หลายวันผ่านไปอาเธลยังคงถูกคุมขังอยู่ในคุกใต้ดินมืดทึบ ไร้แสงตะวัน ไร้เสียงใดๆนอกจากเสียงโซ่ตรวนกระทบพื้นหินเวลาที่เขาขยับตัว ทุกอณูในร่างกายปวดร้าวไปหมดทั้งจากแผลเป็ที่ถูกทำร้าย และการขาดอาหารน้ำที่พอเพียงเขารู้สึกราวกับชีวิตนี้ได้สูญสิ้นความหมายไปแล้ว
แต่ยามใดที่ความสิ้นหวังกัดกินหัวใจภาพใบหน้ายิ้มแย้มของมีนาก็จะผุดขึ้นมาเตือนให้เขารู้ว่าไม่อาจล้มเลิกความพยายามไปได้ในยามนี้ เขาต้องอดทนอีกสักหน่อยรอโอกาสที่จะปลดปล่อยตนเองออกจากที่นี่ให้ได้เพื่อกลับไปสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของเธออีกครั้ง
วันแล้ววันเล่า อาเธลใช้ชีวิตอย่างไร้ความหมายเหมือนคนตายทั้งเป็ เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่เขามีคือความทรงจำถึงวันเวลาแสนสุขที่เคยได้ใช้ร่วมกับคนรัก
จนกระทั่งคืนวันหนึ่งเสียงกุญแจไขประตูก็ดังขึ้น ตามด้วยร่างใครบางคนที่แทรกเข้ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะปิดประตูลงตามเดิม
อาเธลลืมตาขึ้นมองสะดุ้งใเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร
"ราเชน! นี่เ้าเองหรือ"เขาอุทานเสียงแหบพร่า ลำคอผากแห้งผาก เพราะไม่ได้ใช้เสียงมานาน"ทำไมเ้าถึงมาที่นี่ได้"
"ข้าแอบเข้ามาเพื่อมาช่วยท่านไงล่ะท่านพี่" ราเชนตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
ชายหนุ่มตรงหน้าอาเธล คือราเชนศิษย์องครักษ์คนสนิทของเขานั่นเอง เมื่อครั้งที่อาเธลยังเป็องครักษ์ของเ้าชายซาอาดิเอลเขาก็เป็ผู้ฝึกสอนวิชาการต่อสู้ให้ราเชนมาั้แ่จำความได้ทั้งคู่ผูกพันกันเหมือนพี่น้อง ไว้ใจได้เสมอมา
เมื่ออาเธลหายตัวไปราเชนก็พยายามตามหาเขาอยู่หลายปีแต่ไร้วี่แววเพราะพลังในการซ่อนตัวของเขายังคงแข็งแกร่งกระทั่งพอได้ข่าวว่าเ้าชายซาอาดิเอลจับตัวอาเธลมาได้ เขาก็รีบมาที่นี่ทันทีไม่รอช้า
"ราเชน เ้าช่างบ้าบิ่นเสียจริงการมาที่นี่มันเสี่ยงอันตรายเกินไป หากถูกจับได้ เ้าคงไม่รอดแน่"อาเธลบ่นพึมพำ แต่ในใจกลับรู้สึกซาบซึ้งกับน้ำใจของศิษย์คนสนิท ในเมื่อทุกคนทอดทิ้งเขาไปหมดกลับมีราเชนเพียงคนเดียวที่ยังจงรักภักดี และพร้อมจะช่วยเหลือเสมอมา
ชายหนุ่มร่างกำยำในชุดองครักษ์ยิ้มกว้างก่อนจะล้วงเอาอะไรบางอย่างในกระเป๋าออกมา มันคือขนมปังกับไก่ย่างชิ้นหนึ่งห่อด้วยใบตองอย่างดี
"ท่านพี่ กินอะไรก่อนเถอะ รู้ว่าท่านต้องหิวจะแย่แล้วข้าใช้เวลาตั้งนานกว่าจะยัดเยียดมันเข้ามาได้ เฮ่อ"เขาส่งห่อใบตองให้อาเธลพร้อมกับน้ำหนึ่งขวด
อาเธลคว้ามันมากัดกินอย่างหิวกระหายแทบไม่ได้ใช้เวลาเคี้ยวด้วยซ้ำ ก่อนจะดื่มน้ำตามอีกหลายอึกความชุ่มคอทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง สมองกลับมาปลอดโปร่ง เขาหันไปหาราเชนถามด้วยใบหน้าจริงจัง
"ตกลงเ้าวางแผนอะไรไว้หรือเปล่าในการช่วยข้าหนีออกไปจากที่นี่น่ะ"
ราเชนผงกหัวหงึกหงัก "ข้ามีแผนคร่าวๆอยู่แล้ว ก็คือ..." เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายต่อ
"ข้าวางยาพวกทหารเฝ้ายามทั้งหมดเรียบร้อยแล้วตอนนี้พวกมันน่าจะหลับไม่ได้สติไปหลายชั่วยาม ระหว่างนั้นเราก็ใช้เวลาหลบหนีออกไปข้ามีม้าเตรียมรออยู่ด้านนอกพร้อมเสบียงสำหรับเดินทางแล้ว"
"เ้าบอกว่า...เราจะหนีออกไปตอนนี้เลยงั้นหรือ"อาเธลย้อนถาม ยังคงไม่ค่อยมั่นใจนัก
"ถูกต้อง! ตอนนี้เป็โอกาสทองของเราแล้วรอช้าอยู่ใยล่ะท่าน ไปกันเถอะ กลับไปหาคนรักของท่านที่รออยู่ข้างนอกนั่นสิข้าเห็นแววตาของเธอตอนที่ท่านถูกจับตัวไป มันเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ใคร่หาเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเลยล่ะท่าน"
สิ้นเสียงราเชน ดวงตาของอาเธลก็พลันร้อนผ่าวแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ภาพเหตุการณ์วันนั้นผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงภาพใบหน้าเศร้าสร้อยคลอน้ำตาของมีนาที่ไม่อาจทำอะไรได้มากไปกว่าการมองเขาถูกพาตัวหายลับไปในความมืด
"มีนา...ที่รัก" เขากระซิบเบาๆกับตัวเอง ก่อนจะผุดลุกขึ้นมาทันที พร้อมจะออกเดินทางไปพบหน้าคนรักให้ได้ในเวลานี้
"ถูกต้อง! ท่านพี่ของข้า เราไปกันเถอะอย่ารอช้าอยู่เลยตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการได้กลับไปสู่อ้อมกอดของคนที่เรารักอีกแล้ว"ราเชนคว้าแขนอาเธล พยุงร่างที่อ่อนแรงของเขาให้เดินไปยังประตู
สองร่างค่อยๆย่องออกไปจากคุกใต้ดินอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่อิสรภาพที่รออยู่ข้างหน้าด้วยความระมัดระวังที่สุดเท่าที่จะกระทำได้เพราะการถูกจับได้เท่ากับความตายของพวกเขาทั้งคู่
แสงจันทร์นวลตาส่องสว่างนำทางผ่านเงามืดและสายลมหนาวเหน็บทว่าราวกับมีเสียงหนึ่งเรียกพวกเขาให้เร่งฝีเท้าให้ไวยิ่งขึ้นทุ่งหญ้ากว้างรออยู่ข้างหน้า และเสรีภาพกำลังโบกมือเรียก
ในที่สุดทั้งคู่ก็พบกับม้าสีดำสนิทที่ถูกผูกซ่อนเอาไว้ในพุ่มไม้ตรงตามที่ราเชนได้เตรียมการไว้ พวกเขารีบกระโจนขึ้นหลังอย่างว่องไวก่อนจะควบออกไปสู่แสงสว่างวันใหม่ที่กำลังรอคอย
อกของอาเธลพิงกับแผ่นหลังของราเชนััได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากอีกฝ่าย เขาหลับตาลงรู้สึกราวกับเป็ความฝันที่กลายเป็จริง
"ท่านพี่...ตอนนี้ท่านปลอดภัยแล้วไม่ต้องหวาดกลัวอะไรอีกต่อไป ข้าจะพาท่านกลับไปหาคนรักของท่านเองด้วยชีวิตของข้าเป็ประกัน" ราเชนกระซิบเบาๆ แ่เบาและนุ่มนวลทว่าให้ความหมั่นใจอย่างประหลาด
"ราเชน...ข้าขอบคุณเ้าข้าเป็หนี้บุญคุณเ้ามากจริงๆ หากไม่ได้เ้า ป่านนี้ข้าคงตายไปแล้ว"อาเธลตอบกลับ แ่เบาพอๆ กัน
พวกเขาควบม้าฝ่าความมืดมิดไปเรื่อยๆเป็เวลานาน ผ่านสายลมและสายฝนที่ทั้งหนาวเหน็บและเปียกชื้นแต่ด้วยความมุ่งมั่นและแรงปรารถนาที่จะกลับไปหาคนรักก็ทำให้อาเธลมีกำลังใจก้าวเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคใดก็จะไม่ย่อท้อ
ในที่สุด พวกเขาก็ไปถึงยอดเขาท้ายคฤหาส และอาเธลก็กำลังจะใช้เส้นทางนี้หนีจากโลกปิศาจเพื่อไปยังโลกมนุษย์โลกที่มีหญิงสาวที่เขารัก ความสุข และเสียงหัวเราะ รอคอยเขาอยู่ที่นั่น หัวใจของอาเธลเต้นระรัวความตื่นเต้นและคิดถึงแล่นปลาบขึ้นมาจนแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่
เขารีบร้อนมุ่งไปสู่คฤหาสน์ทันทีและไม่ลืมเหลียวหลังไปเพื่อส่งยิ้มแทนคำขอบคุณลูกศิษย์ที่เปรียบเสมือนพี่น้องของเขาและเมื่อเขากลับถึงบ้านเมื่อเปิดประตูเข้าไป ภาพแรกที่ปรากฏคือใบหน้าตกตะลึงของมีนาดวงตาเบิกกว้างคลอด้วยน้ำตาแห่งความปีติยินดี
"อาเธล!" เธอะโเสียงดังวิ่งเข้ามากอดเขาแน่น ราวกับกลัวว่ามันเป็เพียงภาพลวงตา
"มีนา ที่รัก..."อาเธลสวมกอดเธอกลับอย่างแสนคิดถึง สูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นที่โชยมา รู้สึกราวกับิญญาที่ตายไปแล้วได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครา
ทั้งคู่กอดกันร่ำไห้ระบายความอัดอั้นตันใจที่ผ่านมานาน ก่อนจะประทับจูบหวานชื่นใส่กัน
"หนูคิดถึงคุณมากรู้ไหม รอคุณกลับมาทุกวันทุกคืน ไม่มีวินาทีไหนเลยที่หนูไม่นึกถึง หนูกลัวว่าคุณจะไม่ได้กลับมาแล้ว"มีนาพูดทั้งน้ำตา เธอจูบใบหน้าคมคายของอาเธลรัวๆ อย่างแสนคิดถึง
"ผมก็คิดถึงคุณมากเช่นกันที่รัก...ไม่เคยมีวินาทีใดที่หยุดนึกถึงคุณได้เลย แล้วผมก็สัญญานะว่าจะกลับมาหาคุณให้ได้ยังไงผมก็ไม่ทิ้งคุณไปหรอก เพราะผมรักคุณมากที่สุดในชีวิต"อาเธลยิ้มให้คนรักอย่างอ่อนโยน ปาดน้ำตาให้เธอเบาๆ
"หากไม่มีคุณเคียงข้าง ผมก็คงมีชีวิตอยู่ไม่ได้เพราะคุณคือลมหายใจ เป็แรงใจที่ทำให้ผมสู้ต่อมาถึงทุกวันนี้ ผมขอสาบานด้วย์เป็พยานว่าต่อแต่นี้ไปจะไม่มีวันทิ้งคุณไปไหนอีก จะอยู่รักคุณไปจนวันตาย"
คำสัญญาหวานกระซิบที่ข้างหูมีนาแทบกลั้นสะอื้นเอาไว้ไม่อยู่ เธอกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีกจูบหนักหน่วงตรงลำคออีกฝ่ายอย่างหมกมุ่น
"ที่รัก มาเถอะ ไปทำแผลก่อน ดูเหมือนว่าคุณจะาเ็ไม่น้อยเลย"มีนาพยุงร่างที่อ่อนแรงของอาเธลไปนั่งที่เก้าอี้นวมก่อนจะไปหยิบขวดยาและผ้าพันแผลมาทำแผลให้เบาๆ
เธอทะนุถนอมราวกับเขาเป็ของล้ำค่าััอ่อนโยนทุกครั้งที่แตะต้อง ทำเอาอาเธลแทบจะปล่อยโฮออกมาน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจในที่สุดเขาก็ได้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคนรักอีกครั้ง
พวกเขาอยู่ด้วยกันแบบนั้นจนดึกดื่นก่อนจะเข้านอนพักผ่อนบนเตียงนุ่ม ที่เนินอกอุ่นของมีนา อาเธลซุกไซ้เหมือนเด็กน้อยขี้อ้อนรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้าแม้ในยามที่หลับใหล
มีนาลูบไล้เส้นผมของเขาเบาๆจูบหน้าผากเขาอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลงนอนข้างกัน
ภาพาแในใจจากการพลัดพรากยังคงหลอกหลอนแต่วันนี้ ในอ้อมกอดของกันและกัน คงไม่มีฝันร้ายใดมารบกวนอีกแล้ว เพราะตราบใดที่ยังมีรักแท้เคียงข้างไม่ว่าจะต้องเผชิญกับอุปสรรคหรือศัตรูใด พวกเขาก็พร้อมจะฝ่าฟันมันไปด้วยกัน
รักแท้ของพวกเขาแข็งแกร่งเกินกว่าจะมีสิ่งใดมาทำลายได้ และนับจากนี้ต่อไป ทุกย่างก้าวที่เดินจะเดินเคียงข้างกันตลอดไป...