ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในโรงแรมที่จังหวัดเชียงใหม่
“ครืนๆ”
เสียงฟ้าร้องคำรามในตอนหกโมงเช้าพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงดังว่าฟ้าจะถล่มและดินจะทลายมีผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งมองบรรยากาศเ่าั้อยู่เพียงลำพังภายในร้านกาแฟที่ออกแบบและตกแต่งอย่างประณีตด้วยสไตล์โมเดิร์นลอฟท์
ชายคนนี้มีชื่อว่าชัยกร เขาเป็หนุ่มหน้าตาหล่อคมเข้มอายุยี่สิบเจ็ดปีผิวสองสี ตัดผมรองทรงสั้นดูเรียบร้อยสะอาดตา ร่างกายของเขานั้นกำยำ เขาสูงถึงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเิเและหนักเพียงเจ็ดสิบห้ากิโลกรัมเขานั่งมองบรรยากาศแบบนั้นอยู่นานสองนานที่โต๊ะติดริมหน้าต่างมุมโปรดประจำร้านที่เขาชอบนั่ง
ชัยกรกำลังนั่งนึกถึงตอนที่เขาเป็เด็กอายุประมาณสิบเอ็ดขวบเขาเคยมาเที่ยวและนอนพักที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้พร้อมกับพ่อและแม่ของเขาจากคำเชิญของพรวลัยซึ่งมีบ้านอยู่ที่นี่เพราะแม่ของเขากับพรวลัยนั้นเป็เพื่อนสนิทกันั้แ่สมัยเรียนเมื่อสมัยก่อนแถวนี้ไม่มีโรงแรมหรือที่พักเหมือนตอนนี้คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวที่นี่ก็เพื่อมาดูจุดชมวิวของเมืองและบรรยากาศโดยรอบของหมู่บ้านจากนั้นก็เดินทางกลับออกไปเพราะไม่มีที่พัก
สักพักก็มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเอากาแฟเอสเปรสโซ่พร้อมกับคุกกี้อัลมอนด์มาเสิร์ฟผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าพรวลัย เธออายุประมาณห้าสิบปี รูปร่างผอมบางผมของเธอยาวประบ่าและเริ่มมีสีขาวประปราย เธอเป็ทั้งผู้ดูแลร้านกาแฟและโรงแรมที่มีชื่อเดียวกันว่า“์บนดิน” (Heaven on earth) แห่งนี้
“ฝนเริ่มตกเบาลงแล้วนะคะ” พรวลัยเอ่ยพร้อมกับวางอาหารลงที่โต๊ะอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณครับ...ผมชอบบรรยากาศแบบนี้จังเลยมันทำให้ผมรู้สึกสบายใจและผ่อนคลายมากๆอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะครับ” ชัยกรตอบพร้อมกับยิ้มให้พรวลัย
“กำลังคิดถึงใครอยู่รึเปล่าคะ?”พรวลัยถามพร้อมกับดึงเอาเก้าอี้ออกมานั่ง
“เปล่านี่ครับ”ชัยกรปฏิเสธ
“กาแฟร้อนๆตอนหน้าหนาวกับฝนที่ตกพรำๆในยามเช้า”เขาพูดพร้อมกับยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบแล้วก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจ
“แต่ถ้าเป็เมื่อก่อน คุณหนูชอบดื่มโกโก้ร้อนนะคะ” พรวลัยพูดสวนขึ้นมาทันที
“เลิกเรียกผมว่าคุณหนูได้แล้วครับป้าพร” ชัยกรพูดพร้อมกับทำท่างอนเหมือนตอนที่เขายังเป็เด็กแต่เขาก็ไม่ได้โกรธอะไรเขารู้ว่าที่เธอเรียกเขาแบบนั้นก็เพราะเป็คำติดปากที่เธอใช้เรียกเขามาั้แ่เด็กเมื่อพรวลัยเห็นท่าทางที่คุ้นเคยแบบนั้นเธอก็อดขำไม่ได้
“ป้ายังจำได้ไม่เคยลืมเลยเมื่อครั้งที่คุณหนูมาเที่ยวที่นี่เป็ครั้งแรก คุณหนูแอบออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าน ทำเอาทุกคนรวมถึงพี่เลี้ยงที่พ่อแม่จ้างมาด้วยถึงกับต้องวิ่งตามหาและะโเรียกคุณหนูไปซะทั่วหมู่บ้านเลย”
“ก็ผมเบื่อนี่ครับที่ต้องอยู่แต่ในบ้านมาเที่ยวทั้งทีก็ต้องออกไปัักับบรรยากาศให้เต็มที่ซิครับและถ้าวันนั้นผมไม่ออกไป ผมก็คงไม่ได้เจอ...” ชัยกรพูดยังไม่ทันจบพนักงานของในร้านอีกหนึ่งคนก็ยกเอาอาหารมาเสิร์ฟให้กับพรวลัย
“เมื่อกี้คุณหนูจะพูดว่าอะไรเหรอคะ?”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่จะบอกว่าผมคงจะไม่ได้เจอสถานที่ๆสวยเหมาะแก่การสร้างโรงแรมน่ะครับ”
จากนั้นพวกเขาจึงนั่งทานอาหารด้วยกันและพูดคุยกันต่ออีกอย่างสนุกสนาน ทั้งสองคนนั้นดูสนิทสนมกันมาก
เวลาผ่านไปสักพักพรวลัยเห็นว่าฝนหยุดตกแล้ว เธอจึงลุกเดินไปเปิดประตูที่ระเบียงเพื่อให้ลมหนาวได้พัดเข้ามาในร้านและเดินไปหยิบผ้ามาเช็ดโต๊ะตรงระเบียงด้านนอกที่เปียกฝน
ชัยกรเห็นดังนั้นก็ลุกเดินตามออกไปที่นอกระเบียงเขาทำท่าสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอดพร้อมทั้งบิดี้เีแล้วก็พูดออกมาว่า “กลิ่นของดินและต้นไม้ใบหญ้าที่โดนน้ำฝนนี่ช่างสดชื่นจริงๆนะครับ”
“แปดโมงเช้าพอดีเลย...เดี๋ยวป้าไปบอกให้คนเตรียมม้าไว้ให้นะคะ”
“ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง ขอบคุณสำหรับกาแฟนะครับ” หลังจากพูดจบชัยกรก็เดินออกจากร้านและรีบไปยังที่คอกม้าและพาม้าออกไปขี่ทันที
ชัยกรคือเ้าของร้านกาแฟและโรงแรมแห่งนี้และที่ด้านหลังของโรงแรมนั้นเขาได้สร้างบ้านส่วนตัวของเขาไว้ที่นี่ เขาได้แบ่งพื้นที่บางส่วนเอาไว้สำหรับการทำนาและปลูกพืชผักสวนครัวกับทำเป็คอกที่เอาไว้สำหรับการเลี้ยงเพาะพันธ์ม้าโดยเฉพาะซึ่งมีเนื้อที่รวมๆกันแล้วเกือบสิบไร่
ชัยกรโปรดปรานการขี่ม้าเอามากๆโดยทุกๆเช้าถ้าไม่ติดภารกิจอะไรเขาจะเอาม้าออกไปขี่ภายในบริเวณหมู่บ้านที่เขาอาศัยอยู่เป็ประจำ
ที่แห่งนี้คือหมู่บ้านป่าข้าวหลามซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอแม่แตงจังหวัดเชียงใหม่สภาพแวดล้อมของที่นี่เต็มไปด้วยป่าเขาลำเนาไพรที่สมบูรณ์อย่างมากเป็สถานที่ๆมีผู้คนมากมายต่างพากันจับจองอยากจะมานอนค้างกางเต็นท์เพื่อที่จะได้ััอากาศที่หนาวเย็นและหมอกขาวใน่ปลายฝนต้นหนาวของทุกปี
บรรยากาศหลังฝนตกทำให้ทั่วบริเวณหมู่บ้านนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวที่หนามากจนมองแทบไม่เห็นทางข้างหน้าชัยกรควบม้าของเขาไปข้างหน้าเรื่อยๆอย่างสนุกสนานความรู้สึกของเขาในตอนนี้ราวกับว่ากำลังขี่ทะลุเข้าไปในเมฆหมอกบนฟากฟ้าเลยทีเดียวแต่ไม่นานฝนก็เริ่มตกลงมาปอยๆ
แต่ชัยกรก็ยังขี่ม้าของเขาต่อไปจนมาถึงจุดชมวิวของหมู่บ้านตรงนี้เป็จุดที่สูงที่สุดของหมู่บ้านเมื่อมองลงไปจะเห็นหมู่บ้านด้านล่างที่ถูกรายล้อมไปด้วยูเาน้อยใหญ่ ซึ่งที่นี่ก็เป็อีกแห่งหนึ่งที่เป็จุดขายของหมู่บ้านแห่งนี้ที่ทุกคนต่างมาถ่ายรูปและเช็คอินอยู่เป็ประจำ
จากนั้นฝนก็เริ่มตกหนักขึ้นมาเรื่อยๆชัยกรกลัวว่าม้าของเขาจะไม่สบายจึงรีบควบม้ากลับไปที่โรงแรมทันที และระยะทางจากจุดชมวิวไปที่โรงแรมนั้นก็ค่อนข้างจะไกลเขาจึงเร่งความเร็วของม้าเพิ่มขึ้นไปอีก
ในระหว่างที่กำลังขี่ม้ากลับไปที่โรงแรมชัยกรได้สังเกตเห็นว่ามีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่ข้างทางเขาจึงชะลอความเร็วม้าของเขาลงเพื่อดูว่ามีใครอยู่ในรถหรือไม่เมื่อเขามองไปข้างในรถก็ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในนั้น เขาสงสัยเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากและรีบขี่ม้าต่อไป
ฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักบวกกับความเร็วของม้า ทำให้ทัศนียภาพด้านหน้าของเขามองเห็นไม่ค่อยชัดนักเท่าไหร่และนั่นเป็เหตุที่ทำให้เขามองไม่เห็นว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังนั่งหลบฝนรอคอยความช่วยเหลืออยู่ที่ใต้ต้นไม้ข้างทางที่เขาพึ่งขี่ม้าผ่านไป!!