ท่านอ๋องข้ามเวลามาเพื่อใช้ชีวิตอย่างสโลว์ไลฟ์

    ตอนที่ 42 [ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์ – บทตัวประกอบผู้มีสตอรี่(2)]


            “ยอดเยี่ยมมาก! อี้เฟยนายทำได้ดีมาก” ผู้กำกับเนี่ยนสั่งคัตพร้อมตะโกนชมนักแสดงและอี้เฟยที่แสดงออกมาได้ดีเป็นพิเศษ ในทุกฉากที่ต้องถ่ายซ่อมจากคนเก่าแสดงเด็กหนุ่มผู้มาใหม่ทำออกมาได้ดีมาก เรียกได้ว่าดีกว่าคนเก่าราวกับฟ้ากับเหวเลย เป็นการพลิกบทบาทของตัวละครคุณชายหน้าหยกนี้มาก

            

            “ขอบคุณครับ”

            

            “ฉันคิดว่านายเรียนการแสดงมาซะอีก”

            

            ช่วงเวลาอี้เฟยเข้ามานั่งพักในร่มเขาพูดคุยกับผู้กำกับเนี่ยนไหลลื่น เฉียนหลิงและทีมงานดูแลพัดหวีเช็ดเหงื่อให้เขาก็ยิ้มสุภาพขอบคุณตลอดด้วยรูปลักษณ์และอุปนิสัยเช่นนี้ของเขาจึงกลายเป็นขวัญใจกองคนใหม่ไปในระยะเวลาสั้นๆ

            และเพราะฝีมือการแสดงที่ไม่ธรรมดาของอี้เฟยทำให้การถ่ายทำละครเป็นไปอย่างรวดเร็วถ่ายมากอีกไม่กี่ฉากก็จะจบบทตัวประกอบเรื่องราวของคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงแล้ว


            ฉากต่อไปต้องเข้าฉากกับนางเอก พระเอกและตัวประกอบอื่นๆ… ชุดสีแดงสดนี่มันโดดเด่นเกินไปหรือเปล่า?

            

            

            ละคร : ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์

            ฉากที่ 3 : อุทยานดอกไม้ - ศาลาริมน้ำ / ชุมนุมกวี / เฟินหมิงเหยาล้มคุณชายหน้าหยกรับ

            …..

            “Action!”

            

            จินหย่งคังไท่จื่อเดินนำกลุ่มเหล่าคุณชายในเมืองหลวงส่วนใหญ่มาหยุดพัก ณ ศาลาริมน้ำกว้างอันโดดเด่นเข้าพบปะพูดคุยกัน บ้างก็ชื่นชมดอกไม้บ้างก็พากันแต่งกวีกลอนเกี้ยวบุปผาหญิงงามให้ขวยเขิน ในหมู่เหล่าคุณชายนอกจากไท่จื่อที่โดดเด่นแล้วจะลืมคุณชายรองสือหรงในอาภรณ์สีแดงสดไปไม่ได้เลย ผู้ที่ถูกขนานนามว่า ‘คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง’ คนนั้นแล

            คุณชายรองสือหรงเห็นจินหย่งคังไท่จื่อเข้ามาที่ศาลาริมน้ำจึงจำต้องลุกขึ้นเพื่อไปคารวะตามธรรมเนียมพร้อมกับคนอื่นๆ แต่ไม่คิดเลยว่า...


            “อ้ะ...” น้ำเสียงหวานล้ำปานน้ำผึ้งเดือนห้าเปล่งอุทานออกมาเมื่อเท้านั้นสะดุดเข้าพอดีรวดเร็วตั้งตัวไม่ทัน หญิงงามเลอโฉมเรือนร่างอ้อนแอ้นแบบบางโน้มตัวแรงไปข้างหน้าเอนเอียงอย่างทรงตัวไม่อยู่ ใบหน้าของนางพลันขาวซีดเพราะคุณหนูที่ยืนอยู่ใกล้เคียงไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยนางเลย

            

            สือหรงที่กำลังเดินเข้ามาในขณะนั้นพอดีกับเหตุการณ์ดังกล่าว... จึงจำต้องสวมบทสุภาพบุรุษที่ดีเอื้อมท่อนแขนแกร่งเข้าไปโอบรับร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนท่ามกลางสายตาของผู้คนในอุทยานมองมา และหนึ่งในสายตาเหล่านั้นก็คือสายตาอันคมกริบจนแทบจะทิ่มทะลวงตัวเขาจากจินหย่งคังไท่จื่อ

            เขาก้มลงมองหญิงงามในอ้อมแขน ดวงตาของสือหรงมองสบประสานสายตากับดวงตางดงามของอีกฝ่ายไปชั่วขณะหนึ่ง… ก่อนจะรีบช่วยพยุงร่างบางให้ทรงแล้วรีบปล่อยแขนออกทันที

            

            ใบหน้าของเฟินหมิงเหยาแดงระเรื่อเอ่ยขอบคุณน้ำเสียงหวานแผ่วเบา เหล่าคุณหนูคนอื่นต่างเมียงมองอย่างโกรธขึ้งน้อยๆอิจฉานางในอ้อมแขนของคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง

            

            “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

            

            “ไม่เป็นไร เดินระวังหน่อย”


            …..

            จบฉากที่ 3

            

            

            “คัต! ทุกคนยอดเยี่ยมมาก!”

            

            “ขอบคุณครับ” อี้เฟยมักจะมีคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้มหวานชวนละลายประดับบนใบหน้าหล่อเหลาสง่างามนั้นเสมอ

            

            “อาเฟยเก่งมากๆเลยนะไม่เหมือนนักแสดงเด็กใหม่เลย” ฟ่านหย่าเอ๋อร์กล่าวชมจากใจจริง

            

            “หึ!” คนอื่นๆชื่นชอบและมักตกหลุมพรางให้กับรอยยิ้มหวานๆจอมปลอมนั่นทว่าจวงเสี่ยวจูกลับคิดต่างเพราะเขาไม่ชอบอี้เฟย เมื่อทีมงานเข้ามาช่วยซับเหงื่อปรนนิบัติพัดหวีให้อีกฝ่ายอย่างเอาหน้าเขาเค้นเสียงหึในลำคอก่อนจะเดินออกไปเข้าร่มที่อื่น

            จวงเสี่ยวจูเย็นชากับอี้เฟยเพราะไม่พอใจทุกคนก็พอจะเดาได้... ตัวประกอบที่กล้าโดดเด่นกว่าพระเอกใครบ้างจะชอบ?


            “พัก 15 นาทีเตรียมฉากต่อไป” ผู้กำกับเนี่ยนตะโกนสั่งคัตพร้อมคำชมอีกระลอก ในตอนนี้แม้ว่าตัวประกอบในชุดอาภรณ์สีแดงสดจะโดดเด่นไปหน่อยแต่ทุกองค์ประกอบถือว่ายอดเยี่ยมมากทีเดียว การแสดงออกจินหย่งคังไท่จื่อที่มองด้วยสายตาคมกริบแฝงไปด้วยความไม่พอใจและมีปฏิปักษ์ต่อคุณชายสือหรง ขณะตอนที่คุณหนูเฟินหมิงเหยากับคุณชายสือหรงเข้าฉากด้วยกันทั้งบทการแสดงออกทั้งสีหน้าท่าทางรวมถึงสายตาสื่อออกมาได้ดีมาก... ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดเช่นกันในฉากนี้

            

            

            การถ่ายทำดำเนินไปเรื่อยๆโดยฉากต่อไปของอี้เฟย... เป็นฉากคุณชายหน้าหยกรับราชโองการซึ่งเหตุมาจากเป็นแผนการของจินหย่งคังไท่จื่อที่เข้าไปเป่าหูฮ่องเต้จนฝ่าบาทพระราชทานสมรสให้กับคุณชายรองสือกับอ๋องหญิงหัวเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายทารุณต่อบุรุษเพศเป็นที่สุด

            


            ละคร : ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์

            ฉากที่ 5 : หน้าจวนตระกูลสือ / รับราชโองการสมรสพระราชทาน 

            …..

            “Action!”

            

            “คุณชายรองสือหรงรับราชโองการ”

            

            น้ำเสียงเล็กแหลมของชิงกงกงราชทันทีคนสนิทของฮ่องเต้ในรัชศกปัจจุบันเอ่ยขึ้นเสียงดังได้ยินทั่วบริเวณ ภายในมือมาพร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามตามด้วยขบวนของขันทีนางกำนัลติดตาม ภายนอกจวนหน้าประตูบานใหญ่ของตระกูลสือมีสมาชิกในตระกูลรีบเร่งมาเพื่อทำความเคารพและรอรับราชโองการพร้อมคุณชายรองสือ ข้างนอกนั้นก็เต็มไปด้วยชาวบ้านชาวเมืองหลวงยืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจใคร่อยากรู้

            

            “คุณชายรองสือหรงรับราชโองการ...”


            “คุณชายรองตระกูลสือ นามหรง รูปโฉมหล่อเหลาดุจหยก เฉลียวฉลาด ประพฤติตนดี มีเมตตาชอบช่วยเหลือผู้อื่น เพียบพร้อมด้วยคุณธรรมความสามารถ เราจึงขอพระราชทานสมรสให้คุณชายรองสือและหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องแห่งเมืองอวิ๋นจัดพิธีมงคลสมรสอย่างสมเกียรติในเดือน.....  จบราชโองการ”

            

            “สือหรงรับราชโองการ ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆปี” คุณชายรองสือหรงค้อมกายคำนับอย่างสง่างามรับราชโองการด้วยความรู้สึกหลากหลาย ร่างกายตัวแข็งทื่อทว่าภายนอกก็ตอบสนองอย่างเหมาะมารยาท

            ส่วนภายในนั้นคิดสับสนวุ่นวายไปหมด... หมิงเยว่หนี่ห์อ๋องมีข่าวลือหนาหูผู้คนต่างรู้ว่าอ๋องหญิงผู้นี้โหดเหี้ยมทารุณต่อบุรุษมากเพียงใดทว่าเขากลับต้องแต่งงานกับนางอย่างงั้นหรือ? เรื่องราวเบื้องหลังนี้สืบได้ไม่ยากเขาคิดว่าเขารู้

            

            แต่ถึงจะรู้แล้วจะทำอย่างไรในเมื่อนี่คือราชโองการของฝ่าบาท... สือหรงหันมามองท่านย่าและท่านแม่ของตนที่ตอนนี้ใบหน้าขาวซีด ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก

            

            “อาหรงของย่า... อะอึกก ฮึก ตะต้องแต่งแล้วหรือ ฮึก” สือฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวกลั้นเสียงสะอื้นยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดบังความรู้สึกและสายตาคนทั้งหลายที่มุ่งมองมา

            

            “อาหรงของแม่สมรสพระราชทานนี่มันช่าง...” สือฮูหยินสะอื้นในลำคอกำลังจะกล่าวต่อแต่มิอาจกล่าวจนจบได้เพราะนายท่านสือต้องรีบเอ่ยกล่าวตัดบทก่อนใบหน้ามีร่องรอยฝืนๆใจอย่างเห็นชัดรวมทั้งคุณชายใหญ่สือด้วยเช่นกัน

            

            “ฝ่าบาททรงมีพระกรุณาธิคุณต่อสือหรงของเรายิ่งนัก”

            

            สือหรงเพียงยกยิ้มบางๆประดับบนใบหน้ามิกล่าวอันใด…

            

            คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงได้รับสมรสพระราชทานกับหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องท่านผู้นั้นข่าวนี้กระจายไปทั่วเมืองหลวงอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง หญิงสาวมากมายต่างร้องไห้ร้องห่มจนตาระบมแดงก่ำน้ำตานองหน้าแทบจะท่วมเมืองหลวงเลยทีเดียว ต้องเสียบุรุษที่ดีงามถึงเพียงนี้ให้สตรีเช่นนั้นนี่มัน... ฮือ


            …..

            จบฉากที่ 5



            “คัต! ทุกคนยอดเยี่ยมมาก!”

            

            “พัก 10 นาทีนะ” ผู้กำกับเนี่ยนสั่งคัตพร้อมกล่าวชมนักแสดงเสมอ... เขาคิดว่าตั้งแต่ที่เข้าวงการมานี่อาจจะเป็นการถ่ายทำที่ราบรื่นที่สุดที่เขาเคยทำเลยกระมัง ฉากดี ชุดดี คนแสดงดีมีฝีมือไม่มีถ่ายซ่อม ผ่านฉลุย สุดยอด!

            

            “อี้เฟยเยี่ยมมาก” เมื่อผู้กำกับสั่งคัตเรียบร้อยซูซี่นักแสดงรุ่นใหญ่ผู้รับบทเป็นสือฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวชมพร้อมยกนิ้วโป้งเขย่าไปให้อี้เฟย เธอคิดว่าเด็กใหม่คนนี้นอกจากรูปลักษณ์โดดเด่นแล้วเรื่องฝีมือก็มิอาจดูเบาได้เลย การเปิดตัวในบทตัวประกอบเด่นอย่างคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงจะต้องทำให้เขาบูมขึ้นมาแน่

            

            “ใช่ๆ เดี๋ยวนี้เด็กใหม่นี่แสดงดีกันจริงๆทำเอาฉันรู้สึกแก่เลยทีเดียว” ลี่ฉานนักแสดงรุ่นใหญ่ผู้รับบทเป็นสือฮูหยินพูดขึ้นบ้าง ทุกคนจึงเริ่มบทสนทนาการต่ออย่างไหลลื่นรวมทั้งอี้เฟยด้วยสามารถพูดคุยและสนิทสนมกับทุกคนเป็นกันเอง เขาเข้ากับกองถ่ายละครศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์ได้เป็นอย่างดี

            

            “ฮ่าๆฮ่า พี่ฉานก็พูดเกินไปนะครับ พี่ยังไม่แก่เท่าไหร่เลย แต่อี้เฟยแสดงดีจริงๆนะ”

            

            “แต่จริงๆผมกังวลมาก ที่ออกมาดีขนาดนี้เพราะทุกคนช่วยผมหลายอย่างเลย ขอบคุณมากครับ”

            

            ใครบ้างไม่ชอบคนโดดเด่นทว่านิสัยอ่อนน้อมถ่อมตัว... แม้อี้อ๋องจะมิใช่คนเช่นนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะแสดงออกเป็นคนเช่นนั้นไม่ได้

            

            

            

            สำหรับเรื่องการแสดงอี้เฟยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะลักษณะการใช้คำพูดแบบพีเรียด ชุดโบราณแบบเก่าก่อนที่ต้องใส่หรือบางเหตุการณ์ในเรื่องในละครเขาคนในยุคอดีตเก่าก่อนล้วนผ่านมาแล้วทั้งสิ้น ฉะนั้นแต่ละฉากจึงผ่านไปด้วยดีทุกอย่าง... จนถึงวันรุ่งขึ้นวันนี้ซึ่งเป็นการถ่ายฉากสุดท้ายของบทตัวประกอบเด่นคุณชายหน้าหยกแล้ว

            คอสตูมชุดของอี้เฟยส่วนใหญ่มักจะเป็นสีแดงสดตัดกับสีเหลืองไข่อ่อน หากเป็นคนอื่นยากนักที่จะโดดเด่นดูดีแต่เมื่ออยู่บนตัวของเขามันกลับทำให้เขาเผยรัศมีแทบจะกลบบทคนอื่นหมด มีคนพอใจก็ต้องมีคนไม่พอใจ... อี้เฟยยิ้มบางเบา

            

            

            การถ่ายทำดำเนินไปเรื่อยๆจนมาถึงฉากต่อไปฉากสุดท้ายของอี้เฟค่อนข้างเป็นบทยาวจึงใช้เวลาทบทวนบทอีกหลายครั้งและต่อบทกับฟ่านหย่าเอ๋อร์ และอู่หลันหลันผู้มารับบทหมิงเยว่หนี่ห์อ๋อง ส่วนจวงเสี่ยวจูนั้น... อี้เฟยแสดงออกกับเขาชัดเจนอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องกล่าวถึง



            ละคร : ศึกชิงรักศึกชิงบัลลังก์

            ฉากที่ 9 : ศาลาริมน้ำ(แห่งใหม่) / สวนดอกสาลี่สีขาวบานสะพรั่ง / เฟินหมิงเหยาพบกับสือหรง / หมิงเย่วหนี่ห์อ๋องตามมาพบเจอ / จินหย่งคังไท่จื่อตามมาพบ

            …..

            “Action!”

            

            “พี่หรง” เฟินหมิงเหยาแอบเดินตามสือหรงมาที่สวนดอกสาลี่ซึ่งสถานที่แห่งนี้มักจะไม่ค่อยมีผู้คนเข้ามาเยี่ยมเยียนชมดอกไม้นักเพราะดอกสาลี่มีตัวอักษรที่พ้องกับคำว่า ‘จากลา’ ซึ่งถือว่าไม่ค่อยเป็นมงคลสักเท่าไหร่ แต่ทว่านางกลับสังเกตว่าคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงกลับชื่นชอบที่จะมาที่นี่จึงแอบตามมาตลอด

            ดอกสาลี่สีขาวบานสะพรั่ง การจากลา เหตุใดถึงชอบมาที่นี่?

            

            “เหยาเอ๋อร์” สือหรงเอ่ยเรียกหญิงสาวที่แอบตามเขาอย่างรู้ เขายกยิ้มบางเบาส่งให้ก่อนเลื่อนสายตาล่องลอยมองดอกสาลี่ที่กำลังบานสะพรั่ง ลมพัดเพียงบางเบาก็ทำให้กลีบขาวนั้นร่วงโรยปลิวหล่นแล้วพลันนึกถึงรำพึงรำพันเสียงแว่วไปกับสายลม

            

            “ผู้คนมากมายเหลือเพียงข้าและเหลือเพียงเจ้า... สู่เส้นทางขนานไร้วันบรรจบ”

            

            

            เฟินหมิงเหยาไม่เข้าใจคิดว่าสือหรงเพียงเอ่ยกลอนวรรคใดวรรคหนึ่ง นางขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดุจหยก “พี่ต้องไปเมืองอวิ๋นจริงๆหรือ”

            

            สือหรงมองเฟินหมิงเหยาด้วยสายตาไม่เข้าใจ... นางได้แต่เม้มปากแน่นครุ่นคิดหลายอย่างอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างทว่าพอจะเอ่ยกลับเหลือแต่เพียงน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก พูดไม่ออก ที่พูดไม่ออกก็เพราะว่ามีเหตุผลที่ทำให้นางพูดไม่ออกพูดไม่ได้  “ข้า ข้า...”

            

            ทันใดนั้นเอง... พอดีนั้นก็มีน้ำเสียงอันแข็งกร้าวเสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกความสนใจไปจากทั้งสองคน


            “แพศยา!”

            

            หญิงสาวนางหนึ่งรูปร่างสูงโปร่งเพรียวสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มแลดูแข็งแกร่งเดินออกมาจากอีกทาง ใบหน้าคมดุดันฉายแววความโกรธกริ้ว ดวงตาตวัดมองไปทิศทางของหญิงแพศยาที่นางกล่าวว่าประณาม มองหญิงสาวร่างแบบบางอาภรณ์สีเขียวมองแล้วแลดูน่าทะนุถนอม... แต่น่าเสียดายจริงๆที่นางมิใช่สตรีอ่อนหวานที่ถนอมบุปผาเช่นกันนี่สิ

            

            “หมิงเยว่หนี่ห์อ๋อง”

            

            เฟินหมิงเหยาตกใจเป็นอย่างมากเพราะไม่คิดว่าที่นี่จะมีใครคนอื่นอยู่อีกนอกจากนางกับสือหรง แถมคนนั้นยังเป็นหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องคนที่คุณชายรองสือต้องเข้าพิธีวิวาห์สมรสพระราชทานด้วย นางเริ่มลนลานจนทำอะไรไม่ถูกรีบเอ่ยปฏิเสธ

            

            “มะ—มะไม่ใช่นะเจ้าคะ”

            

            “ตัวกำลังหมั้นหมายกับองค์ไท่จื่อ แต่วันนี้กลับลักลอบมาพบกับบุรุษที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์... มิรู้ว่าคุณหนูเฟินเป็นสตรีเช่นใดกันแน่”

            

            หมิงเยว่หนี่ห์อ๋องเดินเข้ามายืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสองเมื่อได้เอ่ยเปิดปากก็กล่าวถ้อยคำคมกริบบาดแทงจิตใจคนทันที... นางไม่คิดจะไว้หน้าสตรีใบหน้าหวานทว่าสันดานแพศยาเช่นนี้แน่ บุรุษผู้นี้เป็นคนของนาง!

            

            “หึ นอกจากคำว่า ‘แพศยา’ อ๋องอย่างข้าก็นึกคำอื่นไม่ออกแล้ว”

            

            “ไม่รู้ว่าจินหย่งคังไท่จื่อจะทราบหรือไม่ว่ากำลังจะถูกสตรีของตนสวมหมวกเขียวเข้าให้โดยมิรู้ตัว”

            

            “มะ—มะมิใช่อย่างที่ท่านอ๋องคิดนะเจ้าคะ” เฟินหมิงเหยาลนลานรีบเอ่ยอธิบายทันที ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด มือไม้วางไม่ถูก... หากเรื่องในวันนี้กระจายออกไปจะต้องกลายเป็นชื่อเสียงที่ไม่ดีมากแน่แล้วนางจะยังอยู่ในเมืองหลวงนี้ต่อไปได้อย่างไร

            อีกอย่างเหตุผลเมื่อสักครู่นี้ที่นางมิอาจพูดความรู้สึกของตนออกต่อหน้าสือหรงได้ก็เพราะเหตุผลนี้... นางกำลังจะหมั้นหมายกับจินหย่งคังไท่จื่อ

            

            ดวงตาหวานปริ่มน้ำตาคลอเบ้าส่งสายเว้าวอนให้คุณชายสือหรงช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้... ตัวนางลืมไปแล้วหรือว่าตนเป็นคนแอบตามคุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวงมาเอง

            

            สือหรงมองแล้วไม่รู้ว่าควรคิดอย่างไร แต่บิดาเคยบอกว่าเมื่อสตรีกำลังคุยกันบุรุษอย่างเราๆไม่ควรสอดปากเป็นดีที่สุด!

            

            “มะ— มะมิใช่อย่างที่ท่านอ๋องคะ—คะคิดนะเจ้าคะ” ยิ่งอธิบายก็ยิ่งลนลานเฟินหมิงเหยาไม่เคยอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนเลย ไม่เคยต้องพบกับความดุดันกรุ่นกลิ่นอายอันตรายเช่นนี้ด้วย ทั้งเคยได้ยินกิติมาศักดิ์ของอ๋องหญิงผู้นี้แล้วนางก็ยิ่งสั่นกลัวพลันคิดไปว่าเหตุสตรีเช่นนี้จึงต้องได้บุรุษที่ดีเพียงนี้ไปครอบครองกัน

            

            “คิดเช่นไรก็มีแต่ตัวเจ้าเท่านั้นแหละที่รู้!”

            

            หมิงเยว่หนี่ห์อ๋องเพียงมองก็รู้แล้วไม่จำเป็นต้องกล่าวอะไรมากความและไม่มีวันเชื่อคำพูดเสียงหวานของสตรีผู้นี้แน่... แต่ก่อนที่นางจะได้เอ่ยอันใดต่อก็มีเสียงเข้มหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง

            

            “เฟินหมิงเหยา”

            

            “ไท่จื่อ...”

            

            ชายหนุ่มหญิงสาวเรียกชื่อมองหน้ากันบนใบหน้าปรากฏความรู้สึกอธิบายไม่ได้กลายเป็นความเงียบอันอึดอัด... เห็นทีคนที่ยังกล่าวได้ก็คงจะมีเพียงหมิงเยว่หนี่ห์อ๋องที่ยังคงพ่นวาจาเสียดแทงแดกดันและบาดใจผู้คนฟังไม่หยุด

            

            “ในเมื่อไท่จื่อมาแล้วก็รับตัวว่าที่คู่หมั้นขอพระองค์ไปด้วยนะเพคะ โปรดล้อมรั้วดูแลไว้ดีๆด้วยจะได้ไม่เข้าหาบุรุษของผู้อื่นเขาอีก”

            

            “หญิงใดใจกว้างให้เจ้าโปรยเสน่ห์ใกล้บุรุษตนก็แล้วแต่เถอะ ส่วนสำหรับสือหรงเป็นของข้า...”

            

            “อย่ามายุ่งกับบุรุษของข้า!”

            

            …..

            จบฉากสุดท้าย

            

            

            SP : แถมคัตเบื้องหลัง... คุณชายหน้าหยกนุ่มละมุน & ท่านอ๋องหญิงหน้าคมดุดัน

            

            “มิคิดว่าเมื่อท่านอ๋องไหน้ำส้มแตกจะมีฝีปากที่คมกริบเช่นนี้”

            

            “หึ...”

            


            “คัต!”

            

            ผู้กำกับเนี่ยนสั่งคัตใบหน้ายิ้มกว้างไม่หุบสักนิด... เป็นการทำงานที่สบายใจมากจริงๆนะ! เขายกโทรโข่งขึ้นกล่าวชมทุกคนถ้วนหน้า ในกองหากผู้กำกับอารมณ์นั้นแปลว่าทุกอย่างก็สบายขึ้นแน่นอน ทีมงานยกยิ้มกันถ้วนหน้า

            

            “ยอดเยี่ยมมาก! ยอดเยี่ยมๆๆ ทุกคนแสดงดีมาก!”

            

            ที่สำคัญคือผู้กำกับเนี่ยนถูกใจอี้เฟยมากๆไม่ว่าจะเป็นหน้าตารูปลักษณ์หรือกระทั่งฝีมือการแสดงอันยอดเยี่ยม เขาเข้ามากล่าวชมเด็กใหม่ไม่ขาดสายและยังแนะนำทริคการแสดงให้อีกหลายอย่างเก็บไว้เป็นความรู้ คุยกันเนิ่นนานไหลลื่นคนอื่นๆจึงเข้ามาร่วมสนทนาแนะนำด้วยกันอย่างสนุกสนาน

            เรียกได้ว่าอี้เฟยเข้ากับทุกคนได้ดีมากๆจนเกินคาดจริงๆทำเอาเฉียนหลิงตกใจอยู่เหมือนกัน... ทึ่งเสมอกับทักษะการเข้าสังคมระดับพระกาฬของอี้เฟย

            

            “จริงสิอี้เฟยกลับวันนี้ใช่ไหม”

            

            “ใช่ครับ”

            

            “หว่าแต่นี่ก็เย็นแล้วนะกว่าจะขับรถถึงบ้านทำไมไม่พักที่นี่ก่อนสักคืนล่ะ”

            

            “พรุ่งนี้ผมมีงานต่อน่ะครับ ขอบคุณมากครับที่เป็นห่วง”

            

            “อืมๆคนหนุ่มสาวตั้งใจทำงานกันหน่อยขยันขันแข็งดี”

            

            เนื่องจากวันนี้เป็นฉากสุดท้ายของอี้เฟยแล้วทั้งเขาและเฉียนหลิงจึงเก็บสัมภาระไว้ในรถตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ทั้งวันไม่มีฉากที่เขาต้องถ่ายเพิ่มเติมหรือถ่ายซ่อมจึงเตรียมพร้อมกลับทันที แม้จะอยากพักอีกสักหน่อยคงไม่ได้เพราะวันพรุ่งนี้อี้เฟยต้องไปถ่ายโฆษณาของ Terenareef(เทเรน่ารีฟ)ต่อ เขาจึงได้แต่มากล่าวลาทุกคนในกองอย่างช่วยไม่ได้


            “ขอบคุณทุกคนนะครับ”




            --------------------------------

            Talk

            จบพาร์ทบทตัวประกอบผู้มีสตอรี่ : คุณชายหน้าหยกแห่งเมืองหลวง


            เมื่อผู้เราแสดงเป็นตัวประกอบเราก็จะเกลียดนางเอกทันที รู้สึกว่าแม่นางแม่งมามารยาใส่ผู้เราอ่ะ(555)

            ขอจิ้นคุณชายหน้าหยก(อี้เฟย)กับหมิงเยว่หนี่ห์อ๋อง(อู่หลันหลัน)ค่ะ เรื่องนี้มันต้องมีภาคต่อแล้วนะคะคุณผู้กำกับเนี่ยน(555) ตอนหน้าเดี๋ยวหนังออนแอร์ละ รอติดตาม


            : ช่วงนี้มาพาร์ทท่านอ๋องเยอะมากอย่าเพิ่งเบื่อกันน้าให้ท่านได้มีผลงานบ้างสักสองสามอย่าง ฝากชื่อให้เปรี้ยงปร้างในวงการหน่อย ขอบคุณทุกคนที่ติดตามนะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้านะ บายบ๊าย 


            ตอนนี้จบพาร์ทบทตัวประกอบผู้มีสตอรี่แล้ว ตอนหน้ามาร่วมกันเป็นกำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!

            อ่านแล้วเป็นเช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)


    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องข้ามเวลามาเพื่อใช้ชีวิตอย่างสโลว์ไลฟ์ ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808