“อาซินข้าอยากไปเที่ยวข้างนอก” เฟยอี้หลินะโลงจากศาลาสองมือเท้าเอวเงยหน้ามองหญิงรับใช้ที่ตอนนี้ตาค้างเพราะเห็นเขาทำอะไรอันตรายเช่นนี้
“คุณชายน้อยเหตุใดถึงะโลงมาเช่นนี้หากคุณชายน้อยเกิดแข้งขาหักขึ้นมาบ่าวจะรับผิดชอบไหวได้ยังไง”หลังดึงสติกลับมาได้อาซินก็เริ่มบ่นเขาอีกครั้งจนไม่รู้แล้วว่าใครกันแน่ที่เป็เ้านาย
นางรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาั้แ่วันที่คุณชายน้อยฟื้นขึ้นมาคราวนั้นนิสัยก็ร่าเริงมากขึ้นทั้งยังซุกซนอยู่ไม่สุขมากขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่ว่าคุณชายน้อยจะนิสัยเปลี่ยนแปลงไปเช่นไรคุณท่านทั้งสองรวมไปถึงคุณชายใหญ่และคุณชายรองก็ไม่คิดที่จะห้ามปรามกับชื่นชอบที่คุณชายน้อยร่าเริงแบบนี้เสียอีก
นางที่เป็หญิงรับใช้รู้สึกหนักใจไม่น้อยกลัวว่าวันหนึ่งคุณชายน้อยจะมุทะลุจนเกิดเื่เข้าสักวัน
“อาซินทำท่าทางอะไรของเ้า ข้าไม่แข้งขาหักเพราะะโลงมาหรอกแต่อาจจะแข้งขาหักเพราะปากของเ้าเนี้ยแหละ” ในน้ำเสียงมีแววหยอกล้ออยู่หลายส่วนแต่คนถูกแกล้งกับทำหน้าอยากจะร้องไห้ออกมา มือสองข้างที่ตอนแรกตั้งท่าจะเข้ามาประคองเขาเอาไว้ถูกดึงกลับไปรีบร้อนคุกเข่าลงเอ่ยออกมาด้วยความลนลาน สองมือเกาะขาเขาไว้แน่น
“คุณชายน้อยได้โปรดอย่าพูดเช่นนั้นเลยเ้าค่ะบ่าวมิได้มีเจตนาจะแช่งคุณชายน้อยจริง ๆ” ว่าไปก็ทำท่าสะอึกสะอื้นไปด้วยเฟยอี้หลินส่ายหัวอ่อนใจ นึกในใจว่า
อาซิน เ้าไม่ได้สติฟันเฟืองจริง ๆ ใช่หรือไม่
เขาถอนหายใจขยับถอยห่าง
“ปล่อยขาข้าได้แล้ว เ้ากลัวว่าข้าจะเอาเื่นี้ไปบอกท่านพ่อแล้วเบี้ยหวัดจะโดนหักใช่หรือไม่”
คนที่ก้มหน้าอยู่หยุดชะงักทันที ก่อนจะรีบเก็บอาการอย่างรวดเร็วแต่มีหรือจะลอดพ้นสายตาวิมลไปได้
“คุณชายน้อยท่านรู้ได้เช่นไรเ้าคะ”อาซินใจนเผลอพูดสิ่งที่คิดออกมา จนต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากดวงตาเบิกโพลง
เฟยอี้หลินส่ายหัวนึกปลงกับหญิงรับใช้เช่นอาซินไปแล้ว
“ทุกอย่างเขียนอยู่บนหน้าเ้าเสียหมดมีหรือที่ข้าจะมองไม่ออก”
“เช่นนั้น…” แววตาอาซินยังมีความกังวลฉายชัดอยู่ข้างใน
เฟยอี้หลินกล่าวเพิ่มอีกประโยค เพื่อช่วยคลายความกังวลให้กับนาง“ข้าไม่เอาเื่นี้ไปบอกท่านพอหรอกเพราะงั้นลุกขึ้นมาได้แล้ว”
“ถึงบ่าวจะกลัวโดนหักเบี้ยหวัดอย่างที่คุณชายน้อยกล่าวแต่ความห่วงใยที่บ่าวมีต่อคุณชายน้อยเป็เื่จริงนะเ้าคะ” นางยืนยันหนักแน่น เพราะถ้าหากขาดเบี้ยหวัดก็จะไม่มีเงินส่งให้ทางบ้านแต่ความซื่อสัตย์และความห่วงใยที่นางมีต่อคุณชายน้อยไม่ใช่การเสแสร้ง
“ข้ารู้” พูดแค่นั้นก็เดินนำหน้าออกไปไม่รอหญิงรับใช้สติเลอะเลือนของตนอีก
ดูเหมือนว่าอาซินพึ่งจะได้สติกลับมา เมื่อสักครู่คุณชายน้อยยิ้ม ทั้งยังอ่อนโยนมากจนทำนางตกตะลึงไปชั่วขณะ
อันตราย ๆ รอยยิ้มคุณชายน้อยอันตรายมากจริง ๆ
หลังได้สติก็เห็นว่าคุณชายน้อยเดินห่างออกไปไกลแล้ว“คุณชายน้อยรอบ่าวด้วยเ้าค่ะ”รีบวิ่งตามออกไปด้วยความร้อนรน
และนายบ่าวสองคนก็เดินออกจากจวนไป
“อาซินเหตุใดวันนี้ผู้คนดูเยอะกว่าปกติ” เฟยอี้หลินกวาดตามองผู้คนซึ่งเดินกันขวักไขว่เต็มถนนก่อนหน้านี้สองวันเขาก็เคยออกมาเดินดูตลาดครั้งหนึ่ง ชาวบ้านที่เดินจับจ่ายซื้อของไม่เยอะเท่าวันนี้
“บ่าวก็ไม่ทราบเช่นกันเ้าคะ” เพราะต้องอยู่กับคุณชายสามตลอดทั้งนางยังไม่ใช่คนชอบซุบซิบนินทา ทำให้ไม่รู้ข่าวคราวความเป็ไปด้านนอก
เขาพยักหน้า ไม่รู้ก็ไม่เป็ไรถึงยังไงมันก็คงจะไม่ใช่เื่ที่มีผลต่อเขา
สองนายบ่าวเดินดูของไปเรื่อย ๆเป้าหมายการออกมาครั้งนี้คือการซื้อเมล็ดพันธุ์สำหรับใช้ปลูกผัก หลังทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและชีวิตความเป็อยู่ในยุคนี้ได้แล้วก็ถึงเวลาที่เขาจะหาอะไรทำ
ก็แหม...ได้มาใช้ชีวิตใหม่แบบนี้จะให้นั่ง ๆ นอน ๆทั้งวันออกจะน่าเสียดายไปหน่อย อีกทั้งแผนการความร่ำรวยยังรอเขาอยู่
ดวงตากลมโตเป็ประกายกวาดมองไปรอบ ๆ ใบหน้าที่ติดจะดื้อรั้นมีรอยยิ้มประดับอยู่ตลอดเวลาตลอดการเดินทางเฟยอี้หลินจะแวะเข้าร้านค้าหลายร้านเพื่อดูว่ามีอะไรน่าสนใจหรือไม่บางครั้งก็จะซื้อของน่าสนใจเอาไว้ด้วย
“คุณชายน้อยมีสิ่งใด้าบ้างหรือไม่เ้าคะ”เดินตามคุณชายน้อยมาได้สักพัก เข้าไปดูของในร้านก็เยอะแต่นอกจากขนมหน้าตาน่าทานไม่กี่อย่างก็ไม่เห็นว่าคุณชายน้อยจะ้าอะไรเพิ่ม
“ข้าอยากได้เมล็ดพันธุ์ผัก”หันมาพูดกับหญิงรับใช้
“บ่าวรู้จักร้านเมล็ดพันธุ์อยู่ร้านหนึ่งเดินไปอีกประมาณหนึ่งจิบชาก็ถึงแล้วเ้าคะ”
“อาซินนำทางข้า!!”เฟยอี้หลินกำลังตื่นเต้นตื่นเต้นที่เห็นของแปลกตาสองข้างทางไม่พอตอนนี้เขากำลังตื่นเต้นที่จะได้เข้าไปเลือกเมล็ดพันธุ์และลงมือปลูกผักเสียทีการมีสวนผักเป็ของตัวเองเป็ความฝันในชีวิตก่อนซึ่งไม่มีทางเป็ไปได้ของเขาแต่ในชีวิตนี้เขาสามารถสานต่อความฝันของตัวเองได้ทั้งยังมีคนสนับสนุนตั้งมากมาย
แถมสวนผักนี้ยังจะต่อยอดไปถึงสิ่งที่เฟยอี้หลิน้าทำในอนาคตอีกด้วยและหวังว่ามันจะเป็ไปด้วยดี
ไม่สิ มันต้องผ่านไปได้ด้วยดีแน่นอน
“ร้านใหญ่ตรงหน้าก็ถึงแล้วเ้าคะ” มองตามมืออาซินซึ่งชี้ไปยังร้านร้านหนึ่ง ถ้าเทียบกับร้านที่ตั้งขนาบอยู่ทั้งสองข้างหน้าร้านร้านนี้ถือว่าใหญ่ไม่น้อยเลย หน้าร้านมีป้ายเขียนคำว่า ร้านมั่งมีแขวนเอาไว้
ทางเข้าร้านประดับตกแต่งไปด้วยต้นไม้ขนาดเล็กอุปกรณ์สำหรับทำเกษตรและถุงเมล็ดพันธุ์หลากหลายชนิด
คนงานหนุ่มเห็นคนใส่ชุดดูดีท่าทางดูมีเงินอีกทั้งใบหน้ายังอ่อนเยาว์ก็ยิ้มรับรีบเดินเข้ามาทักทายด้วยใบหน้าเป็มิตร
“คุณชายน้อยท่านนี้ไม่ทราบว่า้าซื้ออะไร”
เฟยอี้หลินมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น ยิ้มพูดว่า
“ข้า้าซื้อเมล็ดพันธุ์”
คนงานชายยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ถ้าเขาสามารถขายของให้คุณชายอ่อนเยาว์ท่านนี้ได้มากเช่นนั้นส่วนแบ่งจากการค้าขายเดือนนี้ก็จะมากขึ้นเช่นกัน
“คุณชายท่านนี้ท่านมาถูกร้านแล้วร้านมั่งมีของเรามีเมล็ดพันธุ์หลากหลายชนิดมากที่สุดในแคว้นเมล็ดพันธุ์ชนิดใดที่ร้านเราไม่มี ร้านอื่น ๆ ก็ไม่มีทางมีได้” เฟยอี้หลินพยักหน้าเข้าใจ ก็คงจะเป็อย่างนั้น ใครจะไปบอกว่าร้านตนมีของน้อยกว่าร้านอื่นๆ กัน
“ข้า้าเมล็ดผักกาด หัวไชเท้า มะเขือเทศกะหล่ำปลี...” แล้วเฟยอี้หลินก็เริ่มพูดของที่้าออกมาเขาซื้อเมล็ดพันธุ์มาหลายชนิด แต่ไม่ได้ซื้อแต่ละชนิดในปริมาณมากเพราะ้าทดลองปลูกก่อน่แรกถ้าทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดีจึงจะเพิ่มปริมาณในการปลูก
ว่าก็ว่าเถอะที่ดินสิบหมู่ที่ขอมาบางทีอาจจะเยอะไปสำหรับการเริ่มต้นแต่ด้วยที่เฟยอี้หลินไม่ค่อยแน่ใจว่าที่สิบหมู่ที่ว่านี้เป็พื้นที่ประมาณกี่เมตรหรือกี่ไร่จึงได้เอ่ยออกไปในจำนวนที่คิดว่าเหมาะสม
หลังสั่งซื้อของทุกอย่างที่้าแล้วเขาก็จ่ายเงินออกไปถึงหนึ่งเหลี่ยงกับอีกร้อยสองเหวิน
“คุณชายน้อยของเยอะถึงเพียงนี้ท่านคงจะขนกลับไม่หมดทางร้านมีบริการขนส่งให้ถึงหน้าบ้านคิดเพิ่มเพียงสิบเหวินเท่านั้น!!”คนงานยังคงพยายามหลอกล่อต่อไป เฟยอี้หลินเข้าใจเจตนาในสายตาดวงตาสวยยกยิ้มที่ทำให้ผู้คนหลงใหลก่อนเอ่ย
“คนงานท่านนี้ท่านก็เห็นว่าข้าซื้อของไปตั้งมากทางร้านควรแสดงความจริงใจด้วยการส่งให้โดนไม่คิดเงินไม่ดีกว่าหรือภายหน้าข้าย่อมมาซื้อของที่ร้านท่านเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”คนงานร้านมีสีหน้าปั้นยาก ไม่คิดว่าคุณชายน้อยหน้าหวานที่จ่ายเงินออกไปหนึ่งเหลี่ยงกว่าโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าจะขี้เหนียวกับเงินเพียงแค่สิบเหวิน !!ตนประเมินคุณชายน้อยผู้นี้ต่ำไปจริง ๆทั้งที่คิดว่าหากคุณชายน้อยผู้นี้ตกลงเงินสิบเหวินที่จะได้รับก็ไม่จำเป็ต้องแบ่งให้กับร้าน
แต่ถ้าส่งให้โดยไม่คิดเงิน ในภายภาคหน้าก็อาจจะมีโอกาสทำเงินได้มากกว่า
คนงานคิดเื่เงินสิบเหวินจนลืมสังเกตคำพูดแปลก ๆจากคุณชายน้อยไปเสียสนิท ส่วนหญิงรับใช้นางเริ่มทำความเข้าใจกับความแปลกประหลาดบางครั้งของคุณชายน้อยได้แล้ว
“ว่าเช่นไร ท่านพิจารณาข้อนี้ให้ดี หากท่านบริการข้าด้วยใจจริงข้าย่อมมาอุดหนุนร้านท่านต่อ”มองใบหน้าที่ยังคงยิ้มแย้มเป็กันเองคนงานหนุ่มก็ได้แต่กัดฟันตัดใจจากเงินสิบเหวิน
เห็นแก่เงินที่อาจจะได้มากขึ้นในอนาคต ข้าควรละทิ้งเงินส่วนนี้ไปเสียถึงอย่างไรเงินส่วนต่างที่ได้จากการขายในวันนี้ก็ไม่น้อย
เมื่อคิดทบทวนถึงส่วนได้ส่วนเสียเรียบร้อยแล้วคนงานชายก็ตอบตกลง
ปรับสีหน้าให้นอบน้อมมากยิ่งขึ้นแล้วเอ่ย“ได้ขอรับคุณชายน้อยข้าจะนำส่งให้ท่านถึงหน้าบ้านแบบไม่คิดเงิน!!”
“ควรเป็เช่นนั้น” เขาแจ้งสถานที่ที่จะให้เอาของไปส่งก่อนจะหันมาพูดกับหญิงรับใช้“อาซินกลับ”
อาซินเดินตามคุณชายน้อยในใจมีความสงสัยอยู่หลายส่วน ถึงการพูดคุยเมื่อสักครู่รวมไปถึงเื่ค่าขนส่งปกติแล้วคุณชายน้อยของนางต่อรองเก่งเพียงนี้เชียวหรือ
หญิงรับใช้ไม่คิดที่จะเก็บความสงสัยเอาไว้นาน เอ่ยถามออกไปว่า“คุณชายน้อยเหตุใดท่านถึงต้องต่อรองเื่ค่าขนส่งด้วยเ้าคะ”
เงินสิบเหวินเทียบกับที่จ่ายออกไปไม่ถือว่ามากแถมคุณชายน้อยไม่มีทางจะไม่มีเงินจ่ายในส่วนนี้
“หากสิ่งที่จ่ายออกไปเป็สิ่งสมควรมิใช่เพราะความโลภของบางคนข้าจะไม่ตระหนี่ที่จะหยิบเงินส่วนนี้ออกมา”
“บ่าวไม่เข้าใจ” อาซินมีสีหน้างงงวย
เฟยอี้หลินหยุดเดินหันมายิ้ม คนสมัยก่อนมีคนแบบอาซิน อยู่มากแต่คนที่เ้าเล่ห์กว่าอาซินก็มีอยู่มากเช่นกัน
“เ้าคิดว่าสำหรับลูกค้าที่จ่ายออกไปมากในครั้งเดียวทางร้านจะไม่มีบริการส่งให้เลยหรือเพราะไม่ใช่ว่าทุกบ้านจะมีรถลาไว้ใช้งาน”
“ความหมายของคุณชายน้อยคือ...”
“ใช่...คนงานผู้นั้นคงเห็นว่าข้ายังเป็เด็กคิดจะหลอกเอาเงินจากข้าเพิ่มสักเล็กน้อยจึงได้คิดอุบายนี้ขึ้นมา”
อาซินมีสีหน้าโกรธขึ้นมาทันทีอยากจะหันหลังกลับไปต่อว่าคนงานผู้นั้นแต่ถูกเฟยอี้หลินห้ามเอาไว้เสียก่อน
คิดไม่ถึงว่าคนงานชายจะกล้ามีความคิดหลอกลวงคุณชายน้อยคุณชายน้อยของนางแสนดีถึงเพียงนี้ยังคิดจะเอาเปรียบ
รังแกคุณชายน้อยของนางเกินไปแล้ว!!
“อาซินเ้าก็ใจเย็นลงหน่อย ข้าไม่เป็ไร” มองท่าทางเล่นใหญ่ของอาซินก็อยากจะถอนหายใจแรง ๆ
ส่วนคนงานผู้นั้นไม่ได้รับรู้เลยว่าความคิดอยากหลอกลวงเด็กผู้หนึ่งได้ถูกอีกฝ่ายเปิดโปงเสียแล้ว
เพราะสิ่งที่เฟยอี้หลิงคิดเป็เื่จริงทางร้านได้มีการกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าหากมีลูกค้าซื้อของในปริมาณมากทางร้านจะมีบริการขนส่งถึงหน้าบ้านโดยไม่คิดเงิน