ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 116 นี่คือวิธีของคนฉลาด

    บทที่ 116 นี่คือวิธีของคนฉลาด!


       ‘หืม? ดูเหมือนมันจะไม่ได้ต่อยมั่วๆ’ จังหวะนั้นสายฝนพลันสังเกตเห็นบางอย่าง พีเคเหมือนกับว่าจะไปเรียนศิลปะการต่อสู้มาเพื่อสู้กับเขา ในอดีตสายฝนไม่ได้สังเกตเห็นเพราะเขาไม่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้และยังไม่สามารถใช้สัมผัสรับรู้ได้แต่ว่าตอนนี้ไม่เหมือนก่อน เวลานี้สายฝนฝึกศิลปะการต่อสู้สิ้นแสงจันทราแล้วและเขาก็สามารถใช้สัมผัสรับรู้อันแข็งแกร่งได้อีกด้วย ดังนั้นเขาจึงพอรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้ศิลปะการต่อสู้อยู่


       “เฮอะ! คิดว่านายฝึกศิลปะการต่อสู้แล้วจะแข็งแกร่งกว่าฉันเหรอ?” สายฝนกล่าวพลางหลบการโจมตีจากพีเค การหลบของเขาแทบไม่ได้ออกแรงอะไรมากมายเลย ในสายตาสายฝนเวลานี้พีเคก็เป็นมดปลวกที่เขาจะฆ่าตอนไหนก็ได้ ฝ่ายนั้นฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ถูกคิดค้นโดยมนุษย์ ส่วนเขาฝึกศิลปะการต่อสู้ที่ถูกคิดค้นโดยสิ่งมีชีวิตลึกลับจากยุคบรรพกาล ความห่างชั้นมันเห็นกันได้อย่างชัดเจน!


       หวึด! เพราะสายฝนหลบสำเร็จหมัดพีเคจึงต่อยโดนอากาศว่างเปล่า มันไม่สามารถหยุดหมัดได้แม้จะรู้ว่าตัวเองโจมตีพลาดแล้วก็ตาม เห็นฝ่ายตรงข้ามโจมตีพลาดสายฝนก็โจมตีสวนกลับทันที เขาใช้เท้าเตะเข้าไปกลางอกพีเคอย่างแรง ด้วยแรงเตะสายฝนร่างพีเคก็ถอยหลังไปเล็กน้อย


       “อ๊ากกก บัดซบ! ไอ้สายฝนแกทำให้ฉันเจ็บ!” ในตอนที่สายฝนเป็นคนธรรมดาแรงเขาก็ใช่ว่าจะน้อย แรงเขาถือว่ามีเยอะพอสมควร ไม่แปลกที่พีเคซึ่งโดนการโจมตีของสายฝนไปจะรู้สึกเจ็บปวด พีเคมองสายฝนที่มีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าด้วยความรู้สึกโกรธแค้น 


       “ฉันทำให้นายบาดเจ็บแล้วทำไม? ก็นายกากเองนี่ ไม่ใช่ว่าคนกากๆก็ต้องโดนคนเทพๆอย่างฉันจัดการงั้นหรือ? มันเป็นเรื่องธรรมดาหนิ” สายฝนส่งสายตาดูถูกไปยังพีเคก่อนกล่าวขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ได้ฟังคำกล่าวสายฝนพีเคก็อยากเข้าไปต่อยหน้าเขาสักหมัดสองหมัด นอกจากจะดูถูกคนอื่นเก่งแล้วยังยกย่องตัวเองเก่งอีกด้วย ชายคนนี้ไม่รู้สึกอายบ้างเลยรึไง?


       เห็นท่าทางอีกฝ่ายสายฝนก็พอจะรู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ อย่างไรก็ตามสายฝนไม่สนใจว่าฝั่งนั้นจะคิดกับเขายังไง ตั้งนานแล้วเขาไม่เคยสนใจว่าใครจะคิดกับเขายังไง สายฝนลงจากโต๊ะจากนั้นก็เดินเข้าหาพวกพีเคด้วยท่าทางสบายๆ ในสายตาพีเคสายฝนนั้นไม่มีความระมัดระมัดระวังแม้เพียงนิด มันเลยตั้งใจว่าจะใช้โอกาสตอนที่สายฝนประมาทจัดการเขาซะ


       “มาเริ่มกันเถอะ ฉันไม่อยากเสียเวลาชีวิตอันแสนมีค่าของฉันไป” สายฝนกล่าวขึ้น ไม่รอให้พีเคได้ทำอะไร สายฝนก็พุ่งไปยังเบื้องหน้าพีเค ความเร็วที่เขาใช้นั้นเป็นความเร็วสูงสุดเท่าที่ตัวเขาระดับศูนย์จะมีได้ การดึงความเร็วทั้งหมดออกมาใช้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับสายฝนในตอนนี้ เขาเคยเป็นระดับหนึ่งมาก่อน การดึงความเร็วสูงสุดระดับหนึ่งออกมาใช้นั้นยากกว่าการดึงความเร็วสูงสุดระดับศูนย์มากแต่เขาก็ทำมันได้


       ‘เร็วมาก!’ พวกพีเคลอบตกตะลึง พวกมันไม่คิดมาก่อนว่าสายฝนจะมีความเร็วที่มากขนาดนี้ ความเร็วฝ่ายตรงข้ามเหนือกว่าที่พวกมันคิด!


       ด้วยความเร็วสูงสุดระดับศูนย์ของสายฝน เขาจึงสามารถมาถึงด้านหน้าพีเคได้ภายในไม่นาน หมัดขวาถูกต่อยออกไปโดยใช้สุดแรง


       “สายฝนแกอย่าอวดดีให้มันมากนัก!” พีเคกล่าวขึ้นพลางตั้งท่าป้องกัน ศิลปะการต่อสู้ที่มันเรียนรู้นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ซึ่งถูกส่งต่อกันมาหลายต่อหลายรุ่นภายในตระกูลของมัน พีเคเชื่อว่าศิลปะการต่อสู้ของมันย่อมต้องไม่มีทางแพ้ศิลปะการต่อสู้ของสายฝนแน่


       “อวดดี? ฉันจะแสดงให้แกเห็นเองว่าใครกันแน่ที่อวดดี!” เวลานั้นพลันเกิดเรื่องน่าเหลือเชื่อขึ้น พีเคไม่อาจป้องกันการโจมตีจากสายฝนได้ ร่างกายมันถอยหลังไปไกลเนื่องจากความรุนแรงการโจมตีของสายฝน หากเปิดเสื้อพีเคขึ้นจะพบทันทีว่ากลางอกซึ่งเป็นจุดที่สายฝนโจมตีใส่นั้นชํ้าเรียบร้อยแล้ว


       หากเทียบกับอดีตเมื่อหลายปีก่อนสายฝนในปัจจุบันแข็งแกร่งกว่าสายฝนอดีตมากมายหลายเท่า เมื่อก่อนเขาไม่สามารถดึงพละกำลังสูงสุดระดับศูนย์ออกมาได้แต่ตอนนี้เขาทำได้ เพียงแค่เรื่องนี้มันก็ทำให้เห็นแล้วว่าเขาแข็งแกร่งกว่าก่อนแค่ไหน


       “ลูกพี่!” เห็นลูกพี่โดนศัตรูต่อยจนถอยหลัง ชายทั้งห้าซึ่งเป็นลูกน้องพลันตะโกนขึ้นด้วยความกังวล สายฝนไม่สนใจเสียงพวกนั้น เขาพุ่งเข้าหาพีเคพร้อมปล่อยหมัดใส่มันอีกครั้ง อีกฝ่ายเป็นศัตรู เขาไม่มีความรู้สึกสงสารหรืออะไรทั้งนั้น ใครที่กล้าเป็นศัตรูกับเขา สายฝนจะทำให้พวกมันต้องเจ็บปวดทรมานที่สุด


       ตุบ! ตับ! ตูบ!


       สายฝนรัวหมัดโจมตีไม่หยุด พีเคไม่สามารถป้องกันการโจมตีของเขาได้เลยสักครั้ง เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ มันคงไม่ปกติหากพีเคซึ่งฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของมนุษย์สามารถป้องกันการโจมตีของสายฝนซึ่งฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตลึกลับได้ ระยะห่างความทรงพลังของศิลปะการต่อสู้ทั้งสองกว้างใหญ่มาก ถ้าพีเคอยากจะชนะสายฝนมันก็คงต้องกลายเป็นระดับหนึ่งเสียก่อน


       “ฉันไม่คิดว่าแกจะหนังเหนียวขนาดนี้นะเนี่ย?” กล่าวจบสายฝนก็ยกเท้าเตะพีเคซึ่งตอนนี้มีสภาพไม่น่าดูกระเด็นไปชนกับโต๊ะเก้าอี้ พีเคร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อร่างกระแทกกับสิ่งของ ไม่คาดคิดว่าจู่ๆสายฝนจะยกเท้าเตะตัวมันกะทันหัน


       “ตอนนี้นายเห็นรึยังล่ะว่าใครกันแน่ที่อวดดี?” สายฝนยิ้มเล็กน้อย พีเคซึ่งเห็นแบบนั้นก็หัวเสียยิ่งกว่าเดิม ชายคนนี้แข็งแกร่งขนาดนี้ต้องแต่เมื่อไหร่กัน? เขาไปฝึกฝนศิลปะการต่อสู้อะไรมากันแน่? มวยไทย? คาราเต้? เทควันโด?


       “ลูกพี่เป็นอะไรมั้ยครับ?” ลูกน้องคนหนึ่งรีบเข้าไปถามพีเค เพียะ ฉับพลันพีเคตบหน้าลูกน้องคนนั้นก่อนกล่าวขึ้นว่า “ไอ้บัดซบเอ้ย! แกเห็นมั้ยว่าฉันมีสภาพเป็นยังไง? แกโง่รึเปล่าถึงถามแบบนี้?” หันไปมองลูกร้องคนอื่นจากนั้นก็พูดต่อ “พวกแกก็ยืนโง่อยู่ได้ รีบๆไปจัดการไอ้สายฝนซะ!”


       “แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะครับลูกพี่?” ลูกน้องคนหนึ่งถาม


       พีเคสบถคำหยาบออกมาทันที “พวกแกควรไปเพิ่มความฉลาดของตัวเองสักหน่อยนะ ก็เห็นๆอยู่ว่าไอ้สายฝนมันไม่สนใจสักนิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นอะไร ไม่ต้องไปสนนังนี่ รีบไปจัดการไอ้สายฝนเร็วๆ” พวกน้องไม่กล้าขัดคำสั่งพีเค อย่างรวดเร็วพวกมันเคลื่อนไหวไปโจมตีสายฝน


       “นายไม่รู้สึกอายบ้างเลยรึไงที่ให้เจ้าพวกนี้รุมโจมตีฉัน?” สายฝนถามพลางแสร้งทำเป็นรู้สึกกังวล เวลาเดียวกันก็อดคิดบางอย่างในใจไม่ได้ ‘ผู้ชายคนนี้หน้าด้านจริงๆ สู้ฉันไม่ได้ก็เรียกพวกมารุมโจมตีฉัน’ สิ่งที่สายฝนลืมคิดไปคือตัวเขาเองก็เคยทำแบบเดียวกันกับพีเค


       “เฮอะ! นี่คือวิธีการของคนฉลาด” ท่าทางสายฝนทำให้พีเคได้ใจ มันเอ่ยพลางมองสายฝนด้วยสายตาที่ใช้มองคนโง่


    ---


    คล้ายกับเรื่องประตูเส้นทางโบราณ ที่คุณอ่าน