทางมากกว่าปกติเพราะเมื่อเช้าผมต้องรีบไปรับเลขาใหม่ของผมพอมาถึงยังต้องรีบไปดูงานเื่เหล็กโครงหลังคาที่ผิดสเปกนั่นอีกคืนนี้คงต้องนอนแช่น้ำสักครึ่งชั่วโมงให้ร่างกายผ่อนคลายสักหน่อยผมจึงเลือกกลับมานอนที่อพาร์ทเม้นท์แทนการไปพักที่ไซต์งานยังไงล่ะแต่เมื่อเดินเข้ามาถึงล็อบบี้ก็พบเข้ากับกีรติ ผมสงสัยว่าเธอมานอนทำไมที่ตรงนี้ผมมั่นใจว่าได้ให้กุญแจห้องกับเธอแล้ว แต่ทำไมเธอยังนอนอยู่ตรงนี้อีก
“กีรติกีรติ นี่! คุณกีรติ!” ผมเรียกเธอหนึ่งครั้งเธอก็ยังไม่ขยับ สองครั้งก็ยังไม่ยอมขยับอีกครั้งที่สามผมจึงเข้าไปใกล้เธอและส่งเสียงเรียกเธอดังขึ้นกว่าเดิม
“อะ! โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ!” เธอเด้งตัวขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่และสะดุ้งใจนใบหน้าของเธอชนเขากับแก้มของผมเต็มๆจากนั้นก็หงายหลังล้มลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง แต่จะพูดให้ถูกคือเธอใสะดุ้งจนปากกับจมูกกระแทกเข้ากับแก้มของผมยังไงล่ะ
“ไม่เป็ไร”ผมถอยห่างจากเธอ และเห็นว่าเธอหน้าแดง เธอใช้มือทั้งสองปิดจมูกและปากของตัวเองไว้ดูเหมือนจะยังไม่หายใ
“คุณมานอนทำไมตรงนี้ ผมจำได้ว่าให้กุญแจห้องกับคุณไปแล้ว” เธอพยักหน้าหงึกหงักดูเหมือนสติยังมาไม่ครบ
“เอ่อ!คือว่า ฉันมารอพบคุณค่ะ เมื่อบ่ายฉันไปที่ไซต์งานเพื่อสำรวจเส้นทางก่อนไปทำงานและพบพนักงานรักษาความปลอดภัยเขาแจ้งว่าวันพรุ่งนี้ไม่มีรายชื่อพนักงานใหม่ที่ต้องมารายงานตัวค่ะฉันไปผิดที่เหรอคะ ฉันจำได้ว่าไซต์งานที่ระยะมีที่เดียวนี่คะ” เธอค่อยๆพูดกับผมแต่หน้าเธอยังแดงอยู่ ถึงจะดูตลกอยู่บ้าง แต่ก็หน้ามองไม่น้อย เธอกำลังเขินผม
“อ้อผมลืมแจ้งเขาไว้น่ะ พรุ่งนี้มารอผมที่นี่ เจ็ดโมงครึ่ง ไปทำงานพร้อมผม”ผมจ้องมองเธอแล้วค่อยๆเดินเข้าใกล้เธอมากขึ้นเธอเองก็เอนตัวถอยจนหลังชิดติดโซฟาที่เธอใช้นอนก่อนหน้านี้นี่เธอกลัวผมอย่างนั้นหรือน่าสนุกดีนะ
“ค่ะ”ผมเลิกแกล้งเธอ แล้วหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองทันที
ผมลงแช่ตัวในอ่างน้ำนอนดูสายที่ไม่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือของผมมีทั้งสายของแม่และพี่ทิวาที่โทรเข้ามาหาผมคงอยากรู้ว่าเลขาคนใหม่ของผมยังอยู่ดีหรือเปล่าแต่เบอร์ที่โทรเข้ามามากที่สุดคือสายที่ไม่ได้รับจากเลขาคนใหม่ของผมนั่นเองเกือบจะยี่สิบสาย ไม่เคยมีใครโทรหาผมมากขนาดนี้มาก่อนนี่เธอกลัวว่าจะไม่ได้ทำงานขนาดนั้นเลยเหรอ ผมยิ้มกับหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองกีรติมาทำงานกับผมแล้วจากนี้เธอกับพี่ทิวาก็จะได้ห่างกันซะทีเื่นี้เป็เื่ที่ทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆ
7.30น.
ผมตื่นนอนในตอนเช้าอย่างสดชื่นเมื่อคืนหลังจากแช่น้ำให้ผ่อนคลายแล้ว ผมก็เข้านอนทันทีเช้านี้ผมต้องพาเลขาของผมเข้าไปแนะนำตัวที่ไซต์งานงานของเธอจะเริ่มเมื่อผมรับเธอไปทำงานด้วยกัน ผมไม่ได้รีบร้อนแม้จะจำได้ว่าเมื่อวานผมนัดเธอเวลาไหนตอนนี้กีรติคงจะนั่งรอผมครึ่งชั่วโมงแล้วผมเดินฮัมเพลงออกจากห้องอย่างมีความสุขที่ปล่อยให้เธอรออย่างนี้นี่คือความสุขเล็กๆ ในยามเช้าของผม
“สวัสดีตอนเช้าค่ะคุณคีรี”
“ผมอยากดื่มกาแฟ”กีรติยิ้มให้ผมอย่างสดใส เธอไม่ได้มีอารมณ์หรือแสดงความรู้สึกไม่พอใจเลยสักนิด
“ระหว่างทางไปไซต์งานฉันเห็นมีร้านกาแฟอยู่ค่ะเราแวะซื้อก่อนเข้างานได้ค่ะ ร้านนั้นเป็คาเฟ่เล็กๆ ตกแต่งร้านน่าเข้าเชียวค่ะเมื่อวานกับเพื่อนแวะดื่มมาแล้ว รสชาติดีที่เดียวถ้าคุณคีรี้าฉันสามารถซื้ออเมริกาโน่เย็นที่คุณคีรีดื่มเป็ประจำให้ได้ค่ะ”นี่เธอกำลังทำงานเลขาของตัวเองแล้วอย่างนั้นเหรอ
“นี่ชุดทำงานของคุณเหรอคุณรู้หรือเปล่าว่างานผมเป็ยังไง” ผมมองดูกีรติั้แ่หัวจรดเท้าชุดของเธอไม่เข้ากับงานติดตามผมเลยสักนิด
“ชุดของฉันทำไมเหรอคะ”เธอจับชุดเดรสเข้ารูปสีเขียวอ่อนของตัวเองแล้วทำหน้างง
“มานี่สิ”ผมเรียกเธอให้เดินตามผมมาที่เ้า 'ดูคาติ มอนสเตอร์'สีดำรถมอเตอร์ไซค์ที่ผมใช้ขับไปทำงานระหว่างที่อยู่ที่นี่เพราะคล่องตัวในการเดินทางมากกว่า
“มอเตอร์ไซค์เหรอคะ” เธอทำตาโต พร้อมกับถามผมอย่างใเมื่อผมขึ้นนั่งบนรถคันโปรดของตัวเอง
“ใช่คุณคิดว่า คุณจะไปทำงานกับผม ด้วยชุดนี้ได้เหรอ” ผมมองเธอั้แ่หัวจรดเท้า
“ฉันขอสิบนาทีค่ะคุณคีรีรอสักครู่นะคะ” ผมโบกมือไล่เธอ เธอรีบวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนชุดทันที
ทันทีที่ผมเห็นกีรติวิ่งออกมาจากอพาร์ทเม้นท์ผมก็ก้มมองนาฬิกาข้อมือทันที สิบนาทีพอดีเป๊ะผมกดดันเธอเพิ่มอีกด้วยการสตาร์ทรถเบิ้ลเครื่องทันทีเธอรีบวิ่งมาถึงด้วยอาการเหนื่อยหอบ ผมมองดูเธอถนัดตามากขึ้นเมื่อเธอมายืนข้างผมเธอเลือกเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีชมพูอ่อนกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูปและสวมรองเท้าผ้าใบสีดำผมโอเคกับลุคนี้ของเธอ จึงยื่นหมวกกันน็อคใบเล็กให้เธอเธอสวมมันแล้วรีบปีนขึ้นนั่งซ้อนท้ายผมอย่างทุลักทุเลจากนั้นก็ยกกระเป๋าทำงานใบใหญ่ของตัวเองมาวางคั่นระหว่างเราสองคน
“เกาะแน่นๆ”พูดเท่านั้นผมก็เร่งเครื่องรถทันที ผมยิ้มขำเมื่อได้ยินเสียงร้องเบาๆของเธอพร้อมกับมือที่คว้าเอวผมไว้แน่น
ผมขับรถมอเตอร์ไซค์พาเธอมาที่ไซต์งานด้วยความรวดเร็วตามที่กฎหมายกำหนดพอดีเป๊ะไม่เร็วและไม่ช้าเกินไปแต่ผู้หญิงท้ายรถของผมดูจะหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยเพราะเมื่อผมขับรถมาถึงที่ทำงานแล้วเธอก็ยังไม่รู้ตัว
“กีรติ!กีรติ!” หลังจากถอดหมวกกันน็อค ผมก็ตีมือของเธอเบาๆให้รู้สึกตัวเมื่อนิ้วของผมััเข้ากับนิ้วมือเล็กและอ่อนนุ่มนั้นก็รู้สึกได้ว่าหลังมือของเธอค่อนข้างเย็นเธอขยับมือเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือทั้งสองข้างออกจากเอวของผม
“เอ่อ!ถึงแล้วเหรอคะ” คราวนี้เธอยันตัวเองให้ห่างจากผมมากขึ้น
“อืม”เธอพยายามจะลงจากรถโดยไม่ให้ถูกตัวผมผมจึงตัดรำคาญด้วยการลงจากรถแล้วอุ้มเธอที่ทำท่าจะปีนลงจากรถด้วยท่าทางที่ดูตลกนั้น
“ว้าย!คุณคีรีปล่อยฉันนะ!” ผมวางเธอลงโดยที่ไม่ต้องให้เธอพูดซ้ำ
“เื่แรกของวันนี้คือเรียนรู้และทำใจที่จะต้องนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของผมเพราะนี่คือพาหนะที่จะพาเรามาทำงานที่นี่ทุกเช้า ตามผมมา” ผมถอดหมวกกันน็อคให้เธอก่อนจะพูดทำความเข้าใจเื่พาหนะที่เราต้องใช้ประจำเมื่อทำงานที่นี่
“อยู่ที่ทำงานทุกที่งานของคุณคือเลขาของผม ออกข้างนอกคือผู้ดูแล ผมหมายถึงเวลาที่ผมไปคุยงานนอกเวลางานงานของคุณทุกวันก็มีเท่านี้ ไม่ได้ต่างจากตอนที่คุณดูแลพี่ทิวาใช่ไหม”ผมพูดพร้อมกับเดินนำกีรติเข้ามายังออฟฟิศของเราพนักงานกล่าวทักทายผมมาตลอดทางพร้อมด้วยท่าทางสงสัยใคร่รู้ว่าวันนี้ผมใครมาด้วย
“ใช่ค่ะไม่ต่าง”
“คุณนั่งตรงนี้ก่อนผมจะหาโต๊ะที่เหมาะให้คุณ”ผมชี้ให้กีรตินั่งลงบนเก้าอี้คุยงานตรงข้ามโต๊ะทำงานของผมจากนั้นก็เดินออกไปพบพี่ชัยที่โต๊ะ
“สวัสดีตอนเช้าครับคุณทิววันนี้พาสาวสวยที่ไหนมาด้วยครับ”
“เลขาครับพี่พี่ช่วยเรียกพนักงานหน่อยนะครับ ทุกคนต้องรู้จักเลขาของผม”
“ได้ครับ”
“ไปที่ห้องประชุมนะครับรบกวนพี่ให้คนเตรียมที่นั่งให้เธอด้วยนะครับ”
“ให้นั่งตรงไหนครับคุณทิว”
“แล้วแต่พี่เลยครับ”
“หา!จะแล้วแต่ผมได้ยังไงครับ นั่นเลขาคุณทิวนะครับ”
“ครับเลขาผมเอง”
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^