ตอนที่ 34: อ้อนวอนของสุนัขข้างถนน
เรียวขาของผมถูกกอดรัดเอาไว้แ่าด้วยเรียวมือและแขนที่เคยเรียบลื่นนุ่มนวลซึ่งครั้งหนึ่งผมเคยทนุถนอมประคับประคองเป็อย่างดี ทว่าบัดนี้กลับสั่นสะท้านระรัวและเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนช้ำแดงปนคราบเืแห้งกรังของเยว่เยว่ที่สะอึกสะอื้นจนตัวโยนด้วยความสยดสยอง อดีตดาวคณะคนงามผู้เคยเย่อหยิ่ง ทะนงตน และเห็นแก่เงินตราซึ่งครั้งหนึ่งเคยมองผมเป็เพียงเศษขยะข้างถนนที่ไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้ และตัดสินใจทอดทิ้งผมไปอย่างไม่ใยดีเพื่อแต่งงานเสวยสุขกับหลี่เทียนห้าวคนรวยจอมปลอม
บัดนี้เยว่เยว่กลับมีสภาพใบหน้าบวมช้ำ ปากฉีกเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา คราบเหงื่อไคล และฝุ่นดินสกปรกจากพื้นคอนกรีต ไร้ซึ่งความหยิ่งยโสหรือความสง่างามใดๆ หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อยในเวลานี้ ยิ่งเมื่อเธอนอนหมอบกราบแทบเท้าของผมท่ามกลางความหรูหราของลานจอดรถคฤหาสน์เซียวและรถสปอร์ตพอร์ชป้ายแดงคันใหม่ของผม มันช่างเป็ภาพที่ตัดกันอย่างสุดขั้วและน่าสมเพชถึงขีดสุด ในหัวสมองของเยว่เยว่เวลานี้พลันหวนคิดถึงวันวานที่เธอเคยด่าทอผมไล่ผมไปให้พ้นหน้าขณะที่ผมพยายามก้มหน้าทำงานส่งอาหารหาเงินซื้อของขวัญราคาถูกให้เธอ วันนี้์เบื้องบนได้ลงทัณฑ์เธออย่างสาสมด้วยการผลักเธอลงสู่ขุมนรกและชูผมขึ้นสู่จุดสูงสุดที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึงอีกต่อไป
"เย่เฉิน... ฮึก... ฉันขอโทษ... ฉันผิดไปแล้วจริงๆ... ฉันรู้แล้วว่านายคือคนที่ดีกับฉันที่สุดในชีวิต... ฮือออ..." เสียงคร่ำครวญสะอึกสะอื้นดังไม่ขาดสายปนกราบกรานสั่นสะท้านสะท้อนบรรยากาศเงียบสงัดรอบตัวในลานจอดรถหรูอย่างเวทนา
ผมจ้องมองเธอลงมาจากมุมสูงด้วยสายตาที่เฉยชา ไร้อารมณ์ความรู้สึก และไร้ซึ่งเยื่อใยเสน่หาเดิมๆ อย่างสิ้นเชิง สำหรับผมแล้ว ผู้หญิงคนนี้ได้ตายไปจากชีวิตของผมั้แ่วันที่เธอตัดสินใจโยกย้ายตัวเองไปอยู่บนเตียงของคนอื่นเพื่อเศษเงินและอำนาจจอมปลอมแล้ว สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในเวลานี้มีเพียงความสมเพชในความเขลาและวิบากกรรมที่เธอกำลังก้มหน้ารับชดใช้อย่างสาสมกับความหักหลังทรยศของเธอ
"หลี่เทียนห้าวไปไหนเสียล่ะครับ? ทำไมถึงปล่อยให้คุณหนูเยว่เยว่ผู้สูงส่งปานนางฟ้าบน์ต้องซมซานมานอนหมอบกราบแทบเท้าอดีตไรเดอร์ส่งอาหารธรรมดาๆ อย่างผมแบบนี้ล่ะครับ" ผมเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบเย็นแต่เชือดเฉือนลึกซึ้งแทงใจดำของเธอจนร่างบางสะดุ้งตัวโยนด้วยความอับอาย
เยว่เยว่กอดขาของผมแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าผมจะเตะสะบัดเธอทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย "หมอนั่น... หมอนั่นหมดตัวล้มละลายแล้วค่ะเย่เฉิน! มันถูกพวกนายทุนในกาสิโนใต้ดินของพวกแก๊งัทมิฬต้มตุ๋นเล่นงานจนสูญเสียทรัพย์สินตระกูลไปจนหมดสิ้น... พอไม่มีเงินจ่ายหนี้สินกว่ายี่สิบล้านหยวน พวกมาเฟียแก๊งัทมิฬก็บุกไปทุบตีมันจนพิการหักแขนหักขาต่อหน้าต่อตาฉันในซอยเปลี่ยว พวกมันใช้ไม้กอล์ฟเหล็กทุบสะบ้าหัวเข่าของหลี่เทียนห้าวจนแตกละเอียด เสียงกระดูกหักดังสะท้านทำให้ฉันกลัวจนแทบเสียสติ และสิ่งที่ชั่วร้ายที่สุดคือไอ้หลี่เทียนห้าวผัวสารเลวนั่นมันกลับชี้นิ้วมาที่ฉันและบอกกับหัวหน้ามาเฟียว่า 'เอาเมียผมไปแทนเถอะ! ยัยนี่เป็ถึงดาวคณะและอดีตสาวงาม เธอมีค่าตัวไม่ต่ำกว่าห้าล้านหยวนแน่ๆ เอาเธอไปบำเรอรับใช้พวกพี่น้องในแก๊งเลย แต่อย่าฆ่าผม!' จากนั้นหัวหน้าแก๊งัทมิฬสั่งการให้สมุนลากตัวฉันไปกักขังเพื่อบังคับทำงานบำเรอรับใช้พวกมันในคลับมืดใต้ดินเพื่อชดใช้หนี้สินแทน... ฉันเพิ่งอาศัยจังหวะชุลมุนทุบกระจกหน้าต่างห้องเก็บตัวปีนหนีเอาชีวิตรอดคลานออกมาอย่างสะบักสะบอม ถ้าพวกมันตามตัวฉันเจอ... ฉันต้องโดนซ้อมและรุมโทรมจนตายแน่ๆ ค่ะเย่เฉิน... ช่วยฉันด้วยนะ... ฮือออ..."
ในขณะที่เยว่เยว่กำลังร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญซบหน้าอยู่กับรองเท้าหนังราคาแพงระยับของผม ทันใดนั้น ประตูสลักทางเชื่อมของคฤหาสน์ตระกูลเซียวก็เปิดออกช้าๆ ร่างระหงสองร่างของเซียวรั่วเสวี่ยคุณหนูใหญ่และหลินซื่ออวี่แพทย์หญิงอัจฉริยะที่แต่งกายด้วยชุดหรูสง่างามเดินตามหลังผมมาเพื่อส่งผมทำภารกิจ ทว่าเมื่อพวกเธอเห็นภาพหญิงสาวสภาพน่าสมเพชไร้ราคีกอดรัดเรียวขาของผมอยู่ ต่างฝ่ายต่างหยุดชะงักและกอดอกจ้องมองลงมาด้วยแววตาและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดูแคลนหยามเหยียดชนชั้นอย่างลึกซึ้งที่สุด
"นี่ใครกันเหรอคะเย่เฉิน? สภาพยังกับสุนัขจรจัดข้างถนนไม่มีผิดเลยค่ะ เนื้อตัวเหม็นคาวฝุ่นละอองจนน่ารังเกียจจริงๆ ไม่คู่ควรจะมาเข้าใกล้ชายหนุ่มผู้ทรงเกียรติอย่างนายเลยสักนิด" เซียวรั่วเสวี่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงเสน่ห์แต่เย็นเฉียบสะกดข่มฐานะ แววตาของคุณหนูใหญ่ผู้มั่งคั่งจ้องมองเยว่เยว่ประดุจมองสิ่งปฏิกูลไร้ค่า
หลินซื่ออวี่คลี่ยิ้มเหยียดเยาะ แววตาแพทย์หญิงฉายความสะใจปนสมเพชอย่างไม่คิดปิดบัง "อ้อ... ฉันจำได้แล้วค่ะรั่วเสวี่ย ผู้หญิงคนนี้คือเยว่เยว่ อดีตแฟนเก่าของเย่เฉินที่ทอดทิ้งเขาไปหาเงินทอนของหลี่เทียนห้าวไงคะ เห็นว่าไปแต่งงานเสวยสุขบนกองเงินกองทองของตระกูลหลี่นี่นา ไฉนบัดนี้ถึงได้ซมซานมานอนหมอบกราบขอส่วนบุญแทบเท้าผู้ชายที่เธอเคยทิ้งไปแบบนี้ล่ะ? ช่างไร้ยางอายและต่ำต้อยสมกับความคิดตื้นๆ ของเธอในอดีตจริงๆ ตอนนี้เย่เฉินของพวกเรามีมูลค่าหุ้นในตระกูลเซียวกว่าสองพันล้านหยวน และเป็ผู้มีพระคุณที่รักษาชีวิตของคุณปู่เซียวไว้ หลี่เทียนห้าวของเธอยังเทียบปลายก้อยของเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
คำพูดเสียดสีเชือดเฉือนของสองสตรีผู้สูงส่งระดับยอดพีระมิดสังคมประดุจหิมะขาวบริสุทธิ์ ตอกย้ำเปรียบเทียบกับสภาพกะรุ่งกระริ่งช้ำเืของเยว่เยว่ทำเอาเธอรู้สึกเจ็บแสบระคนอับอายขายหน้าจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปให้พ้นๆ เธอไม่มีสิทธิ์หรือหน้าตาใดๆ จะไปโต้เถียงพวกเธอได้เลยในเวลานี้ สิ่งที่ทำได้มีเพียงยอมก้มกราบชดใช้กรรมด้วยความขลาดเขลาของตัวเองที่เคยมองคนด้วยเปลือกนอก
"เย่เฉิน... ฉันเสียใจจริงๆ... ฉันยอมรับผิดหมดแล้ว... ขอแค่ช่วยชีวิตฉันไว้... ฉันยอมเป็สุนัขรับใช้ข้างตัวนาย ยอมทำทุกอย่างตามที่สั่ง ยอมให้ร่างกายของฉันรับใช้นายชดใช้หนี้กรรมทั้งหมดเลย... จะตบตีหรือใช้งานฉันอย่างไรก็ได้ ขอร้องละนะ..." เธอร้องคร่ำครวญสะอื้นอย่างละทิ้งศักดิ์ศรีและความเป็คนไปจนหมดสิ้นเพื่อรักษาชีวิตอันมีค่าของตัวเองไว้
ผมจ้องมองแผ่นหลังที่สั่นเทิ้มของเธอ ั์ตาสีทองฉายประกายคิดอ่านแผนการอันแยบยลช้าๆ ในเมื่อแก๊งัทมิฬเป็คนบงการปล้นของโบราณห้าร้อยล้านหยวนของตระกูลเซียวไป และพวกมันกำลังตามล่าตัวเยว่เยว่เพื่อเอาไปขายใช้หนี้ การใช้เยว่เยว่เป็หุ่นเชิดสะพานผ่านเพื่อลอบแฝงตัวเข้าสู่รังลับใต้ดินของพวกมันโดยไม่มีใครสงสัย น่าจะเป็กลยุทธ์ที่แยบยลและสมบูรณ์แบบที่สุดในการลงมือถล่มพวกมันในคราวเดียวโดยไม่ต้องใช้บอดี้การ์ดตระกูลเซียวให้เกิดความวุ่นวาย
"ตกลงครับเยว่เยว่ ผมจะช่วยชีวิตคุณไว้ด่านแรก" ผมเอ่ยน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลังเด็ดขาด "แต่จากนี้ไป ชีวิตและร่างกายรวมถึงิญญาของคุณเป็กรรมสิทธิ์ของผม คุณต้องทำตามที่ผมสั่งทุกอย่างโดยไม่มีสิทธิ์คัดค้านหรือเอ่ยปากอ้อนวอนใดๆ เด็ดขาด"
"ค่ะ!... ค่ะ!... ฉันยอมหมดทุกอย่างเลยค่ะเย่เฉิน!" เยว่เยว่ร้องยินดีรีบก้มกราบขอบคุณผมแทบเท้าปานขึ้น์ทั้งน้ำตาและฝุ่นละอองที่เปรอะเปื้อนแก้มสวยที่ช้ำเื
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือลึกลับระบบสั่นระรัวดังก้องสะท้อนความตึงเครียดอยู่ในกระเป๋าเสื้อเดรสขาดวิ่นของเธอที่เธอแอบขโมยดึงมาจากหลี่เทียนห้าวระหว่างหลบหนี บนหน้าจอปรากฏเบอร์โทรสายลึกลับที่ไม่มีประวัติบันทึก แต่ออร่าของโทรศัพท์สะท้อนสัญญาณแม่เหล็กไฟฟ้าคุกคามลึกซึ้ง
ผมยื่นมือไปดึงโทรศัพท์เครื่องนั้นมาจากมือที่สั่นเทาของเยว่เยว่ กดรับสายและเปิดระบบลำโพงช้าๆ พริบตานั้น เสียงเหี้ยมเกรียมกระโชกโฮกฮากและเย้ยหยันข่มขู่ของหัวหน้าแก๊งัทมิฬดังก้องลอยผ่านเครื่องขยายเสียงสะกดลมหายใจรอบข้างให้แข็งทื่อด้วยความหนาวเหน็บ:
"เฮ้ย! นังเยว่เยว่! นึกว่าแกจะหนีพ้นเงื้อมมือแก๊งัทมิฬได้รึไงวะ?! ถ้าแกยังอยากให้ไอ้หลี่เทียนห้าวผัวโง่ของแกมีชีวิตรอดต่อไป และอยากเอาชีวิตรอด... พาไอ้ส่งอาหารเย่เฉินนั่นมาเจรจาไถ่ตัวถอนหนี้กู้สมบัติที่คลับใต้ดิน 'รังัทมิฬ' เดี๋ยวนี้! ถ้าพวกแกไม่มาปรากฏตัวภายในหนึ่งชั่วโมง... ฉันจะหั่นเนื้อผัวแกส่งไปให้ปู่เซียวดูเล่นเป็ของแถม และจะส่งคนไปลากตัวแกกลับมาข่มขืนสับเนื้อแกแจกจ่ายพวกพี่น้องในแก๊งแน่!"
เสียงตัดสายดังสนั่น "ตู๊ด... ตู๊ด..." ก่อนจะเงียบงันลงไป ทิ้งให้บรรยากาศรอบข้างลานจอดรถหรูหราเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเงียบสงบเย็นยะเยียบอีกครั้งจนไม่มีใครกล้าเอ่ยปากใดๆ ออกมา เยว่เยว่นอนสั่นสะท้านเฮือกๆ ด้วยความหวาดกลัวคำขู่ฆ่าและข่มขืนป่าเถื่อนของมาเฟีย เธอแหงนใบหน้าที่ฉาบน้ำตานองจ้องมองสบสายตาของผมด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ และขอร้องวิงวอนผ่านแววตา
ผมหันไปพยักหน้าให้เซียวรั่วเสวี่ยและหลินซื่ออวี่ช้าๆ เพื่อให้พวกเธอสบายใจและคอยดูแลคุณปู่เซียวอยู่ที่คฤหาสน์หลักนี้ ั์ตาสีทองของผมกะพริบแสงทองเรืองรองฉายพลังอำนาจดุดันประดุจพญามัจจุราชที่ได้เวลากรีธาทัพออกล่าสังหารเหยื่อ ท้าทายให้ผมก้าวเท้าไปเจรจาไถ่ตัวที่รังลับัทมิฬงั้นหรือ? พวกมันกำลังคิดว่ากำลังกุมสถานการณ์เหนือกว่า แต่ความจริงแล้วพวกมันกำลังเชิญชวนความหายนะและเดินก้าวเข้าสู่ขุมนรกแดนปะาที่ผมขุดหลุมฝังศพดักรอไว้กวาดล้างพวกมันให้ราบพินาศสิ้นซากโดยแท้จริง!
"เยว่เยว่ ลุกขึ้นซะ แล้วเดินนำทางผมไปที่รังัทมิฬเดี๋ยวนี้" ผมสั่งเสียงเข้มสะกดจิตใจ อดีตดาวคณะรีบพยุงร่างอันบอบช้ำลุกขึ้นยืนตัวสั่นอย่างเชื่องเชื่อนำทางผมก้าวขึ้นรถสปอร์ตพอร์ช เพื่อเริ่มต้นการล้างแค้นและกอบกู้สมบัติตระกูลเซียว!