ค่ำคืนอันเงียบสงัดในกรุงโซลเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาสามทุ่มครึ่ง...
มิ้นนั่งตัวตรงบนโซฟาในห้องนั่งเล่นที่มืดสนิทมือทั้งสองข้างกอดอกแน่น เธอไม่ได้เปิดไฟแม้แต่ดวงเดียว เพราะกลัวว่าจะทำให้พี่สาวและน้องสาวตื่น
เธอนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว ท่าทีแปลก ๆ ของพี่มินอาที่ชอบเหม่อลอยระหว่างซ้อมเต้นหรือจะเป็ระหว่างถ่ายทำคอนเทนต์ มันวนเวียนอยู่ในหัวเธอไม่หยุด
“พี่มินอา... เป็อะไรไปนะ”มิ้นพึมพำกับตัวเองเบาๆ
และในตอนนั้นเองเสียงประตูห้องของพี่สาวใหญ่มินอาก็เปิดออกมิ้นเห็นเธอค่อย ๆ เดินย่องเสียงเบาออกจากห้องของตัวเอง มุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่
‘เธอจะไปไหนน่ะ!!?’
ประตูห้องปิดลงแ่เบา มิ้นรีบลุกพรวดขึ้นจากโซฟาคว้าเสื้อโค้ตตัวหนาที่พาดไว้บนเก้าอี้ รองเท้าผ้าใบคู่เก่าใส่เท้ารวดเร็วแล้วรีบเปิดประตูตามออกไป ฝีเท้าเบาเหมือนแมวที่กำลังล่าเหยื่อ
ลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่าง เธอรีบผลักประตูกระจกของตึกออกไปลมหนาวยามค่ำในโซลพัดพาเอาความชื้นจากแม่น้ำฮันเข้ามากระทบใบหน้า
เธอมองซ้ายขวารถแท็กซี่หลายคันกำลังแล่นผ่านไปบนถนน แต่กลับไม่มีแม้แต่เงาของพี่สาวมินอา
“พี่มินอา... เธอไปไหนแล้ว...!!”
มิ้นพึมพำ ก้าวเท้าออกไปอีกสองสามก้าว หวังจะยกมือขึ้นเรียกแท็กซี่ที่จอดอยู่แถวนั้นมาถาม
แต่ทันใดนั้นเสียงรองเท้าหนังดังก้องขึ้นจากมุมมืดใกล้กำแพงด้านข้างของตึก
“คิดจะออกไปไหนตอนดึกดื่น...?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความน่ากลัวดังขึ้นมิ้นสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปตามเสียงที่พูด และตรงนั้นผู้จัดการ ปาร์ค จินฮยอกยืนพิงกำแพงอยู่
สูทสีเข้มรัดรูป ผมหวีเรียบกริบมือถือบุหรี่มวนหนึ่งที่ยังจุดไฟอยู่ ควันลอยคลุ้งขึ้นไปในอากาศเย็น
“จะ... จินฮยอก”
มิ้นถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัวดวงตากวาดมองไปรอบๆ แต่ยังคงไม่เห็นพี่สาวมินอาแม้แต่เงา
“ฉัน... ฉันแค่ลงมาเดินเล่นค่ะ”
เมื่อฟังเธอพูดจบ จินฮยอกก็หัวเราะในลำคอเสียงหัวเราะนั้นต่ำและเย็นเยียบเขาโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วบดมันด้วยส้นรองเท้าก่อนจะเดินตรงเข้ามาใกล้
มิ้นรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกดูดออกไปความสูงของเขาทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นมอง
“เดินเล่น? ตอนสามทุ่มครึ่ง?”เขายกคิ้วขึ้น มองเธอั้แ่หัวจรดเท้า “ในสภาพ... ชุดนอนแบบนี้นะเหรอ?”
มิ้นกลืนน้ำลายลงคอมือกำขอบเสื้อโค้ตแน่น ทีแรกเธอคิดจะถามเขาว่าเห็นพี่มินอาไหม แต่ปากกลับอ้ำอึ้งไม่เป็คำ
ภาพเหตุการณ์วันนั้น ในห้องซ้อมผุดขึ้นมาในหัวเธอมือหนาใหญ่ของเขาที่ใช้ยกตัวเธอ ริมฝีปากที่ฉ่ำวาว มิ้นมองลงไปที่ใต้เป้ากางเกงของเขา
“มองอะไร...?อย่าบอกนะว่า... ติดใจน่ะ?”
จินฮยอกก้าวเข้าใกล้อีกสองก้าวตอนนี้เขาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงเมตรกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่ลอยคละคลุ้งไปทั่ว
“หรือจริงๆ แล้วเธอมาหาฉัน...”
น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นแต่แฝงไปด้วยความลวนลามมือข้างหนึ่งยกขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ มิ้นตัวแข็งทื่อ ตุ่มหนาวพุ่งขึ้นไปตามสันหลังเธออยากสะบัดมือเขาแล้ววิ่งหนี แต่ขาของเธอกับเหมือนถูกดูดติดกับพื้น
“ไม่ใช่ค่ะ! ฉันไม่ได้...”เธอสะบัดไหล่หลุดจากมือเขา “ฉะ.. ฉันจะกลับขึ้นไปแล้ว”
จินฮยอกยิ้มมุมปากมือที่เคยแตะไหล่เธอยังลอยค้างในอากาศ
มิ้นหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในตึกโดยไม่หันกลับไปมองเธอรีบกดลิฟต์ด้วยนิ้วที่สั่น หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอกขณะที่ประตูลิฟต์ปิดลง เธอเห็นเงาของ จิน ฮยอก ยังคงยืนมองเธอจากระยะไกลด้วยสายตาที่เ็าและคลุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เมื่อกลับขึ้นมาถึงชั้นห้องพักมิ้นปิดประตูแล้วทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา หอบหายใจถี่รัว
“พี่มินอา... พี่ไปไหนของพี่เนี่ย!” มิ้นพึมพำกับตัวเอง
เธอนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นนานเกือบสิบนาทีความเงียบงันภายในห้องยิ่งตอกย้ำให้เธอรู้สึกเปล่าเปลี่ยวมิ้นทอดสายตามองไปยังประตูห้องของน้องเล็กอย่างซูยอนป่านนี้เด็กคนนั้นคงจะนอนหลับสนิทไปแล้ว
มิ้นค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าเดินไปที่หน้าต่างแล้วเหม่อมองลงไปด้านล่างแสงไฟจากท้องถนนคังนัมยังคงส่องสว่างระยิบระยับเหมือนทุกคืนทว่าความศิวิไลซ์เ่าั้กลับทำให้ก้อนเนื้อในอกของเธอหนักอึ้งราวกับถูกหินกดทับ
มิ้นยืนนิ่งมองภาพความวุ่นวายภายนอกอยู่นานก่อนจะหมุนตัวเดินโซเซตรงไปยังห้องนอนของซูฮยอน
เมื่อผลักประตูเข้าไปเบาๆก็เห็นซูฮยอนนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง มิ้นสาวเท้าเข้าไปใกล้ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ แทรกตัวลงนอนข้างๆ...
คงเป็เพราะในค่ำคืนที่มืดมิดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของลางร้ายนี้เธอไม่สามารถนอนหลับคนเดียวได้จริง ๆ
ขณะเดียวกัน...
จิน ฮยอก ยืนพิงกำแพงตึกคอนกรีตเย็นเฉียบมือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหู อีกข้างจุดบุหรี่มวนใหม่ควันขาวลอยคลุ้งขึ้นไปในแสงไฟถนนสีส้มเหลืองที่พร่ามัว
“ทุกอย่างยังดำเนินไปตามแผน”เขาพูดด้วยน้ำเสียงต่ำนุ่ม แต่แฝงความเ็า“มินอาเพิ่งออกจากหอพักไปเมื่อสิบนาทีก่อน รถแท็กซี่มุ่งหน้าไปคังนัมตามที่นัดไว้”
เขาฟังอีกฝ่ายพูดแล้วยิ้มมุมปากบาง ๆ
“ไม่ต้องห่วง...”
จินฮยอกสูบบุหรี่ลึกอีกคำปล่อยควันออกช้า ๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ในเมื่อเหยื่อเดินมาเข้ากรงเองแบบนี้...ทางนี้ก็เตรียมต้อนรับให้สมเกียรติหน่อย อย่าให้ไก่ตื่นซะก่อนล่ะ”
เขาหยุดฟังปลายสายอยู่พักใหญ่แล้วตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท
“...คอยจับตาดูอยู่ห่าง ๆ ต้องไม่ปล่อยให้มีอะไรผิดพลาด”
หลังวางสาย จินฮยอกมองขึ้นไปยังเพนต์เฮาส์ที่มืดสนิทสายตาของเขามีทั้งความเ็าและประกายบางอย่างที่ซับซ้อน
เขาพึมพำในใจเบา ๆ
‘หวังว่าพวกเธอจะไม่พังไปซะก่อนนะ’
ริมฝีปากของจิน ฮยอกยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบดับเขาหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดของซอยข้างตึก โดยไม่หันกลับมามองอีก