‘เ้าบ่าวคนใหม่ วันนี้มีแรงตื่นมาทำงานไหวด้วยหรือ’
‘วันนี้ทำงานสักสามแต้มก็พอมั้ง เดี๋ยวแข้งขาอ่อนแรงไป คืนนี้จะไม่ไหวเอานา’
‘เป็คู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ คนหนึ่งก็หล่อ อีกคนก็สวย’
‘ใช่ๆ ลูกของพวกเขาเกิดมาต้องหน้าตาดีมากแน่ๆ’
‘เจียงโม่โฉว พี่ชายยังไม่ได้ดื่มเหล้ามงคลนายเลยนะ’
‘สหายโม่โฉว พวกเราก็ยังไม่ได้ร่วมแสดงความยินดีกับนายเหมือนกัน วันหลังชวนเราไปกินเลี้ยงที่บ้านของนายบ้างนะ’
เจียงโม่โฉวได้ยินเสียงชาวบ้านและเพื่อนยุวชนที่เคยพักอยู่บ้านพักเดียวกันทักทายอย่างคุ้นเคย คำพูดของชาวบ้านบางคนอาจจะดูหยาบคายและละลาบละล้วงความเป็ส่วนตัวไปบ้าง แต่เป็เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าถึงระบบการศึกษา ดังนั้นคำพูดที่สื่อสารออกมาจึงไม่ได้ระมัดระวังเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเจียงโม่โฉวยังมองว่ามันเป็คำพูดที่ดูจริงใจดี
“ทุกคนอย่าล้อผมมากนักเลย ยังไงหน้าหนาๆ ของผมมันก็รับได้อยู่แล้ว แต่ภรรยาสุดสวยของผมนี่สิ พี่ๆ ช่วยรักษาหน้าเธอให้ผมหน่อยสิครับ” เจียงโม่โฉวตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
“ผ่านไปแค่คืนเดียวยังปกป้องขนาดนี้ ถ้าแต่งกันไปอีกหลายปี นายคงไม่ให้อ้ายเหม่ยออกจากบ้านอีกแน่” เสียนจื่อยังแซวต่อ
“เหมือนพี่เสียนจื่อที่ดูแลพี่สะใภ้อย่างดีใช่ไหมครับ”
เสียนจื่อเอามือป้องปากทำท่ากระซิบ แต่เสียงเขากลับดังไปไกล “นายอย่าพูดไปสิ เมียฉันน่ะดีที่สุดอยู่แล้ว ปกป้องเมีย เชื่อฟังเมีย ทำได้อย่างนี้ชีวิตของนายต้องเจริญแน่”
หลังจากนั้นเสียงโห่ร้องและเสียงหัวเราะก็ดังขึ้น ต้องบอกว่าชาวบ้านหมู่บ้านหลีเจี่ยส่วนใหญ่นั้นเป็คนอารมณ์ดีและนิสัยดี จะมีบางคนเท่านั้นที่ไม่น่าคบหา
เจียงโม่โฉวเดินลงไปในนาเพื่อเริ่มงาน อย่ามองว่าเขาเป็เพียงหนุ่มเมืองกรุงที่มาทำงานในชนบทได้แค่หกเดือน เพราะทักษะการทำไร่ของเขานั้นดีมาก ทุกคนต่างก็ชมว่าเขาเป็คนเรียนรู้งานได้เร็ว แต่เหตุผลที่แท้จริงคือเขาเคยเป็เทพในสังกัดของเทพกสิกรรมมาก่อน งานทำไร่ทำสวนนี่หรือ สบายมาก!
เจียงโม่โฉวรับผิดชอบที่นาหนึ่งแปลง วันนี้เป็วันที่ต้องกำจัดศัตรูพืช มันเป็งานที่ค่อนข้างหนักและน่าเบื่อที่ต้องทำงานกลางแดด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังทำงานอย่างมีความสุขและไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อย เป็เพราะเขามีน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไว้ดื่มแก้กระหาย
สรรพคุณของบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์นอกจากจะทำให้พืชผลโตไวและรสชาติดีแล้ว มันยังช่วยฟื้นฟูร่างกายได้เป็อย่างดี ทั้งบรรเทาอาการเจ็บป่วยและยังช่วยคลายความเหนื่อยล้าได้อีกด้วย
“จิบน้ำสักหน่อยสิพี่” เจียงโม่โฉวส่งกระบอกน้ำให้โจวต้าเฝิง “รับรองว่าถ้าพี่ได้ดื่มน้ำของผม พี่จะหายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งเลย”
“ขอบใจนะ” โจวต้าเฝิงรับน้ำมาดื่มโดยไม่ปฏิเสธ
โจวต้าเฝิงสังเกตมาสักพักแล้วว่าน้องเขยดูกระปรี้กระเปร่าและไม่มีอาการเหน็ดเหนื่อยเหมือนคนอื่นเลยแม้แต่น้อย บางครั้งเขายังแอบคิดถึงสิ่งที่เป็ไปไม่ได้อยู่ในใจ แต่ก็ต้องเลิกล้มความคิดนั้นไป เพราะมันจะมีสักกี่คนที่เป็เหมือนเขา และเขาก็ไม่สามารถบอกความลับของตัวเองให้ใครรู้ได้เลยจริงๆ
“เป็ไงพี่ รู้สึกดีขึ้นไหม” เจียงโม่โฉวถาม
“อืม...รสชาติน้ำดีมาก ไม่ยักรู้ว่าน้ำที่บ้านเรามันดีอย่างนี้”
“พูดถึงเื่นี้...ผมอยากจ้างคนมาขุดบ่อน้ำหลังบ้านสักหน่อย พี่คิดว่าไง”
โจวต้าเฝิงทำท่าคิด เวลานี้พวกเขาต้องไปหาบน้ำในลำธารมาไว้ใช้ ระยะทางก็ค่อนข้างไกลและมันไม่สะดวกเอาเสียเลย แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อเขากับน้องสาวมีเงินติดตัวไม่ถึงห้าสิบหยวนด้วยซ้ำ
“ถ้าบ้านเรามีบ่อน้ำมันก็จะสะดวกมาก แต่ค่าใช้จ่ายมันค่อนข้างสูงเหมือนกัน อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าหลังบ้านเราจะมีตาน้ำให้ขุดหรือเปล่านี่สิ” โจวต้าเฝิงขมวดคิ้วคิด
“ผมมั่นใจว่ามันต้องมี ส่วนเื่ค่าใช้จ่ายพี่ไม่ต้องเป็ห่วง เราเป็ครอบครัวเดียวกัน เงินแค่นี้ผมจ่ายได้ ผมมีเงินเก็บตั้งสามร้อยหยวนเชียวนะ” เจียงโม่โฉวตอบอย่างมั่นใจมาก เพราะแค่เขาเอาน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์เทนำทางลงไป บริเวณนั้นก็จะเกิดตาน้ำ ที่เหลือก็เป็เื่ของคนขุดบ่อแล้ว “ผมคิดว่าค่าขุดบ่อไม่น่าจะเกินสองร้อยหยวนหรืออย่างมากก็สองร้อยห้าสิบหยวน”
“นายไม่เก็บเงินส่วนนี้ไว้ใช้ยามฉุกเฉินบ้างหรือ”
“ที่บ้านเราไม่มีบ่อน้ำก็เป็สถานการณ์ฉุกเฉินเหมือนกัน” เจียงโม่โฉวทำท่ากระซิบ “อีกอย่างนะ ผมคิดวิธีหาเงินได้วิธีหนึ่ง”
“นายคงไม่คิดจะไปทำเื่ผิดกฎหมายอะไรหรอกนะ อย่าให้น้องสาวฉันเป็ม่ายั้แ่ยังสาวนะโว้ย”
“พี่คิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย แต่จะว่าไป...วิธีหาเงินของผมก็ผิดกฎหมายอย่างที่พี่ว่าจริงๆ” เจียงโม่โฉวเขยิบเข้าไปใกล้พี่ชายภรรยาอีกนิดหนึ่ง “ผมอยากไปค้าขายในตลาดมืด คิดว่าจะเก็บเงินให้ได้เยอะๆ พอกลับปักกิ่ง เราก็จะมีเงินไว้ในมือ หากอยากเปิดกิจการ เราก็สามารถทำได้เลย”
“ดูนายจะมั่นใจมากนะว่าเราจะได้ไปปักกิ่ง”
“อ้าว...ก็พี่เป็คนบอกผมกับอ้ายเหม่ยเองไม่ใช่หรือครับว่าอีกไม่นานประเทศของเราจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง” เจียงโม่โฉวถามกลับ “หรือว่าที่พี่พูดมามันไม่เป็ความจริง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ประเทศจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่มีก็ตามแต่ พวกเราแค่ต้องมีเงินไว้ในมือมากๆ ก็พอ”
“อ้อ...ที่แท้ก็เป็แบบนี้ ฉันนึกว่านายไปรู้อะไรมาเสียอีก” โจวต้าเฝิงทำหน้าผิดหวัง เขานึกว่าน้องเขยจะเป็คนประเภทเดียวกับเขาเสียอีก
“ผมจะไปรู้อะไรล่ะ ก็รู้มาจากพี่ทั้งนั้น”
เจียงโม่โฉวมองพี่ชายภรรยา เขามีความรู้สึกลึกๆ ว่าพี่ชายคนนี้ต้องไม่ธรรมดา บางเื่ที่พูดออกมา เหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า หรือว่า...พี่ต้าเฝิงจะเป็เทพหยั่งรู้ลงมาจุติกันแน่นะ เฮ้ย...เป็ไปได้ พี่ต้าเฝิงต้องไปทำผิดกฎ์มาแน่ๆ หลังจากนั้นสายตาที่เจียงโม่โฉวมองพี่ชายภรรยาก็เต็มไปด้วยสายตาแห่งการล้อเลียน
“นายมองฉันอย่างนั้นทำไม” โจวต้าเฝิงไม่เข้าใจ
“เปล่า!” เจียงโม่โฉวตอบเสียงสูง แต่เขาก็ยังยิ้มสุดกวนอยู่ดี
“นายพูดมาให้ชัดๆ ซิ ตกลงว่าที่ยิ้มนั่นมันคืออะไร” โจวต้าเฝิงถามอย่างจริงจัง รอยยิ้มที่ยียวนกวนประสาทของน้องเขยมันเรียกให้ขาของเขาขยับโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับว่ามันพร้อมที่จะเตะใส่ฝ่ายตรงข้ามเสียอย่างนั้น
“ที่รักมาได้สักที พี่ต้าเฝิงหิวจนขาสั่นไปหมดแล้ว” เจียงโม่โฉวรีบเดินไปรับของช่วยภรรยา “วันนี้ทำอะไรอร่อยๆ มาให้ผมกับพี่ต้าเฝิงกินบ้างครับ”
“ขอโทษนะคะที่ฉันเอาอาหารมาส่งช้า หิวกันหรือยัง” โจวอ้ายเหม่ยปล่อยตะกร้าให้สามีรับไป “วันนี้ฉันทำซาลาเปาไส้หมูสับกับน้ำแกงไข่มาให้กินกันค่ะ รีบมากินตอนที่ยังร้อนๆ เถอะนะคะ”
อาหารที่โจวอ้ายเหม่ยทำมาส่งน่ารับประทานมาก ไม่เท่านั้นรสชาติของมันยังอร่อยล้ำอีกด้วย เพราะนอกจากเธอจะได้ทักษะการทำอาหารและมิติคงสภาพติดตัวมาแล้ว ในมิติยังก็มีเครื่องปรุงหลากหลายชนิดที่ใช้ไม่มีวันหมดอยู่ในนั้นด้วย ถึงแม้มันจะเป็เื่ดีในยุคที่ทุกอย่างล้วนขาดแคลน แต่การมีเพียงเครื่องปรุงดีๆ แต่กลับไม่มีวัตถุดิบอย่างอื่นเลยมันก็ยังไม่เป็ที่พอใจสำหรับเธออยู่ดี
เป็เพราะเจียงโม่โฉวมีเงินและคูปองที่พี่ชายของเขาส่งมาให้ใช้จ่ายอยู่เป็ประจำ อาหารการกินในบ้านจึงดีขึ้นไม่น้อย เพราะเจียงโม่โฉวเป็คนที่ต้องได้ทานไข่ทานเนื้อทุกวัน ก่อนหน้านี้เธอกับเขายังไม่ได้แต่งงานกัน เจียงโม่โฉวจะแอบเอาอาหาร เนื้อสัตว ไข่ และผักมาให้เธอกับพี่ชายในตอนดึก เพราะหากชายหนุ่มทำประเจิดประเจ้อเกินไป เขาก็กลัวว่าจะกระทบกับชื่อเสียงของคนรัก
แต่ตอนนี้เธอกับเจียงโม่โฉวแต่งงานกันอย่างถูกต้อง และยังได้ย้ายมาอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันแล้ว ดังนั้นเื่อาหารการกิน พวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องทำแบบหลบๆ ซ่อนๆ อีกต่อไป
สองสามีภรรยานั่งกินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่รู้เลยว่าโจวต้าเฝิงกลับเริ่มสงสัยในตัวของน้องสาวด้วยอีกคน ‘หรือว่าน้องเขยกับน้องสาวของเขาจะทะลุมิติมาเหมือนกันนะ’