บทที่ 130
แสงสว่างแรกในยามราตรี
เมืองชายแดนที่เคยทรุดโทรม ยามรัตติกาลเคยมืดมิดและหนาวเหน็บ บัดนี้ความมืดที่เคยปกคลุมเมืองแห่งนี้มันถูกปัดเป่าออกไปด้วยแสงสว่างไสวจากหินปริศนา
ผู้คนภายในเมืองพากันตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ศิลาปริศนาที่ติดตั้งผู้ทั่วทั้งเมือง มันให้แสงสว่างไสวของเมืองแห่งนี้ในยามราตรี
อาณาเขตบริเวณรอบๆเมืองมันสว่างไสวราวกับว่าเป็นช่วงเวลายามกลางวัน ผู้คนภายในยุคนี้ไม่เคยพบเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
บริเวณถนนที่เคยมืดมิดและอันตราย ยามนี้บนถนนนั้นเต็มไปด้วยแสงสว่าง ผู้คนเดินออกมาชื่นชมท้องนภายามราตรีอย่างตื่นตาตื่นใจ
มีผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่ากองทัพเกราะดำจะเปลี่ยนแปลงเมืองแห่งนี้ให้กลายเป็นเมืองที่มีแสงสว่างในยามราตรีได้
แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดคาดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีผู้คนบางส่วนในเมือง รู้ว่ากองทัพในยามราตรีสว่างไสวราวกับมีของวิเศษ
แต่ว่ามีผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่ากองทัพจะนำเอาของวิเศษพวกนั้นมาติดตั้งภายในเมือง
จนทำให้เมืองแห่งนี้สว่างไสวเช่นนี้ และก็คงไม่มีผู้ใดคาดคิดด้วยว่าเมืองแห่งนี้มันจะเปลี่ยนแปลงกลายเป็นแบบนี้
“ ยอดเยี่ยมไปเลยเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าไม่เคยเห็นด้านนอกสว่างไสวเช่นนี้ในยามราตรีมาก่อนเลย ” เสียงของเด็กหญิงดังขึ้นมา
เด็กหญิงวัยเจ็ดถึงแปดปีกำลังกล่าวกับมารดาที่ยืนข้างๆ ดวงตาของเด็กหญิงผู้นั้นกำลังส่องแววทอประกายระยิบระยับ
ไม่เคยเห็นเมืองยามราตรีสว่างไสวเช่นนี้มาก่อนเลย เมืองแห่งนี้เป็นเมืองชายแดนที่ห่างไกล
ไม่ต้องกล่าวถึงแสงสว่างในยามราตรีเลย บนถนนนั้นมืดมิดไร้ซึ่งผู้คนและเงียบสงัด บริเวณด้านนอกแทบจะไม่มีผู้คนเดินออกมาเลยแม้แต่น้อย
มันเลยทำให้ผู้คนภายในเมืองพากันตื่นตระหนกตกใจ และก็ดูตื่นเต้นกับถนนและก็เมืองที่เต็มไปด้วยแสงสว่างเช่นนี้
“ ยอดเยี่ยมไปเลย ขอบคุณท่านแม่ทัพ ”
“ เมืองแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ”
“ ถ้าเป็นเช่นนี้ยามราตรีก็สามารถตั้งแผงขายของได้น่ะสิ ”
“ นั่นสินะคงจะมีอะไรให้ทำมากมาย ”
เสียงของผู้คนภายในเมืองชักชวนสนทนา พวกเขาพากันขอบคุณแม่ทัพหนุ่มที่เปลี่ยนแปลงเมืองแห่งนี้
เดิมทีแล้วเมืองแห่งนี้เมื่อเข้าสู่ช่วงยามราตรี ผู้คนภายในเมืองก็แทบจะไม่มีเดินออกมาด้านนอก
โรงสุรายามราตรีของนายหญิงจื่อ เปิดอยู่บริเวณใจกลางเมืองบนถนนเส้นหลัก ถนนเส้นนั้นแม้ว่าจะสว่างไสวและมีผู้คนเดินอยู่บ้าง แต่มันเองก็ไม่มากนัก
ในยามนี้เมื่อเมืองแห่งนี้ได้รับแสงสว่างเช่นนี้ เมืองแห่งนี้คงจะเปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่
ในขณะที่ผู้คนเพลิดเพลินกับแสงสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นปกคลุมทั่วทั้งเมือง มีผู้ใดจะคาดคิดเล่าว่ากองทัพเกาะดำจะนำเอาของวิเศษเช่นนี้มาตกแต่งเอาไว้ทั่วทั้งเมือง
และก็ให้ผู้คนภายในเมืองได้ใช้ของวิเศษพวกนี้ด้วย แน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งที่ผู้คนภายในเมืองไม่คาดคิดมาก่อน
หวงเจียวลู่กำลังยืนชื่นชมผู้คนมากมายที่กำลังแสดงท่าทางดีใจกับแสงสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นภายในเมืองแห่งนี้
แม่ทัพหนุ่มกำลังแสดงรอยยิ้มใบหน้าที่เคยเรียบเฉยและเย็นชาในยามนี้กับปรากฏความรู้สึกจนน่าเหลือเชื่อ
ขุนพลสือหยางที่อยู่บริเวณข้างกายพูดขึ้นมา “ ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ท่านนั้นคาดการณ์เอาไว้เลยนะขอรับ ”
“ เมื่อแสงสว่างปรากฏขึ้นภายในเมืองแห่งนี้ มันคงจะเปลี่ยนแปลงเมืองแห่งนี้จากหน้ามือกลายเป็นหลังมืออย่างแน่นอน ”
แสงสว่างที่มันปรากฏขึ้นไม่ว่าจะมองในมุมใด มันก็คงจะเปลี่ยนแปลงเมืองแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน
“ ต้องขอบคุณนางเมืองแห่งนี้ต่อจากนี้จะเปลี่ยนจากหน้ามือกลายเป็นหลังมือ ”
“ ของวิเศษเช่นนี้เมื่อมันปรากฏแก่สายตาของผู้คนแล้ว มันคงจะสามารถปกปิดไปได้อีกไม่นานข่าวนี้คงจะกระจายไปถึงเมืองหลวง ”
“ พวกขุนนางภายในเมืองหลวงคงจะร้อนรนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ”
“ ปิดเกี่ยวกับเรื่องของคุณหนูตระกูลสุเอาไว้ให้มิดชิด อย่าให้พวกขุนนางเหล่านั้นรู้เด็ดขาดว่าของพวกนี้นางเป็นคนสร้างขึ้นมา ”
“ มิเช่นนั้นพวกมันคงจะทำได้ทุกอย่าง… ” หวงเจียวลู่รู้ดีเกี่ยวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
แม่ทัพหนุ่มรู้ว่าการกระทำของเขาในตอนนี้ สิ่งที่มันจะปรากฏขึ้นหลังจากนี้มันคงจะเป็นชื่อเสียงที่เขานั้นได้มา
ผู้คนมากมายคงจะพูดถึงชื่อของเขามากขึ้น และการที่มีชื่อเสียงมากขึ้นย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนมากมายโดยเฉพาะพวกขุนนางภายในเมืองหลวงย่อมไม่พึงพอใจ
พวกขุนนางภายในเมืองหลวงคงจะหาวิธีการในการทำลายชื่อเสียงของเขาเพื่อให้เป็นผลประโยชน์แก่ฝั่งพวกมัน
เพราะแบบนั้นอันตรายเองมันก็คงจะตกอยู่ที่ซูฉี หวงเจียวลู่จึงกล่าวกำชับกับขุนพลคู่กายเพื่อให้จัดการเกี่ยวกับเรื่องนี้
“ เข้าใจแล้วขอรับข้าจะสั่งการทหารที่รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ปิดปากให้มิดชิด ”
“ แต่ว่าท่านเองก็น่าจะรู้ดีว่าทางกองทัพของพวกเราไม่น่าจะมีหนอน ”
“ ไม่หรอกไว้วางใจไม่ได้ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เสบียงของพวกเราเน่าเสีย มันเองก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ แสดงว่าบางทีกองทัพอาจของพวกเรามันอาจจะมีสายอยู่ก็ได้ ” หวงเจียวลู่ไม่ไหววางใจ
แม่ทัพหนุ่มรู้ดีถึงแม้ว่ากองทัพเกราะดำตนเองนั้นจะเป็นคนคัดเลือกมา แต่ก็มิใช่ว่าเขาจะสามารถไว้วางใจได้
เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เสบียงนั้นเน่าเสียทำให้สูญเสียเสบียงที่กักตุนเอาไว้ของกองทัพ เหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ยังไม่สามารถหาคนที่ลงมือทำได้
เพราะแบบนั้นจึงไม่สามารถไว้วางใจได้แม้กระทั่งคนภายในกองทัพด้วยตนเอง
“ เข้าใจแล้วขอรับ ถ้าจะกำชับเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจับตามองผู้คนภายในกองทัพเป็นพิเศษ ”
“ แบบนั้นก็ดีแล้วข้าคงต้องกลับไปพักผ่อนสักหน่อย ในราตรีนี้ผู้คนคงจะชื่นชมแสงสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นทั้งราตรี ”
“ เจ้าเองก็ส่งทหารภายในกองทัพมาคุ้มกันพื้นที่บริเวณรอบๆด้วยล่ะ ”
“ รับคำสั่ง ” สือหยางก้มศีรษะรับคำสั่งของแม่ทัพหนุ่ม
หลังจากนั้นหวงเจียวลู่ก็เดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้
อีกมุมหนึ่งของถนนผู้ที่กำลังยืนมองเมืองที่มันถูกแสงสว่างไสวปกคลุม คือคุณหนูตระกูลซูผู้ที่เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในตอนนี้
นางกำลังยืนมองเมืองแห่งนี้ที่ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่างไสวอย่างภาคภูมิใจ
แน่นอนว่าแสงสว่างไสวที่ปรากฏขึ้นมาเป็นฝีมือของนาง ศิลาแสงที่นางสร้างขึ้นมาใช้ได้ผลยามนี้มันให้แสงปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง
ผู้คนมากมายพากันยินดีเกี่ยวกับแสงสว่างไสวที่มันปรากฏขึ้น พวกเขากำลังแสดงรอยยิ้มท่าทางร่าเริงวิ่งไปบนถนนอย่างมีความสุข
เพียงแค่เห็นเหล่าผู้คนมากมายที่เป็นแบบนั้นนางที่เป็นผู้ที่ลงมือสร้างศิลาแสงเอาไว้ภายในเมืองแห่งนี้ เองก็รู้สึกยินดีไปด้วย
“ สำเร็จแล้วนะเจ้าคะคุณหนู ”
“ เพียงแค่นี้เป้าหมายของท่านที่ท่านทำมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันเองก็สำเร็จไปได้ด้วยดี ” ลี่ถังที่ยืนอยู่ข้างกายเอยด้วยรอยยิ้ม
นางชื่นชมในตัวของคุณหนูของนางจริงๆ ก่อนหน้านี้คุณหนูของนางเป็นคนที่แทบจะไร้ซึ่งความสามารถ
เพียงแค่เกิดมาในชาติตระกูลที่สูงส่งและเป็นชนชั้นสูงเท่านั้น แต่ยามนี้เมื่อเห็นความสามารถของคุณหนูนางเองก็รู้สึกอดตื้นตันไม่ได้
“ ใช่แล้วต่อจากนี้ต้องเหลือเพียงแค่รอ ”
“ รออย่างนั้นหรือเจ้าคะ… ”
“ ใช่รออีกสักห้าวันกระมัง ” ซูฉียิ้มราวกับค่าการอนาคตได้ว่าจะเกิดอันใดขึ้น
จบบท