ภายในรถม้า
"พวกเ้าเลิกร้องไห้ได้แล้ว"
เจียงอี้หลินที่ตอนนี้สลัดผ้าปิดปากออกจนหลุด พูดปลอบ เขาเข้าใจดีว่าเด็กน้อยเหล่านี้คงรู้สึกหวาดกลัว แม้แต่ตัวเขาเองกว่าจะทำใจให้สงบลงได้ก็ใช้เวลานาน
"เดี๋ยวข้าจะใช้ปากแก้มัดให้พวกเ้านะ"
เขาขยับแล้วก้มลงกัดดึงเชือกที่มัดมือเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งนั่งใกล้ๆ เขา ใช้เวลาอยู่นานเนื่องจากเชือกรัดแน่น อีกทั้งรถมายังขยับโยกไปมา จนในที่สุดเขาก็แก้ปมเชือกออกได้สำเร็จ
"หมดแล้ว เอาละซุนอี้ คราวนี้จะแก้เชือกให้ข้าบ้าง"
เด็กน้อยซุนอี้พยักหน้าและรีบหันมาแก้เชือกให้เจียงอี้หลิน แม้มือจะสั่นเทาแต่เขาก็พยายามรวบรวมความกล้ารีบแก้มัดเชือกนั่นโดยไว เมื่อเชือกหลุดพวกเขาจึงหันไปช่วยกันแกะเชือกให้กับเด็กคนอื่นๆ เหล่าเด็กน้อยต่างก็หยุดร้องไห้ และช่วยเหลือกันและกัน
"มีเื่อะไรกันรึขอรับ เหตุใดพวกท่านถึงมาขวางทางพวกข้าไว้เช่นนี้เล่า"
ชายหนุ่มวัยกลางคนในคณะเดินทางเอ่ยขึ้น
"ค้นให้ทั่ว"
จ้าวเยี่ยหยางเสียงเฉียบขาด เหล่าทหารรับคำแล้วรีบลงจากหลังม้า แล้วตรวจค้นภายในรถม้าและเกวียนสัมภาระทันที
"ดะ...เดี๋ยวสิขอรับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใยพวกท่านถึงได้มารื้อค้นข้าวของของพวกข้าเช่นนี้ ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะขอรับ"
"พวกข้าเป็ทหารกำลังออกปฏิบัติการ จำเป็จะต้องขออนุญาตจากพวกเ้าด้วยหรือ"
สายตาคมดุจมัจจุราชของจ้าวเยี่ยหยางจับจ้องไปยังหัวหน้ากองคาราวาน อีกฝ่ายที่เห็นถึงกับผงะถอยหลัง
"ท่านรองแม่ทัพจ้าว ไม่เจอพวกเด็ก ๆ เลยขอรับ"
ลู่ผิงเข้ามารายงาน จ้าวเยี่ยหยางตวัดสายตาคมไปยังชายแก่ผู้นั้นก่อนจากคว้าคอเสื้อเขาดึงเข้ามา
"พวกเด็ก ๆ อยู่ที่ไหน อี้เอ๋อร์ของข้าอยู่ที่ใด! หากยังไม่พูดเสียแต่ตอนนี้ ก็อย่าหวังว่าจะมีปากเอาไว้กินข้าวได้อีก!"
ไอสังหารเข้มข้นแผ่ออกมาจากตัวของจ้าวเยี่ยหยางอีกครั้ง ดวงตาคมเข้มดุจหยดหมึกกวาดตามองพวกเขาราวกับมองคนตาย แม้แต่ทหารที่ติดตามจ้าวเยี่ยหยางมานาน ก็ยังพลอยสั่นกลัวไปด้วยมิได้
"เอ่อ เด็กที่ใดกันขอรับ พวกข้าไม่รู้เื่" ชายแก่เหงื่อเย็นผุดซึม รีบละล่ำละลักปฏิเสธ
ชายหนุ่มเบื้องหน้าผู้นี้เป็ใครกันแน่ ตัวเขาเป็หัวหน้าโจรมานาน ต่อสู้กับทหารและยอดฝีมือมานักต่อนัก แต่ก็ยังไม่เคยเจอใครที่จิตสังหารรุนแรงถึงเพียงนี้ ความหวาดกลัวบางอย่างเริ่มเกาะกุมจิตใจ แต่ก็ทำเป็ใจดีสู้เสือ
"เมื่อครู่ตอนที่สวนทางกัน ข้าจำได้ว่าขบวนเ้ายังมีรถม้าอีกคัน แล้วตอนนี้มันหายไปที่ใดแล้ว!"
"อะ เอ่อ ท่านคงมองผิดไปแล้วกระมัง รถสัมภาระของพวกข้าน้อยมีแค่สี่คันเท่านั้น ไม่ได้มีรถมา"
ในที่สุดจ้าวเยี่ยหยางก็หมดความอดทน เขาชักดาบออกมาเตรียมฟันชายคนนี้ทิ้ง แต่เสียงรายงานจากทหารก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"รองแม่ทัพจ้าว ตรงทางแยกที่เราผ่านมาเมื่อครู่ มีร่องรอยรถม้าผ่านไปทางนั้น แม้ว่าพวกนั้นจะกลบรอยเอาไว้ แต่ก็ยังมีรอยบางส่วนที่กลบไม่มิดขอรับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จ้าวเยี่ยหยางจึงรีบเก็บดาบเข้าฝักและมุ่งไปทางที่ทหารรายงาน เขาไม่ควรมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้แม้สักเสี้ยวเดียว เพราะตอนนี้ไม่รู้ว่าเจียงอี้หลิน จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร ส่วนโจรกลุ่มนี้ก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ทหารของเขาจัดการ เขาและลู่ผิงนำ กำลังทหารอีก 2-3 นาย ย้อนกลับไปที่เส้นทางแยก
ชายหนุ่มเร่งควบม้าอย่างเต็มกำลัง จนตอนนี้ก็เกือบไล่ทันรถม้าคันนั้น แต่เพราะอีกฝ่ายไหวตัวทัน จึงเร่งควบม้าหนี
หลังจากที่พวกเด็ก ๆ แก้มัดกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เดิมทีพวกเขาคิดจะเสี่ยงะโลงจากรถม้า เพราะถึงจะตกลงไปาเ็ ก็คงดีกว่าถูกเอาตัวไปขาย แต่ยังไม่ทันได้เลิกม่านขึ้น พวกเขาก็กลิ้งล้มระเนระนาด เพราะความเร็วของรถม้าเคลื่อนที่เร็วขึ้น แถมยังโยกเอียงไปมาอย่างน่าหวาดเสียว
เจียงอี้หลินที่พยุงตัวเองขึ้นได้ก่อน เขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวบางอย่างจากด้านนอก จึงรีบเลิกม่านขึ้นดู ก็พบว่า จ้าวเยี่ยหยางและทหารกำลังควบม้าไล่ตามมา
"ท่านพี่เยี่ยหยาง!!"
เด็กน้อยะโเรียกด้วยความดีใจ แค่เห็นหน้าอีกฝ่าย ความหวาดกลัวที่มีมาทั้งหมดก็มลายหายไปจนสิ้น ไม่เป็ไรแล้ว ท่านพี่เยี่ยหยางของเขามาช่วยแล้ว
แต่แล้วรถม้าที่วิ่งเร็วจนเกินกำลัง ก็สะดุดเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่ ทำให้ตัวรถเหินขึ้นและพลิกคว่ำ จ้าวเยี่ยหยางเบิกตากว้าง เขาใจหายวาบที่เห็นรถม้าที่เจียงอี้หลินนั่งพลิกคว่ำลงตรงหน้า
พวกเด็ก ๆ ด้านใน ต่างก็เจ็บตัวกันจนแทบลุกไม่ขึ้น แต่ถึงกระนั้นเมื่อเห็นว่ารถม้าหยุดวิ่งแล้ว พวกเขาก็กัดฟันทน พยายามคลานออกจากรถม้า หนูน้อยเจียงอี้หลิน แม้ตัวเองจะเจ็บหนักเช่นกันแต่ก็พยายามช่วยพยุงเพื่อน ๆ ให้คลานออกจากตัวรถ
จนเมื่อออกมากันได้ พวกเขาค่อยออกตัววิ่งไปทางทหารที่กำลังเร่งควบม้ามา โดยไม่ทันตั้งตัวเจียงอี้หลินที่อยู่รั้งท้าย กลับถูกท่อนแขนขนาดใหญ่คว้าตัวไว้ แล้วอุ้มหนีเข้าไปในป่า
เมื่อจ้าวเยี่ยหยางมาถึงจุดที่รถม้าพลิกคว่ำ เขาก็รีบะโลงจากหลังม้า และกวาดสายตามองหาเด็กน้อยของเขาแต่ก็ไม่เห็น
"เจียงอี้หลินอยู่ที่ไหน"
"อี้หลินถูกพวกนั้นเอาตัวไป แล้วหายเข้าไปในป่าแล้วขอรับ"
เด็กน้อยซุนอี้แม้จะหวาดกลัว แต่ก็สะอื้นตอบ จ้าวเยี่ยหยางจึงชักดาบออกจากฝัก แล้วตามเข้าไป
ป่าในตอนกลางคืนเป็อุปสรรคต่อเขามาก ชายหนุ่มพยายามปรับสายตาให้ชินกับความมืด แล้วมองหาเด็กน้อย เบื้องหน้าเค้าสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างจึงเร่งฝีเท้าตามไป
เนื่องจากรถม้าคว่ำเมื่อครู่ ไม่ได้มีแค่เด็ก ๆ ที่เจ็บตัว แต่ชายฉกรรจ์ทั้งสองคนเองก็ได้รับาเ็เช่นกัน ยามที่วิ่ง จึงวิ่งได้ไม่เต็มฝีเท้านัก แถมหนึ่งในนั้นยังอุ้มเด็ก และตอนนี้เบื้องหน้าของพวกเขาเป็หุบเหว ทำให้ทั้งสองหมดทางหนีจึงหยุดฝีเท้า จ้าวเยี่ยหยางเองก็ใช้วิชาตัวเบาเร่งตามมาจนทันแล้วเช่นกัน
"อย่าเข้ามา ไม่งั้นข้าจะปาดคอเ้าเด็กนี่ทิ้งเสีย" ชายที่อุ้มเจียงอี้หลินอยู่กล่าวขึ้นเพื่อที่จะเอาเด็กน้อยมาเป็ตัวประกัน ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าวิธีนี้อาจใช้ไม่ได้ผล แต่ก็พอจะถ่วงเวลาได้
"ถ้าเ้าแตะต้องเขา ข้าสาบานว่าจะหั่นศพพวกเ้าให้เป็หมื่นๆ ชิ้น!"
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด มองโจรทั้งสองอย่างคลั่งแค้น ยิ่งยามที่ได้เห็นาแของเจียงอี้หลิน เขาก็ยิ่งปวดใจแทบขาด
"หุบปาก! เ้าวางดาบลงแล้วถอยหลังไปซะ!! เด็กนี่คงเป็บุตรของคนสำคัญสินะ พวกเ้าถึงได้ไล่ล่าพวกข้าเสียเอาเป็เอาตายขนาดนี้ เอ้า ถ้าไม่อยากให้เด็กนี่ตาย ก็ถอยหลังไป!"
รองแม่ทัพหนุ่มลังเลเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่ามีมีดจ่อคอเจียงอี้หลินอยู่ เขาจึงยอมวางดาบลงและค่อย ๆ ก้าวถอยหลังไป แต่แววตายังคงจับจ้องไปที่พวกนั้นไม่วางตาเพื่อหาจังหวะ
ลู่ผิงที่ตามหลังมาติดๆ ก็มาถึงแล้วเช่นกัน โจรทั้งสองผงะเล็กน้อย แต่ก็ยังทำเป็ข่มขวัญเพราะคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า
"อย่าไปฟังมันนะท่านพี่เยี่ยหยาง" เจียงหลินะโห้าม
"หุบปากเสียเ้าเด็กบ้า"
เด็กน้อยถูกตบจนหน้าหันเืกลบปาก จ้าวเยี่ยหยางเมื่อเห็นเช่นนั้นก็สติหลุดทันที เขาคว้าดาบและพุ่งเข้าใส่อีกฝ่าย และด้วยความใชายหนุ่มที่อุ้มเจียงอี้หลินอยู่เบี่ยงตัวหลบ แล้วเผลอเหวี่ยงเด็กน้อยไปทางหน้าผา
ตัวของเจียงอี้หลินลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ และร่วงลงสู่เหวลึกเบื้องล่าง จ้าวเยี่ยหยางไม่แม้แต่จะหยุดคิด เขารีบะโพุ่งตัวลงไปคว้าเด็กน้อย
ลู่ผิงใรีบวิ่งมาดูจ้าวเยี่ยหยางที่ขอบหน้าผา แต่ก็เห็นว่าชายหนุ่มคว้าตัวเด็กน้อยไว้ได้และกำลังใช้ดาบปักลงไปที่หน้าผา ทำให้พวกเขาห้อยต่องแต่งอยู่อย่างนั้น เมื่อชายฉกรรจ์ที่เห็นทางรอดก็รีบสบโอกาสหนีไป แต่ก็ถูกลู่ผิงสังหารทิ้งในชั่วพริบตา หลังจากนั้นองครักษ์หนุ่มจึงเร่งไปหาเถาวัลย์เพื่อช่วยดึงตัวเ้านายขึ้นมา
"อี้เอ๋อร์ เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่ เ้ากอดคอข้าเอาไว้นะ เดี๋ยวข้าจะพาเ้าขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ"
จ้าวเยี่ยหยาง เอาหน้าผากของตัวเองแนบกับหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างปลอบโยน นิ้วมือของเขาที่เสียดสีกับด้ามดาบทำให้ิัถลอกปอกเปิก เืสีแดงสดไหลไปตามร่องนิ้ว จนหยดลงบนแก้มเนียนใสของเด็กน้อย ดวงตาดอกท้อรื้นขึ้นด้วยหยาดน้ำใส ในสมองของคนผู้นี้คิดแต่จะช่วยเขาจนไม่ห่วงชีวิตตัวเองเลยสักนิด
ร่างเล็กจึงซุกหน้าลงกับซอกคอของเขา แม้เจียงอี้หลินกลัวจนตัวสั่น แต่เขาก็กอดคอร่างสูงไว้แน่นและพยักหน้ารับช้า ๆ
จ้าวเยี่ยหยางคว้าจับเถาวัลย์ที่ลู่ผิงโยนลงมา และค่อย ๆ ปีนขึ้นไป ทางด้านลู่ผิงก็ออกแรงดึงช่วยอีกแรง
"ท่านพี่เยี่ยหยาง...."
เด็กน้อยกอดซุกจ้าวเยี่ยหยางแล้วนิ่งเงียบไป จ้าวเยี่ยหยางคิดว่าอีกฝ่ายคงกลัวมากจริง ๆ จึงได้แต่เอ่ยปลอบเสียงนุ่ม แต่ในใจของเขาก็รู้สึกหวาดกลัวมากเช่นกัน
เขามิได้หวาดกลัวความตาย แต่กลัวจะเสียเจียงอี้หลินไปต่อหน้าต่อตา ความฝันอันสุดแสนจะน่ากลัวนั่น ตามมาหลอกหลอนเขาทุกคืน ตัวเขาที่ได้แต่โอบอุ้มร่างอันเย็นไร้ิญญาของอีกฝ่ายโลกแล้วโลกเล่า
เมื่อครู่ ตอนที่ถูกโยนลงจากหน้าผา เจียงอี้หลินคิดว่าตนเองจะตายเสียแล้ว ภาพบางอย่างแวบขึ้นมาในหัว เขารู้สึกเหมือนกับเห็นภาพจ้าวเยี่ยหยางในชุดดำกำลังโอบกอดร่างของเขาแล้วใช้เพลิงทมิฬเผาไหม้ทั้งคู่ไปพร้อม ๆ กัน ใบหน้าของชายหนุ่มก็แลดูโศกเศร้ามาก จนราวกับโลกทั้งใบของเขาได้แตกสลายไปแล้ว
เมื่อปีนขึ้นมาบนขอบหน้าผาได้ จ้าวเยี่ยหยางและลู่ผิงก็กลับมาสมทบกับพวกทหาร ตอนนี้เด็ก ๆ ทุกคนปลอดภัยกันดีแล้ว แม้ว่าตามเนื้อตัว จะมีแผลถลอกปอกเปิกไปบ้าง แต่ก็ถือว่าภารกิจช่วยเด็ก ๆ และกำจัดกลุ่มโจรป่าในคราวนี้ก็สำเร็จลงด้วยดี
ชายหนุ่มพาตัวเจียงอี้หลินกลับมาที่ค่ายทหาร โดยให้คนไปแจ้งข่าวแก่เจียงซูเถียน ว่าเด็กน้อยปลอดภัยดี แล้วจะพากลับไปส่งที่เรือนพรุ่งนี้
หลังจากเด็กน้อยได้รับการปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เขาก็หลับไปเพราะความเหนื่อย จ้าวเยี่ยหยาง ลูบหัวเด็กน้อยและก้มลงจูบที่ขมับอย่างหวงแหน พลันเมื่อสายตาของเขาหันไปเห็นแผลของเจียงอี้หลินแววตาที่อ่อนละมุนก็เปลี่ยนเป็ไอสังหารทันที
คืนนั้นจ้าวเยี่ยหยางและลู่ผิงได้แอบออกไปจากค่ายในยามดึก เขาสวมชุดสีดำเพื่ออำพราง จะได้ไม่มีใครสังเกตเห็น และทั้งสองก็กลับมาอีกครั้งในยามโฉ่ว[1] ปลายดาบของพวกเขาอาบย้อมไปด้วยเื
เมื่อมาถึงกระโจมที่พัก จ้าวเยี่ยหยางรีบจัดการกับชุดที่เปื้อนคราบเืแล้วผลัดเปลี่ยนเป็ชุดคลุมตัวบางสีดำที่เขาเอาไว้สวมใส่ยามนอน ก่อนจะค่อย ๆ เดินมายังตั่งเตียง ที่มีเด็กน้อยเจียงอี้หลินหลับปุ๋ยอยู่ เขาก้มลงจูบซับหน้าผากมนอีกครั้ง แล้วค่อยขยับขึ้นไปนอนข้าง ๆ ใช้แขนค้ำยันศีรษะ นอนตะแคงมองเจียงอี้หลินอย่างรักใคร่
ไอสังหารเมื่อครู่ ยามนี้ได้จางหายไปจนสิ้นแล้ว หัวใจของเขากลับมาเต้นสงบอีกครั้ง แต่แล้วจู่ ๆ เ้าหนูน้อยนี่ก็ดันขยับพลิกตัวแล้วพยายามจะซุกเอามาในอ้อมอกของเขาเพื่อหาไออุ่น ฉับพลัน หัวใจของรองแม่ทัพหนุ่มก็กระหน่ำเต้นโครมครามขึ้นมาอีกครั้ง
แม้จ้าวเยี่ยหยางจะไม่ใช่พวกงมงายที่เชื่อในเื่ของชาติก่อน หรือการเกิดใหม่ แต่ตัวเขากลับรู้สึกได้ว่าตนนั้นมีความผูกพันกับเจียงอี้หลินผู้นี้มาเป็พัน ๆ ปีแล้ว
'แม้ชาติก่อนจะมิอาจเคียงคู่ แต่ชาตินี้ข้าจะขออยู่เคียงข้างเ้าตลอดไป เพราะงั้น...เ้ารีบๆ โตสักทีเถอะ'
.
.
จบตอน.
เชิงอรรถ
[1] ยามโฉ่ว คือั้แ่ 01:00-02:59 น.