ผมรู้จักขนมกุ้ยฮวา และก็เคยเห็นขนมกุ้ยฮวามาแล้ว แต่สำหรับขนมกุ้ยฮวาเืไก่ นี่เป็ครั้งแรกที่ผมเคยได้ยิน
ลุงอวี๋นวดแป้งไปพลางอธิบายไปพลางว่า “คนเป็มีอาหารของคนเป็ คนตายก็มีอาหารของคนตาย ‘อาหารส่งิญญา’ จานแรกของหกจานนี้ก็คือ ‘ขนมกุ้ยฮวาเืไก่’ ผีกินขนมกุ้ยฮวาแล้วจะรู้สึกหวานชื่นในใจ ต่อให้เป็ผีดุร้ายแค่ไหนแค่ได้กินขนมกุ้ยฮวาเืไก่ของลุง ก็จะลดความอาฆาตลงได้ถึงสามส่วน”
ลุงอวี๋พูดด้วยความมั่นใจ น้ำเสียงหนักแน่นมือที่นวดแป้งและโรยแป้งนั้นดูคล่องแคล่วราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
ในขณะเดียวกัน ลุงก็สั่งให้ผมถอนขนไก่ที่เพิ่งฆ่าไปให้เสร็จจากนั้นให้ออกไปที่สวนหย่อมข้างนอก เพื่อขุดหา ‘ไส้เดือนดิน’ มาให้ได้สามสิบแปดตัว
ลุงยังบอกอีกว่า อาหารส่งิญญาจานที่สองคือ ‘ไก่ตุ๋นัดิน’ ซึ่งัดินในที่นี้ก็คือไส้เดือน
แค่ได้ยินชื่อ ‘ไก่ตุ๋นัดิน’ ก็ทำให้ผมรู้สึกขนลุกจนท้องไส้ปั่นป่วน แต่ผมก็รู้ว่าไส้เดือนแม้จะดูน่ากลัว แต่จริงๆ แล้วมันเป็สมุนไพรจีนที่ใช้บำรุงร่างกายได้มีสรรพคุณช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับปัสสาวะ ในวงการแพทย์แผนจีนจึงเรียกมันว่า ‘ัดิน’
ลุงอวี๋เสริมว่า “ผีกินไก่ตุ๋น หัวใจเบิกบาน เื่ร้ายกลายเป็ดี”
จากนั้นเขาก็แนะนำชื่อและสรรพคุณของอาหารจานอื่นๆ ที่จะทำในคืนนี้ให้ผมฟัง
อาหารคนตายจานที่สามชื่อว่า ‘หมูตุ๋นเปลือกต้นไหว’ ใช้เปลือกของต้นไหวแก่ผสมกับเนื้อสันคอหมูที่เป็ส่วนของต่อมน้ำเหลืองและจุดปล่อยเื[1] แต่ห้ามต้มจนสุก
ลุงอธิบายว่า “ผีกินหมูตุ๋น จะมีเืมีเนื้อ”
อาหารจานที่สี่ชื่อว่า ‘ผัดผักน้ำมันเนื้อวัว’ซึ่งจานนี้ดูเหมือนจะปกติมากที่สุด แต่กลิ่นน้ำมันเนื้อวัวค่อนข้างแรง ถ้าใช้สำหรับหม้อไฟก็ยังพอรับได้แต่ถ้าใช้สำหรับผัดผัก กลิ่นจะฉุนมาก และเมื่อผัดเสร็จแล้วผักยังต้องจัดวางเป็รูปตัว ‘人’ (คน) ด้วย
ลุงอวี๋บอกว่า “ผีกินผัก ไร้โรคไร้ภัย”
สำหรับจานที่ห้ากับจานที่หก เป็อาหารทอดสองจานที่แปลกประหลาดมาก
จานที่ห้าคือ ‘ลูกชิ้นก้างปลา’และจานที่หกคือ ‘ปลาทอดไร้หัว’
‘ลูกชิ้นก้างปลา’คือหมูสับที่ผสมกับก้างปลาชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปทอดในน้ำมัน ส่วน ‘ปลาทอดไร้หัว’จะทอดเฉพาะตัวปลา โดยเว้นส่วนหัวไว้ และหลังจากทอดเสร็จต้องนำมันหมูมาทาหนาๆ ไว้ที่หัวปลา
ทั้งสองจานนี้ยังมีความหมายแฝงเฉพาะตัว
ผีกินลูกชิ้นก้างปลา รู้เจ็บรู้ละอาย
ผีกินปลาทอดไร้หัว ไร้ความเสียใจไร้คำพูด
อาหารหกจานนี้เป็ที่รู้จักกันในชื่อ ‘หกอาหารเซ่นผี’ ซึ่งบางคนอาจเคยได้ยินแต่ขั้นตอนการทำและวิธีปรุงอาหารเหล่านี้มีเพียงพ่อครัวคนตายอย่างลุงอวี๋เท่านั้นที่รู้
ผมแทบช่วยอะไรไม่ได้มาก เลยได้แต่ช่วยทำงานเล็กๆ น้อยๆและมองดูอาหารที่ลุงทำ ส่วนลุงอวี๋วิ่งวุ่นทำงานั้แ่ต้นจนจบทุกจานเขาต้องลงมือทำเองทั้งหมด
แม้ว่าจะดูเหมือนเป็แค่หกจานอาหารธรรมดาๆแต่ความจริงกลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เราวุ่นวายกันไม่หยุดั้แ่ห้าโมงเย็นจนถึงเกือบสามทุ่มครึ่งกระทั่งลุงอวี๋ทามันหมูหนาๆ ลงบนหัวปลาทอดในจานสุดท้าย ตอนนั้นเองที่ ‘หกอาหารเซ่นผี’ เสร็จสมบูรณ์
คืนนี้ ภายใต้คำแนะนำของลุงอวี๋ ผมจะต้องจัดโต๊ะเซ่นไหว้และใช้ ‘หกอาหารเซ่นผี’ เหล่านี้ เพื่อขจัดพลังอาฆาตแค้นของจางเฉียงและส่งิญญาของเขาไปสู่การเวียนว่ายตายเกิด เมื่อทำสำเร็จเขาก็จะไม่ตามรังควานผมอีก และผมจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตปกติได้
ลุงอวี๋ถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดขึ้น “อาหารเสร็จแล้ว เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายอีกไม่กี่อย่าง ก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์”
ผมถามทันทีว่า “ขั้นตอนสุดท้ายมีอะไรบ้างล่ะครับ ลุงอวี๋”
ลุงอวี๋มองผมแล้วอธิบายว่า “อาหารเซ่นไหว้นี่พอทำเสร็จ กลิ่นของมันจะดึงดูดิญญาเร่ร่อนที่หิวโหยรอบๆเข้ามา ถ้าระหว่างทางพวกสิ่งสกปรกอื่นๆ มาแอบกินอาหารก่อน เราก็เหนื่อยฟรีเพราะงั้นก่อนที่ตัวจริงจะมา เราต้อง ‘ปกป้องอาหาร’ และเลือกที่ตั้งโต๊ะให้เหมาะสม”
คำพูดของลุงดูเหมือนลึกลับ แต่ฟังๆ ไปก็มีเหตุผลอยู่ ผมจึงถามต่อว่า “แล้วเราจะปกป้องอาหารยังไง แล้วการเลือกโต๊ะต้องทำยังไงบ้าง”
ลุงอวี๋เริ่มอธิบายทีละขั้นตอน เขาหยิบกระดาษสีเหลืองออกมาแล้วบอกให้ผมตัดผมของตัวเองมาเผาเป็เถ้า จากนั้นใช้นิ้วมือเขียนคำว่า ‘封’ (ผนึก) ลงไปบนกระดาษ เศษผมเผานี้เรียกว่า ‘ยันต์เถ้าผนึก’
ลุงบอกว่า เมื่อใส่อาหารทั้งหกจานไว้ในตะกร้าใหญ่ แล้วปิดด้วยกระดาษยันต์นี้ต่อให้พวกสิ่งสกปรกจะได้กลิ่นอาหาร แต่ก็ไม่มีทางกินได้เว้นแต่ว่าผมจะเป็คนเอายันต์ออกเอง แบบนี้ถึงจะถือว่าปกป้องอาหารได้เรียบร้อย
ส่วนการเลือกที่ตั้งโต๊ะ ต้องดูจากลักษณะของิญญาที่ตามติดผม จางเฉียงจมน้ำตายเพราะฉะนั้นโต๊ะจึงต้องตั้งใกล้แหล่งน้ำ
โชคดีที่บ้านลุงอวี๋อยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะประชาชนซึ่งเป็ที่ที่จางเฉียงปรากฏตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา ตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดคือบนฝั่งริมทะเลสาบ ห่างจากน้ำประมาณสามเมตร เพราะถ้าจะไปตั้งโต๊ะที่สะพานเล็กในมหาวิทยาลัยซึ่งเป็ที่ที่จางเฉียงจมน้ำ ผมคงถูกเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไล่ออกมาแน่
เมื่อทุกอย่างพร้อม ผมก็แค่รอให้ิญญาที่ตามติดผมปรากฏตัวจากนั้นต้องนำอาหารขึ้นเสิร์ฟทีละจาน เมื่อเขากินครบหกจานพลังอาฆาตแค้นและพลังชั่วร้ายของเขาจะถูกขจัด ช่วยให้หลุดพ้นไปสู่การเวียนว่ายตายเกิดไม่ตามรังควานผมอีก แน่นอนว่าก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ลุงอวี๋ยังเตือนอีกว่าอาจมีข้อยกเว้นถ้าหากิญญาที่ตามผมมาเป็ผีที่ดุร้ายและมีพลังชั่วร้ายรุนแรง วิธีนี้ก็อาจจะไม่ได้ผล
แต่ลุงอวี๋ไม่ได้คิดว่าจางเฉียงที่เพิ่งเสียชีวิตจะเป็ผีที่ดุร้ายระดับนั้น
ลุงอวี๋พูดด้วยความมั่นใจ น้ำเสียงหนักแน่นและดูเหมือนเขารู้ในสิ่งที่ตัวเองทำดี ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว อีกทั้งในตอนนี้ลุงอวี๋คือความหวังเดียวที่จะช่วยชีวิตผมได้เขาบอกอะไร ผมก็ทำตามอย่างไม่ลังเล
ผมพยักหน้าตอบรับ พร้อมจดจำทุกขั้นตอนที่ลุงอธิบายไว้
ลุงอวี๋หยิบตะกร้าใบใหญ่ที่เขาใช้ซื้อวัตถุดิบมาให้ผมตอนนี้ตะกร้านั้นถูกใช้สำหรับใส่ ‘หกอาหารเซ่นผี’ โดยผมจัดเรียงอาหารลงไปทีละจาน พร้อมใช้กระดาษแข็งแบ่งแยกแต่ละชั้น
ชั้นล่างสุดคือ ‘ปลาทอดไร้หัว’ ส่วนชั้นบนสุดคือ ‘ขนมกุ้ยฮวาเืไก่’ พร้อมข้าวสวยเต็มถ้วย ตะเกียบหนึ่งคู่ และธูปยาวหนึ่งดอก
เมื่อเตรียมเสร็จ ผมหยิบกรรไกรมาตัดผมตัวเองเล็กน้อยจากนั้นเผาผมจนกลายเป็เถ้า แล้วใช้นิ้วจุ่มเถ้าผมนั้น เขียนคำว่า ‘封’ (ผนึก) ลงบนกระดาษสีเหลืองและนำกระดาษนั้นแปะไว้บนตะกร้า
สุดท้าย ลุงอวี๋ยังเอาโต๊ะเล็กๆ ที่เขาใช้ขายหมึกมาให้ผมอีกตัวหนึ่งบอกให้ผมใช้ตั้งโต๊ะสำหรับคืนนี้
เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เวลาก็เกือบสี่ทุ่มแล้ว และผมเองก็ต้องออกเดินทาง
ก่อนผมจะออกจากบ้าน ลุงอวี๋ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เสี่ยวเจียง!ลุงช่วยนายได้เท่านี้แหละ”
ลุงอวี๋พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สิ่งที่ตามติดนายอยู่ไม่น่าจะเป็ผีที่ดุร้ายเกินไป แค่คืนนี้นายเอาหกอาหารเซ่นผีของลุงไปเสิร์ฟให้เขากินส่งเขาไป ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใหญ่โต
“แต่เพื่อความปลอดภัยนายเอามีดทำครัวเล่มนี้ไปด้วยเถอะ มีดเล่มนี้เป็ของที่อาจารย์ของลุงให้มาอาจช่วยป้องกันตัวได้ในยามคับขันแต่จำไว้ว่า ถ้าเลี่ยงได้ ก็อย่าชักมีดออกมา เพราะมีดหัวัเล่มนี้ถูกสร้างมาเพื่อใช้หั่นผักหั่นเนื้อไม่ใช่สำหรับต่อสู้”
พูดจบ ลุงอวี๋ส่งมีดทำครัวลายหัวัที่ดูเก่าแก่แต่แฝงด้วยความน่าเกรงขามให้ผมเห็นได้ชัดว่ามีดเล่มนี้มีความสำคัญกับลุงอวี๋มาก
ผมลองจับดู พบว่ามีดทั้งหนักและคมกริบและยังมีความเย็นแผ่ซ่านออกมาจนรู้สึกได้ แค่สามร้อยหยวน แต่ลุงอวี๋ช่วยผมถึงขั้นนี้ผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเขาอย่างมาก
ผมมองหน้าลุงอวี๋ แล้วก้มลงมองมีดหัวัในมือ ก่อนพูดด้วยความจริงใจ
“ลุงอวี๋ ไม่ว่าคืนนี้จะจบลงยังไงผมจะจำบุญคุณของลุงไว้ตลอดชีวิต”
พูดจบ ผมก้มตัวลงทำความเคารพลุงอวี๋เก้าสิบองศา
แต่ลุงอวี๋เพียงยิ้ม และพูดว่า “ไม่ต้องถึงขนาดนั้น ลุงช่วยนายเพราะเรามีวาสนาต่อกัน และลุงก็อยากสั่งสมบุญกุศลให้ตัวเองด้วย
“ตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว รีบไปเถอะ!”
ผมพยักหน้ารับ “ลุงอวี๋ งั้นผมไปก่อนนะครับ หลังจากเื่นี้จบลงผมจะตอบแทนบุญคุณลุงอย่างแน่นอน”
ลุงอวี๋ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแต่โบกมือให้
ผมเก็บมีดหัวัเหน็บไว้ที่เอว แบกตะกร้าใส่อาหารขึ้นหลังหิ้วโต๊ะพับใบเล็ก แล้วออกจากบ้านไปทันที...
[1]จุดปล่อยเืคือจุดสำหรับเจาะปล่อยเืเพื่อล้มสัตว์ใหญ่ เช่น หมู วัว