เฟิ่งอวี้หลันได้ยินเสียงเรียกของเสี่ยวเฉินเธอจึงหยุดรอ เสี่ยวเฉินที่พยายามฝ่าดงวัชพืชเข้ามาอย่างยากลำบากเมื่อเข้ามาใกล้ก็ท้าวมือกับเข่า ยืนหอบหายใจ
เฟิ่งอวี้หลันเห็นท่าทีของเขาก็ทั้งนึกสงสารทั้งเอ็นดู อย่างไรก็เป็เพียงเด็กคนหนึ่ง
" พี่บอกให้รออยู่ด้านนอกไม่ใช่หรือ " เฟิ่งอวี้หลันพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือข้างหนึ่งก็ช่วยหยิบเศษหญ้าที่ติดอยู่บนหัวของเขาออกให้
" พี่ใหญ่ท่านเข้ามาหาอะไรกันแน่ ในป่ารกเช่นนี้ แล้วท่านไม่กลัวงูแล้วหรือ " เสี่ยวเฉินถามด้วยความสงสัย
" งูหรือ " เฟิ่งอวี้หลันทวนคำ ย้อนคิดไปถึงความทรงจำของร่างเดิม ใช่ซิเ้าของร่างนี้กลัวงู เธอถึงกับช็อคจนหัวใจหยุดเต้น
เสี่ยวเฉินที่เห็นพี่ใหญ่นิ่งอึ้งไป ก็รู้ว่าตัวเองเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดไปแล้ว จึงคิดจะเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่
" เอ่อ พี่ใหญ่ไม่ต้องกลัว ต่อให้มีงูมาข้าก็จะปกป้องท่านเอง "
เฟิ่งอวี้หลันฟังคำพูดของเสี่ยวเฉินก็อยากจะหัวเราะ ไอเด็กคนนี้ปลอบคนเป็หรือไม่รู้ว่าพี่สาวกลัวงูกลับเอ่ยถึงงู ซ้ำยังบอกว่างูจะออกมาอีกแน่ะ เฟิ่งอวี้หลันเห็นสีหน้าร้อนรนของน้องชายก็อยากแกล้งจึงแสร้งทำสีหน้าใ
เสี่ยวเฉินเห็นพี่สาวสีหน้าย่ำแย่ลง ก็อยากจะตบปากตัวเอง จึงรีบพูดขึ้นอีกครั้ง
" ไม่ๆ พี่ใหญ่ ที่นี่ต่อให้รกอย่างไรก็คงไม่มีงู น่าจะเป็สัตว์ร้ายอย่างอื่นมากกว่า เอ้ ...ไม่ซิ มันต้องไม่มี " เสี่ยวเฉินยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกว่าคำพูดของตัวเองยิ่งไม่ดี แต่เขาก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร
เฟิ่งอวี้หลันเห็นสีหน้าน้องชายเด๋อด๋าแบบนั้นก็หลุดหัวเราะออกมาจนได้
" เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว หายเหนื่อยหรือยัง ไปต่อเถอะ " พูดจบเฟิ่งอวี้หลันก็หมุนตัวเดินนำหน้าไป
" เอ้..พี่ใหญ่ ให้ข้าเดินนำเถอะ "
"ชู่วว! " เฟิ่งอวี้หลัน หันมามองก่อนจะทำเสียงให้เขาหยุดพูด " อย่าเสียงดัง คอยสังเกตให้ดี"
"สังเกต สังเกตอะไรหรือขอรับ " เสี่ยวเฉินถามอย่างสงสัย แต่เมื่อเห็นพี่ใหญ่ไม่ตอบอะไร เขาก็หยุดพูดตามคำสั่ง พร้อมสอดส่ายสายตามองซ้ายมองขวาคอยสังเกตตามคำสั่งของพี่สาว
เฟิ่งอวี้หลัน เดินมาข้างหน้าอีกระยะหนึ่ง จากนั้นเธอก็หยุด เหมือนจะฟังเสียงอะไรซักอย่าง ต่อมา ก็เริ่มใช้ไม้ที่ถือมา ฟาดไปที่ต้นกกทำให้เกิดเสียงดัง ฟาดไปเดินไปอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นาน ในดงหญ้าเบื้องหน้า ก็ปรากฏเงาดำหลายสาย พุ่งทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
" เอ๋ นั่นนกอะไรน่ะพี่ใหญ่ " เสี่ยวเฉินสายตาจดจ้องไปยังเงาดำๆ พร้อมเอ่ยถามพี่สาวอย่างสงสัย
" นั่นก็คือเป็ดป่า " เฟิ่งอวี้หลันเอ่ยตอบ " จำได้หรือไม่ว่ามันบินออกมาจากตรงไหนบ้าง "
เสี่ยวเฉินพยักหน้ารับ มือก็ชี้ไปยังพงหญ้าที่ตนเห็นนกเป็ดป่าบินออกไป " ตรงนั้น ตรงนั้น ออ แล้วก็.....ขอรับ " เสี่ยวเฉินชี้มือไปถึงเจ็ดแปดจุด เฟิ่งอวี้หลันพยักหน้าอย่างพอใจ เด็กคนนี้ถือว่ามีความทรงจำที่ยอดเยี่ยมมากทีเดียว
" ไปเถอะ " เฟิ่งอวี้หลันพูดจบก็เดินนำไปยังจุดที่ใกล้ที่สุด เมื่อเปิดพงหญ้าออก ก็พบเข้ากับ
" โห พี่ใหญ่ ไข่ มีไข่เยอะแยะเลย หนึ่งสองสาม......สิบเอ็ด พี่ใหญ่มีตั้งสิบเอ็ดฟองแน่ะ " เสี่ยวเฉินเห็นไข่มากมายก็ตาโต รีบนับด้วยความตื่นเต้น
" อืม " เฟิ่งอวี้หลัน อืมรับเสียงหนึ่ง มือก็ปลดตะกร้าสานที่สะพายติดตัวมาก่อนหน้าดึงเศษหญ้าแห้งรอบๆ มารองก้นตะกร้าไว้
" พี่ใหญ่ ไข่พวกนี้กินได้หรือไม่ " เสี่ยวเฉินถามด้วยสีหน้าสลด
เฟิ่งอวี้หลันได้ยินเสี่ยวเฉินถามมือที่ดึงหญ้าถึงกับชะงัก หันไปจ้องหน้าเสี่ยวเฉิน เสียแรงที่ก่อนหน้านึกชมว่าเด็กนี่ความจำดี ที่แท้ฉลาดแต่ไม่เฉลียวงั้นหรือ
" เด็กโง่ หากกินไม่ได้ พี่ใหญ่จะพาเ้าดั้นด้นเข้ามาด้วยเหตุใด "
" จริงด้วย แหะๆ " เสี่ยวเฉินหัวเราะแห้งๆ พร้อมเกาหัวแกรกๆแก้เก้อ
"เอาล่ะ ช่วยกันเก็บไข่ใส่ตะกร้าได้แล้ว เบามือหน่อยล่ะ อย่าให้แตกหรือบุบเสียก่อน "
เสี่ยวเฉินหยิบไข่ใส่ตะกร้าทีละใบช้าๆ ราวกลับสมบัติล้ำค่า เฟิ่งอวี้หลันเห็นแล้วก็รู้สึกปวดหัวตุบๆ เด็กคนนี้บางทีก็ดูฉลาด แต่บางครั้งก็ดูเซ่อซ่า
" พี่ใหญ่ท่านรู้ได้อย่างไรว่าในนี้มีไข่" เสี่ยวเฉินสองมือประคองไข่ ปากก็เอ่ยถามอย่างสงสัย
" เพราะข้าเป็พี่ใหญ่ของเ้าไง " เฟิ่งอวี้หลัน เลี่ยงที่จะตอบคำถาม ตามความทรงจำของร่างนี้ก่อนหน้าระหว่างซักผ้าได้บังเอิญเห็นฝูงเป็ดป่าบินผ่านหน้าไป แต่เพราะไม่รู้จักจึงไม่ได้สนใจ แต่ เฟิ่งอวี้หลันนั้นรู้จักเป็ดป่าดี ตอนอยู่ในชนบท เฟิ่งอวี้หลันก็มักออกไปวิ่งเล่นกับเด็กๆในหมู่บ้าน เก็บไข่ ตกปลา จับปู แม้กระทั่งเลี้ยงหมูทุกอย่างล้วนทำมาหมด ทุกครั้งที่กลับบ้าน เฟิ่งอวี้หลันจะเห็นเด็กที่ไปเล่นด้วยกันถูกแม่ถือไม้ไล่ตี เพราะทำเสื้อผ้าสกปรก หลายครั้งที่เฟิ่งอวี้หลันยังแอบคิดว่าหากแม่ของตัวเองยังอยู่จะไล่ตีเธอแบบนั้นหรือไม่
" ใช่ๆ เพราะพี่ใหญ่คือพี่ใหญ่ ดังนั้นพี่ใหญ่จึงเก่งที่สุด " เสี่ยวเฉินรีบพูดเอาใจ เฟิ่งอวี้หลันหลุดขำกับท่าทางเลียแข้งเลียขาของน้องชาย
จากนั้นสองพี่น้องก็ช่วยกันเก็บไข่ใส่ตะกร้าด้วยความระมัดระวัง เก็บรังแรกเสร็จก็ย้ายไปรังที่สอง เก็บอยู่นาน กว่าครึ่งชั่วโมง หลังช่วยกันหาอีกรอบเมื่อไม่เจอรังไข่ที่ซ่อนอยู่แล้วก็พากันเดินออกจากป่าเพื่อขึ้นฝั่ง
รวมๆ แล้ว สองพี่น้องเก็บไข่เป็ดป่ามาได้หกสิบกว่าฟอง ไข่เป็ดป่านั้นนั้นใบเล็กเท่ากับไข่ไก่เบอร์4เบอร์ห้าในยุคปัจจุบัน แต่ในยุคที่ขาดแคลนเช่นนี้ ตามความทรงจำของเ้าของร่างนั้นไข่ถือเป็อาหารอันโอชะ ครั้งสุดท้ายที่เ้าของร่างได้กินไข่น่าจะเป็ปีใหม่สุดท้ายตอนที่หลินปู้ ปู่ของเ้าของร่างยังไม่เสียชีวิต
ที่บ้านนางจ้าวนั้นมีแม่ไก่อยู่แค่สองตัว ไข่ทุกใบถ้าไม่ให้อาเล็ก กุ้ยเหมย ก็จะเก็บไว้ให้เสี่ยวอู่ลูกชายของอารองที่เรียนหนังสืออยู่ในตัวอำเภอ
" พี่ใหญ่ ไข่พวกนี้ เอ่อ พวกเรากินได้หรือไม่ " เสี่ยวเฉินก้มหน้าต่ำ ถามขึ้นเสียงเบา
เฟิ่งอวี้หลันมองน้องชายอย่างไม่เข้าใจ " แน่นอนในเมื่อพวกเราลำบากเก็บมา ก็ย่อมต้องกินได้ซิ "
"จริงหรือขอรับ " เสี่ยวเฉินพูดขึ้นแววตาเปล่งประกายอย่างยินดี แต่แล้วเหมือนจะคิดอะไรได้สีหน้าก็สลดลง "แล้วท่านย่า "
เฟิ่งอวี้หลันพอจะมีความทรงจำของเ้าของร่างเดิมอยู่บ้าง มีครั้งหนึ่งสามพี่น้องพากันเข้าป่าไปหาฟืน เสี่ยวเฉินบังเอิญพบเข้ากับรังของไก่ป่า มีไข่อยู่สองฟองในนั้น หลินเสี่ยวหว่านเห็นแววตายินดีของน้องทั้งสอง จึงตัดสินใจไม่นำไข่กลับบ้าน ลงมือก่อไฟที่ชายป่า จากนั้นนำไข่ไปต้มในกระบอกไม้ไผ่ แต่ไข่ยังไม่ทันสุกดี เสี่ยวอู่ลูกชายของอารองกับมาเห็นเข้าจึงกลับไปฟ้องนางจ้าว นางจ้าวโกรธมาก ด่าสามพี่น้องสาดเสียเทเสีย ยึดไข่ทั้งสองใบไปให้เสี่ยวอู่กิน แล้วยังให้พวกเขาสามพี่น้องอดข้าว นั่นคงเป็ปมในใจของเสี่ยวอู่
" น้องรองฟังพี่ พวกเราหาไข่ทั้งหมดนี้มาด้วยความยากลำบาก ดังนั้นไข่ทั้งหมดนี้เป็ของเรา เสี่ยวเฉินอยากกินก็จะได้กิน สำหรับบางคน อยากแบ่งก็ได้แบ่ง แต่หากไม่อยากแบ่งก็ไม่จำเป็ เข้าใจหรือไม่ "
" ทำแบบนั้นได้หรือขอรับ "
" ได้ซิ ว่าแต่ น้องรองอยากแบ่งหรือไม่ "
" ไม่ขอรับ "
" ดี งั้นไปกัน " เฟื่งอวี้หลันพูดจบก็ก้าวเดินไปข้างหน้า ก่อนหน้าเธอถอนผักป่าจำนวนหนึ่งปิดทับไว้ด้าบนทำเช่นนี้ก็จะไม่มีใครเห็นว่าของด้านในคืออะไร
" แต่พี่ใหญ่ ไข่มากมายเช่นนี้ กว่าเราจะกินหมด มันจะไม่เสียก่อนหรือขอรับ " เสี่ยวเฉินยังคงเป็กังวล
" ก็ใช่ " เฟิ่งอวี้หลันพยักหน้า "แล้วเสี่ยวเฉินคิดว่าพวกเราควรทำยังไงดี "
" อืม " เสี่ยวเฉินครุ่นคิดครู่หนึ่ง " เราแบ่งไปให้คนอื่นดีหรือไม่ขอรับ "
"แล้วเสี่ยวเฉินคิดจะแบ่งให้ใคร "
" อืม ให้บ้านลุงโจว ให้หมอหลู่ ให้บ้านป้าจาง "
เฟิ่งอวี้หลันพยักหน้า สามคนนี้คงเป็คนที่คอยช่วยเหลือสามพี่น้องนี้ไม่น้อย
" เสี่ยวเฉินเป็เด็กดีจริงๆ รู้จักตอบแทนบุญคุณผู้อื่น " เฟิ่งอวี้หลันเริ่มเอ่ยชมเชยน้องชายก่อน
"แต่ตอนนี้สิ่งที่พวกเรา้าคือเงิน การตอบแทนน้ำใจผู้อื่นเป็สิ่งที่ควรทำ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม" ตามความคิดของเฟิ่งอวี้หลันนั้น หากหลินต้าหลางไม่ฟื้นขึ้นมา ด้วยนิสัยของนางจ้าวจะต้องไม่อยู่เฉยแน่ ดังนั้นตอนนี้อย่างไรก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน และสิ่งที่ต้องเตรียมอย่างแรกเลยก็คือเงิน ก่อนหน้าเงินทั้งหมดที่หลินต้าหลางหาได้ จะต้องมอบให้นางจ้าว ดังนั้นทำให้ในมือของครอบครัวใหญ่ไม่เคยได้ััเงินเลย
" พี่ใหญ่ ท่านจะขายไข่พวกนี้งั้นหรือ ไม่ได้นะขอรับ หากทำเช่นนั้นท่านย่าต้องรู้แน่ ว่าเราเก็บไข่พวกนี้ได้ "
" เด็กโง่ เราก็ขายโดยที่ท่านย่าไม่รู้ซิ " เฟิ่งอวี้หลันยกยิ้มเ้าเล่ห์
เสี่ยวเฉินยังคงแสดงสีหน้างุนงง "พี่ใหญ่ ท่านจะทำอย่างไรหรือขอรับ บอกข้าด้วย บอกข้าหน่อย "