บทที่ 26
ทักษะอย่างแรก
ณ โรงเตี้ยมใจกลางเมืองไป๋จี้
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่ภายในห้อง ตอนนี้ลู่เฟิ่งกำลังรวบรวมพลังปราณเข้ามาสู่ภายในร่างกาย
‘ ในยามนี้หลังจากที่เริ่มมีสัตว์อสูรเป็ของตนเองพลังขั้นของข้าก็ขึ้นมาถึงระดับสร้างพลัง ’
‘ หนอนว่าในระดับนี้ข้าจำเป็จะต้องฝึกฝนวรยุทธ ถ้าเกิดว่าไม่มีวรยุทธก็คงจะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ ’
‘ ในชีวิตก่อนตัวของข้ามีกลยุทธ์ที่ฝึกฝนอยู่มากมายแต่ว่าหลังจากที่ย้อนเวลากลับมา ร่างกายนี้ก็ไม่มีวรยุทธพวกนั้นหลงเหลืออยู่แล้ว ’
‘ เพราะแบบนั้นจำเป็จะต้องศึกษาพวกมันใหม่ั้แ่ต้น ’
‘ ในบรรดาวรยุทธมากมายที่ตัวของข้าศึกษา วรยุทธ์ที่น่าจะเป็ประโยชน์มากที่สุดในการฝึกฝน่แรกและทรงพลังมากที่สุดก็คงจะไม่พ้น ปราณดาบ ’
‘ เป็วรยุทธที่ทรงพลังทำการหลอมรวมพลังิญญาของตนเองสร้างปราณดาบขึ้นมากลายเป็รูปร่าง ’
‘ อย่างน้อยก็จำเป็จะต้องสร้างปราณดาบขึ้นมาให้ได้ 1 เล่มก่อน ’
ลู่เฟิ่งรวบรวมพลังภายในร่างกายของตนเองเข้าไปภายในตันเถียน ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังโคจรพลังของตนออกมาจากร่างกายโดยผ่านปลายนิ้ว
พลังิญญาที่ผ่านปลายนิ้วออกมามันเริ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายเป็เส้นด้ายเล็กๆ เส้นด้ายพลังิญญาพวกนั้นเริ่มถักทอก่อรูปกลายเป็ปราณดาบ
แสงสว่างไสวปรากฏด้านหน้า ปราณที่ถูกสร้างโดยการผนวกจิตสำนึกให้กลายเป็วัตถุ มันกลายเป็ดาบปราณส่องแสง
ลู่เฟิ่งที่กำลังนั่งอยู่ลืมตาขึ้น “ ดูเหมือนว่าจะง่ายกว่าที่คิด.. ”
“ เป็เพราะว่าตอนนี้ตัวของข้ามีระดับอยู่ในระดับสร้างพลังแล้ว ”
“ อีกทั้งประสบการณ์ความผิดพลาดในชีวิตก่อนเองก็เคยผ่านมามากมาย เลยรู้วิธีแล้วก็รู้แก่นแท้ของวิชานี้เป็อย่างดี ”
“ เลยสามารถสร้างมันได้อย่างรวดเร็วแต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้ก็สร้างขึ้นมาได้เพียงแค่ 1 เล่มเท่านั้น ”
ปราณดาบรออยู่กลางอากาศ ลู่เฟิ่งขยับมือของตนเองไปมาทันทีที่ขยับเขยื้อนฝ่ามือปราบที่ลอยอยู่ก็เคลื่อนไหวไปตามคำสั่ง
“ ปราณดาบคือรูปลักษณะของพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในตัว ”
“ มันไม่เหมือนกับดาบธรรมดาทั่วไปที่ถูกทำขึ้นมาจากโลหะ ”
“ แต่ว่าปราณดาบมันเป็สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยการอัดแน่นพลัง เรียกง่ายๆก็คือมันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อผู้ใช้วิชานี้มีพลังมากขึ้น ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นถ้าเกิดว่าผู้ใช้มีพลังมากพอและมีสมาธิในการควบคุมมันมากพอ”
“ ก็สามารถเพิ่มจำนวนของมันได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน”
“ พลังของข้าในตอนนี้สามารถคุมได้เพียงแค่ 1 เล่มเท่านั้น ”
“ ถ้าเกิดว่าฝึกฝนวิชานี้ไปอีกก็สามารถควบคุมได้เพิ่มขึ้นอีก ”
“ ช่วยไม่ได้่เวลาที่เหลือก็คงจะต้องฝึกฝนประดับไปบางทีก่อนจะกลับตำหนักบ่มเพาะ ก็อาจจะสามารถสร้างได้สัก 5 เล่ม ”
ลู่เฟิ่งตั้งเป้าหมายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ประมาณครึ่งเดือนตัวของเขาต้องเดินทางกลับไปที่ตำหนักบ่มเพาะะตามสัญญา
ในตอนนี้และส่วนของเขาเองก็ถูกพัฒนาขึ้นจนแข็งแกร่งมากพอสมควร เหลือเพียงแค่พัฒนาความสามารถของตนเองเท่านั้น
หลังจากนั้นลู่เฟิ่งก็ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระดับพลังภายในร่างกายถูกปรับให้เข้ากับร่างกายได้มากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้นในตอนนี้ปราณดาบวิชานี้ก็เริ่มชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ ลู่เฟิ่งใน่ระยะเวลา 3 วันสร้างพวกมันได้มากขึ้นวันละเล่มถือว่าเป็การพัฒนาอย่างก้าวะโ
ผ่านไป 10 วันภายในโรงเตี๊ยม
ในห้องพักที่เต็มไปด้วยไอปรานลอยฟุ้งอยู่ภายในอากาศ ปราณดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาอยู่รอบตัวของลู่เฟิ่งมีทั้งหมด 15 เล่ม
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่ในท่าทางนั่งสมาธิร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ เปลือกตาที่พับปิดอยู่ขยับไปมา ลู่เฟิ่งกำลังอยู่ในสภาพเพ่งสมาธิใส่เข้าไปภายในปราณดาบ
ถ้าผ่านไปอีกเพียงแค่ 3 ลมหายใจ ลู่เฟิ่งทนไม่ไหวจนต้องปล่อยลมหายใจที่กั้นเอาไว้ออกมา พลันให้ปราณดาบที่ถูกสร้างอยู่กระจายหายไปภายในอากาศ
ลู่เฟิ่งแสดงท่าดีเหนื่อยหอบบ่งบอกถึงร่างกายที่รับภาระจากการสร้างปราณดาบ “ ตอนนี้สร้างมากสุดได้ 15 เล่ม ”
“ แต่มันก็เพียงแค่เป็การควบคุมในการสร้างรูปร่างเท่านั้น ”
“ 15 เล่มตัวของข้าไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของพวกมันทั้งหมดได้ ”
“ ร่างกายนี้อ่อนแอยิ่งนักออกเหตุการณ์รับรู้ในระดับขอบเขตสร้างความเองก็น้อยเกินไป ”
“ ตอนนี้ข้าสามารถควบคุมได้พร้อมกันทั้งหมดเพียงแค่สิบเล่มเท่านั้นนี่ก็ผ่านมา 10 วันแล้ว ” ลู่เฟิ่งรู้ถึงขีดจำกัดของตนเองดี
วิชาปราณดาบของเขา มันไม่เหมือนกับผู้ฝึกฝนวรยุทธคนอื่นๆ มันเป็เพราะว่าเขาศึกษากับซากโบราณที่ตนเองเคยไปพบเจอมาหลังจากการเดินทาง
พบเจอว่าแก่นแท้ของปราณดาบยุคเก่าเป็อย่างไร เพราะแบบนั้นวิธีการฝึกของมันจึงแตกต่างจากคนที่ร่ำเรียนวิชาปราณกระบี่หรือปราณอื่นๆภายในสำนักใหญ่ๆ
วิชาของลู่เฟิ่งมันไม่ได้เพียงแค่ต้องใช้พลังในการสร้าง ขอบเขตการควบคุมจะขึ้นอยู่กับขอบเขตบ่มเพาะของคนคนนั้นด้วย
ลู่เฟิ่งในตอนนี้อยู่ในขอบเขตครับพลังซึ่งสามารถควบคุมรอบร่างกายในรัศมี 30 เมตรได้
แต่ว่าถ้าเกิดว่าไกลกว่านั้นปราณดาบที่ควบคุมอยู่ภายในอากาศก็จะสามารถควบคุมได้ยากเย็นยิ่งขึ้นไม่แม่นยำเหมือนในขอบเขต
ลู่เฟิ่งค่อยๆลุกขึ้นยืน “ ตอนนี้ข้าอยู่ในขอบเขตระดับสร้างพลัง ”
“ ก่อนที่จะขับไปที่ตำหนักก็คงจำเป็จะต้องสร้างสรรค์อสูรอีกสักตัว ”
“ เพื่อที่จะให้ระดับพลังของตนเองลดลงไปอยู่ในระดับที่ต่ำกว่านั้นจะได้ไม่เป็ที่สังเกต”
“ ใน่นี้น่าจะสามารถฝึกวิชาเพิ่มขึ้นได้สักประมาณ 2-3 วิชา ”
“ ในตอนนี้วิชาดาบปราณของข้าอยู่ในระดับผู้เริ่มต้น ทักษะหรือว่าวิชามันมีระดับของแต่ละทักษะเป็ของตนเอง ”
“ อย่างวิชาปราณดาบระดับของมันจะถูกวัดโดยจำนวนที่สามารถสร้างและควบคุมได้ ”
[ ทักษะ ปราณดาบแก่นแท้ ]
[ สร้าง 10-100 ระดับขุนพลดาบเริ่มต้น]
[ สร้าง 100-1000 ระดับยอดปราณดาบ]
[ สร้าง 1000-10000 ระดับปรมาจารย์ดาบ ]
[ สร้าง มากกว่า 10000 ระดับแก่นแท้ ]
“ ก่อนที่ข้าอายุ 18 จำเป็จะต้องขึ้นไปถึงระดับขุนพลดาบให้ได้ ”
“ ถ้าแบบนั้นทักษะต่อไปที่จะเลือกมาเรียนก็น่าจะเป็ ”
“ 2 ทักษะนั้น.. ” ลู่เฟิ่งเริ่มศึกษาทักษะอย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็ใช้เวลาเก็บตัวอยู่ภายในโรงเตี๊ยมเป็เวลาเกือบจะ 20 วัน
เวลาที่จำเป็จะต้องเดินทางกลับไปที่ตำหนักก็ใกล้เข้ามาทุกที ลู่เฟิ่งตัดสินใจจะออกจะเดินทางจากเมืองไป๋จี้
ท้องนภาเปิดกว้างในยามเช้าลู่เฟิ่งนั่งรถม้าเคลื่อนที่ออกมาจากเมืองไป๋จี้เพื่อกลับไปยังเมืองหลวง
ในขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนที่ อยู่ๆก็มีกลุ่มคนปริศนาพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรถมาที่กำลังเคลื่อนที่ของลู่เฟิ่งเอาไว้ “ หยุดรถม้าซะ ”
จบบท
บทที่ 26
ทักษะอย่างแรก
ณ โรงเตี้ยมใจกลางเมืองไป๋จี้
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่ภายในห้อง ตอนนี้ลู่เฟิ่งกำลังรวบรวมพลังปราณเข้ามาสู่ภายในร่างกาย
‘ ในยามนี้หลังจากที่เริ่มมีสัตว์อสูรเป็ของตนเองพลังขั้นของข้าก็ขึ้นมาถึงระดับสร้างพลัง ’
‘ หนอนว่าในระดับนี้ข้าจำเป็จะต้องฝึกฝนวรยุทธ ถ้าเกิดว่าไม่มีวรยุทธก็คงจะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ ’
‘ ในชีวิตก่อนตัวของข้ามีกลยุทธ์ที่ฝึกฝนอยู่มากมายแต่ว่าหลังจากที่ย้อนเวลากลับมา ร่างกายนี้ก็ไม่มีวรยุทธพวกนั้นหลงเหลืออยู่แล้ว ’
‘ เพราะแบบนั้นจำเป็จะต้องศึกษาพวกมันใหม่ั้แ่ต้น ’
‘ ในบรรดาวรยุทธมากมายที่ตัวของข้าศึกษา วรยุทธ์ที่น่าจะเป็ประโยชน์มากที่สุดในการฝึกฝน่แรกและทรงพลังมากที่สุดก็คงจะไม่พ้น ปราณดาบ ’
‘ เป็วรยุทธที่ทรงพลังทำการหลอมรวมพลังิญญาของตนเองสร้างปราณดาบขึ้นมากลายเป็รูปร่าง ’
‘ อย่างน้อยก็จำเป็จะต้องสร้างปราณดาบขึ้นมาให้ได้ 1 เล่มก่อน ’
ลู่เฟิ่งรวบรวมพลังภายในร่างกายของตนเองเข้าไปภายในตันเถียน ตอนนี้เด็กหนุ่มกำลังโคจรพลังของตนออกมาจากร่างกายโดยผ่านปลายนิ้ว
พลังิญญาที่ผ่านปลายนิ้วออกมามันเริ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนกลายเป็เส้นด้ายเล็กๆ เส้นด้ายพลังิญญาพวกนั้นเริ่มถักทอก่อรูปกลายเป็ปราณดาบ
แสงสว่างไสวปรากฏด้านหน้า ปราณที่ถูกสร้างโดยการผนวกจิตสำนึกให้กลายเป็วัตถุ มันกลายเป็ดาบปราณส่องแสง
ลู่เฟิ่งที่กำลังนั่งอยู่ลืมตาขึ้น “ ดูเหมือนว่าจะง่ายกว่าที่คิด.. ”
“ เป็เพราะว่าตอนนี้ตัวของข้ามีระดับอยู่ในระดับสร้างพลังแล้ว ”
“ อีกทั้งประสบการณ์ความผิดพลาดในชีวิตก่อนเองก็เคยผ่านมามากมาย เลยรู้วิธีแล้วก็รู้แก่นแท้ของวิชานี้เป็อย่างดี ”
“ เลยสามารถสร้างมันได้อย่างรวดเร็วแต่ถึงอย่างนั้นในตอนนี้ก็สร้างขึ้นมาได้เพียงแค่ 1 เล่มเท่านั้น ”
ปราณดาบรออยู่กลางอากาศ ลู่เฟิ่งขยับมือของตนเองไปมาทันทีที่ขยับเขยื้อนฝ่ามือปราบที่ลอยอยู่ก็เคลื่อนไหวไปตามคำสั่ง
“ ปราณดาบคือรูปลักษณะของพลังที่อัดแน่นอยู่ภายในตัว ”
“ มันไม่เหมือนกับดาบธรรมดาทั่วไปที่ถูกทำขึ้นมาจากโลหะ ”
“ แต่ว่าปราณดาบมันเป็สิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยการอัดแน่นพลัง เรียกง่ายๆก็คือมันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อผู้ใช้วิชานี้มีพลังมากขึ้น ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นถ้าเกิดว่าผู้ใช้มีพลังมากพอและมีสมาธิในการควบคุมมันมากพอ”
“ ก็สามารถเพิ่มจำนวนของมันได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน”
“ พลังของข้าในตอนนี้สามารถคุมได้เพียงแค่ 1 เล่มเท่านั้น ”
“ ถ้าเกิดว่าฝึกฝนวิชานี้ไปอีกก็สามารถควบคุมได้เพิ่มขึ้นอีก ”
“ ช่วยไม่ได้่เวลาที่เหลือก็คงจะต้องฝึกฝนประดับไปบางทีก่อนจะกลับตำหนักบ่มเพาะ ก็อาจจะสามารถสร้างได้สัก 5 เล่ม ”
ลู่เฟิ่งตั้งเป้าหมายเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ประมาณครึ่งเดือนตัวของเขาต้องเดินทางกลับไปที่ตำหนักบ่มเพาะะตามสัญญา
ในตอนนี้และส่วนของเขาเองก็ถูกพัฒนาขึ้นจนแข็งแกร่งมากพอสมควร เหลือเพียงแค่พัฒนาความสามารถของตนเองเท่านั้น
หลังจากนั้นลู่เฟิ่งก็ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระดับพลังภายในร่างกายถูกปรับให้เข้ากับร่างกายได้มากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้นในตอนนี้ปราณดาบวิชานี้ก็เริ่มชำนาญมากขึ้นเรื่อยๆ ลู่เฟิ่งใน่ระยะเวลา 3 วันสร้างพวกมันได้มากขึ้นวันละเล่มถือว่าเป็การพัฒนาอย่างก้าวะโ
ผ่านไป 10 วันภายในโรงเตี๊ยม
ในห้องพักที่เต็มไปด้วยไอปรานลอยฟุ้งอยู่ภายในอากาศ ปราณดาบที่ถูกสร้างขึ้นมาอยู่รอบตัวของลู่เฟิ่งมีทั้งหมด 15 เล่ม
ลู่เฟิ่งนั่งอยู่ในท่าทางนั่งสมาธิร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ เปลือกตาที่พับปิดอยู่ขยับไปมา ลู่เฟิ่งกำลังอยู่ในสภาพเพ่งสมาธิใส่เข้าไปภายในปราณดาบ
ถ้าผ่านไปอีกเพียงแค่ 3 ลมหายใจ ลู่เฟิ่งทนไม่ไหวจนต้องปล่อยลมหายใจที่กั้นเอาไว้ออกมา พลันให้ปราณดาบที่ถูกสร้างอยู่กระจายหายไปภายในอากาศ
ลู่เฟิ่งแสดงท่าดีเหนื่อยหอบบ่งบอกถึงร่างกายที่รับภาระจากการสร้างปราณดาบ “ ตอนนี้สร้างมากสุดได้ 15 เล่ม ”
“ แต่มันก็เพียงแค่เป็การควบคุมในการสร้างรูปร่างเท่านั้น ”
“ 15 เล่มตัวของข้าไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของพวกมันทั้งหมดได้ ”
“ ร่างกายนี้อ่อนแอยิ่งนักออกเหตุการณ์รับรู้ในระดับขอบเขตสร้างความเองก็น้อยเกินไป ”
“ ตอนนี้ข้าสามารถควบคุมได้พร้อมกันทั้งหมดเพียงแค่สิบเล่มเท่านั้นนี่ก็ผ่านมา 10 วันแล้ว ” ลู่เฟิ่งรู้ถึงขีดจำกัดของตนเองดี
วิชาปราณดาบของเขา มันไม่เหมือนกับผู้ฝึกฝนวรยุทธคนอื่นๆ มันเป็เพราะว่าเขาศึกษากับซากโบราณที่ตนเองเคยไปพบเจอมาหลังจากการเดินทาง
พบเจอว่าแก่นแท้ของปราณดาบยุคเก่าเป็อย่างไร เพราะแบบนั้นวิธีการฝึกของมันจึงแตกต่างจากคนที่ร่ำเรียนวิชาปราณกระบี่หรือปราณอื่นๆภายในสำนักใหญ่ๆ
วิชาของลู่เฟิ่งมันไม่ได้เพียงแค่ต้องใช้พลังในการสร้าง ขอบเขตการควบคุมจะขึ้นอยู่กับขอบเขตบ่มเพาะของคนคนนั้นด้วย
ลู่เฟิ่งในตอนนี้อยู่ในขอบเขตครับพลังซึ่งสามารถควบคุมรอบร่างกายในรัศมี 30 เมตรได้
แต่ว่าถ้าเกิดว่าไกลกว่านั้นปราณดาบที่ควบคุมอยู่ภายในอากาศก็จะสามารถควบคุมได้ยากเย็นยิ่งขึ้นไม่แม่นยำเหมือนในขอบเขต
ลู่เฟิ่งค่อยๆลุกขึ้นยืน “ ตอนนี้ข้าอยู่ในขอบเขตระดับสร้างพลัง ”
“ ก่อนที่จะขับไปที่ตำหนักก็คงจำเป็จะต้องสร้างสรรค์อสูรอีกสักตัว ”
“ เพื่อที่จะให้ระดับพลังของตนเองลดลงไปอยู่ในระดับที่ต่ำกว่านั้นจะได้ไม่เป็ที่สังเกต”
“ ใน่นี้น่าจะสามารถฝึกวิชาเพิ่มขึ้นได้สักประมาณ 2-3 วิชา ”
“ ในตอนนี้วิชาดาบปราณของข้าอยู่ในระดับผู้เริ่มต้น ทักษะหรือว่าวิชามันมีระดับของแต่ละทักษะเป็ของตนเอง ”
“ อย่างวิชาปราณดาบระดับของมันจะถูกวัดโดยจำนวนที่สามารถสร้างและควบคุมได้ ”
[ ทักษะ ปราณดาบแก่นแท้ ]
[ สร้าง 10-100 ระดับขุนพลดาบเริ่มต้น]
[ สร้าง 100-1000 ระดับยอดปราณดาบ]
[ สร้าง 1000-10000 ระดับปรมาจารย์ดาบ ]
[ สร้าง มากกว่า 10000 ระดับแก่นแท้ ]
“ ก่อนที่ข้าอายุ 18 จำเป็จะต้องขึ้นไปถึงระดับขุนพลดาบให้ได้ ”
“ ถ้าแบบนั้นทักษะต่อไปที่จะเลือกมาเรียนก็น่าจะเป็ ”
“ 2 ทักษะนั้น.. ” ลู่เฟิ่งเริ่มศึกษาทักษะอย่างจริงจัง หลังจากนั้นก็ใช้เวลาเก็บตัวอยู่ภายในโรงเตี๊ยมเป็เวลาเกือบจะ 20 วัน
เวลาที่จำเป็จะต้องเดินทางกลับไปที่ตำหนักก็ใกล้เข้ามาทุกที ลู่เฟิ่งตัดสินใจจะออกจะเดินทางจากเมืองไป๋จี้
ท้องนภาเปิดกว้างในยามเช้าลู่เฟิ่งนั่งรถม้าเคลื่อนที่ออกมาจากเมืองไป๋จี้เพื่อกลับไปยังเมืองหลวง
ในขณะที่รถม้ากำลังเคลื่อนที่ อยู่ๆก็มีกลุ่มคนปริศนาพุ่งทะยานเข้ามาล้อมรถมาที่กำลังเคลื่อนที่ของลู่เฟิ่งเอาไว้ “ หยุดรถม้าซะ ”
จบบท