บทที่ 22 ตัวข้าเองจึงรวยเช่นกัน
“เ้าว่าอะไรนะ” เซวียนเฟยหรงถึงกับลืมรักษาอาการที่ต้องแสร้งทำตัวเป็เด็กน้อย กล่าวถามออกมาด้วยเสียงเครียดทันที สตรีหน้าหนานี้กำลังจะทำอะไรกันแน่ เื่นี้มันแตกต่างจากภาพที่เขาเห็นมากเกินไปแล้ว
เื่ราวั้แ่วันที่เขาระลึกชาติได้ จนกระทั่งถึงวันงานแต่งเป็ไปดังความทรงจำที่ผ่านมา ผีเสื้อตัวเดิมยังบินผ่านหน้าเซวียนเฟยหรง และเขาก็ยังคงวิ่งตามผีเสื้อไปจนกระทั่งถึงศาลาเช่นเดิม แม้แต่เสิ่นิฮวาและบ่าวรับใช้ก็เดินมาสะพานข้ามบึงในเวลาเดิม ราวกับนัดไว้ เขาจึงได้ชิงวิ่งขึ้นไปบนสะพานก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงฉากบุรุษช่วยสาวงามที่เคยเกิด
เื่ราวมันก็ควรจะเป็องค์ชายรองที่สติไม่ดีพลัดตกน้ำ บ่าวไพร่ช่วยขึ้นมา และเื่ราวก็จบลง หากแต่กับมีตัวละครใหม่ ที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนในภาพนิมิตรของเขาปรากฏขึ้นมา ในความทรงจำชาติก่อนของเซียนเฟยหรงนั้น ไม่เคยมีสตรีที่ชื่อว่าสีจิวฮวามาก่อน แม้กระทั่งตอนที่เขาทำลายตระกูลสี ในตระกูลนั้นก็ไม่มีลูกหลานสักคนที่ชื่อสีจิวฮวา
และแล้วเื่ราวของเขามันก็ผิดพลาดอีกครั้ง เขาที่พยายามหลีกหนีการแต่งงาน ตั้งใจว่าจะทำตัวไร้แก่นสารไปจนกระทั่งองค์รัชทายาทครองบังลังก์ และหลังจากนั้นเขาจะออกเดินทางตามหาเ้าของเสียงในความทรงจำสุดท้ายผู้นั้น
สำหรับเขาแม้ตระกูลสีจะมีความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์ แต่ก็มีอำนาจมากมายนัก นี่อาจจะเป็แผนสำลองของตงฟางชงหยวนก็ได้ เพื่อให้ตระกูลสีที่มีอำนาจทางการเงิน ที่อาจจะมากกว่าตระกูลเสิ่นด้วยซ้ำไปเข้ามาจูงจมูกเขาอีกครั้ง ในกรณีที่เสิ่นิฮวาทำพลาด
ดังนั้นถึงแม้ผู้หญิงตรงหน้าจะทำตัวหน้าหนา มาเหนือชั้นยิ่งกว่าเสิ่นิฮวา เขาก็จะไม่หลงกลง่ายๆเป็อันขาด
“ท่านตาของหม่อมฉันกำลังสู่ขอพระองค์ให้หม่อมฉันอย่างไรเล่าเพคะ” จิวฮวาเอ่ยตอบคำถามซ้ำ
เซวียนเฟยหรงชักสีหน้ากลับใส่ อีกทั้งยังนึกระแวงหญิงสาวตรงหน้าขึ้นมา “ไม่ ข้าไม่ใช่สิ่งของ ข้าจะไม่ไปเป็ของเ้า”
“องค์ชายรอง หม่อมฉันชอบพระองค์จริงๆนะคะ แต่งงานกับหม่อมฉันเถอ” จิวฮวากล่าวย้ำ
เซวียนเฟยหรงรู้สึกโกรธจนควันออกหู นี่มันแผนอันใดของตงฟางชงเหยียนกันแน่ เ้านั่นไปหาสตรีที่หน้าหนาเยี่ยงนี้มาจากที่ใด คำว่าชอบก็ยังพูดออกมาง่ายๆ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าผู้คนมองเขาเช่นไร ยิ่งสตรีด้วยแล้ว จะมีใครกันมาชอบคนสติไม่ดีแบบเขา “เ้าโกหก” เขาะโกลับด้วยความไม่พอใจ
จังหวะนั้นเองประตูของตำหนักคุนหนิงก็เปิดออกมาพอดี กงกงฉี ที่รับรับสั่งของเหยียนฮองเฮาให้มาเชิญจิวฮวาเข้าไป ยังไม่ทันเอ่ยปากพูดอะไร ก็ถูกร่างหนาวิ่งกระแทกจนเซถอยหลังไปเสียก่อน
เซวียนเฟยหรงแสร้งเบะปากทำท่าร้องไห้ หากแต่ไม่มีน้ำตาวิ่งเข้าไปในตำหนัก “เสด็จแม่ ช่วยลูกด้วย”
เมื่อเห็นท่าทางกระฟัดกระเฟียนของพระโอรส เหยียนฮองเฮาก็อดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้ “เป็อะไรไปหรือใครแกล้งเ้า เปิ่นกงจะจัดการให้”
เมื่อเหยียนฮองเฮาเปิดโอกาสแล้วเซวียนเฟยหรงก็ชี้ไปยังร่างบางที่กำลังเดินตามขันทีเข้ามาทันที “เป็นาง เป็นางที่แกล้งลูก นางบอกว่าจะแต่งงานกับลูก ลูกไม่อยากแต่งกับนาง ลูกไม่เอาแต่งงานไม่เห็นน่าอร่อยเลย ลูกไม่แต่ง” เขากล่าวพร้อมกับทำท่าทางราวกับเด็กน้อยในร่างคนตัวใหญ่ อีกทั้งยังแสร้งทำเป็ไม่รู้จักคำว่าแต่งงาน และยังเพิ่มเติมด้วยการลงไปชักดิ้นชักงอที่พื้นเพิ่มด้วย
เหยียนฮองเฮาเมื่อเห็นปฏิกิริยาของโอรสองค์รอง ก็แอบเหลือบมองพิจารณาเด็กสาวที่กำลังเดินเข้ามาทันที ไม่ใช่แค่ฮองเฮา นายท่านผู้เฒ่าสี และเซวียนเฟยหรงเองก็ด้วย เอาสิ แสดงธาตุแท้ของเ้าออกมา ข้าแสดงได้น่าเกลียดน่าสมเพสขนาดนี้แล้ว เซวียนเฟยหรงแอบลอบยิ้มในใจ ว่าจะต้องได้เห็นสีหน้าถอดสี ของจิวฮวา ที่ได้เห็นบุรุษในร่างผู้ใหญ่ลงไปชักดินชักงออย่างนี้แน่ๆ
หากแต่จิวฮวาก็ยังคงรักษาอาการสงบนิ่งเอาไว้ได้ แล้วถวายบังคับเหยียนฮองเฮาอย่างถูกวิธีตามที่ได้เรียนมา “ถวายบังคมฮองเฮา ขอจงทรงพระเจริญพันปี พันๆปี”
เหยียนฮองเฮาอดที่จะเลิกคิ้วมองท่าทางสงบนิ่งของเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้ “เ้าเองหรือสีจิวฮวา เ้าก็คงได้ยินแล้วว่าองค์ชายรองไม่อยากแต่งงานกับเ้า เปิ่นกงเองก็คงไม่สามารถบังคับอะไรเขาได้” เหยียนฮองเฮาเห็นท่าทางบุตรชายแล้วก็รีบเอ่ยปัดเื่งานแต่งทันที ก่อนที่จะลอบมองปฏิกิริยาของเด็กสาว
จิวฮวาเพียงแค่คลี่ยิ้มออกมาบางๆ สายตาเธอที่มองไปยังเซวียนเฟยหรงนั้นไม่มีประกายความรังเกียจ สมเพส หรือแม้แต่สงสาร หากแววตานั้นกับเป็ประกายซุกซน คล้ายคนกำลังมองสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่กำลังเล่นตัว “หม่อมฉันขอบังอาจกราบทูลอะไรสักเล็กน้อยเพคะ”
“เชิญ” เหยียนฮองเฮากล่าวอนุญาติ ก่อนที่จะยกชาขึ้นจิบ คล้ายกลังรอชมการแสดง
จิวฮวาย่อกายถวายความเคารพก่อนที่จะเดินตรงไปยังคนตัวใหญ่ที่กำลังนั่งชักดิ้นชักงอโวยวายบนพื้น จากนั้นเธอก็นั่งลงข้างๆเขา ก่อนที่จะจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเซวียนเฟยหรงด้วยแววตาจริงจัง “องค์ชายเพคะ ใครบอกพระองค์กันเพคะ ว่าการแต่งงานนั้นไม่อร่อย พระองค์ทรงรู้หรือไม่ว่าหม่อมฉันนั้นร่ำรวยขนาดไหน หากพระองค์แต่งงานกับหม่อมฉัน หม่อมฉันรับรองว่าจะทั้งอร่อยและสนุก”
เมื่อได้ฟังดังนั้นเหยียนฮองเฮาก็ถึงกับสำลักน้ำชาออกมาทันที เหล่านางกำนัล กงกง และนายท่านผู้เฒ่าสีต่างพากันกลั้นหายใจ ในขณะที่เซวียนเฟยหรงเองก็ถึงขนาดลืมดิ้น ผู้หญิงคนนี้ เพิ่งกล่าวอะไรออกมา ช่างหน้าหนาและน่าตายยิ่งนัก
แต่จิวฮวานั้นไม่ได้รู้ตัวเลย ว่าคำว่าอร่อยและสนุกนั้นมันชวนคนคิดไปไกลได้แค่ไหน เธอกลับคลี่ยิ้มออกมาอย่างสดใส เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าหยุดดิ้นแล้วกำลังมองเธอด้วยสายตาตกตลึง “ใช่แล้วเพคะ อร่อยแล้วก็สนุก เพราะหม่อมฉันรวยมาก หม่อมฉันจะซื้อของกิน ขนม ของเล่นทุกอย่างที่พระองค์อยากได้ให้เพคะ รับรองว่าพระองค์จะไม่มีทางเสียใจแน่ถ้าแต่งงานกับหม่อมฉัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนในห้องก็เผลอถอนหายใจยาวออกมากันอย่างพร้อมเพียง อ่อแค่หมายถึงขนม และของเล่น นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เซวียนเฟยหรงเองก็ได้สติขึ้นมาเช่นกัน เขาอดที่จะอับอายไม่ได้ เมื่อพบว่าเมื่อสักครู่ตนคิดอะไรไปหลังจากได้ยินคำว่าอร่อยและสนุก แต่เมื่อเริ่มแสดงแล้วก็ต้องไปต่อให้จบ เขาจะไม่ยอมแต่งงาน และตกเป็เครื่องมือให้ใครอีกแล้ว “ไม่ ข้าไม่กิน ข้าไม่เอาของเ้า”
จิวฮวาถึงกลับถอนหายใจออกมา นี่ไงเขาถึงบอกว่าเด็กที่ร่ำรวยมักเื่เยอะมากกว่าเด็กที่ไม่มีอะไร “งั้นพระองค์ก็ตรัสมาสิเพคะ ว่าหม่อมฉันต้องทำอย่างไร พระองค์ถึงจะยอมแต่งงานกับหม่อมฉัน”
เหยียนฮองเฮาที่จิบชาอยู่ให้รู้สึกครื้นเครงยิ่งนัก พระองค์เกิดมาตั้งหลายปีแล้วเพิ่งเคยพบเห็นหญิงสาวมาร้องขอให้ชายหนุ่มแต่งงานด้วย แถมชายคนนั้นยังมีอายุสมองเท่ากับเด็กแปดขวบอีกด้วย ช่างเป็ลูกสะใภ้ที่หน้าหนาเสียจริง แค่เห็นแววตาของจิวฮวา เหยี่ยนฮองเฮาก็รับรู้ได้ทันทีว่าเด็กสาวผู้นี้นั้นชอบโอรสของพระองค์จริงๆ ถึงจะยังไม่รู้ว่าชอบที่ตรงไหนก็ตาม แต่หากว่าโอรสของพระองค์ได้พบเจอคนที่รักจริงๆพระองค์ก็ไม่อยากขัดขวาง ถึงตอนนี้พระองค์ก็ยังคงรู้สึกผิดที่ต้องบังคับให้โอรสองค์รองนั้นแกล้งบ้า
เซวียนเฟยหรงถึงกับเบิกตากว้างมองคนที่หน้าหนาเกินกว่าสตรีใดที่เขาเคยพบ ขนาดอยู่ต่อหน้าเส็ดจแม่ของเขาก็ยังคงไม่ลดความหน้าหนาลง เขาเหลือบมองไปยังสีหยางปิง นายท่านผู้เฒ่าตระกูลสี แต่ฝ่ายนั้นกลับแกล้งทำเป็ยืนชมมองงานสลักบนเสา ราวกับได้ละซึ่งทางโลกไปแล้ว
ดังนั้นเขาจึงหันไปมองยังเสด็จแม่ของตนเอง ก่อนที่จะเอ่ยขอความช่วยเหลือ “เสด็จแม่ ช่วยลูกด้วย นางฟังไม่รู้ความ”
เหยียนฮ่องเฮาถึงกับสรวงออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นท่าทางอับจนของโอรส “เ้าก็บอกนางไปเถิดว่าเ้า้าสิ่งใดจากนาง หากนางทำตามคำขอไม่ได้ เปิ่นกงจะเป็คนยกเลิกงานสมรสนี้ให้เอง”
เซวียนเฟยหรงขึ้นกับตาสว่างวาบ เขาหันไปมองคนหน้าหนา ที่กำลังส่งสายตาอาวรณ์ราวกับลูกสุนัขถูกแม่ทิ้งมาให้ หัวใจไม่รักดีก็เกิดเต้นระรัวขึ้นมานึกอยากจะใจอ่อน แต่เขาจะไม่ยอมเป็หมากให้ใครอีกแล้ว ไม่ว่าจะตระกูลเสิ่น หรือตระกูลสีก็ตาม เซวียนเฟยหรงเชิดหน้าขึ้น ก่อนที่จะมองไปยังคนตรงหน้าอย่างถือดี “เ้าจงไปเก็บดาวมาให้เปิ่นหวางเสียสิ หากเก็บมาได้ เปิ่นหวางจะแต่งกับเ้า” ปกติเขานั้นมักแทนตนว่าข้าเสมอ หากแต่เมื่อจริงจัง เอาแต่ใจก็จะแทนตนตามยศดังเช่นตอนนี้