ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 149 เรือขจัดซากศพ เตรียมเข้าสู่ทะเลสาบชั้นนอก

    ตั้งแต่ผมติดตามอาจารย์มาผมได้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยความพิสดารเหลือเชื่อ 

            จนถึงตอนนี้สิ่งที่ผมพบเจอล้วนแฝงไปด้วยกลิ่นอายของความลี้ลับและอาถรรพ์

            ปีศาจที่ไม่ใช่ปีศาจ ซ้ำยังเป็นคนขับรถวิญญาณของฌาปนสถาน

            นักเชิดศพที่ไม่ใช่มนุษย์แท้จริงคือภูตหนูเฒ่าที่บำเพ็ญจนกลายเป็นตัวตนที่มีอิทธิฤทธิ์

            เมื่อเห็นกลุ่มศพออกจากท่าเรือไปจนลับสายตาความรู้สึกภายในใจของผมก็ค่อยๆ สงบลง

            ผมจุดบุหรี่สูบมวนหนึ่งเพื่อข่มความตกใจที่ยังหลงเหลืออยู่

            อาจารย์เอ่ยขึ้นต่อว่า “แม้เจ้านั่นจะไม่ได้เลวร้ายอะไรแต่ก็อย่าไปใกล้ชิดนัก”

            “เรื่องนี้ผมเข้าใจดีครับ” ผมพยักหน้ารับคำทันที

            อาจารย์ดับบุหรี่ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ หลับตาพักผ่อนเล็กน้อย

            ดูจากท่าทางแล้ว การลงไปในน้ำเมื่อครู่นั้นน่าจะใช้พลังไปไม่น้อยตอนนี้เขาจึงต้องการพักสักครู่

            ส่วนจั่วต้าเหนียน ซุนโหย่ว และหวังเหมิ่งยังคงยืนอยู่ห่างออกไปหันหลังให้พวกเราโดยไม่กล้าแม้แต่จะลืมตา

            ผ่านไปประมาณสี่ถึงห้านาที ผมไม่ได้ยินเสียงกระดิ่งแล้ว 

            ท่านฮุยที่ยืนอยู่ริมถนนด้านนอกตะโกนมาทางเราที่อยู่บนท่าเรือว่า “ซ่งซือโถว รถไม่พอใส่แล้ว ฉันกลับก่อนนะ!”

            อาจารย์ยังคงไม่ลืมตา เพียงแต่สั่งผมว่า “บอกเขาให้มาพรุ่งนี้เช้าอีกที”

            ผมพยักหน้า แล้วตะโกนตอบกลับไป “ท่านฮุยพรุ่งนี้เช้าค่อบมาอีกที!”

            ท่านฮุยได้ยินก็พยักหน้า “ไม่มีปัญหา!”

            พูดจบคนขับรถวิญญาณผู้เป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญวิชาเชิดศพและยังเป็นปีศาจหนูตัวหนึ่งก็ขึ้นรถวิญญาณแล้วขับกลับไปยังฌาปนสถาน

            เมื่อรถวิญญาณเคลื่อนหายไปจากสายตาผมถึงหันไปบอกให้จั่วต้าเหนียนกับพวกหันกลับมาได้

            แม้จะไม่ได้เห็นเต็มตา แต่พวกเขาก็พอได้ยินเสียงอยู่บ้าง

            ตอนกลับมาเห็นว่าศพทั้งหมดถูกจัดการเรียบร้อยก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรเพิ่มเติม

            ในใจน่าจะโล่งใจและยินดีเป็นอย่างมาก

            หลังจากกล่าวชมไม่ขาดปากสักพัก จั่วต้าเหนียนก็เอ่ยขึ้น “อาจารย์เสี่ยวเจียง แล้วต่อไปอาจารย์ซ่งจะจัดการอย่างไรต่อครับ”

            ผมตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พักสักหน่อยรอให้อาจารย์ฟื้นพลังก่อน แล้วค่อยลงเรือไปตรวจดูกลางทะเลสาบอีกที”

            พอจั่วต้าเหนียนกับพวกได้ยินว่าจะต้องลงเรือไปกลางทะเลสาบสีหน้าก็เริ่มเปลี่ยน

            ในฐานะผู้ดูแลแหล่งท่องเที่ยวพวกเขารู้ดีว่ากลางทะเลสาบนั้นอันตรายเพียงใด

            จั่วต้าเหนียนรีบกล่าวออกมาทันที “กลางทะเลสาบอันตรายมากนะครับ!นักท่องเที่ยวหลายคนเรือพลิกคว่ำกันตรงนั้น!”

            “ใช่ๆ ตรงนั้นน่ะถือว่าเป็นทะเลสาบชั้นนอก[1]แล้วในน้ำมักจะมีน้ำวนหรือคลื่นใหญ่ปรากฏขึ้นอย่างไร้เหตุผล ถ้าพวกคุณจะไปต้องเตรียมการให้รอบคอบที่สุดนะครับ มันอยู่ไกลจากชายฝั่ง ถ้าตกลงไปจะลำบากมาก” ซุนโหย่วรีบพูดเตือนเสริมทันที

            หวังเหมิ่งเองก็พยักหน้าอย่างแรง

            แต่เพราะมีอาจารย์อยู่ ผมจึงไม่กังวลนัก เพียงส่ายหน้าตอบว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับเราทำงานสายนี้อยู่แล้ว พวกคุณช่วยเตรียมเรือลำใหญ่ๆ ให้พวกเราก็พอ”

            จั่วต้าเหนียนได้ยินดังนั้นก็รีบสั่งหวังเหมิ่งทันที “หัวหน้าหวัง ไปที่ห้องควบคุม เอากุญแจเรือขจัดซากหมายเลขหนึ่งมาซะ”

            “ครับ ประธานจั่ว!”

            หวังเหมิ่งตอบรับแล้วรีบวิ่งไปทางห้องควบคุม

            อาจารย์ยังคงนิ่งเงียบ พักผ่อนอยู่บนเก้าอี้

            ส่วนผมพูดคุยกับพวกจั่วต้าเหนียนครู่หนึ่งระหว่างรอหวังเหมิ่ง

            เรือหมายเลขหนึ่งเป็นเรือมอเตอร์ พวกเขาจึงสอนผมใช้งานเบื้องต้น

            ไม่นาน หวังเหมิ่งก็กลับมาพร้อมกุญแจ แล้วชี้ไปทางหนึ่ง “เรือจอดอยู่อีกท่า เพราะเป็นเรือขจัดซาก ปกติจะจอดไว้ที่ท่าเล็กด้านโน้น”

            ผมมองไปไกล เห็นเงาเรืออยู่ลิบๆ

            ลำเรือกว้างพอสมควรคิดว่าใช้ขนย้ายศพที่เหลืออีกห้าร่างไม่น่ามีปัญหาอะไร

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

            อาจารย์ลืมตา ยืดเส้นยืดสายเบาๆ แล้วมองนาฬิกาบนข้อมือ

            “ได้เวลาแล้ว เสี่ยวเจียง! เอาเครื่องมือทั้งหมดไปด้วย เราไปขึ้นเรือกัน”

            “ครับ!”

            ผมรีบหยิบกระเป๋าเครื่องมือขึ้นมา

            จั่วต้าเหนียนกับพวกพาเรามุ่งหน้าไปยังท่าเรือของเรือขจัดซาก

            ทะเลสาบหนานเทียนมีขนาดใหญ่มากโดยแบ่งออกเป็นทะเลสาบด้านในกับทะเลสาบด้านนอก

            รูปทรงโดยรวมเหมือนกับผลน้ำเต้า

            ท่าเรือที่พวกเราอยู่เมื่อครู่คือบริเวณทะเลสาบด้านใน ซึ่งก็คือส่วนบนของผลน้ำเต้า ส่วนทะเลสาบด้านนอกคือส่วนล่างของผล

            ตอนนี้เราเก็บกู้ศพในทะเลสาบด้านในเรียบร้อยแล้วขั้นต่อไปก็ต้องไปที่ทะเลสาบด้านนอก

            ผิวน้ำของทะเลสาบด้านนอกกว้างประมาณสามถึงสี่ร้อยเมตร

            ใต้ทะเลสาบด้านนอกนั้นเชื่อมต่อกับแม่น้ำที่ชื่อว่า หนานเทียน

            แม้แม่น้ำหนานเทียนเป็นเพียงสาขาหนึ่งของแยงซีเกียงแต่กระแสน้ำกลับเชี่ยวไม่น้อยเลย

            สายน้ำไหลเข้าสู่ทะเลสาบหนานเทียนอย่างต่อเนื่องทำให้มีสิ่งสกปรกหลากหลายไหลมาตามน้ำ

            และเนื่องจากจุดเข้าออกของน้ำเป็นทางไหลธรรมชาติจึงไม่สามารถสร้างเครื่องกั้นได้ ทำได้เพียงใช้เรือขจัดซากหลายลำมาช่วยกันรักษาความสะอาดของผิวน้ำทะเลสาบหนานเทียน 

            ท่าเรือของเรือขจัดซากจึงตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างทะเลสาบด้านในกับด้านนอก

            ไม่นานพวกเราก็เดินมาถึงบริเวณด้านนอกของท่าเรือเรือขจัดซาก

            แค่เดินตามถนนลาดเอียงตรงหน้าไปก็จะเห็นท่าเรือขจัดซากอยู่เบื้องล่าง

            จั่วต้าเหนียนกำลังจะนำพวกเราลงไปข้างล่าง แต่จู่ๆ ก็ถูกอาจารย์ยกมือขึ้นกันเอาไว้

            “รอนี่ก่อน เสี่ยวเจียง นายไปดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”

            คำพูดของอาจารย์ที่โพล่งขึ้นมานั้นทำให้พวกเราหลายคนชะงักงัน

            แต่เมื่อได้ยินเช่นนี้ ความรู้สึกระแวงก็ผุดขึ้นในใจผมทันที

            ผมพยักหน้ารับคำ “รับทราบครับ!”

            พูดจบ ก็เดินลงไปยังท่าเรือเรือขจัดซากเพียงลำพัง

            ผมเดินลงไปตามถนนเล็กหน้าท่าเรือขจัดซากได้ไม่กี่ก้าวก็สัมผัสได้ถึงพลังอาฆาตที่แผ่ออกมาเป็นระลอก

            หัวใจผมกระตุกวูบ ต้องมีสิ่งไม่บริสุทธิ์อยู่ข้างหน้าแน่

            ไม่แปลกเลยที่อาจารย์ไม่ให้จั่วต้าเหนียนกับพวกเดินนำลงมาก่อน

            แต่ผมไม่ได้หวาดกลัวอะไร รีบชักกระบี่กระดูกปลาออกมาเตรียมพร้อม

            แต่ผมก็ไม่ประมาท เดินช้าๆ อย่างระแวดระวัง

            เมื่อเดินลึกเข้าไป ทัศนวิสัยเริ่มเปิดกว้าง ต้นไม้ที่บังสายตาค่อยๆหายไป

            ในที่สุดผมก็มองเห็นท่าเรือขจัดซากได้ชัดเจน

            ริมท่าเรือมีเรือขจัดซากจอดอยู่ทั้งหมดหกลำ มีทั้งลำใหญ่ลำเล็ก

            ผมเห็นเงาสีดำสนิทสองร่างยืนอยู่บนเรือสองลำ

            พวกมันยืนนิ่งไม่ขยับ มองตรงมาทางผม ชุดที่สวมเป็นสีดำสนิทและมีไอดำคละคลุ้งลอยออกมาจากทั่วทั้งร่าง

            ผมหรี่ตาแล้วเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อย

            พอเดินเข้าใกล้ท่าเรือ เงาดำทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน เผยให้เห็นใบหน้าขาวซีดกับดวงตาสีขาวโพลนที่จ้องมาทางผมอย่างจงใจ

            หัวใจผมกระตุกวูบ

            วิญญาณอาฆาตสองตน!

            เมื่อหนึ่งในนั้นเห็นผมก็พูดขึ้นด้วยเสียงแหบพร่า ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ “จะขึ้นเรือไหม ไม่แพง ยี่สิบเอ็ดหยวนต่อคน!”

            ยังไม่ทันขาดคำ วิญญาณอาฆาตอีกตนที่อยู่บนเรือข้างๆ ก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน “ไม่แพง สิบห้าหยวนต่อคน!”

            เชรดแม่ม! พวกมันเล่นต่อราคาค่าเรือกันเนี่ยนะ

            แต่นี่มันไม่ใช่เรือขจัดซากเหรอ แล้วทำไมถึงมาขนคนล่ะ!

            ผมคิดในใจ ไม่ได้ทำอะไรบุ่มบ่าม เพียงแค่จ้องพวกมันแล้วค่อยๆ ถอยหลังอย่างระมัดระวัง

            อาจารย์ให้ผมลงมาดู ไม่ได้ให้ผมลงมือ

            เมื่อผมถอยออกมาได้ระยะหนึ่ง วิญญาณอาฆาตทั้งสองบนเรือก็ลดศีรษะลงกลับไปอยู่ในท่าเดิมราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น

            ผมรีบถอยกลับขึ้นมาด้านบน มายังที่ที่อาจารย์กับคนอื่นรออยู่

            “เกิดอะไรขึ้น” อาจารย์เอ่ยถาม

            ผมไม่อ้อมค้อม ตอบกลับไปทันที “อาจารย์บนเรือขจัดซากสองลำมีวิญญาณอาฆาตอยู่สองตน...”


             


    [1] ทะเลสาบชั้นนอก ทะเลสาบแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือแบบปิดกับแบบเปิด(แบบเปิดจะมีส่วนที่เชื่อมกับแม่น้ำหรือทะเล)ซึ่งทะเลสาบชั้นนอกจะใช้กับทะเลสาบแบบเปิด หมายถึงบริเวณที่เชื่อมกับแหล่งน้ำอื่นๆ 

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน