ตอนที่ 14: เทพาบุกแผนก กับมาตรา 99 วรรค 3 ว่าด้วยการข่มขู่เ้าพนักงาน!
เช้าวันต่อมา บรรยากาศในแผนกรับเื่ร้องเรียนกำลังไปได้สวย รพีกำลังสอนเหม่ยหลิงใช้ระบบแฟ้มสีเพื่อแยกประเภทคดีแพ่งและคดีอาญาของ์ ทว่าความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่นาน...
ครืนนนน... ตึง!!
แผ่นดิน... ไม่สิ แผ่นเมฆใต้ฝ่าเท้าสั่นะเือย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7 ริกเตอร์ ถ้วยชาบนโต๊ะสั่นกึกๆ ก่อนที่ประตูไม้หน้าแผนก (ที่เพิ่งซ่อมเสร็จเมื่อวาน) จะถูกเตะจนปลิวหลุดจากบานพับ ลอยข้ามหัวรพีไปกระแทกกำแพงด้านหลังเสียงดังสนั่น!
"เซียวเซียน!! ไอ้เทพชั้น 9 อวดดีมันอยู่ไหน!!"
เสียงตวาดก้องกังวานดั่งฟ้าผ่า ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ทะมึนของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวอาดๆ เข้ามาในห้อง เขาสวมชุดเกราะโลหะสีนิลขลับ กล้ามเนื้อเป็มัดๆ แผ่รังสีอำมหิตที่ผ่านการฆ่าฟันมานับไม่ถ้วน ในมือขวาถือด้ามง้าวเสี้ยวพระจันทร์ขนาดมหึมาที่แผ่กลิ่นอายคาวเืจางๆ
เขาคือ ‘เจิ้นอู่’ เทพแห่งาชั้น 3 แม่ทัพใหญ่ผู้คุมกองกำลังปราบปีศาจของ์!
เหม่ยหลิงหน้าซีดเผือด รีบมุดลงไปซ่อนใต้โต๊ะทำงานทันทีตามสัญชาตญาณ แต่รพียังคงนั่งไขว่ห้างอยู่ที่เดิม มือข้างหนึ่งถือพู่กันค้างไว้ อีกข้างค่อยๆ วางถ้วยชาลงอย่างใจเย็น
"สวัสดีครับท่านแม่ทัพเจิ้นอู่" รพีฉีกยิ้มการค้า "ประตูบานนั้นเบิกงบซ่อมไปสองร้อยตำลึง์ รบกวนจ่ายค่าเสียหายที่โต๊ะรับเงินด้านหน้าด้วยนะครับ... ว่าแต่ วันนี้มีอะไรให้กรมคุมกฎรับใช้ครับ?"
เจิ้นอู่คิ้วกระตุก เขาไม่คิดว่าขยะ์ตรงหน้าจะกล้าทวงค่าประตูจากเทพาอย่างเขา! ร่างั์ก้าวตึงๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน ยกง้าวเสี้ยวพระจันทร์ขึ้นแล้วกระแทกด้ามลงบนพื้นไม้จนแตกร้าว
"อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า! ข้ามาเพื่อสั่งให้เ้า ‘ถอนฟ้อง’ คดีของรองแม่ทัพหน่วยหน้าของข้าเดี๋ยวนี้!" เจิ้นอู่คำราม "ลูกน้องข้าแค่เมาสุรา์แล้วเผลอไปพังศาลเ้าที่ของพวกเทพารักษ์ชั้นต่ำไปสามสี่หลัง เ้ากล้าดีหยิบเื่ไร้สาระแบบนี้มาออกหมายเรียกให้รองแม่ทัพข้าไปขึ้นศาลเรอะ! รู้ไหมว่ากองทัพต้องเตรียมความพร้อมรบตลอดเวลา!"
รพีพยักหน้าช้าๆ เอื้อมมือไปดึงแฟ้มคดีสีแดงออกมาจากกอง "อ้อ... คดีเมาแล้วอาละวาด ทำลายทรัพย์สินสาธารณะ และทำร้ายร่างกายเทพารักษ์จนาเ็สาหัสสินะครับ ผมส่งหมายเรียกไปเมื่อเช้านี้เอง"
"ก็เออน่ะสิ! ขยำหมายเรียกนั่นทิ้งซะ แล้วประทับตราปิดคดีเดี๋ยวนี้!"
เจิ้นอู่โน้มตัวลงมา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลเป็อยู่ห่างจากรพีแค่คืบ รังสีฆ่าฟันกดทับจนอากาศในห้องแทบจะแข็งตัว "ข้าคือเจิ้นอู่ ผู้ฝึกเพลงง้าวมาสามพันปี ตัดหัวปีศาจทมิฬมานับหมื่น... ถ้าเ้าไม่อยากให้หัวของเ้าหลุดจากบ่าและิญญาแหลกสลายจนไม่ได้ไปผุดไปเกิด ก็จงทำตามที่ข้าสั่งซะ!"
นี่คือการข่มขู่หมายเอาชีวิตแบบตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่รพีเคยเจอมาใน์ชั้นนี้ ถ้าเป็เซียวเซียนคนเก่า คงฉี่ราดและรีบประทับตรายกฟ้องไปแล้ว
แต่รพีกลับนั่งนิ่ง... เขากะพริบตาปริบๆ มองปลายง้าวที่จ่ออยู่ใกล้คอหอย ก่อนจะถอนหายใจยาวๆ ราวกับพนักงานแบงก์ที่เจอหนี้เสีย
"ท่านแม่ทัพเจิ้นอู่ครับ..." รพีเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หยิบแผ่นหยกประมวลกฎหมายขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "ท่านฝึกเพลงง้าวมาตั้งสามพันปี... แต่ท่านไม่เคยอ่านกฎหมาย์เลยใช่ไหมครับ?"
"เ้าว่าไงนะ?!"
"ท่านรู้ไหมครับว่า สิ่งที่ท่านเพิ่งทำไปเมื่อกี้... มันผิดกฎ์เต็มๆ เลยนะครับ" รพียกนิ้วขึ้นมานับทีละข้อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "การพกพาอาวุธาเข้ามาในสถานที่ราชการโดยไม่มีเหตุอันควร ผิดมาตรา 45 ปรับห้าร้อยตำลึง... การทำลายทรัพย์สินของกรมคุมกฎ ผิดมาตรา 12 จ่ายค่าเสียหายตามจริง"
รพีชะโงกหน้าเข้าไปใกล้เจิ้นอู่ ั์ตาสีดำสนิททอประกายเย็นเยียบและทรงอำนาจยิ่งกว่ารังสีฆ่าฟันของเทพา
"และที่สำคัญที่สุด... การใช้อาวุธและกำลังข่มขู่เ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อบังคับให้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่... ผิดกฎ์มาตรา 99 วรรค 3 ครับ"
เจิ้นอู่ชะงัก ชายชาติทหารอย่างเขาถนัดแต่การใช้กำลัง ไม่เคยมีใครเอากฎหมายมาสู้กับเขามาก่อน "ก... กฎหมายงี่เง่า! ข้าไม่สน! กฎเกณฑ์พวกนั้นใช้กับเทพาอย่างข้าไม่ได้!"
"ใช้ได้สิครับ กฎหมายไม่ได้ละเว้นให้คนตัวใหญ่กว่าหรอกนะครับ" รพีเลื่อนมือไปแตะ ‘คัมภีร์สัจจะ’ ที่ซ่อนอยู่ใต้กองเอกสาร แสงสีทองเรืองรองสว่างวาบขึ้นมาทันที อาบไล้ไปทั่วห้อง "โทษของมาตรา 99 วรรค 3 คือ... ปลดออกจากตำแหน่งทางทหารชั่วคราว งดจ่ายเบี้ยหวัด์เป็เวลาห้าศตวรรษ และต้องเข้ารับการบำบัดควบคุมอารมณ์ด้วยการไปกวาดลานหน้าประตู์เป็เวลาหนึ่งร้อยปีเต็มครับ"
เทพแห่งาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินบทลงโทษ ให้เขาไปกวาดลานหน้าประตู์? นั่นมันหยามเกียรติยิ่งกว่าโดนแทงทะลุหัวใจเสียอีก!
"และบังเอิญว่า..." รพีเคาะนิ้วลงบนคัมภีร์สัจจะเบาๆ "คัมภีร์ม้วนนี้ ได้บันทึกคำขู่เอาชีวิตเมื่อครู่ของท่านไว้ทุกถ้อยคำ ทุกตัวอักษรแล้วครับ... ทีนี้ ท่านแม่ทัพอยากจะลองบั่นคอผมดูไหมครับ? แต่ผมขอเตือนไว้ก่อนนะว่า ทันทีที่ผมเป็อะไรไป ข้อมูลพวกนี้จะถูกส่งตรงขึ้นสู่สภาสูงสุดทันที คุ้มไหมครับ แลกตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ กับชีวิตของเทพชั้น 9 อย่างผม?"
เจิ้นอู่ยืนนิ่งเป็รูปปั้น หายใจฟืดฟาดด้วยความโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ มือที่จับด้ามง้าวสั่นระริก เขามีพลังมหาศาลที่สามารถพังูเาได้ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว แต่ในเวลานี้ พลังเ่าั้กลับไร้ค่าโดยสิ้นเชิงเมื่ออยู่ต่อหน้าหน้ากระดาษและระเบียบราชการที่รพีร่ายออกมา!
เขาถูกมัดมือชกด้วย 'กฎหมาย' อย่างสมบูรณ์แบบ!
รพีเห็นอีกฝ่ายนิ่งไป จึงรีบพลิกวิกฤตให้เป็โอกาสทองทันที "เอาอย่างนี้ไหมครับท่านแม่ทัพ ผมเห็นแก่ประเทศชาติ... เอ้ย เห็นแก่์ที่ต้องพึ่งพากองทัพของท่าน ผมจะถือว่าเมื่อกี้ท่านแค่แวะมาทักทายและทำประตูหลุดมือพังไปเอง ผมจะไม่ฟ้องคดีข่มขู่เ้าพนักงาน..."
รพียื่นกระดาษพร้อมพู่กันไปตรงหน้าเทพแห่งา "แลกกับการที่ท่านเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาในคดีของรองแม่ทัพท่าน พร้อมจ่ายค่าปรับและค่าทำขวัญให้เทพารักษ์แต่โดยดี... แบบนี้แฟร์ไหมครับ วิน-วินทั้งคู่ ท่านไม่ต้องไปกวาดลาน์ ส่วนผมก็ได้ปิดคดี"
เจิ้นอู่มองกระดาษใบนั้นสลับกับใบหน้าเปื้อนยิ้มของรพี เขารู้สึกเหมือนโดนบีบคอจนหายใจไม่ออก ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้! สุดท้าย เทพแห่งาผู้ยิ่งใหญ่ก็ต้องกระชากพู่กันไปเซ็นชื่อดังแกรกๆ จนกระดาษแทบขาด แล้วโยนถุงทองคำลงบนโต๊ะเสียงดังตึง
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เทพเ้าเล่ห์! อย่าให้ข้าจับผิดเ้าได้บ้างก็แล้วกัน!"
เจิ้นอู่สะบัดผ้าคลุม หันหลังเดินกระทืบเท้าตึงตังออกไปจากห้อง โดยไม่ลืมหันมาถลึงตาใส่ซากประตูที่เขาเพิ่งพังไปเมื่อครู่
เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ ลับหายไป เหม่ยหลิงก็ค่อยๆ โผล่หัวขึ้นมาจากใต้โต๊ะ ในมือของเธอถือลูกคิดเวทมนตร์อยู่ "ท... ท่านเซียวเซียนเ้าคะ... ข้าบวกค่าซ่อมประตูเข้าไปในใบเสร็จค่าปรับเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ..."
"เยี่ยมมากครับคุณเหม่ยหลิง การบัญชีต้องโปร่งใสเสมอ" รพีหัวเราะร่วน เก็บถุงทองคำเข้าลิ้นชักอย่างอารมณ์ดี
การใช้กฎหมายสยบพวกบ้าพลังนี่มันสะใจจริงๆ... แต่รพีก็รู้ดีว่า การทำให้แม่ทัพใหญ่อย่างเจิ้นอู่เสียหน้า ย่อมหมายความว่าเขาได้ไปสะกิดต่อมโมโหของขั้วอำนาจระดับท็อปของ์เข้าให้แล้วอย่างเป็ทางการ