
ณ ช่องว่างที่คั่นด้วยกระดาษแค่หนึ่งใบแต่ทว่ากลับห่างไกลจนแทบเอื้อมไม่ถึง—
‘นี่มัน...ความฝันงั้นเหรอ’
ก่อนที่ทุกอย่างจะกระจ่างเด็กหนุ่มได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนอันแปลกประหลาด
ดูเหมือนว่าเขาหมดสติไปเพียงกะพริบตาเดียว
วินาทีก่อนตนยังจำได้ชัดเจนว่าตัวเองยังอยู่ในเขตศาลเ้าครั้นลืมตามองไปรอบกาย ทิวทัศน์โดยรอบกลับแปรเปลี่ยนไป
เหนือศีรษะคือท้องฟ้ายามราตรีอันสวยงามดวงดาวล่องลอยนับล้าน ราวกับเขาอยู่ท่ามกลางทะเลแห่งดวงดาวอันเวิ้งว้างแสงของดาวส่องประกายระยิบระยับเหมือนกับฝูงหิ่งห้อยที่รวมตัวกันร่ายระบำใต้เท้าของเรย์คือผืนน้ำสีครามสะท้อนภาพชวนฝัน ผิวของน้ำสงบนิ่งราวกับกระจกใสที่สะท้อนดวงดาวและท้องฟ้าเสมือนเขายืนอยู่ระหว่างสองโลก โลกแห่งท้องฟ้าและโลกแห่งน้ำอันไร้ขอบเขต
นี่เป็ทิวทัศน์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนความงามที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ราวกับความงามทั้งหมดที่มนุษย์โหยหามารวมกันไว้ ณสถานที่แห่งนี้ ดินแดนแห่งความฝันที่ยากจะบรรยายได้เรย์รู้สึกถึงจิตสำนึกอันยิ่งใหญ่บางอย่างที่โอบล้อมตัวเขาไว้ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ด้วยสามัญสำนึก ความเงียบสงัดรอบตัวทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว
เรย์เดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆแต่ละก้าวที่ย่างเหยียบลงบนผืนน้ำทำให้เกิดวงคลื่นเล็ก ๆ กระจายออกไปรอบ ๆแสงจากดวงดาวที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำไหวตามการเคลื่อนไหวของเขาราวกับมีชีวิตที่กำลังเต้นรำตามจังหวะของเขา
ในขณะที่กำลังชมทัศนียภาพความงดงามตรงหน้าความเ็ปที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำเอาเขาหูอื้อไปหมด ราวกับโลกทั้งใบถูกตัดขาดจากเสียงใดๆ
เรย์ก้มหน้าลงไปพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทิ้มขึ้นมาเขาเห็นดาบยาวเล่มหนึ่งแทงทะลุจากด้านหลังจนเห็นปลายดาบโผล่อยู่กลางหน้าอกของตนเรย์คิดอยากอ้าปากะโ แต่กลับไม่มีเสียงออกมาแม้แต่น้อยปอดของเขาถูกทำลายจนหมดแล้ว ช่องอกไม่สามารถดึงอากาศเข้าไปในหลอดลมได้แม้แต่นิดเดียว
ความเ็ปอันรุนแรงไหลไปทั่วทั้งร่างกายราวกับกระแสไฟฟ้าปลายอีกด้านหนึ่งของด้ามดาบคือปีศาจที่เพิ่งถูกพวกเขารุมจัดการไปเมื่อก่อนหน้าเืสดๆ ทะลักออกมาเปรอะเปื้อนร่างกายสมองของเขาเกิดอาการวูบขึ้นมาเนื่องจากขาดออกซิเจนสติสัมปชัญญะของเขาหายไปอย่างรวดเร็ว
วินาทีต่อมา เขายังคงยืนอยู่ร่างกายไม่มีอาการาเ็แม้แต่น้อย ส่วนปีศาจที่คาดว่าเป็คนลงมือเมื่อครู่ยืนอยู่ห่างจากเขาออกไปหลายสิบก้าว ราวกับว่ามันไม่เคยเดินออกมาจากตรงนั้นเลย
‘เ้านั่นมันขุนพลปีศาจที่เพิ่งถูกจัดการไปนี่นาเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่!?’
เรย์หอบหายใจเอามือกุมหน้าอกซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตำแหน่งที่โดนแทงยังมีความรู้สึกเจ็บแปลบ
‘ภาพหลอนงั้นรึ ไม่สิสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเป็เื่จริงแน่นอน ความเ็ปของร่างกายมันชัดเจนจนเกินไป’
เรย์รวบรวมสติเขามองลงไปที่พื้นตรงจุดที่ปีศาจยืนอยู่ก่อนเห็นเืกองใหญ่ที่กระจายอยู่ตรงเท้าของมันยิ่งแน่ใจว่าเื่ก่อนหน้านี้เคยเกิดขึ้นจริง เขาเคยตายอยู่ตรงนั้น
‘ก่อนหมดสติแล้วฟื้นขึ้นมาที่นี่เราใช้ความสามารถ—"
ทันใดนั้นเองปีศาจก็พุ่งเข้ามาอีกครั้งด้วยความเร็ว ไม่ปล่อยให้เขาได้มีเวลาทบทวน
เรย์ขยับเท้าเอี้ยวตัวหลบออกด้านข้างแต่นั่นยังเร็วไม่พอ ่เอวของเขาพลันรู้สึกชาขึ้นมา
เขาจ้องไปยังดาบในมืออีกข้างของมันภายในใจตื่นตระหนกอย่างมาก เห็น ๆอยู่ว่าก่อนหน้านี้บนร่างของมันมีดาบอยู่เพียงเล่มเดียวเท่านั้น
‘สร้างวัตถุขึ้นมาจากความว่างเปล่า!?’
จากนั้นเรย์ตายไปอีกครั้งปีศาจเหวี่ยงดาบยาวหั่นตัวเขาขาดเป็สองท่อนความรู้สึกเ็ปครั้งนี้ยาวนานกว่าครั้งก่อนหน้า เขาล้มลงจมกองเืพร้อมเครื่องในที่ไหลทะลักออกมาความเ็ปที่ยังคงอยู่ทำให้เขาส่งเสียงะโออกมาจนปอดแทบฉีกเสียงะโฟังดูเ็ปจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกใ
ตอนที่ฟื้นคืนชีพครั้งที่สองเรย์เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้มากขึ้น
หากทั้งหมดนี่เป็สิ่งที่เกิดขึ้นจากความสามารถของตัวเองจริงเขาก็ควรทำได้เช่นกัน เรย์รวบรวมสมาธิลองจินตนาการถึงสิ่งที่้าขึ้นก่อนจะมีดาบคาตานะหนึ่งเล่มปรากฏออกมาในมือซ้าย
‘เป็อย่างที่คิดจริงๆ ด้วย’
เหมือนนึกถึงสิ่งใดสิ่งนั้นก็ปรากฏออกมา
ตอนนี้ทุกอย่างก็เป็อันปะติดปะต่อได้แล้วหลังจากที่เขาลองใช้ความสามารถของกุญแจแห่งมัชฌิมาตัวเองจึงถูกส่งมายังสถานที่แห่งหนึ่ง ร่างกายจริงของเขาอาจยังคงหลับใหลอยู่โลกภายในแห่งนี้อาจเป็ความสามารถของเขาที่สร้างมันขึ้นมา
ที่เหลือก็คือการเคลียร์เงื่อนไขในการได้รับองค์ความรู้จากศัตรูคืออะไรความคิดของเขาเริ่มตกตะกอน
เรย์ปรับอารมณ์ด้วยการหายใจเข้าลึกขจัดความคิดที่ไม่จำเป็ทั้งหมดออกไปจากหัว
ปีศาจพุ่งตรงเข้ามาหาอีกครั้งการโจมตีของมันยังคงรวดเร็วและรุนแรง เขายกดาบตั้งรับอย่างสุดกำลังแรงกระแทกทำเอามือรู้สึกชาไปหมด
ในชั่วพริบตาที่เขากลิ้งตัวแล้วปาดาบใส่ศัตรูตรงหน้าทว่าก็ถูกอีกฝ่ายปัดออกไปอย่างง่ายดาย
‘สร้างอะไรขึ้นมาก็ได้จากจินตนาการงั้นสินะ’
เรย์อาศัยจังหวะที่สร้างขึ้นจินตนาการอีกครั้งถึงภาพของอาวุธในหนังมหากาฬชื่อดังยุคาอวกาศในมือปรากฏปืนเลเซอร์จากหนังดังเื่ดังกล่าวเขายกขึ้นเหนี่ยวไกหมายยิงอีกฝ่ายให้แหลกเป็จุณแต่กลับกลายเป็ว่าปืนที่อยู่ในมือไม่ทำงาน
เขาเห็นเพียงแสงสะท้อนจากคมดาบแวบผ่านไปจากนั้นมือทั้งสองข้างก็ร่วงลงบนพื้นเรย์ะโร้องออกมาด้วยความเ็ปเหลือคณานับ
“อ๊ากกกก!”
‘นี่เป็เื่จริงรึฉันกำลังทำอะไรอยู่ แค่ตั้งรับก็เต็มกลืนแล้ว แบบนี้จะไปชนะมันได้ยังไง’
ในขนาดที่อีกฝ่ายเตรียมง้างดาบปิดฉากทันใดนั้นเองะเิมือสองลูกที่ไร้สลักปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างทั้งสองก่อนจะร่วงหล่นสู่พื้น
เสียงะเิดังสนั่น
เรย์ปรากฏกายขึ้นมาใหม่อีกครั้งไม่ไกลออกไปจากที่เดิมเขาหอบหายใจหนัก ความเ็ปเมื่อครู่ยังคงสดใหม่อยู่ในความทรงจำตอนนี้เขารู้แล้วว่าพวกที่ถูกตัดแขนตัดขารู้สึกอย่างไรก่อนตายด้วยความคิดที่ไม่อยากทนอยู่ต่อไปแล้ว เขาถึงได้ลอง ‘สร้าง’ ะเิขึ้นมาหมายให้ตัวเองตายไปพร้อมกับอีกฝ่าย
‘ถึงจะเร็วก็เถอะแต่อย่างน้อยพอทำอะไรได้บ้าง’
การตายเมื่อครู่ก็ทำให้เขาได้รู้ถึงความจริงอันโหดร้ายอย่างหนึ่งสิ่งที่เขาไม่เข้าใจถึงหลักการของมัน แม้จะสร้างออกมาได้แต่ก็สร้างได้แค่เปลือกนอกเท่านั้น อย่างเช่นปืนเลเซอร์ก็เป็เพียงแค่เหล็กธรรมดาๆ ที่ภายนอกดูเหมือนปืนเท่านั้น
นั่นแสดงว่าต่อให้เขาสร้างเกราะไออ้อนแมนขึ้นมามันก็คงเป็แค่เกราะเหล็กกลวง ๆที่ข้างในไม่มีทั้งระบบหรือความสามารถอะไรเหมือนในภาพยนตร์เพราะเขาไม่สามารถเข้าใจถึงองค์ประกอบ หรือหลักวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการประดิษฐ์มันขึ้นมา
แถมยังได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าเมื่อเขาลองสร้างะเิมืออีกครั้งเล็งตำแหน่งตรงหน้าศัตรู แต่ก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ทำให้ทราบถึงข้อจำกัดขอบเขตระยะการแสดงผลไม่สามารถสร้างวัตถุได้ไกลเกินห้าเมตรรอบตัว มิหนำซ้ำขอบเขตที่เขาสามารถควบคุมความแม่นยำได้ก็แค่สามเมตรเท่านั้น
อาจยังมีเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมที่ยังไม่รู้
เพียงแต่ว่าะเิที่รุนแรงเท่านั้นจึงจะสร้างความเสียหายให้กับศัตรูได้มากที่สุดแต่ตัวเขาก็จะหนีไม่พ้นระยะของมันเช่นกัน วิธีนี้ย่อมไม่เป็ผลดีแน่
เรย์กระชับดาบในมือที่เพิ่งสร้างขึ้นมาแน่นคราวนี้เป็ฝ่ายเขาบ้างที่พุ่งเข้าใส่ศัตรู
‘มีแต่ต้องเอาชนะอีกฝ่ายด้วยคมดาบเพียงเท่านั้นงั้นสินะ!’
เรย์จับจ้องถึงการเคลื่อนไหวกลับไปกลับมาของเท้าคู่ใหญ่นั้นแต่ว่าเขากลับไม่ค้นพบว่ามันจะเดินหรือว่าวิ่งล้วนไม่ส่งเสียงอันใดเลยแตกต่างจากพวกมันตัวอื่นๆ
คล้ายกับว่าความเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งระหว่างที่ฝ่าเท้านั้นก้าวเดินล้วนมีความลึกลับที่พิเศษเฉพาะความสามารถนี้แปลกประหลาดเกินไปแล้ว มัดกล้ามเนื้อทุก ๆ มัดออกแรงตามลำดับจากฝ่าเท้าถึงข้อเท้าและถึงน่องถึงต้นขาคล้ายกับว่าความเคลื่อนไหวทุกครั้งล้วนผ่านการคำนวณ เขาเชื่อว่านี่เป็ประสบการณ์และความทรงจำ ที่อีกฝ่ายสั่งสม
เรย์จดทุกสิ่งนี้เข้าไปในสมองอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ฝีมือของมันขนาดถูกพวกเขาใช้จำนวนเข้าสู้ ยังแทบกระอักเืทว่าตอนนี้กลับต้องดวลกันตัวต่อตัว เขาไม่กล้าคิดว่าตนจะเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียวแต่จะให้ทิ้งทุกอย่างแล้วยอมแพ้ตอนนี้ยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่
การต่อสู้ยังดำเนินต่อไปความเ็ปเกินจินตนาการที่เกิดขึ้น ทำเอาเรย์ไม่แน่ใจว่าตนตายไปแล้วกี่สิบครั้งมีเพียงอย่างเดียวที่มั่นใจได้เลย คือทุกครั้งหลังกลับจากความตาย าแของศัตรูก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตามจำนวน แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าไม่มากก็น้อย
เรย์เลิกใช้หัวคิดแทบจะกวัดแกว่งดาบผ่านจิตใต้สำนึกภูติต้านทานต่อความตายเพิ่มขึ้นความเ็ปกลายเป็ความด้านชาซึ่งไม่ใช่กับร่างกายแต่เป็ความสำนึกรู้ที่บิดเบี้ยว
‘ในเมื่อความตายสามารถแลกาแของแกได้ฉันก็จะให้ทั้งหมดเท่าที่มี!’
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดเรย์ลืมตาขึ้นอีกครั้งพบว่าตนกำลังนอนบนเตียงนุ่มเหนือศีรษะเป็เพดานอันคุ้นตา
ที่นี่คือห้องพักส่วนตัวของเขาั้แ่เกิดเื่ทุกอย่างขึ้นเขาหันไปมองไหล่ทั้งสองข้างของตัวเองไม่ว่าจะข้างซ้ายหรือขวาก็ดูสมบูรณ์ดีทุกอย่าง พอลองขยับมือดูก็ไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน ทว่าร่างกายเหงื่อกาฬไหลย้อยจนรู้สึกเหนียวเหนอะหนะ
เหตุการณ์ทั้งหมดราวกับความฝันอย่างไรอย่างนั้นแต่เขารู้ว่าเื่ที่เกิดขึ้นในโลกแห่งนั้นไม่ใช่ความฝันอย่างแน่นอนเพราะความทรงจำอันบ้าคลั่งและบิดเบี้ยวที่ไหลทะลักเข้ามาในสมองยังคงแจ่มชัด
เรย์สะดุ้งตัวลุกขึ้นเมื่อนึกถึงเพื่อนๆ แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง หากเขาสามารถนอนอยู่ในห้องนี้ได้ก็แปลว่าทุกคนกลับถึงที่พักได้อย่างปลอดภัยจึงเริ่มทำใจให้สงบลง
ในตอนที่กำลังครุ่นคิดก็ได้ยินเสียงประตูห้องถูกเปิดออก
“หืม...อาซากุระคุงฟื้นแล้วเหรอ รู้สึกยังไงบ้าง”
รุ่นพี่สาวเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงในมือถือถังน้ำขนาดเล็กเดินเข้ามาพร้อมกับผ้าชุบน้ำ
“ยังเหลืออาการปวดหัวแค่นิดหน่อยน่ะครับว่าแต่... เกิดอะไรขึ้นกับผมงั้นเหรอครับ”
เรย์ผงกตัวขึ้นมาจากผ้าห่มทำท่าจะลุก รุ่นพี่สาวเดินปราดเข้ามานั่งด้านข้าง ค่อย ๆผลักสองไหล่ของเขาอย่างนิ่มนวล ดันให้นอนลงตามเดิม
“ก็เธอน่ะสิ... อยู่ดี ๆดันหมดสติล้มลงไป ทุกคนใกันแทบแย่เลยแหนะตอนนั้น”
เรย์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรุ่นพี่สาวใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดใบหน้าของเขาที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ
“เอ่อ...เดียวผมทำเองดีกว่าครับ”
“เธอน่ะเงียบแล้วนอนลงไปเดียวนี้เลย”
รุ่นพี่สาวขัดเขาด้วยการผลักเบาๆให้เอนหลังกลับลงไปอีกครั้ง ก่อนจะลงมือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตามร่างกาย
“ผมหมดสติไปนานเท่าไหร่แล้วคนอื่นๆ ล่ะครับ”
เรย์เอ่ยถามขึ้นแก้บรรยากาศที่ดูกระอักกระอ่วนเขาไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะเห็นใบหน้าของตนซึ่งระเรื่อขึ้นไหมเมื่อเธอยื่นมือมาปลดกระดุมเสื้อตัวบน แล้วสอดมือเข้ามาเช็ดใต้ร่มผ้า
“อืม...ประมาณสิบเจ็ดชั่วโมงได้น่ะ ตอนนี้เคนจิกับทาเคอุจิคุงออกไปตรวจดูรอบ ๆ พื้นที่ส่วนชิโฮะจังกำลังเตรียมอาหารอยู่ชั้นล่าง”
เธอรายงานถึงคนอื่น ๆด้วยน้ำเสียงราบเรียบในขณะที่มือเครื่องไหวไปตามร่างกายของเด็กหนุ่มราวกับนี่เป็เื่ปกติ
“ที่หน้าแดงนี่เพราะไข้หรืออะไรกัน”
รุ่นพี่สาวว่าเช่นนั้นดูเหมือนเธอเองก็ไม่ได้อยากได้รับคำตอบใดกลับมา เพียงขยิบตาด้วยท่าทีหยอกเย้า
เมื่อตั้งสติได้ เรย์ถอนหายใจเบา ๆเอ่ยถามสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ
“ผมรบกวนรุ่นพี่อย่างหนึ่งได้ไหมครับ”
“ได้สิ อะไรงั้นเหรอ?”
โยซึรุเอียงคอสงสัยเล็กน้อย
“รบกวนช่วยใช้ความสามารถของรุ่นพี่ตรวจดูอะไรให้หน่อยสิครับ”
“กวนเกินอะไรกันเื่เล็กน้อยแค่นี้เอง”
โยซึรุได้ยินเช่นนั้นจึงหลับตารวบรวมสมาธิลูบไล้ไปมาตามร่างกายของเขา
“อืม—ดูเหมือนจะมีอะไรไม่เหมือนเดิมนิดหน่อยนะเท่าที่จำได้...เอ๊ะ! นี่มันเกี่ยวอะไรกับความสามารถที่เธอใช้แล้วหมดสติไปนั่นหรือเปล่า”
หญิงสาวถามกลับเมื่อสังเกตได้ถึงอะไรบางอย่างที่ผิดแผกไป
“ไม่รู้สิครับตอนนี้ในหัวผมเหมือนมีความทรงจำของใครก็ไม่รู้แทรกเข้ามามันทั้งบ้าคลั่งและบิดเบี้ยวเมื่อพยายามจะเปิดดูความทรงจำเ่าั้...รุ่นพี่เห็นอะไรในตัวผมเปลี่ยนไปงั้นเหรอครับ”
โยซึรุทำหน้าครุ่นคิดจริงจัง
“ก็ไม่เชิงสะทีเดียวแต่ว่ามีข้อมูลบางอย่างในตัวของเธอที่ไม่เหมือนเดิม นี่มันหมายความว่าไง?”
หลังจากนั้นเรย์จึงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะที่หมดสติให้รุ่นพี่สาวฟังซึ่งตัวเขาเหมือนได้ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นไปในตัวเช่นกัน
เรย์ไม่แน่ใจว่าตนตายไปกี่ครั้งในห้วงแห่งความฝันนั่นเขาสูญเสียความรับรู้ด้านเวลาไป แต่ก็รู้สึกได้ถึง่เวลาที่ติดอยู่ในนั้นทุกอย่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า กว่าจะรู้ตัวก็กินเวลาไปหลายวันเขาจำได้เพียงว่าฆ่าอีกฝ่ายไปเพียงไม่กี่ครั้ง มันก็สลายหายไปก่อนที่ตนจะฟื้นสติกลับมา
‘สถานที่แห่งนั้นกับที่นี่มีความเหลื่อมล้ำด้านเวลาเงื่อนไขอื่นคืออะไร ยังคงต้องใช้เวลาศึกษาอีกมาก’