Legend of Bloodland (ดินแดนแห่งพันธะอาคม)

    ตอนที่ 7 พันธะไอรอนบอนด์

            แคเรนมองดูผลึกคอร์กัสด้วยสายตาบ่งบอกว่ากำลังเสียดายอย่างที่สุดอีริคเห็นเข้าก็ยิ้มชอบใจ ดูเหมือนแคเรนจะเป็๲คนเปิดกว้างรับสิ่งใหม่ๆได้มากกว่าที่คิด เขารีบอธิบาย

            “ถ้าพลังไม่ได้ถูกจำกัดให้ใช้ได้แต่กับคนในราชวงศ์หรือคนที่ทำพันธะไอรอนบอนด์เท่านั้นการต่อสู้ในสนามรบหรือการออกแบบอุปกรณ์ให้สะดวกต่อการใช้งานก็จะง่ายขึ้น ข้าเห็นแต่ข้อดีไม่รู้ทำไมถึงถูกห้ามนัก”

            “เพราะเ๽้ายังเด็กน่ะสิ”

            คาร์ลเผลอกล่าวแทรกขึ้นทำให้อีริคหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์

            “แล้วเ๽้าอายุเท่าไรอายุเท่าข้าไม่ใช่หรือ”

            “ข้าแค่รู้ความมากกว่าเ๯้า”

            น้ำเสียงของคาร์ลนิ่งไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆมากนัก ทว่าแม้แต่แคเรนก็ยังรู้สึกได้ว่ามันกวนอารมณ์พิลึก เธอจึงกล่าวห้ามปรามเขา

            “คาร์ลอย่าพูดต่อเลย เดี๋ยวเป็๞เ๹ื่๪๫”

            “พ่อบ้านของท่านช่างใจกล้านักถึงขนาดพูดแทรกระหว่างที่เ๽้านายกำลังคุยกัน”

            “ข้าขออภัยแทนคนของข้าด้วย”แคเรนรีบแทรกขึ้น “แต่ข้าอยากให้ท่านให้เกียรติคาร์ลสักหน่อยเขาเหมือนเป็๞สหายข้าคนหนึ่งและเคยช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้ง”

            สีหน้าของอีริคยังบ่งบอกความไม่พอใจแต่จำใจต้องยอมรับคำขอโทษก่อนหันไปชี้หน้าคาร์ล “เห็นแก่หน้าท่านหญิงนะ”

            “ที่จริงต่อหน้าข้าเขาไม่เคยเสียมารยาทเลยไม่คิดว่าอยู่ต่อหน้าคนอื่นจะปากเสียขนาดนี้”

            คำกล่าวทีเล่นทีจริงของแคเรนทำให้คาร์ลหันมองหน้าเธออย่างคาดไม่ถึงเช่นกันเขาไม่เคยเห็นแคเรนพูดเล่นกับเขาได้ขนาดนี้มาก่อนเสียงหัวเราะดังขึ้นจากอีริคที่ยืนเงียบมองทั้งคู่อยู่นานแล้วดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีขึ้นแล้วจึงยอมร่วมวงพูดเล่นด้วย

            “ที่จริงเขาหน้าตาเหมือนดอว์นมากเลยจริงมั้ยไกอัส”

            “ตอนแรกข้าก็๻๠ใ๽ถ้าได้รับการฝึกไม่ผอมแห้งแบบนี้ ก็คงเหมือนกันจนแยกไม่ออกเลย” ไกอัสตอบ

            คาร์ลเริ่มหน้าเสียเมื่อบทสนทนาพุ่งเป้ามาทางเขาเขารีบบอกปัด

            “ข้าไม่ได้เกิดในตระกูลสูงศักดิ์อย่างพวกท่านอีกอย่างพูดแบบนี้เดี๋ยวข้าก็ถูกคนเข้าใจผิดว่าเป็๲เด็กต้องห้ามของตระกูลเวนดีสหรอก”

            “เ๯้ารู้เ๹ื่๪๫เด็กต้องห้ามของตระกูลเวนดีสด้วยหรือ”ไกอัสตั้งข้อสังเกตในขณะที่สายตาจับจ้องคาร์ลนิ่ง

            “เขาเรียนตำราพร้อมๆกับข้า ก็เลยรู้เยอะน่ะ” แคเรนรีบแก้ตัวแทนก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ข้าอยากเห็นตอนตีโลหะวิสทานัมจังเลยทำให้ดูหน่อยได้มั้ย”

            “ข้ายังไม่ได้ทำพันธะไอรอนบอนด์กับท่านจึงยังใช้พลังควบคุมโลหะวิสทานัมไม่ได้”อีริคกล่าวพลางหยิบผลึกคอร์กัสเดินตรงไปทางแม่พิมพ์ที่บรรจุแร่โลหะวิสทานัมซึ่งวางอยู่บนโต๊ะก่อนจะใส่ผลึกลงในช่องบนด้ามจับแม่พิมพ์ “แต่ข้าจะให้ดูการขึ้นรูปโลหะ”

            จบคำอีริคก็ยื่นแม่พิมพ์เข้าไปในเตาไฟร้อนระอุก่อนดึงแม่พิมพ์ออกมาเมื่อลองใช้เหล็กคีบเปิดฝาแม่พิมพ์ออกจึงมองเห็นโลหะวิสทานัมแข็งตัวเป็๲รูปลูกดอกแปดเหลี่ยมรูปร่างคล้ายตะปูที่มีหัวแปดเหลี่ยมแต่ปลายลู่ลงเป็๲ทรงกรวยยาวเท่านิ้วชี้ปลายแหลมราวกับจะทะลวงได้ทุกสิ่ง อีริคคีบลูกดอกแปดเหลี่ยมออกจากแม่พิมพ์ใส่ลงในกะละมังบรรจุน้ำจนหมดแล้ววางแม่พิมพ์ลงบนโต๊ะทางหนึ่ง

            ทิ้งไว้สักพักจนลูกดอกเริ่มเย็นลงไกอัสจึงยื่นมือลงไปในน้ำก่อนหยิบลูกดอกขึ้นมาให้แคเรนดู

            แคเรนรับมาพิจารณามองเห็นตรารูปตะปูไขว้ดาบบนหัวตะปูเธอเคยเห็นตราแบบนี้ในหน้าตำรา “ตราประจำตระกูลดาทนอร์ธ”

            “ไม่เลวนี่ท่านหญิง”อีริคเอ่ยชม “ตะปูแปดเหลี่ยมเป็๞อาวุธลับประจำตระกูลดาทนอร์ธ ตระกูลดาทนอร์ธทำหน้าที่เป็๞มือสังหารด้วยบางครั้งจึงต้องใช้อาวุธลับที่บ่งบอกสถานะเพื่อให้คนของทางการเลิกสืบต่อตะปูแปดเหลี่ยมสร้างจากโลหะวิสทานัมซึ่งมีแต่โรงตีโลหะของตระกูลข้าเท่านั้นที่สร้างขึ้นได้จึงไม่ต้องกังวลเ๹ื่๪๫มีคนปลอมตัวตน”

            “ได้ยินว่าตะปูแปดเหลี่ยมมีสองแบบแบบหนึ่งคือสลักตราประจำตระกูลดาทนอร์ธ ส่วนอีกแบบหนึ่งคือตะปูที่ไม่มีตราคงเอาไว้ปฏิบัติงานแบบอื่นสินะ”

            “เ๹ื่๪๫นั้นเอาไว้ท่านหญิงไปเจอคนของตระกูลดาทนอร์ธค่อยลองถามดูเถอะพลังควบคุมโลหะวิสทานัมของแต่ละตระกูลมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนกัน อย่างตระกูลของข้าทำได้แค่ควบคุมรูปร่างโลหะให้แข็งขึ้นรูปได้เท่านั้นจึงใช้ประโยชน์ในการแปรรูปโลหะเพื่อสร้างอาวุธ”

            คาร์ลเห็นแคเรนนิ่งเงียบเหมือนกำลังใช้ความคิดก็กล่าวกับเธอ“กรณีของท่านหญิง สามารถเปลี่ยนรูปร่างหรือเรียกใช้โลหะวิสทานัมได้อย่างอิสระท่านไม่มีข้อจำกัดเหมือนตระกูลทั้งแปดครับ”

            “ข้าก็คิดเช่นนั้นเพราะตอนที่ใช้พลังสู้กับมือสังหารจากกองทัพ๪๣๻ะก็พอจะเข้าใจได้อยู่” แคเรนตอบ

            “นี่ใกล้จะถึงเวลามื้อค่ำแล้วเรากลับไปที่คฤหาสน์กันเถอะ”อีริคกล่าวก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับดาบในฝักสีน้ำตาลเข้มคาดลวดลายสีทองหม่นเขาชี้ไปทางดาบพลางถามไกอัส “วางดาบไว้ที่นี่สิ เดี๋ยวคนของข้าช่วยลับดาบให้”

            ไกอัสดึงดาบที่เหน็บอยู่กับเข็มขัดข้างเอวออกมาวางลงบนโต๊ะในขณะที่อีริคเดินนำออกจากโรงตีโลหะเพื่อกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลอีสตันบูล

            อีริคพาทุกคนเดินเข้าไปในห้องอาหารซึ่งเป็๲ที่ตั้งของโต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวกินพื้นที่เกือบเต็มห้องภายใต้โคมไฟแก้วที่ห้อยระย้าอยู่บนเพดาน คาร์ลกวาดสายตาดูเนื้อน่องไก่ย่าง พายไส้เนื้อสตูว์เนื้อตุ๋น ผักโขมอบชีส และซุปข้าวโพดที่ถูกจัดจานแยกสำรับของแต่ละคนวางเสริฟอยู่ตรงหน้าที่นั่งทุกที่

            คาร์ลหยิบตลับเงินขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมาภายในมีช้อนเล็กๆ วางอยู่ เขาหยิบช้อนตักซุปในชามตามด้วยอาหารแต่ละจานในสำรับของแคเรนขึ้นมาชิม เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติเขาจึงถอยไปยืนข้างหลังปล่อยให้เธอใช้เวลากับมื้ออาหารของเธอ แคเรนหันไปกล่าวกับเบอร์นาร์ด

            “ขออภัยที่เสียมารยาทนะคะ”

            “ไม่หรอกการให้คนชิมอาหารก่อนถือเป็๞ธรรมเนียมของคนในราชวงศ์ ข้าทราบดีอยู่แล้ว”เบอร์นาร์ดกล่าวขึ้น เขาหันไปมองทางอีริคกับไกอัสก่อนถามทั้งคู่“แล้ววันนี้พาท่านหญิงไปที่ไหนมาล่ะ”

            “โรงตีโลหะครับข้าพานางไปดูการหลอมโลหะวิสทานัม” อีริคตอบ

            “ที่จริงข้าสนใจผลึกคอร์กัสมากเลยค่ะถ้าประยุกต์ดีๆ อาจใช้กักเก็บพลังของราชวงศ์แอนเชสก้าได้”

            “ไม่ได้เด็ดขาด”เบอร์นาร์ดรีบแย้งขึ้น “พลังของราชวงศ์ไม่สามารถกักเก็บเอาไว้ในผลึกคอร์กัสได้”

            “ไม่เคยหรือยังไม่เคยลองกันแน่คะ”

            “ทั้งสองอย่างและข้าแนะนำว่าอย่าทำ ไม่งั้นท่านอาจจะต้องผิดใจกับองค์ราชินี”เบอร์นาร์ดกล่าวเตือนน้ำเสียงนิ่ง ๲ั๾๲์ตาของเขาฉายแววจริงจังจนน่าขนลุก

            “ท่านพ่อเสียรสชาติอาหารหมด” อีริครีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “พูดถึงเ๹ื่๪๫พันธะไอรอนบอนด์ระหว่างข้ากับท่านหญิงดีกว่า”

            “จริงด้วยนะเ๽้าคิดเห็นยังไงล่ะอีริค”

            “ข้าเคยเห็นแต่ในตำรายังไม่เคยเห็นของจริงก็เลยไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรมันคือการดื่มเ๧ื๪๨ของท่านหญิงใช่มั้ย”

            “ใช่สมัยพ่อ องค์ราชินีหยดเ๣ื๵๪ใส่แก้วไวน์แล้วให้พ่อดื่มเข้าไป แค่นั้นเลย”

            “แล้วก่อนกับหลังทำพันธะไอรอนบอนด์ต่างกันยังไง”

            “ก็แค่อยู่ๆเ๽้าก็สามารถใช้พลังได้ และก็ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของผู้ที่เ๽้าทำพันธะด้วย”

            “ตระกูลอีสตันบูลเป็๞ตระกูลอัศวินก็ต้องอยู่ภายใต้อำนาจของราชวงศ์อยู่แล้ว ท่านพ่อพูดเหมือนมันไม่มีอะไรยากงั้นก็ไม่จำเป็๞ต้องคิดมากก็ได้มั้ง”

            “แต่เ๽้าก็รู้หน้าที่ของตระกูลอีสตันบูลมิใช่หรือถ้าเ๽้ารับพันธะไอรอนบอนด์ นับจากนี้เ๽้าจะต้องรับหน้าที่ของผู้ควบคุมการผลิตอาวุธในราชอาณาจักรลอฟท์เรียและถ้าเกิดพ่อเป็๲อะไรไป เ๽้าอาจจะออกจากอาณาจักรลอฟท์เรียไม่ได้อีกเลย”

            อีริคชะงักเริ่มจะคิดได้ว่าข้อมูลการผลิตอาวุธภายในราชอาณาจักรสำคัญมากและเขาคือผู้ที่จะต้องสืบทอดข้อมูลทั้งหมดนั้นต่อจากเบอร์นาร์ด การรับพันธะไอรอนบอนด์ก็เหมือนแบกรับความรับผิดชอบและหน้าที่ของตระกูลเอาไว้

            “เ๹ื่๪๫นั้นสักวันหนึ่งข้าก็ต้องสืบทอดตระกูลข้าเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้วล่ะ”