“ยอดเยี่ยมมาก! อี้เฟยนายทำได้ดีมาก” ผู้กำกับเนี่ยนสั่งคัตพร้อมตะโกนชมนักแสดงและอี้เฟยที่แสดงออกมาได้ดีเป็นพิเศษ ในทุกฉากที่ต้องถ่ายซ่อมจากคนเก่าแสดงเด็กหนุ่มผู้มาใหม่ทำออกมาได้ดีมาก เรียกได้ว่าดีกว่าคนเก่าราวกับฟ้ากับเหวเลย เป็นการพลิกบทบาทของตัวละครคุณชายหน้าหยกนี้มาก
“ขอบคุณครับ”
“ฉันคิดว่านายเรียนการแสดงมาซะอีก”
ช่วงเวลาอี้เฟยเข้ามานั่งพักในร่มเขาพูดคุยกับผู้กำกับเนี่ยนไหลลื่น เฉียนหลิงและทีมงานดูแลพัดหวีเช็ดเหงื่อให้เขาก็ยิ้มสุภาพขอบคุณตลอดด้วยรูปลักษณ์และอุปนิสัยเช่นนี้ของเขาจึงกลายเป็นขวัญใจกองคนใหม่ไปในระยะเวลาสั้นๆ
และเพราะฝีมือการแสดงที่ไม่ธรรมดาของอี้เฟยทำให้การถ่ายทำละครเป็นไปอย่างรวดเร็วถ่ายมากอีกไม่กี่ฉากก็จะจบบทตัวประกอบเรื่องราวของคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงแล้ว
ฉากต่อไปต้องเข้าฉากกับนางเอก พระเอกและตัวประกอบอื่นๆ… ชุดสีแดงสดนี่มันโดดเด่นเกินไปหรือเปล่า?
ละคร : ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์
ฉากที่ 3 : อุทยานดอกไม้ - ศาลาริมน้ำ / ชุมนุมกวี / เฟินหมิงเหยาล้มคุณชายหน้าหยกรับ
…..
“Action!”
จินหย่งคังไท่จื่อเดินนำกลุ่มเหล่าคุณชายในเมืองหลวงส่วนใหญ่มาหยุดพัก ณ ศาลาริมน้ำกว้างอันโดดเด่นเข้าพบปะพูดคุยกัน บ้างก็ชื่นชมดอกไม้บ้างก็พากันแต่งกวีกลอนเกี้ยวบุปผาหญิงงามให้ขวยเขิน ในหมู่เหล่าคุณชายนอกจากไท่จื่อที่โดดเด่นแล้วจะลืมคุณชายรองสือหรงในอาภรณ์สีแดงสดไปไม่ได้เลย ผู้ที่ถูกขนานนามว่า ‘คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง’ คนนั้นแล
คุณชายรองสือหรงเห็นจินหย่งคังไท่จื่อเข้ามาที่ศาลาริมน้ำจึงจำต้องลุกขึ้นเพื่อไปคารวะตามธรรมเนียมพร้อมกับคนอื่นๆ แต่ไม่คิดเลยว่า...
“อ้ะ...” น้ำเสียงหวานล้ำปานน้ำผึ้งเดือนห้าเปล่งอุทานออกมาเมื่อเท้านั้นสะดุดเข้าพอดีรวดเร็วตั้งตัวไม่ทัน หญิงงามเลอโฉมเรือนร่างอ้อนแอ้นแบบบางโน้มตัวแรงไปข้างหน้าเอนเอียงอย่างทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้าของนางพลันขาวซีดเพราะคุณหนูที่ยืนอยู่ใกล้เคียงไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยนางเลย
สือหรงที่กำลังเดินเข้ามาในขณะนั้นพอดีกับเหตุการณ์ดังกล่าว... จึงจำต้องสวมบทสุภาพบุรุษที่ดีเอื้อมท่อนแขนแกร่งเข้าไปโอบรับร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนท่ามกลางสายตาของผู้คนในอุทยานมองมา และหนึ่งในสายตาเหล่านั้นก็คือสายตาอันคมกริบจนแทบจะทิ่มทะลวงตัวเขาจากจินหย่งคังไท่จื่อ
เขาก้มลงมองหญิงงามในอ้อมแขน ดวงตาของสือหรงมองสบประสานสายตากับดวงตางดงามของอีกฝ่ายไปชั่วขณะหนึ่ง… ก่อนจะรีบช่วยพยุงร่างบางให้ทรงแล้วรีบปล่อยแขนออกทันที
ใบหน้าของเฟินหมิงเหยาแดงระเรื่อเอ่ยขอบคุณน้ำเสียงหวานแผ่วเบา เหล่าคุณหนูคนอื่นต่างเมียงมองอย่างโกรธขึ้งน้อยๆอิจฉานางในอ้อมแขนของคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง
“ขอบคุณเจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร เดินระวังหน่อย”
…..
จบฉากที่ 3
“คัต! ทุกคนยอดเยี่ยมมาก!”
“ขอบคุณครับ” อี้เฟยมักจะมีคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวานชวนละลายประดับบนใบหน้าหล่อเหลาสง่างามนั้นเสมอ
“อาเฟยเก่งมากๆเลยนะไม่เหมือนนักแสดงเด็กใหม่เลย” ฟ่านหย่าเอ๋อร์กล่าวชมจากใจจริง
“หึ!” คนอื่นๆชื่นชอบและมักตกหลุมพรางให้กับรอยยิ้มหวานๆจอมปลอมนั่นทว่าจวงเสี่ยวจูกลับคิดต่างเพราะเขาไม่ชอบอี้เฟย เมื่อทีมงานเข้ามาช่วยซับเหงื่อปรนนิบัติพัดหวีให้อีกฝ่ายอย่างเอาหน้าเขาเค้นเสียงหึในลำคอก่อนจะเดินออกไปเข้าร่มที่อื่น
จวงเสี่ยวจูเย็นชากับอี้เฟยเพราะไม่พอใจทุกคนก็พอจะเดาได้... ตัวประกอบที่กล้าโดดเด่นกว่าพระเอกใครบ้างจะชอบ?
“พัก 15 นาทีเตรียมฉากต่อไป” ผู้กำกับเนี่ยนตะโกนสั่งคัตพร้อมคำชมอีกระลอก ในตอนนี้แม้ว่าตัวประกอบในชุดอาภรณ์สีแดงสดจะโดดเด่นไปหน่อยแต่ทุกองค์ประกอบถือว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว การแสดงออกจินหย่งคังไท่จื่อที่มองด้วยสายตาคมกริบแฝงไปด้วยความไม่พอใจและมีปฏิปักษ์ต่อคุณชายสือหรง ขณะตอนที่คุณหนูเฟินหมิงเหยากับคุณชายสือหรงเข้าฉากด้วยกันทั้งบทการแสดงออกทั้งสีหน้าท่าทางรวมถึงสายตาสื่อออกมาได้ดีมาก... ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดเช่นกันในฉากนี้
การถ่ายทำดำเนินไปเรื่อยๆโดยฉากต่อไปของอี้เฟย... เป็นฉากคุณชายหน้าหยกรับราชโองการซึ่งเหตุมาจากเป็นแผนการของจินหย่งคังไท่จื่อที่เข้าไปเป่าหูฮ่องเต้จนฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้กับคุณชายรองสือกับอ๋องหญิงหัวเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายทารุณต่อบุรุษเพศเป็นที่สุด
ละคร : ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์
ฉากที่ 5 : หน้าจวนตระกูลสือ / รับราชโองการสมรสพระราชทาน
…..
“Action!”
“คุณชายรองสือหรงรับราชโองการ”
น้ำเสียงเล็กแหลมของชิงกงกงราชทันทีคนสนิทของฮ่องเต้ในรัชศกปัจจุบันเอ่ยขึ้นเสียงดังได้ยินทั่วบริเวณ ภายในมือมาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามตามด้วยขบวนของขันทีนางกำนัลติดตาม ภายนอกจวนหน้าประตูบานใหญ่ของตระกูลสือมีสมาชิกในตระกูลรีบเร่งมาเพื่อทำความเคารพและรอรับราชโองการพร้อมคุณชายรองสือ ข้างนอกนั้นก็เต็มไปด้วยชาวบ้านชาวเมืองหลวงยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจใคร่อยากรู้
“คุณชายรองสือหรงรับราชโองการ...”
“คุณชายรองตระกูลสือ นามหรง รูปโฉมหล่อเหลาดุจหยก เฉลียวฉลาด ประพฤติตนดี มีเมตตาชอบช่วยเหลือผู้อื่น เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความสามารถ เราจึงขอพระราชทานสมรสให้คุณชายรองสือและหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องแห่งเมืองอวิ๋นจัดพิธีมงคลสมรสอย่างสมเกียรติในเดือน..... จบราชโองการ”
“สือหรงรับราชโองการ ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี” คุณชายรองสือหรงค้อมกายคำนับอย่างสง่างามรับราชโองการด้วยความรู้สึกหลากหลาย ร่างกายตัวแข็งทื่อทว่าภายนอกก็ตอบสนองอย่างเหมาะมารยาท
ส่วนภายในนั้นคิดสับสนวุ่นวายไปหมด... หมิงเยว่หนี่ห์อ๋องมีข่าวลือหนาหูผู้คนต่างรู้ว่าอ๋องหญิงผู้นี้โหดเหี้ยมทารุณต่อบุรุษมากเพียงใดทว่าเขากลับต้องแต่งงานกับนางอย่างงั้นหรือ? เรื่องราวเบื้องหลังนี้สืบได้ไม่ยากเขาคิดว่าเขารู้
แต่ถึงจะรู้แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อนี่คือราชโองการของฝ่าบาท... สือหรงหันมามองท่านย่าและท่านแม่ของตนที่ตอนนี้ใบหน้าขาวซีด ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก
“อาหรงของย่า... อะอึกก ฮึก ตะต้องแต่งแล้วหรือ ฮึก” สือฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวกลั้นเสียงสะอื้นยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดบังความรู้สึกและสายตาคนทั้งหลายที่มุ่งมองมา
“อาหรงของแม่สมรสพระราชทานนี่มันช่าง...” สือฮูหยินสะอื้นในลำคอกำลังจะกล่าวต่อแต่มิอาจกล่าวจนจบได้เพราะนายท่านสือต้องรีบเอ่ยกล่าวตัดบทก่อนใบหน้ามีร่องรอยฝืนๆใจอย่างเห็นชัดรวมทั้งคุณชายใหญ่สือด้วยเช่นกัน
“ฝ่าบาททรงมีพระกรุณาธิคุณต่อสือหรงของเรายิ่งนัก”
สือหรงเพียงยกยิ้มบางๆประดับบนใบหน้ามิกล่าวอันใด…
คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงได้รับสมรสพระราชทานกับหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องท่านผู้นั้นข่าวนี้กระจายไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง หญิงสาวมากมายต่างร้องไห้ร้องห่มจนตาระบมแดงก่ำน้ำตานองหน้าแทบจะท่วมเมืองหลวงเลยทีเดียว ต้องเสียบุรุษที่ดีงามถึงเพียงนี้ให้สตรีเช่นนั้นนี่มัน... ฮือ
…..
จบฉากที่ 5
“คัต! ทุกคนยอดเยี่ยมมาก!”
“พัก 10 นาทีนะ” ผู้กำกับเนี่ยนสั่งคัตพร้อมกล่าวชมนักแสดงเสมอ... เขาคิดว่าตั้งแต่ที่เข้าวงการมานี่อาจจะเป็นการถ่ายทำที่ราบรื่นที่สุดที่เขาเคยทำเลยกระมัง ฉากดี ชุดดี คนแสดงดีมีฝีมือไม่มีถ่ายซ่อม ผ่านฉลุย สุดยอด!
“อี้เฟยเยี่ยมมาก” เมื่อผู้กำกับสั่งคัตเรียบร้อยซูซี่นักแสดงรุ่นใหญ่ผู้รับบทเป็นสือฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวชมพร้อมยกนิ้วโป้งเขย่าไปให้อี้เฟย เธอคิดว่าเด็กใหม่คนนี้นอกจากรูปลักษณ์โดดเด่นแล้วเรื่องฝีมือก็มิอาจดูเบาได้เลย การเปิดตัวในบทตัวประกอบเด่นอย่างคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงจะต้องทำให้เขาบูมขึ้นมาแน่
“ใช่ๆ เดี๋ยวนี้เด็กใหม่นี่แสดงดีกันจริงๆทำเอาฉันรู้สึกแก่เลยทีเดียว” ลี่ฉานนักแสดงรุ่นใหญ่ผู้รับบทเป็นสือฮูหยินพูดขึ้นบ้าง ทุกคนจึงเริ่มบทสนทนาการต่ออย่างไหลลื่นรวมทั้งอี้เฟยด้วยสามารถพูดคุยและสนิทสนมกับทุกคนเป็นกันเอง เขาเข้ากับกองถ่ายละครศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์ได้เป็นอย่างดี
“ฮ่าๆฮ่า พี่ฉานก็พูดเกินไปนะครับ พี่ยังไม่แก่เท่าไหร่เลย แต่อี้เฟยแสดงดีจริงๆนะ”
“แต่จริงๆผมกังวลมาก ที่ออกมาดีขนาดนี้เพราะทุกคนช่วยผมหลายอย่างเลย ขอบคุณมากครับ”
ใครบ้างไม่ชอบคนโดดเด่นทว่านิสัยอ่อนน้อมถ่อมตัว... แม้อี้อ๋องจะมิใช่คนเช่นนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะแสดงออกเป็นคนเช่นนั้นไม่ได้
สำหรับเรื่องการแสดงอี้เฟยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะลักษณะการใช้คำพูดแบบพีเรียด ชุดโบราณแบบเก่าก่อนที่ต้องใส่หรือบางเหตุการณ์ในเรื่องในละครเขาคนในยุคอดีตเก่าก่อนล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น ฉะนั้นแต่ละฉากจึงผ่านไปด้วยดีทุกอย่าง... จนถึงวันรุ่งขึ้นวันนี้ซึ่งเป็นการถ่ายฉากสุดท้ายของบทตัวประกอบเด่นคุณชายหน้าหยกแล้ว
คอสตูมชุดของอี้เฟยส่วนใหญ่มักจะเป็นสีแดงสดตัดกับสีเหลืองไข่อ่อน หากเป็นคนอื่นยากนักที่จะโดดเด่นดูดีแต่เมื่ออยู่บนตัวของเขามันกลับทำให้เขาเผยรัศมีแทบจะกลบบทคนอื่นหมด มีคนพอใจก็ต้องมีคนไม่พอใจ... อี้เฟยยิ้มบางเบา
การถ่ายทำดำเนินไปเรื่อยๆจนมาถึงฉากต่อไปฉากสุดท้ายของอี้เฟค่อนข้างเป็นบทยาวจึงใช้เวลาทบทวนบทอีกหลายครั้งและต่อบทกับฟ่านหย่าเอ๋อร์ และอู่หลันหลันผู้มารับบทหมิงเยว่หนี่ห์อ๋อง ส่วนจวงเสี่ยวจูนั้น... อี้เฟยแสดงออกกับเขาชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง
ละคร : ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์
ฉากที่ 9 : ศาลาริมน้ำ(แห่งใหม่) / สวนดอกสาลี่สีขาวบานสะพรั่ง / เฟินหมิงเหยาพบกับสือหรง / หมิงเย่วหนี่ห์อ๋องตามมาพบเจอ / จินหย่งคังไท่จื่อตามมาพบ
…..
“Action!”
“พี่หรง” เฟินหมิงเหยาแอบเดินตามสือหรงมาที่สวนดอกสาลี่ซึ่งสถานที่แห่งนี้มักจะไม่ค่อยมีผู้คนเข้ามาเยี่ยมเยียนชมดอกไม้นักเพราะดอกสาลี่มีตัวอักษรที่พ้องกับคำว่า ‘จากลา’ ซึ่งถือว่าไม่ค่อยเป็นมงคลสักเท่าไหร่ แต่ทว่านางกลับสังเกตว่าคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงกลับชื่นชอบที่จะมาที่นี่จึงแอบตามมาตลอด
ดอกสาลี่สีขาวบานสะพรั่ง การจากลา เหตุใดถึงชอบมาที่นี่?
“เหยาเอ๋อร์” สือหรงเอ่ยเรียกหญิงสาวที่แอบตามเขาอย่างรู้ เขายกยิ้มบางเบาส่งให้ก่อนเลื่อนสายตาล่องลอยมองดอกสาลี่ที่กำลังบานสะพรั่ง ลมพัดเพียงบางเบาก็ทำให้กลีบขาวนั้นร่วงโรยปลิวหล่นแล้วพลันนึกถึงรำพึงรำพันเสียงแว่วไปกับสายลม
“ผู้คนมากมายเหลือเพียงข้าและเหลือเพียงเจ้า... สู่เส้นทางขนานไร้วันบรรจบ”
เฟินหมิงเหยาไม่เข้าใจคิดว่าสือหรงเพียงเอ่ยกลอนวรรคใดวรรคหนึ่ง นางขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจหยก “พี่ต้องไปเมืองอวิ๋นจริงๆหรือ”
สือหรงมองเฟินหมิงเหยาด้วยสายตาไม่เข้าใจ... นางได้แต่เม้มปากแน่นครุ่นคิดหลายอย่างอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างทว่าพอจะเอ่ยกลับเหลือแต่เพียงน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก พูดไม่ออก ที่พูดไม่ออกก็เพราะว่ามีเหตุผลที่ทำให้นางพูดไม่ออกพูดไม่ได้ “ข้า ข้า...”
ทันใดนั้นเอง... พอดีนั้นก็มีน้ำเสียงอันแข็งกร้าวเสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจไปจากทั้งสองคน
“แพศยา!”
หญิงสาวนางหนึ่งรูปร่างสูงโปร่งเพรียวสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มแลดูแข็งแกร่งเดินออกมาจากอีกทาง ใบหน้าคมดุดันฉายแววความโกรธกริ้ว ดวงตาตวัดมองไปทิศทางของหญิงแพศยาที่นางกล่าวว่าประณาม มองหญิงสาวร่างแบบบางอาภรณ์สีเขียวมองแล้วแลดูน่าทะนุถนอม... แต่น่าเสียดายจริงๆที่นางมิใช่สตรีอ่อนหวานที่ถนอมบุปผาเช่นกันนี่สิ
“หมิงเยว่หนี่ห์อ๋อง”
เฟินหมิงเหยาตกใจเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าที่นี่จะมีใครคนอื่นอยู่อีกนอกจากนางกับสือหรง แถมคนนั้นยังเป็นหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องคนที่คุณชายรองสือต้องเข้าพิธีวิวาห์สมรสพระราชทานด้วย นางเริ่มลนลานจนทำอะไรไม่ถูกรีบเอ่ยปฏิเสธ
“มะ—มะไม่ใช่นะเจ้าคะ”
“ตัวกำลังหมั้นหมายกับองค์ไท่จื่อ แต่วันนี้กลับลักลอบมาพบกับบุรุษที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์... มิรู้ว่าคุณหนูเฟินเป็นสตรีเช่นใดกันแน่”
หมิงเยว่หนี่ห์อ๋องเดินเข้ามายืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสองเมื่อได้เอ่ยเปิดปากก็กล่าวถ้อยคำคมกริบบาดแทงจิตใจคนทันที... นางไม่คิดจะไว้หน้าสตรีใบหน้าหวานทว่าสันดานแพศยาเช่นนี้แน่ บุรุษผู้นี้เป็นคนของนาง!
“หึ นอกจากคำว่า ‘แพศยา’ อ๋องอย่างข้าก็นึกคำอื่นไม่ออกแล้ว”
“ไม่รู้ว่าจินหย่งคังไท่จื่อจะทราบหรือไม่ว่ากำลังจะถูกสตรีของตนสวมหมวกเขียวเข้าให้โดยมิรู้ตัว”
“มะ—มะมิใช่อย่างที่ท่านอ๋องคิดนะเจ้าคะ” เฟินหมิงเหยาลนลานรีบเอ่ยอธิบายทันที ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด มือไม้วางไม่ถูก... หากเรื่องในวันนี้กระจายออกไปจะต้องกลายเป็นชื่อเสียงที่ไม่ดีมากแน่แล้วนางจะยังอยู่ในเมืองหลวงนี้ต่อไปได้อย่างไร
อีกอย่างเหตุผลเมื่อสักครู่นี้ที่นางมิอาจพูดความรู้สึกของตนออกต่อหน้าสือหรงได้ก็เพราะเหตุผลนี้... นางกำลังจะหมั้นหมายกับจินหย่งคังไท่จื่อ
ดวงตาหวานปริ่มน้ำตาคลอเบ้าส่งสายเว้าวอนให้คุณชายสือหรงช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้... ตัวนางลืมไปแล้วหรือว่าตนเป็นคนแอบตามคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงมาเอง
สือหรงมองแล้วไม่รู้ว่าควรคิดอย่างไร แต่บิดาเคยบอกว่าเมื่อสตรีกำลังคุยกันบุรุษอย่างเราๆไม่ควรสอดปากเป็นดีที่สุด!
“มะ— มะมิใช่อย่างที่ท่านอ๋องคะ—คะคิดนะเจ้าคะ” ยิ่งอธิบายก็ยิ่งลนลานเฟินหมิงเหยาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย ไม่เคยต้องพบกับความดุดันกรุ่นกลิ่นอายอันตรายเช่นนี้ด้วย ทั้งเคยได้ยินกิติมาศักดิ์ของอ๋องหญิงผู้นี้แล้วนางก็ยิ่งสั่นกลัวพลันคิดไปว่าเหตุสตรีเช่นนี้จึงต้องได้บุรุษที่ดีเพียงนี้ไปครอบครองกัน
“คิดเช่นไรก็มีแต่ตัวเจ้าเท่านั้นแหละที่รู้!”
หมิงเยว่หนี่ห์อ๋องเพียงมองก็รู้แล้วไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรมากความและไม่มีวันเชื่อคำพูดเสียงหวานของสตรีผู้นี้แน่... แต่ก่อนที่นางจะได้เอ่ยอันใดต่อก็มีเสียงเข้มหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง
“เฟินหมิงเหยา”
“ไท่จื่อ...”
ชายหนุ่มหญิงสาวเรียกชื่อมองหน้ากันบนใบหน้าปรากฏความรู้สึกอธิบายไม่ได้กลายเป็นความเงียบอันอึดอัด... เห็นทีคนที่ยังกล่าวได้ก็คงจะมีเพียงหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องที่ยังคงพ่นวาจาเสียดแทงแดกดันและบาดใจผู้คนฟังไม่หยุด
“ในเมื่อไท่จื่อมาแล้วก็รับตัวว่าที่คู่หมั้นขอพระองค์ไปด้วยนะเพคะ โปรดล้อมรั้วดูแลไว้ดีๆด้วยจะได้ไม่เข้าหาบุรุษของผู้อื่นเขาอีก”
“หญิงใดใจกว้างให้เจ้าโปรยเสน่ห์ใกล้บุรุษตนก็แล้วแต่เถอะ ส่วนสำหรับสือหรงเป็นของข้า...”
“อย่ามายุ่งกับบุรุษของข้า!”
…..
จบฉากสุดท้าย
SP : แถมคัตเบื้องหลัง... คุณชายหน้าหยกนุ่มละมุน & ท่านอ๋องหญิงหน้าคมดุดัน
“มิคิดว่าเมื่อท่านอ๋องไหน้ำส้มแตกจะมีฝีปากที่คมกริบเช่นนี้”
“หึ...”
“คัต!”
ผู้กำกับเนี่ยนสั่งคัตใบหน้ายิ้มกว้างไม่หุบสักนิด... เป็นการทำงานที่สบายใจมากจริงๆนะ! เขายกโทรโข่งขึ้นกล่าวชมทุกคนถ้วนหน้า ในกองหากผู้กำกับอารมณ์นั้นแปลว่าทุกอย่างก็สบายขึ้นแน่นอน ทีมงานยกยิ้มกันถ้วนหน้า
“ยอดเยี่ยมมาก! ยอดเยี่ยมๆๆ ทุกคนแสดงดีมาก!”
ที่สำคัญคือผู้กำกับเนี่ยนถูกใจอี้เฟยมากๆไม่ว่าจะเป็นหน้าตารูปลักษณ์หรือกระทั่งฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยม เขาเข้ามากล่าวชมเด็กใหม่ไม่ขาดสายและยังแนะนำทริคการแสดงให้อีกหลายอย่างเก็บไว้เป็นความรู้ คุยกันเนิ่นนานไหลลื่นคนอื่นๆจึงเข้ามาร่วมสนทนาแนะนำด้วยกันอย่างสนุกสนาน
เรียกได้ว่าอี้เฟยเข้ากับทุกคนได้ดีมากๆจนเกินคาดจริงๆทำเอาเฉียนหลิงตกใจอยู่เหมือนกัน... ทึ่งเสมอกับทักษะการเข้าสังคมระดับพระกาฬของอี้เฟย
“จริงสิอี้เฟยกลับวันนี้ใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“หว่าแต่นี่ก็เย็นแล้วนะกว่าจะขับรถถึงบ้านทำไมไม่พักที่นี่ก่อนสักคืนล่ะ”
“พรุ่งนี้ผมมีงานต่อน่ะครับ ขอบคุณมากครับที่เป็นห่วง”
“อืมๆคนหนุ่มสาวตั้งใจทำงานกันหน่อยขยันขันแข็งดี”
เนื่องจากวันนี้เป็นฉากสุดท้ายของอี้เฟยแล้วทั้งเขาและเฉียนหลิงจึงเก็บสัมภาระไว้ในรถตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทั้งวันไม่มีฉากที่เขาต้องถ่ายเพิ่มเติมหรือถ่ายซ่อมจึงเตรียมพร้อมกลับทันที แม้จะอยากพักอีกสักหน่อยคงไม่ได้เพราะวันพรุ่งนี้อี้เฟยต้องไปถ่ายโฆษณาของ Terenareef(เทเรน่ารีฟ)ต่อ เขาจึงได้แต่มากล่าวลาทุกคนในกองอย่างช่วยไม่ได้
“ขอบคุณทุกคนนะครับ”
--------------------------------
Talk
จบพาร์ทบทตัวประกอบผู้มีสตอรี่ : คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง
เมื่อผู้เราแสดงเป็นตัวประกอบเราก็จะเกลียดนางเอกทันที รู้สึกว่าแม่นางแม่งมามารยาใส่ผู้เราอ่ะ(555)
ขอจิ้นคุณชายหน้าหยก(อี้เฟย)กับหมิงเยว่หนี่ห์อ๋อง(อู่หลันหลัน)ค่ะ เรื่องนี้มันต้องมีภาคต่อแล้วนะคะคุณผู้กำกับเนี่ยน(555) ตอนหน้าเดี๋ยวหนังออนแอร์ละ รอติดตาม
: ช่วงนี้มาพาร์ทท่านอ๋องเยอะมากอย่าเพิ่งเบื่อกันน้าให้ท่านได้มีผลงานบ้างสักสองสามอย่าง ฝากชื่อให้เปรี้ยงปร้างในวงการหน่อย ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะ บายบ๊าย
ตอนนี้จบพาร์ทบทตัวประกอบผู้มีสตอรี่แล้ว ตอนหน้ามาร่วมกันเป็นกำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็นเช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)