หอมกลิ่นราชาวดี รุ่นลูก(ปราง+ราเมศร์)

    ตอนที่41 อาการของคนท้อง

            "คุณรัฐ...."

            "รสขอโทษนะคะ" มธุรสร้องไห้สะอื้นอยู่เงียบๆ จนกระทั่งราเมศร์เดินเข้ามา.

            "คุณไปทานข้าวบ้างเถอะ"

            ราเมศร์เอ่ยกับหล่อนเพราะตั้งแต่เอาร่างอันไร้วิญญาณของพี่ชายมาที่นี่ มธุรสก็ไปขยับตัวไปไหนเลย หล่อนนั่งอาลัยอาวรณ์อยู่หน้าโลงศพของพี่ชายตลอดเวลา.

            "รสไม่หิวค่ะ" หล่อนปฎิเสธราเมศร์.

            "พี่ชายของผมรักคุณมากนะ" ราเมศร์เอ่ยกับหล่อน.

            "แล้วถ้าพี่รัฐรู้ว่าคุณกำลังทรมานตัวเองอยู่แบบนี้ ดวงวิญญาณของพี่รัฐก็คงไม่สบายใจ"

            แม้ก่อนหน้านี้หล่อนจะพยายามทำเรื่องน่าอับอายไว้กับเขา แต่ชายหนุ่มก็สัมผัสได้ว่ากล่อนกำลังเสียใจกับการจากไปของพี่ชายเขาจริงๆ

            "ก็ได้ค่ะ" คำเกลี้ยกล่อมของราเมศร์ได้ผล มธุรสยอมลุกขึ้นแต่ทว่าจู่ๆ หล่อนก็เริ่มรู้สึกหน้ามืดขึ้นมา

            "รส!"

            ราเมศร์รีบรับร่างของหล่อนไว้และอุ้มหล่อนขึ้นมาทันทีเมื่อมธุรสเป็นลมไปต่อหน้าต่อตา.

            "ทางนี้คุณราเมศร์"

            นางแตนรีบบอกกับเจ้านายหนุ่มให้พามธุรสที่ยังไม่ได้สติไปนอนพักในที่ที่เหมาะสม ราเมศร์จึงอุ้มหล่อนตามหลังสาวใช้ไปโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาของราชาวดีที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดกำลังมองตามอยู่เงียบๆ

            "ยัยปราง"

            "ไปหาคุณหญิงนัยนากับแม่"

            คุณหญิงสโรชิณีดึงมือลูกสาวให้เดินไปด้วยกัน ราชาวดีจึงต้องละสายตาจากราเมศร์เพื่อไปขอขมากับแม่สามีทั้งที่ภายในใจยังรู้สึกหวั่นๆกับความสัมพันธ์ระหว่างราเมศร์กับมธุรสอยู่

            มันไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาคิดอะไรแบบนี้นะปราง

            หญิงสาวตำหนิตัวเองแล้วเดินตามหลังผู้เป็นแม่ไป.


            "คุณพี่...."

             คุณหญิงสโรชิณีเดินเข้าไปหาคุณหญิงนัยนาที่นั่งเหม่ออยู่ด้วยความเห็นใจและรู้สึกผิด.

            "สวัสดีค่ะ" ราชาวดียกมือไหว้คุณเนตรดาวที่นั่งอยู่ข้างๆแม่สามี.

            "จ้ะ"

            คุณเนตรดาวรับไหว้เด็กสาวพลางมองหน้าเธออย่างไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริงอย่างที่มธุรสบอก ราชาวดีไม่ได้มีแววที่จะเป็นมิจฉาชีพอย่างที่ถูกกล่าวหาเลยด้วย แต่หากมันเป็นเรื่องจริงนางก็ยังภาวนาให้ราชาวดีเป็นลูกสาวที่หายไปของนางอีกอยู่ดี....

            "งั้นเดี๋ยวฉันจะไปช่วยดูความเรียบร้อยในงานก่อนดีกว่า แขกก็คงทยอยมากันแล้ว"

            คุณเนตรดาวหันไปพูดกับคุณหญิงนัยนาเพราะรู้ว่าทั้งสามคนคงมีเรื่องต้องเคลียร์ใจกัน.

            "คุณแม่คะ...." ราชาวดีบีบมือแม่สามีเบาๆอย่างเข้าใจ เวลานี้ท่านคงต้องการใครสักคนอยู่เคียงข้าง.

            "ฉันเสียใจด้วยนะคะคุณพี่" คุณหญิงสโรชิณีเอ่ยขึ้นพลางนั่งลงข้างๆ

            "แล้วฉันกับลูกก็ต้องขอโทษคุณพี่กับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย" แล้วนางก็ตัดสินใจพูดเรื่องนี้ขึ้นมา.

            "ฉันกับเจ้าสัวก็รักและเลี้ยงดูยัยปรางมาเหมือนลูกสาวแท้ๆ พวกเราไม่ได้ตั้งใจที่จะหลอกลวงคุณพี่กับราเมศร์เลยนะคะ" นางยืนยันด้วยความสัตย์จริง.

            "ทุกอย่างเป็นความผิดของปรางเองค่ะ คุณแม่อย่าโกรธท่านเลยนะคะ" ราชาวดีออกรับความผิดทั้งหมดเอง.

            "ยัยปราง แม่ว่าเราคุยเรื่องนี้กันแล้วนะ" แต่คุณหญิงสโรชิณีไม่ยอมให้เป็นความผิดของลูกสาว.

            "คุณพี่คะ" คุณหญิงสโรชิณีหันไปหาคุณหญิงนัยนา แต่ทว่าคุณหญิงนัยนากลับจับมือของนางไว้.

            "อย่าคิดมากเลยค่ะ คุณหญิง" คุณหญิงนัยนาเอ่ยขึ้น.

            "หนูปรางฉันก็เห็นมาตั้งแต่เล็ก รักเหมือนลูกหลานคนหนึ่ง"

            "พอได้หนูปรางมาเป็นลูกสะใภ้ฉันดีใจมากเลยนะคะ" นางบอกกับคุณหญิงสโรชิณีแล้วหันไปมองราชาวดีด้วยตวามเอ็นดูเหมือนอย่างเคย.

            "คุณแม่...." ราชาวดีมองแม่สามีด้วยความซาบซึ้ง

            "ตอนแรกที่รู้แม่เองก็ตกใจ แต่พอมาคิดดูอีกทีชาติตระกูลก็แค่ส่วนหนึ่ง ความดีของหนูต่างหากที่เอาชนะใจทุกคนได้" นางบอกกับเธอ แล้วดึงหญิงสาวมากอดไว้จนกระทั่งนางแตนเดินหน้าตื่นเข้ามา.

            "คุณท่านคะ! คุณรสเป็นลมค่ะ"

            "แม่รส...." คุณหญิงนัยนาจึงมองหาสะใภ้ใหญ่

            "ตอนนี้คุณราเมศร์ดูแลอยู่ตรงศาลาริมน้ำค่ะ" นางแตนพูดต่อ

            "หนูปรางช่วยประคองแม่ไปที"

            .

            .

            .

            มธุรสรู้สึกตัวขึ้นในเวลาต่อมา .

            "ราเมศร์" หล่อนฟื้นขึ้นมาเห็นเขาเป็นคนแรกก็รู้สีกดีขึ้นมาไม่น้อย.

            "ค่อยๆนะ"

            เขาช่วยพยุงหล่อนให้ลุกขึ้นนั่ง ในขณะที่ราชาวดีกำลังพาคุณหญิงนัยนามาถึงศาลาและเห็นภาพความห่วงใยที่เขามีให้อดีตคนรักพอดี.

            "แม่รสเป็นยังไงบ้าง" คุณหญิงนัยนาเอ่ยถามพร้อมกับเดินเข้ามาดูหล่อน.

            "เพิ่งฟื้นนะครับแม่ แต่คงยังเพลียๆอยู่"

            "คงยังไม่ได้นอนเหมือนกัน"

            ราเมศร์เป็นคนบอกอาจารย์แทนหล่อน ในขณะที่ราชาวดียืนฟังอยู่เงียบๆ เธอยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน แต่ชายหนุ่มก็ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้ากันสักนิด.

            "แตนไปเอาของว่างมาให้แม่รสทานหน่อยซิ"

            คุณหญิงนัยนาสั่งสาวใช้และไม่นานนางแตนก็กลับมาพร้อมกับอาหารว่าง

            "นี่ค่ะ"

            นางแตนส่งจานขนมให้ราเมศร์ ชายหนุ่มจึงส่งต่อให้มธุรส.

            "ขอบคุณค่ะ"

            หล่อนเอ่ยขอบคุณเขาแล้วหยิบขนมขึ้นมา แต่ทว่า....

            "แหวะ!" มธุรสรีบเอามือปิดจมูกพร้อมกับอาการคลื่นไส้จนอยากอาเจียน.

            "เหม็นค่ะ".หล่อนบอกกับราเมศร์.

            "แกเอาของเสียมาให้ฉันกินหรอ!" แล้วหล่อนก็หันไปเอาเรื่องสาวใช้.

            "เปล่านะคะคุณ" นางแตนรีบปฎิเสธ.

            "งั้น....งั้นเดี๋ยวแตนไปหาอย่างอื่นมาให้ทานนะคะ" นางแตนบอกหล่อนพร้อมกับรีบลุกขึ้น แต่มธุรสกลับเรียกสาวใช้ไว้.

            "ไม่ต้อง"

            "แกไปหาอะไรเปรี้ยวๆ แบบเมื่อคืนมาให้ฉันที"

            พูดแล้วมธุรสก็เริ่มเปรี้ยวปากขึ้นมา ถ้าได้กินมะม่วงสดๆ แบบเหมือนเมื่อคืนอีกคงทำให้หล่อนรู้สึกสดชื่นอยู่ไม่น้อย.

            "แต่มันเปรี้ยวมากนะคะคุณ" นางแตนบอกหล่อนพร้อมกับนึกเสียวฟันขึ้นมา.

            "ฉันบอกให้แกไปหามาไง!" แล้วหล่อนก็เริ่มโมโหเมื่อไม่ได้ดั่งใจ.

            "ค่ะๆ แตนจะไปหามาให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ"

            "อาการแบบนี้มันคุ้นๆ" คุณหญิงนัยนาเอ่ยขึ้น ในขณะที่นางแตนจำใจต้องออกไปหาของเปรี้ยวๆมาให้หล่อนทาน.

            "อะไรหรอครับแม่?" ราเมศร์สงสัย

            "มันเป็นอาการตอนที่แม่กำลังจะมีแกและพี่ชายของแกไง" คุณหญิงนียนาคลายความสงสัยให้ลูกชาย

            "ท้องหรอครับ?" ราเมศร์เดาออกทันที

            "ท้องหรอ....?"

            ราชาวดีเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังฟังอยู่นาน ในขณะที่มธุรสเมื่อได้ยินแบบนั้นก็ช็อคไป

            "ฉัน....ฉันท้องงั้นหรอ?" แล้วหน้าของมธุรสก็เริ่มซีด

            "โธ่....ตารัฐ" คุณหญิงนัยนาสงสารทั้งลูกชาย ลูกสะใภ้และหลานที่กำลังจะเกิดมา นางคิดว่าเด็กในท้องคือลูกของรัฐกรนั่นเอง....

            "คิดเสียว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่นะคะคุณพี่" คุณหญิงสโรชิณีที่อยู่ตรงนั้นด้วยเอ่ยขึ้น

            "อย่างน้อยลูกในท้องของหนูมธุรสก็เป็นตัวแทนของตารัฐ" นางพูดต่อแล้วหันไปมองราชาวดีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เหมือนกัน แต่ลูกสาวกลับขอร้องนางไม่ให้บอกใครเรื่องนี้

            "เธอต้องดูแลตัวเองดีๆนะ" คุณหญิงนัยนาพูดกับมธุรส

            "ตารัฐยังอยู่กับพวกเราตรงนี้" นางเอามือแตะหัวใจ แล้วเลื่อนไปแตะที่ท้องของมธุรส.

            "แม่ดีใจนะที่เธอยังมีเลือดเนื้อเชื้อไขของตารัฐไว้อยู่"

            "ค่ะ...คุณแม่"

            จึงต้องรับคำขอบคุณนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้พลางนึกหาทางออกให้ตัวเองเจอ เมื่อไม่มีใครสงสัยอะไรหล่อนก็จะให้เด็กคนนี้ได้เป็นทายาทคนแรกของอัศวนัยต่อไป....

            "แต่เดี๋ยวแม่จะให้คนพาเธอไปตรวจกับหมอที่โรงพยาบาลให้แน่ใจดูอีกที"

            "จะได้เอายาบำรุงมากินด้วย" คุณหญิงนัยนากำชับ

            "ค่ะคุณแม่"

            มธุรสรับคำแล้วปรายตาไปมองราชาวดี เอาเถอะตอนนี้หล่อนจะให้โอกาสให้ศัตรูได้อยู่เห็นชัยชนะของตนเสียหน่อย.

            "ถ้าไม่มีอะไรแล้วงั้นฉันขอตัวไปช่วยคุณเนตรดาวรับแขกด้านโน้นนะคะ" คุณหญิงสโรชิณีพูดขึ้นแล้วเดินไปอีกทาง.

            "ส่วนแกราเมศร์" คุณหญิงนัยนาหันมาที่ลูกชายคนเล็กต่อ.

            "แกรู้ใช่มั้ยว่าควรทำยังไงต่อไป"

            นางพูดกับลูกชายแล้วหันไปมองราชาวดีที่ยืนอนู่ข้างๆ ส่วนราเมศร์เองก็เข้าใจดีว่าผู้เป็นแม่หมายถึงสิ่งใด เขาเหลือบมองหญิงสาวแว๊บหนึ่งแล้วพูดขึ้น.

            "ตอนนี้่ผมยังไม่ค่อยสะดวกเท่าไร ยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะเลย"

            "เรื่องอื่นค่อยว่ากันเถอะครับ" เขาปฎิเสธที่จะคุยกับเธออย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่มธุรสฟังอย่างพอใจ

            "ราเมศร์!" ความทิฐิของลูกชายทำได้คนเป็นแม่ต้องเอ่ยปราม

            "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่"

            ราชาวดียิ้มอย่างเศร้าๆ เขาเกลียดเธอแล้วจริงๆ สินะ มือบางยกขึ้นแตะลูกในท้องอย่างลืมตัว. แต่ทุกอย่างก็หารอดพ้นสายตาของมธุรสไม่.

            "อย่างนั้น....รสจะรบกวนขอให้ราเมศร์พาไปตรวจที่โรงพยาบาลได้มั้ยคะคุณแม่" หล่อนจงใจใช้โอกาสนี้ตัดรอนความรู้สึกของราชาวดีอย่างจงใจ.

            "ฮืม....ก็ดีเหมือนกัน ยิ่งรู้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี" คุณหญิงนัยนาเห็นด้วย

            "ครับแม่" ราเมศร์พยักหน้าแล้วพามธุรสเดินผ่านหน้าราชาวดีไป ในขณะที่หล่อนหันมาสบตาเธออย่างเย้ยหยัน.


    ............................

            ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ.

            ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรุ่นลูกต่อจากนิยายเรื่อง “ชังรัก วิวาห์ลวง” ค่ะ ใครอยากอ่านรุ่นพ่อรุ่นแม่ติดตามได้ในนิยายเรื่องนี้และตอนนี้ไรท์กำลังวางแพลนนิยายใหม่ซึ่งเป็นเรื่องน้องๆ ของราชาวดี ฝากติดตามกันด้วยนะคะ. ไรท์ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนค่ะ ❤

    คล้ายกับเรื่องหอมกลิ่นราชาวดี รุ่นลูก(ปราง+ราเมศร์) ที่คุณอ่าน