แสงตะวันสาดส่องบนท้องฟ้าบ่งบอกเวลากลางวันมาถึง น้ำค้างยามเช้าประกอบกับอากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้วันนี้เป็วันที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการปฐมนิเทศเหล่านักศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัยไสยเวทนครหลวง เหล่านักศึกษาใหม่หลายพันคนคับคั่งเต็มหอประชุม
บนเวทีอธิการบดีมหาวิทยาลัยไทยเวทนครหลวง ศาสตราจารย์ ดร. สุเวท ยชุรวิทย์ กล่าวเปิดพิธีปฐมนิเทศอย่างเป็ทางการ 7 คณบดีและ 3 ผู้อำนวยการ รวมถึงเหล่านักศึกษาพร้อมกันปรบมือแสดงความเคารพต่ออธิการบดีอย่างพร้อมเพรียง
ชายหนุ่มนาม ฤทธิ์ สายตาจดจ้องไปที่หญิงสาวนักศึกษาใหม่คนหนึ่ง เส้นผมสีทองของเธอโดดเด่นจากนักศึกษาคนอื่นที่มีผมสีดำหรือน้ำตาล เธอมีเค้าหน้าแบบชาวเอเชียแต่กลับมีั์ตาสีฟ้า ธารมิกา ลูมิน่า การ์ดเนอร์ ศัตรูตลอดชีวิตของเขา ผู้ที่คร่าชีวิตของเขาไปเมื่อชาติที่แล้ว
“นายมองเด็กคนนั้นมาสักพักแล้วนะฤทธิ์ ชอบเธอเหรอ?” หญิงสาวด้านข้างหันมาถามชายหนุ่ม น้ำเสียงคล้ายมีความหดหู่เจือปน
“เปล่า” ชายหนุ่มตอบปัด ชอบเหรอ? ตรงข้ามเลยต่างหาก เขาเกลียดผู้หญิงคนนั้น อุปสรรคเดียวที่ขวางเขาจากการเป็จอมขมังเวท ถ้าฆ่าเธอได้ั้แ่ตอนนี้ เขาก็จะฆ่าโดยไม่ลังเล
“จริงเหรอ?” หญิงสาวถามอย่างไม่แน่ใจ
“ฉันต้องไปกล่าวสุนทรพจน์แล้ว” พอดีกับที่เขาต้องไปกล่าวสุนทรพจน์รับตำแหน่งประธานสโมสรนักศึกษาคนใหม่ของคณะอัญเชิญศาสตร์ นักศึกษาปีที่ 3 อีก6คนก็ก้าวขึ้นเวทีพร้อมกับเขาเช่นกัน คนเ่าั้คือประธานสโมสรนักศึกษาของอีก6คณะ
มหาวิทยาลัยไสยเวทนครหลวงประกอบไปด้วย 7 คณะ แบ่งเป็ 3 คณะสายสู้รบ ได้แก่ คณะร่างสถิตศาสตร์ คณะอัญเชิญศาสตร์ และคณะบริกรรมศาสตร์ และ 4 คณะสายสนับสนุน ได้แก่ คณะการปลุกเสก คณะมายาศาสตร์ คณะไสยแพทยศาสตร์ และคณะโหราศาสตร์
“ดีจังนะฤทธิ์ ได้เป็ประธานนักศึกษาทั้งที่ไม่เคยทำกิจกรรมสโมสรอะไรเลย ฉันอิจฉานายจริงๆวะเพื่อน” อาทิตย์ ประธานสโมสรนักศึกษา คณะร่างสถิตศาสตร์เหน็บแนม เขาเป็สามัญชนที่เข้าศึกษาด้วยความสามารถของตน ดั้นด้นพยายามมามากกว่าจะได้เป็ประธานสโมสรนักศึกษาคนใหม่
เขาไม่ชอบฤทธิ์มาโดยตลอด เนื่องจากฤทธิ์เป็คนที่ไม่เคยทำอะไรดีๆเลย แต่เขากลับมีทุกอย่างในชีวิต ครอบครัวร่ำรวย หน้าตาดี ความสามารถก็ดี ขาดก็แต่ความเป็มนุษย์เท่านั้น
“….” ฤทธิ์เมินอาทิตย์อย่างไม่ไยดี ในชีวิตที่แล้วอาทิตย์ไม่ได้เป็คนมีนัยสำคัญอะไรต่อเขา ด้วยไม้เท้ากาฬอาสัญ พลังของร่างสถิตเทพก็เป็เหมือนของเล่นเด็ก วิชาร่างสถิตนั้นไม่มีอะไรเลยนอกจากการยืมพลังจากสิ่งภายนอก ไม้เท้ากาฬอาสัญเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตในมิติสูง ซึ่งสามารถข่มเหล่าเทพบนสรวง์จนไม่กล้าสำแดงพลัง
ใน 6 ประธานสโมสร มีเพียงประธานคณะบริกรรมศาสตร์ที่พอจะต้องระวังตัวอยู่บ้าง วิชาบริกรรมพึ่งการควบคุมคลื่นไสยเวทของตนเป็หลัก ทำให้สามารถสำแดงพลังออกมาต่อหน้าไม้เท้ากาฬอาสัญได้ ไม่นานการกล่าวสุนทรพจน์ก็จบลง ลำดับถัดไปจะเป็พิธีตรวจวัดความถนัด
ตามเนื้อเื่พิธีปฐมนิเทศในวันนี้ ธารมิกา ตัวเอกของเื่ได้แสดงพร์อันเหนือล้ำผ่านพิธีตรวจวัดความถนัด โดยผู้วิเศษระดับ 3 ขึ้นไปสามารถเลือกตรวจวัดในคณะสายสู้รบได้ ธารมิกาย่อมเป็หนึ่งในนั้น ผลการตรวจวัดความถนัดของเธอได้คะแนนเต็มในทุกสาขาวิชา สิ่งนี้สร้างความกดดันแก่ฤทธิ์ เดชาคม ผู้ทะเยอทะยาน
เหล่าคณาจารย์ลงความเห็นให้เธอเลือกคณะได้ตาม้า แน่นอนว่าเธอเลือกคณะอัญเชิญศาสตร์ เหตุผลที่เธอเลือกคณะนี้ไม่ได้กล่าวไว้ในนวนิยาย แต่ฤทธิ์ไม่สบอารมณ์กับการตัดสินใจของเธอครั้งนี้ จากที่เขาคิดมาทั้งคืน ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เธอจะเลือกคณะอัญเชิญศาสตร์ มีเพียงการสนทนาอย่างเป็มิตรกับนักศึกษาใหม่อีกคนเท่านั้น
นักศึกษาคนนั้นเลือกเข้าศึกษาในคณะอัญเชิญศาสตร์ นั่นคงเป็เหตุให้ธารมิกาเลือกเรียนในคณะนี้ ฤทธิ์วางแผนที่จะขัดขวางเหตุการณ์นั้น สร้างความประทับใจที่ไม่ดีแก่ธารมิกา เพื่อให้เธอไม่เลือกคณะอัญเชิญศาสตร์
แม้ความถนัดของเธอจะเต็มทุกวิชา แต่ในนวนิยายระบุไว้ชัดเจนว่าความถนัดแฝงด้านอัญเชิญศาสตร์ของเธอเหนือกว่านั้น ถ้าขัดขวางเธอจากการศึกษาในศาสตร์นี้ได้ ความแข็งแกร่งของเธอย่อมลดน้อยลง โอกาสที่เขาจะสังเวยเธอก็จะง่ายขึ้น ฤทธิ์มองไปที่ฝูงชน เวลานี้หญิงสาวผมทองกำลังคุยกับหญิงสาวอีกคนพอดี
“เธอจะเลือกคณะสายอะไรเหรอ?” หญิงสาวผมทองถามหญิงสาวผมดำ
“ฉันจะเลือก…”
“หลบไป” ฤทธิ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ผลักร่างของหญิงสาวทั้งสองจนเกือบจะล้มลง ด้วยท่าทีหยาบคายแบบนี้ ความประทับใจแรกต่อคณะอัญเชิญศาสตร์ของธารมิกาต้องติดลบอย่างแน่นอน ฤทธิ์แอบยิ้มอยู่ในใจ
“มองอะไร ระวังตัวไว้เหอะ เดี๋ยวจะไม่ได้ตายดี!” ฤทธิ์ตวาดใส่สาวผมทองอย่างเ็า สายตาก็เหลือบไปเห็นพวงกุญแจรูปตัวการ์ตูนตกอยู่ตรงพื้น เขาไม่รอช้าเหยียบพวงกุญแจนั้นจนแหลกละเอียด หญิงสาวผมทองได้แต่ใและงุนงง ในขณะที่สาวผมดำจดจ้องชายหนุ่มด้วยความเคร่งเครียด ทำไมรุ่นพี่คนนี้หน้าตาก็ดีแต่สันดานเสียแบบนี้ อยู่ดีๆมาผลักพวกเธอซะอย่างงั้น แถมยังทำลายข้าวของของคนอื่นอีก
2 ชั่วโมงก่อนหน้า
“ยืนยันเป้าหมายเรียบร้อย พร้อมปฎิบัติการณ์ใน 2 ชั่วโมง”เสียงดัดแปลงจนระบุเพศไม่ได้คุยกับใครบางคนผ่านมือถือ ร่างในชุดคลุมดำทั้งตัวจ้องมองไปที่หญิงสาวผมทองที่กำลังเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยไสยเวทด้วยจักรยานคันเก่า เ้าของเสียงเป็มือสังหารจากองค์กรไสยเวทดำ
ครั้งหนึ่งโหราจารย์ขององค์กรได้ทำนายถึงการกำเนิดของธิดาแห่งโชคชะตา ผู้นำพาไสยเวทขาวชนะไสยเวทดำ หลังจากองค์กรเฝ้าสังเกตมานานกว่า 19 ปี ในที่สุดก็ระบุตัวตนของธิดาแห่งโชคชะตาได้ ธารมิกา ลูมิน่า การ์ดเนอร์ ว่าที่นักศึกษามหาวิทยาลัยไสยเวทนครหลวง!
ร่างในชุดดำสลักอาคมะเิไว้ที่เสาทุกต้นของหอประชุม ขณะนี้ไม่มีใครคอยเฝ้าระวังเนื่องจากสายขององค์กรที่ดำรงตำแหน่งสูงในมหาวิทยาลัยคอยขัดขวางเอาไว้ อีก 1 ชั่วโมงเหล่านักศึกษาจะเริ่มทยอยเข้ามาในหอประชุม เมื่ออาคมะเิทำงาน หอประชุมทั้งอาคารจะกลายเป็เพียงเศษซาก
ต่อให้ธิดาแห่งโชคชะตาจะเก่งกาจแค่ไหนเธอก็เป็เพียงผู้วิเศษระดับ 4 ไม่มีทางรอดชีวิตไปได้แน่นอน หน้าที่ของมือสังหารต่อจากนี้เพียงยื้อเป้าหมายให้อยู่ในอาคาร รอให้อาคมะเิบรรจุคลื่นไสยเวทจนเต็ม แล้วจึงกดปุ่มใช้งานอาคมเท่านั้น
นอกจากอาคมะเิแล้วเธอยังได้วางวงเวทอัญเชิญไว้ใต้พรม ด้วยนักศึกษาหลายพันคนในอาคารเป็เครื่องสังเวย อสูรอัญเชิญที่เรียกออกมาย่อมแกร่งเพียงพอจะกวาดล้างสถาบันแห่งนี้ทั้งหมด พร้อมประเดิมชัยชนะแรกของาไสยเวทที่พวกเขาจะก่อขึ้น
มือสังหารมั่นใจว่าเตรียมการมาดีแล้ว เธอจึงออกจากอาคารและเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นักศึกษาผมดำ พร้อมกับที่ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรปล่อยให้นักศึกษาเข้าสู่หอประชุม ทุกอย่างดำเนินการอย่างราบรื่น พิธีการดำเนินไปตามปกติ เธอเข้าไปตีสนิทกับเป้าหมายได้สำเร็จ อีกเพียงไม่ถึง 5 นาที ทุกอย่างก็เสร็จสิ้น ชัยชนะของไสยเวทดำอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว จนกระทั่ง….จนกระทั่งชายหนุ่มคนนั้นผลักเธอและเหยียบทำลายปุ่มสั่งการอาคมะเิ!
“รู้ตัวั้แ่เมื่อไหร่?”หญิงผมดำถามด้วยเสียงเย็บเยียบ
“???” ชายหนุ่มเกาหัว
“ไม่คิดเลยว่าแผนการของพวกเราจะถูกนักศึกษาอย่างแกมองออก”
“???” ชายหนุ่มเริ่มสงสัยในชีวิต
“อย่าคิดว่าพวกเราไม่มีแผนสำรอง เวทอัญเชิญทำงาน” หญิงสาวกางฝ่ามือแนบกับพื้น แสงสีม่วงส่องสว่างออกมาจากใต้พรมสีแดง แม้จะไม่สามารถสังเวยชีวิตหลายพัน แต่ระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่วงเวทได้ดูดกลืนคลื่นไสยเวทจากผู้คนในหอประชุมที่ละน้อยก็พอให้เรียกอสูรนรกระดับ 6 ออกมาได้
ความแข็งแกร่งของอสูรนรกแข็งแกร่งกว่าผู้วิเศษในระดับเดียวกัน อสูรนรกระดับ 6 สามารถต่อกรกับผู้วิเศษระดับ 7 ได้ ซึ่งภายในหอประชุมนี้มีเพียงอธิการบดีเท่านั้นที่เป็ผู้วิเศษเหนือระดับ 7
‘เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย’ นักศึกษาหนุ่มปี 3 ผู้ขัดขวางแผนการร้ายโดยบังเอิญได้แต่อึ้งทึ่งกับสถานการณ์ตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้ตั้งใจจะฆ่าทุกคนในหอประชุมเหรอ หรือตั้งใจจะฆ่าฤทธิ์ เดชาคมคนนี้ เป็เพราะเราย้อนกลับมาเลยทำให้อนาคตเปลี่ยนไปรึเปล่า ไม่เห็นจำได้ว่าเคยมีอะไรแบบนี้ในชาติก่อน
“ในเมื่อแผนไม่สำเร็จอย่างน้อยก็ขอลากแกไปตายด้วยละวะ” มือสังหารแทงมีดเข้าที่กลางอกของตนเพื่อสังเวยร่างของตนให้กับอสูรนรก พลังของอสูรนรกเพิ่มขึ้นจนใกล้เคียงระดับ 7 แม้อธิการบดีสามารถหยุดอสูรนรกตนนี้ได้ แต่เขาคงไม่สามารถช่วยชายหนุ่มที่อยู่ใกล้วงเวทที่สุดได้ทัน
“จะฆ่าฉันคนนี้ด้วยไสยเวทอัญเชิญ? ฝันกลางวัน” ฤทธิ์ศึกษาไสยเวทดำสายอัญเชิญจนถึงแก่น ชีวิตที่แล้วเขาใช้เวลาเกือบ 4 ปี คอยสังเวยชีวิตนักศึกษาเพื่อหลอมศาสตราต้องห้ามชิ้นนั้น แม้จบการศึกษาไปแล้วเขาก็เลือกมาเป็อาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ศึกษาตำราไสยเวทดำเพื่อพัฒนาตนเองตลอดเวลา
ผู้ที่จะหลอมไม้เท้ากาฬอาสัญได้จำเป็ต้องศึกษาตำราไสยเวทดำสายอัญเชิญจนบรรลุ และมีสติครบถ้วนอยู่ตลอดเวลาเมื่อใช้ไม้เท้า การควบคุมไม้เท้าจำเป็ต้องใช้ความรู้ทุกศาสตร์ของวิชาอัญเชิญ มิเช่นนั้นจะถูกไม้เท้ากาฬอาสัญกลืนิญญาเข้าไปเสียเอง นั่นจึงเป็เหตุผลที่ฤทธิ์พลาดท่าให้กับธารมิกาแบบง่ายๆ
ฤทธิ์ถ่ายเทคลื่นไสยเวทเข้าสู่วงจรของวงเวทอัญเชิญ เพียงใช้พลังของผู้วิเศษระดับ 4 หากควบคุมได้แม่นยำก็เพียงพอที่จะขัดขวางการทำงานของวงเวทอัญเชิญอสูรระดับ 7 เส้นแกนหลักของวงเวทถูกเบี่ยงเบนให้ผิดรูป ทันใดนั้นวงเวทก็สั่นไหว แสงสีม่วงกะพริบคล้ายหลอดไฟขาดพลังงานไฟฟ้า อสูรอัญเชิญที่โผล่ออกมาจากวงเวทเพียงครึ่งตัว ถูกตัดขาดจากร่างกายส่วนล่าง ยังไม่ทันที่อสูรนรกจะได้คร่าชีวิตชายหนุ่มมันก็สิ้นลมไปเสียก่อน
“แก……”มือสังหารที่หายใจรวยรินใกล้สิ้นใจ มองชายหนุ่มด้วยความสิ้นหวัง
“มันยังไม่จบหรอก แกปกป้องธิดาแห่งโชคชะตาได้แค่ครั้งนี้เท่านั้นแหละ แค่กๆ”เธอกระอักโลหิตออกมา อย่างต่อเนื่องพลางหันไปมองหญิงสาวผมทองที่นั่งกับพื้น ใกลัวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ครั้งหน้าแกไม่รอดแน่ ธารมิกา ลูมิน่า การ์ดเนอร์ ……..”จบคำร่างของมือสังหารก็แน่นิ่งไป ชายหนุ่มผู้กอบกู้ธิดาแห่งโชคชะตายืนนิ่ง แววตาเต็มไปด้วยความสับสน
“……….ห๊ะ?”