"คุณรัฐ...."
"รสขอโทษนะคะ" มธุรสร้องไห้สะอื้นอยู่เงียบๆ จนกระทั่งราเมศร์เดินเข้ามา.
"คุณไปทานข้าวบ้างเถอะ"
ราเมศร์เอ่ยกับหล่อนเพราะตั้งแต่เอาร่างอันไร้วิญญาณของพี่ชายมาที่นี่ มธุรสก็ไปขยับตัวไปไหนเลย หล่อนนั่งอาลัยอาวรณ์อยู่หน้าโลงศพของพี่ชายตลอดเวลา.
"รสไม่หิวค่ะ" หล่อนปฎิเสธราเมศร์.
"พี่ชายของผมรักคุณมากนะ" ราเมศร์เอ่ยกับหล่อน.
"แล้วถ้าพี่รัฐรู้ว่าคุณกำลังทรมานตัวเองอยู่แบบนี้ ดวงวิญญาณของพี่รัฐก็คงไม่สบายใจ"
แม้ก่อนหน้านี้หล่อนจะพยายามทำเรื่องน่าอับอายไว้กับเขา แต่ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ว่ากล่อนกำลังเสียใจกับการจากไปของพี่ชายเขาจริงๆ
"ก็ได้ค่ะ" คำเกลี้ยกล่อมของราเมศร์ได้ผล มธุรสยอมลุกขึ้นแต่ทว่าจู่ๆ หล่อนก็เริ่มรู้สึกหน้ามืดขึ้นมา
"รส!"
ราเมศร์รีบรับร่างของหล่อนไว้และอุ้มหล่อนขึ้นมาทันทีเมื่อมธุรสเป็นลมไปต่อหน้าต่อตา.
"ทางนี้คุณราเมศร์"
นางแตนรีบบอกกับเจ้านายหนุ่มให้พามธุรสที่ยังไม่ได้สติไปนอนพักในที่ที่เหมาะสม ราเมศร์จึงอุ้มหล่อนตามหลังสาวใช้ไปโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาของราชาวดีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกำลังมองตามอยู่เงียบๆ
"ยัยปราง"
"ไปหาคุณหญิงนัยนากับแม่"
คุณหญิงสโรชิณีดึงมือลูกสาวให้เดินไปด้วยกัน ราชาวดีจึงต้องละสายตาจากราเมศร์เพื่อไปขอขมากับแม่สามีทั้งที่ภายในใจยังรู้สึกหวั่นๆกับความสัมพันธ์ระหว่างราเมศร์กับมธุรสอยู่
มันไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาคิดอะไรแบบนี้นะปราง
หญิงสาวตำหนิตัวเองแล้วเดินตามหลังผู้เป็นแม่ไป.
"คุณพี่...."
คุณหญิงสโรชิณีเดินเข้าไปหาคุณหญิงนัยนาที่นั่งเหม่ออยู่ด้วยความเห็นใจและรู้สึกผิด.
"สวัสดีค่ะ" ราชาวดียกมือไหว้คุณเนตรดาวที่นั่งอยู่ข้างๆแม่สามี.
"จ้ะ"
คุณเนตรดาวรับไหว้เด็กสาวพลางมองหน้าเธออย่างไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริงอย่างที่มธุรสบอก ราชาวดีไม่ได้มีแววที่จะเป็นมิจฉาชีพอย่างที่ถูกกล่าวหาเลยด้วย แต่หากมันเป็นเรื่องจริงนางก็ยังภาวนาให้ราชาวดีเป็นลูกสาวที่หายไปของนางอีกอยู่ดี....
"งั้นเดี๋ยวฉันจะไปช่วยดูความเรียบร้อยในงานก่อนดีกว่า แขกก็คงทยอยมากันแล้ว"
คุณเนตรดาวหันไปพูดกับคุณหญิงนัยนาเพราะรู้ว่าทั้งสามคนคงมีเรื่องต้องเคลียร์ใจกัน.
"คุณแม่คะ...." ราชาวดีบีบมือแม่สามีเบาๆอย่างเข้าใจ เวลานี้ท่านคงต้องการใครสักคนอยู่เคียงข้าง.
"ฉันเสียใจด้วยนะคะคุณพี่" คุณหญิงสโรชิณีเอ่ยขึ้นพลางนั่งลงข้างๆ
"แล้วฉันกับลูกก็ต้องขอโทษคุณพี่กับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย" แล้วนางก็ตัดสินใจพูดเรื่องนี้ขึ้นมา.
"ฉันกับเจ้าสัวก็รักและเลี้ยงดูยัยปรางมาเหมือนลูกสาวแท้ๆ พวกเราไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกลวงคุณพี่กับราเมศร์เลยนะคะ" นางยืนยันด้วยความสัตย์จริง.
"ทุกอย่างเป็นความผิดของปรางเองค่ะ คุณแม่อย่าโกรธท่านเลยนะคะ" ราชาวดีออกรับความผิดทั้งหมดเอง.
"ยัยปราง แม่ว่าเราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ" แต่คุณหญิงสโรชิณีไม่ยอมให้เป็นความผิดของลูกสาว.
"คุณพี่คะ" คุณหญิงสโรชิณีหันไปหาคุณหญิงนัยนา แต่ทว่าคุณหญิงนัยนากลับจับมือของนางไว้.
"อย่าคิดมากเลยค่ะ คุณหญิง" คุณหญิงนัยนาเอ่ยขึ้น.
"หนูปรางฉันก็เห็นมาตั้งแต่เล็ก รักเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง"
"พอได้หนูปรางมาเป็นลูกสะใภ้ฉันดีใจมากเลยนะคะ" นางบอกกับคุณหญิงสโรชิณีแล้วหันไปมองราชาวดีด้วยตวามเอ็นดูเหมือนอย่างเคย.
"คุณแม่...." ราชาวดีมองแม่สามีด้วยความซาบซึ้ง
"ตอนแรกที่รู้แม่เองก็ตกใจ แต่พอมาคิดดูอีกทีชาติตระกูลก็แค่ส่วนหนึ่ง ความดีของหนูต่างหากที่เอาชนะใจทุกคนได้" นางบอกกับเธอ แล้วดึงหญิงสาวมากอดไว้จนกระทั่งนางแตนเดินหน้าตื่นเข้ามา.
"คุณท่านคะ! คุณรสเป็นลมค่ะ"
"แม่รส...." คุณหญิงนัยนาจึงมองหาสะใภ้ใหญ่
"ตอนนี้คุณราเมศร์ดูแลอยู่ตรงศาลาริมน้ำค่ะ" นางแตนพูดต่อ
"หนูปรางช่วยประคองแม่ไปที"
.
.
.
มธุรสรู้สึกตัวขึ้นในเวลาต่อมา .
"ราเมศร์" หล่อนฟื้นขึ้นมาเห็นเขาเป็นคนแรกก็รู้สีกดีขึ้นมาไม่น้อย.
"ค่อยๆนะ"
เขาช่วยพยุงหล่อนให้ลุกขึ้นนั่ง ในขณะที่ราชาวดีกำลังพาคุณหญิงนัยนามาถึงศาลาและเห็นภาพความห่วงใยที่เขามีให้อดีตคนรักพอดี.
"แม่รสเป็นยังไงบ้าง" คุณหญิงนัยนาเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาดูหล่อน.
"เพิ่งฟื้นนะครับแม่ แต่คงยังเพลียๆอยู่"
"คงยังไม่ได้นอนเหมือนกัน"
ราเมศร์เป็นคนบอกอาจารย์แทนหล่อน ในขณะที่ราชาวดียืนฟังอยู่เงียบๆ เธอยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน แต่ชายหนุ่มก็ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้ากันสักนิด.
"แตนไปเอาของว่างมาให้แม่รสทานหน่อยซิ"
คุณหญิงนัยนาสั่งสาวใช้และไม่นานนางแตนก็กลับมาพร้อมกับอาหารว่าง
"นี่ค่ะ"
นางแตนส่งจานขนมให้ราเมศร์ ชายหนุ่มจึงส่งต่อให้มธุรส.
"ขอบคุณค่ะ"
หล่อนเอ่ยขอบคุณเขาแล้วหยิบขนมขึ้นมา แต่ทว่า....
"แหวะ!" มธุรสรีบเอามือปิดจมูกพร้อมกับอาการคลื่นไส้จนอยากอาเจียน.
"เหม็นค่ะ".หล่อนบอกกับราเมศร์.
"แกเอาของเสียมาให้ฉันกินหรอ!" แล้วหล่อนก็หันไปเอาเรื่องสาวใช้.
"เปล่านะคะคุณ" นางแตนรีบปฎิเสธ.
"งั้น....งั้นเดี๋ยวแตนไปหาอย่างอื่นมาให้ทานนะคะ" นางแตนบอกหล่อนพร้อมกับรีบลุกขึ้น แต่มธุรสกลับเรียกสาวใช้ไว้.
"ไม่ต้อง"
"แกไปหาอะไรเปรี้ยวๆ แบบเมื่อคืนมาให้ฉันที"
พูดแล้วมธุรสก็เริ่มเปรี้ยวปากขึ้นมา ถ้าได้กินมะม่วงสดๆ แบบเหมือนเมื่อคืนอีกคงทำให้หล่อนรู้สึกสดชื่นอยู่ไม่น้อย.
"แต่มันเปรี้ยวมากนะคะคุณ" นางแตนบอกหล่อนพร้อมกับนึกเสียวฟันขึ้นมา.
"ฉันบอกให้แกไปหามาไง!" แล้วหล่อนก็เริ่มโมโหเมื่อไม่ได้ดั่งใจ.
"ค่ะๆ แตนจะไปหามาให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
"อาการแบบนี้มันคุ้นๆ" คุณหญิงนัยนาเอ่ยขึ้น ในขณะที่นางแตนจำใจต้องออกไปหาของเปรี้ยวๆมาให้หล่อนทาน.
"อะไรหรอครับแม่?" ราเมศร์สงสัย
"มันเป็นอาการตอนที่แม่กำลังจะมีแกและพี่ชายของแกไง" คุณหญิงนียนาคลายความสงสัยให้ลูกชาย
"ท้องหรอครับ?" ราเมศร์เดาออกทันที
"ท้องหรอ....?"
ราชาวดีเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังฟังอยู่นาน ในขณะที่มธุรสเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ช็อคไป
"ฉัน....ฉันท้องงั้นหรอ?" แล้วหน้าของมธุรสก็เริ่มซีด
"โธ่....ตารัฐ" คุณหญิงนัยนาสงสารทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานที่กำลังจะเกิดมา นางคิดว่าเด็กในท้องคือลูกของรัฐกรนั่นเอง....
"คิดเสียว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่นะคะคุณพี่" คุณหญิงสโรชิณีที่อยู่ตรงนั้นด้วยเอ่ยขึ้น
"อย่างน้อยลูกในท้องของหนูมธุรสก็เป็นตัวแทนของตารัฐ" นางพูดต่อแล้วหันไปมองราชาวดีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เหมือนกัน แต่ลูกสาวกลับขอร้องนางไม่ให้บอกใครเรื่องนี้
"เธอต้องดูแลตัวเองดีๆนะ" คุณหญิงนัยนาพูดกับมธุรส
"ตารัฐยังอยู่กับพวกเราตรงนี้" นางเอามือแตะหัวใจ แล้วเลื่อนไปแตะที่ท้องของมธุรส.
"แม่ดีใจนะที่เธอยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขของตารัฐไว้อยู่"
"ค่ะ...คุณแม่"
จึงต้องรับคำขอบคุณนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้พลางนึกหาทางออกให้ตัวเองเจอ เมื่อไม่มีใครสงสัยอะไรหล่อนก็จะให้เด็กคนนี้ได้เป็นทายาทคนแรกของอัศวนัยต่อไป....
"แต่เดี๋ยวแม่จะให้คนพาเธอไปตรวจกับหมอที่โรงพยาบาลให้แน่ใจดูอีกที"
"จะได้เอายาบำรุงมากินด้วย" คุณหญิงนัยนากำชับ
"ค่ะคุณแม่"
มธุรสรับคำแล้วปรายตาไปมองราชาวดี เอาเถอะตอนนี้หล่อนจะให้โอกาสให้ศัตรูได้อยู่เห็นชัยชนะของตนเสียหน่อย.
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นฉันขอตัวไปช่วยคุณเนตรดาวรับแขกด้านโน้นนะคะ" คุณหญิงสโรชิณีพูดขึ้นแล้วเดินไปอีกทาง.
"ส่วนแกราเมศร์" คุณหญิงนัยนาหันมาที่ลูกชายคนเล็กต่อ.
"แกรู้ใช่มั้ยว่าควรทำยังไงต่อไป"
นางพูดกับลูกชายแล้วหันไปมองราชาวดีที่ยืนอนู่ข้างๆ ส่วนราเมศร์เองก็เข้าใจดีว่าผู้เป็นแม่หมายถึงสิ่งใด เขาเหลือบมองหญิงสาวแว๊บหนึ่งแล้วพูดขึ้น.
"ตอนนี้่ผมยังไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะเลย"
"เรื่องอื่นค่อยว่ากันเถอะครับ" เขาปฎิเสธที่จะคุยกับเธออย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่มธุรสฟังอย่างพอใจ
"ราเมศร์!" ความทิฐิของลูกชายทำได้คนเป็นแม่ต้องเอ่ยปราม
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่"
ราชาวดียิ้มอย่างเศร้าๆ เขาเกลียดเธอแล้วจริงๆ สินะ มือบางยกขึ้นแตะลูกในท้องอย่างลืมตัว. แต่ทุกอย่างก็หารอดพ้นสายตาของมธุรสไม่.
"อย่างนั้น....รสจะรบกวนขอให้ราเมศร์พาไปตรวจที่โรงพยาบาลได้มั้ยคะคุณแม่" หล่อนจงใจใช้โอกาสนี้ตัดรอนความรู้สึกของราชาวดีอย่างจงใจ.
"ฮืม....ก็ดีเหมือนกัน ยิ่งรู้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี" คุณหญิงนัยนาเห็นด้วย
"ครับแม่" ราเมศร์พยักหน้าแล้วพามธุรสเดินผ่านหน้าราชาวดีไป ในขณะที่หล่อนหันมาสบตาเธออย่างเย้ยหยัน.
............................
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ.
ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรุ่นลูกต่อจากนิยายเรื่อง “ชังรัก วิวาห์ลวง” ค่ะ ใครอยากอ่านรุ่นพ่อรุ่นแม่ติดตามได้ในนิยายเรื่องนี้และตอนนี้ไรท์กำลังวางแพลนนิยายใหม่ซึ่งเป็นเรื่องน้องๆ ของราชาวดี ฝากติดตามกันด้วยนะคะ. ไรท์ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนค่ะ ❤