ตอน 22 เดี๋ยวเจอ
"นี่น่าจะเป็ผลข้างเคียงของคนไข้ที่ได้รับการกระทบกระเทือนที่ศีรษะอย่างแรง อย่างไร เคสนี้ถือเป็เคสศึกษา ที่อาจจะพบได้หนึ่งในร้อยล้านล้านคน " หมอใหญ่เริ่มลงมือวินิจฉัย ให้หลินอีเป็คนไข้พิเศษที่เกินควบคุม
พวกเขาเห็นว่าอาการของหลินอีหนักขึ้นเรื่อยๆ จนต้องตัดสินใจฉีดยาสลบเต็มโดสให้เธอสงบสติอารมณ์
หลังจากนั้นทูตเฒ่าดึงดวงจิตและิญญาของหลินอีกลับไปยังห้วงมิติเดิม
หลินอีฟื้นขึ้นมาด้วยสีหน้ามึนงง ข้างเตียงเห็นฉือเว่ยกวงนอนเฝ้ากุมมืออยู่ตลอด กระทั่งเหงื่อไหลรดมือจนชุ่ม
"นี่เขาอยู่ในสภาพอิทโรยเพราะดูแลข้างั้นเหรอ " หลินอีพึมพำเบาๆ พลางยกมือขึ้นลูบหลังหัวของเว่ยกวงและมันทำให้หลินอีรับรู้ได้ทั้งใจว่า เว่ยกวงห่วงแหน และรักนางมากเพียงใด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลินอีหลงรักเว่ยกวงจนล้นใจ เพราะนางััได้ถึงความอบอุ่น ใส่ใจ ที่ไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน
และนี่ก็เป็อีกครั้งที่หลินอี้าจะถกหน้ากากทองออกจากใบหน้าของสามีให้ได้ ไม่ว่ายังไง เป็ตายร้ายดี นางก็้าััใบหน้าของเขาสักหนให้ได้ แต่แล้วมันก็ต้องล้มเหลวลงอีกตามเคย เมื่อเว่ยกวงรู้สึกตัวและคว้าจับมือเล็กๆของนางเอาไว้
"ข้าหลับใหลไปนานเพียงใดหรือ" หลินอีแกล้งถามเพื่อเปลี่ยนเื่
"ยอดรักของข้า ในที่สุดเ้าก็ฟื้นเสียที เ้าหลับใหล 1 เดือน ใจผู้รอคอยเช่นข้า ราวกับว่าเ้าจากไปนับพันปี รู้หรือไม่ว่าข้าคิดถึงเ้าเพียงใด " เว่ยกวงน้ำตาไหลพรากอาบหน้ากากทอง เขาโผกอดหลินอีแน่น ราวกับว่าจากลากันแสนนาน
**********
1 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก
ณ วังหลวงแห่งแคว้นเหนือ มหานครชิงเป่ย
คืนที่จันทร์เต็มดวง รัชศกกวานอี้ฉี เดือนสอง ปีเสือ
วังหลวงจัดงานเลี้ยงอย่างโอ่อ่าใหญ่โต แน่นอนว่างานใหญ่นี้ต้องจัดใหญ่สมเกียรติ กับการตำแหน่งขององค์รัชทายาท
แน่นอนว่าฉือเว่ยกวงต้องถูกเชื้อเชิญอย่างแน่นอน เนื่องจากความสัมพันธ์ของเขาและรัชทายาทไม่เคยผิดเพี้ยนไปตามราชสำนักแม้แต่น้อย แม้จะเป็คนไร้ยศ รัชทายาทผู้ทรงธรรมยังคอยถามไถ่ หนุนหลังทุกเมื่อ
การร่วมงานเลี้ยงแห่งวังหลวงครานี้จะไปเพียงผู้เดียวเห็นทีจะไม่เหมาะสม เว่ยกวงจำต้องพามารดาและภรรยาไปร่วมด้วย
ทว่าสองแม่ลูกความเห็นไม่ตรงกัน เมื่อฮูหยินฉือ้าให้ซ่างจี้จูเป็ผู้ติดตามไป โดยอ้างว่าหลินอีเพิ่งฟื้นจากความเจ็บป่วย สุขภาพไม่ดีนัก หากพานางไปด้วยก็เท่ากับสาปแช่งองค์รัชทายาท
ทว่าคำพูดของมารดาที่เหมือนคำหลอกเด็ก เว่ยกวงเชื่อฟังวะที่ไหน อย่างไร เขาก็้าให้ภรรยาเป็ผู้ติดตามเท่านั้น
ในเมื่อแม่ลูกตกลงกันไม่ได้เสียที เพื่อทางออกที่ดี เว่ยกวงจึงตัดสินใจให้ภรรยาทั้งหมดออกจวนพร้อมกัน ไม่เหลือให้ผู้ใดทนเหงาอยู่ข้างหลัง
**********
"เอาล่ะพวกท่านทั้งหลาย งานเลี้ยงได้เริ่มขึ้นแล้ว เชิญสุขสมกับสุราและอาหารเลิศรส อีกสักประเดี๋ยว สาวงามจะออกมาเต้นระบำให้เชยชม " เ้ากรมพิธีการออกมากล่าวแจ้งรายการเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ฝ่าาจะเอ่ยโอวาท
"เดี๋ยวก่อน ก่อนที่พวกท่านทั้งหลายจะไปสำราญใจ ในโอกาสที่วันนี้เป็การฉลองงานอภิเษกโอรสของข้า ข้าอยากให้มีอะไรที่สนุกสนานเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการร่ายรำ เอาเป็ว่าในนามของาา ผู้ใดเขียนกวีอวยพรโอรสข้าได้ดีที่สุด เป็ปราชญ์ผู้ชนะ ไม่ว่าร้องขอสิ่งใดข้าย่อมยินดีมอบให้ได้สมปรารถนาโดยไร้ข้อกังขา " ฝ่าาชื่นชอบกวีเป็ชีวิตจิตใจ แน่นอนว่างานรื่นเริงที่น่ายินดีขนาดนี้ ฝ่าามิอาจละเลยได้
หลังจากฝ่าาตรัสจบเ้ากรมพิธีต่างเรียกหามหาปราชญ์ นักกวีทั้งหลายที่มาร่วมงาน ออกมาแสดงฝีมือเสียหน่อย
แน่นอนว่าเื่วุ่นๆกำลังเกิด อยู่ดีไม่ว่าดี เมื่อซ่างจี้จู พยายามเสนอหน้าโชว์เหนือ สร้างตัวตนต่อหน้าผู้อื่น เพื่อให้เหล่าบุรุษยกยอว่าเป็ยอดหญิง เผื่อว่าฉือเว่ยกวงจะให้ความสำคัญแก่หัวใจของนางเข้าสักวัน อีกทั้งยังเป็การโชว์พาวให้แม่ผัวได้หน้า
เชื่อหรือไม่ว่า ทุกคนกลับไม่คิดเช่นนั้นกับนาง สิ่งที่นางทำลงไป กลับทำให้นางดูเหมือนเป็สตรีไม่รู้ความไร้มารยาท สะเหล่อส่อแววต่อหน้าผู้อื่น ซ้ำยังถูกหัวเราะเยาะท่ามกลางหลายสีหน้าของขุนนางใหญ่หลายสกุล
"เอาล่ะๆ พวกเ้าจงเงียบปาก อย่าได้หัวเราะเยาะผู้กล้า ก็มิใช่ว่าปราชญ์เก่ง กวีเอกจะเป็สตรีมิได้" ฝ่าากลัวว่าบรรยากาศจะผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจอันดี จึงได้รีบท้วงติงให้ทุกคนสงบปาก
"ฝ่าา... ข้าผู้น้อยเว่ยกวงขอเสนอภรรยารองของข้า หยางหลินอี ลงแข่งแต่งกลอนบทกวีด้วย" เว่ยกวงมั่นใจในความสามารถของเมีย และ้าให้ทุกท่านประจักษ์แก่ใจว่านางผู้นี้คือยอดหญิงและเก่งกาจขนาดไหน จึงได้เอ่ยชื่อภรรยารองต่อหน้าฝ่าา
"อะฮ่าาา เว่ยกวง เ้าใจดำไปหรือไม่ ทั้งที่ภรรยาเอกของเ้าเสนอหน้าลงแข่งขันกับบุรุษไปแล้ว ตอนนี้เ้ากลับร้องขอให้ภรรยารองลงแข่งขันด้วย เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าเป็การยุยงให้สตรีแตกคอกันหรอกหรือ" ฝ่าาเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เว่ยกวงได้ฉุกคิดให้ดี
"ทูลฝ่าา ข้าเว่ยกวงเที่ยงตรงยิ่งกว่าเหล็กกล้า หากผู้ใดแพ้ ผู้ใดชนะย่อมต้องเป็ไปตามนั้น ที่ข้าเสนอชื่อนาง เพียงแค่้าให้นางได้เปิดหูเปิดตาเสียหน่อย มิได้มีเจตนายุแยงผู้ใด" เว่ยกวงเองก็ไม่ขออ้อมค้อม คำพูดของเขาแม้ฟังดูไม่ค่อยเข้าหูฝ่าาเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็การหักหน้า
"อะฮ่าาา เช่นนั้นก็เอาตามที่ว่าเถอะ " ฝ่าาหัวเราะด้วยความสำราญ
"ทว่า... ก่อนจะแข่งขัน พวกเ้าจงบอกคำขอของพวกเ้าทั้งสอง ข้าจะได้ตระเตรียมพร้อมไว้ ในฐานะที่พวกเ้าเป็เพียงสตรีทั้งสองในบุรุษหมู่มาก จงเอ่ยปากร้องขอข้าบัดนี้" ฝ่าาชี้นิ้วเล็งไปที่ซ่างจี้จู
"ทูลฝ่าา จี้จูผู้น้อย ้าแพรล้ำค่าและปิ่นทองเพื่อเป็การตอบแทน" หลังจากที่คำขออของนางถูกเผยแพร่ ฝ่าากลับรู้สึกว่าสตรีนางนี้เห็นแก่ตัวยิ่งนัก กระทั่งฮูหยินฉือส่ายหน้า ผู้เป็สามีเบือนหน้าหนีมองต่ำ ประหนึ่งว่า ตรูไม่น่าพามันมาด้วยเลย
"แม่นางหยางหลินอี ความปรารถนาของเ้าคือสิ่งใด " ฝ่าาผายมือมาที่หลินอี
" ทูลฝ่าา ผู้น้อยร้องขอด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว สิ่งที่ผู้น้อยอย่างข้าปรารถนาที่สุด คือการได้เห็นสามีของข้า ฉือเว่ยกวง กลับไปยังแนวรบ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่แห่งชิงเป่ย พิสูจน์ตนเองสักหน " คำขอของหลินอีทำทุกคนเหลือเชื่อ ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่ไม่กี่ประโยคของสตรีนางเดียว ทำความมั่นคงของสกุลจางสั่นคลอน
"สามหาว!!! สตรีต่ำต้อยเช่นเ้ากล้าร้องขอเื่พวกนี้ต่อหน้าฝ่าาได้อย่างไร กระทั่งขุนนางยศใหญ่ยังไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยเื่นี้แม้แต่คำเดียว" จางขุยอิงร้อนใจ กริ้วจัดลุกขึ้นพรวดตราหน้า ด่าทอว่านางเป็สตรีไร้ยางอายที่สุดเท่าที่เคยพบ
"แม่ทัพจาง จงรักษาหน้าตนเองไว้ อย่าแสดงพฤติกรรมต่ำทรามแก่สตรีในงานเลี้ยงฉลองของโอรสข้า... " ฝ่าาตำหนิจางขุยอิงเดี๋ยวนั้น กระทั่งเขาต้องขบกัดฟัน ฝืนทนนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยม
"ทุกท่านคงทราบดีว่าข้านี้ตรัสแล้วไม่คืนคำ ข้าเองเห็นนางเป็เพียงสตรี กลับไม่คิดว่านางจะใจใหญ่ถึงเพียงนี้ ถือซะว่าคำขอของนางมีทุกท่านเป็ศักขีพยาน" ฝ่าานับถือความกล้าของนาง
เหตุการณ์นี้ทำให้เว่ยกวงประทับใจและซาบซึ้งในตัวนางอย่างมาก มันทำให้เขารู้สึกว่าเขาเลือกรักคนไม่ผิด เฉกเช่นเดียวกัน ฮูหยินใหญ่ฉือััได้ถึงความจริงใจของนาง จิตใจด้านมืดค่อยๆลบหาย ใจที่เคยอคติลดน้อยผ่อนปรน
หลังจากตกลงกติกากันเป็ที่เรียบร้อย ประลองบทกวีกันสองถึงสามยก ผู้ที่คะแนนนำลิ่ว ไม่น่าเชื่อว่าเป็หลินอี แม้กระทั่งมหาปราชญ์แห่งยุคยังต้องก้มหัวใหญ่ ครั้งนี้ถือว่านางสร้างชื่อเสียงใหญ่ให้จวนฉือ กู้หน้ากลับมาดีในแวดวงสังคม
เพียงหนนี้หนเดียว สร้างความประทับใจแก่เจียงหลิวฝู ฮูหยินใหญ่ฉือได้ดี เปลี่ยนจากหลังตีนเป็หน้ามือ มีใจรักเมตตาเอ็นดูหลินอีมากกว่าซ่างจี้จู