แสงอาทิตย์สาดแสงสีทอง เหล่าทาสชายหญิงรวมทั้งเ้านายของบ้านต่างมารวมตัวกันที่โรงอาหารกันแต่เช้าตรู่ เช้านี้แม่ครัวซูเหม่ยและลูกสาวต่างขะมักเขม้นทำต้มจับฉ่ายที่มีทั้งเครื่องในหมู ผักสารพัดที่เฟิ่งเทียนขนมาให้ พร้อมกับข้าวหุงหม้อใหญ่ที่สามารถเลี้ยงคนในไร่ตระกูลหวังทั้ง 22 ชีวิต เมื่ออิ่มหนำ ทาสทุกคนย่อมรอการแจกจ่ายงานที่เ้านายของพวกมันจะเป็คนมอบหมายให้
“เอาหล่ะ ในเมื่อเราทุกคนกินอิ่มกันแล้ว ข้าจะถือว่าที่โรงอาหารแห่งนี้จะเป็ที่ทานข้าวรวมทั้งเรียกประชุม หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าจุดรวมพล พวกข้าพี่น้องจะเรียกพวกท่านทุกคนว่าคนงาน ในไร่ของข้าจะมีการปลูกผักชนิดพิเศษและผักแบบปกติทั่วไป พวกท่านอาจจะสงสัยว่าผักชนิดพิเศษเป็เช่นไร เมื่อผักของข้าเจริญเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยวพวกท่านทั้งหมดก็จะรู้เอง ดังนั้นข้าขอให้ทุกคนเก็บเป็ความลับในการปลูกผักชนิดพิเศษของข้า และผักชนิดพิเศษจะถูกควบคุมดูแลในการปลูกและมีการผูกขาดกับตลาดในการรับซื้อ ส่วนผักที่ปลูกแบบทั่วไปสามารถนำส่งขายให้กับพ่อค้าหรือชาวบ้านทั่วไปได้ เพราะฉะนั้นการใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกต้องแบ่งเป็สัดส่วน ผักชนิดพิเศษจะปลูกฝั่งทิศตะวันออก ส่วนผักทั่วไปจะปลูกในทิศตะวันตกโดยข้าได้ให้ช่างทำรั้วกั้นไว้แล้ว ผักชนิดพิเศษข้าจะเป็ผู้ควบคุมในการปลูก โดยมี เมิ่งฝาน เมิ่งหนาน อี้เทียน เป็ผู้ดูแลรับผิดชอบ ผักชนิดทั่วไปข้าก็จะเป็ผู้ควบคุมเช่นกันโดยมี อี้ชิง เมิ่งจวิน เมิ่งอิ่น เป็ผู้ดูแลรับผิดชอบ ส่วนผู้คุ้มกันทั้ง 6 ให้พี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอแบ่งกลุ่มออกมาช่วยแปลงผักทิศตะวันออกและตะวันตก เมื่อผักเริ่มเติบโตให้แบ่งเวรยามคืนละ 4 คน ผลัดกัน ตลอดจนคุ้มกันผักในระหว่างขนส่ง ท่านลุงอี้ิรับผิดชอบการทำบัญชี ส่วนจางหู่กับจางซื่อให้มาช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในครัวกับให้อาหารสัตว์ เมื่อเสร็จแล้วตอนบ่ายให้ไปศึกษาตำรากับคุณชายน้อย เพราะอีกสองปีข้าจะส่งคุณชายน้อยกับพวกเ้าเข้าเรียนสถานศึกษา เมื่อจบออกมาจะได้นำความรู้มาพัฒนาไร่ตระกูลหวังของเรา ใครมีคำถามบ้าง”
“แล้วพวกข้าหล่ะขอรับพี่ใหญ่ พี่ใหญ่จะให้พวกเราทำอะไรบ้างขอรับ” เฟิ่งหลง
“ใช่ขอรับทุกคนมีหน้าที่แต่พวกเรายังไม่มีเลยนะขอรับ” เฟิ่งจิน
“ฮ่าๆ พี่ใหญ่จะลืมพวกเ้าได้อย่างไรกัน พวกเ้ามีหน้าที่ในการดูแลโรงเรือนสมุนไพร ครอบครัวของเสี่ยวเฉิง เก็บไข่ไก่ รวมทั้งช่วยพี่ใหญ่ถอนหญ้าในแปลงปลูก ตอนบ่ายพวกเ้าก็ต้องศึกษาตำราอย่างไรหล่ะ”
“ขอรับพี่ใหญ่/ขอรับพี่ใหญ่” เด็กแฝดดีใจที่พวกเขาก็ได้รับหน้าที่รับผิดชอบจากพี่ชายเช่นเดียวกัน
“เอาหล่ะในเมื่อเข้าใจกันแล้วเรามาลงเมล็ดกับต้นกล้ากันได้แล้ว”
เหล่าคนงานที่ได้รับมอบหมายหน้าที่ต่างแยกย้ายกันไปในแปลงปลูกของทิศตะวันออกและทิศตะวันตก เฟิ่งเทียนนำเมล็ดพันธุ์ที่แช่ในน้ำทิพย์วารี์ชนิดเข้มข้นนำลงปลูกในแปลงผักชนิดพิเศษ การปลูกรอบแรกนี้เขาจะลงข้าวโพด ผักคะน้า ผักกาดขาว ผักบุ้ง หัวไชเท้า มะเขือเทศ มันฝรั่ง ส่วนผักที่เป็เถาไม้เลื้อยเฟิ่งเทียนได้ทำโครงไม้เป็ซุ้มแล้วปลูกแตงกวา ฟักเขียว แตงโม ส่วนผักทิศตะวันตกก็ปลูกผักชนิดเดียวกันแต่จะปลูกแบบปกติทั่วไป ทั้งสองแปลงบำรุงดูแลโดยการใส่ปุ๋ยขี้วัว ปุ๋ยขี้ไก่ เหมือนกัน
ผ่านไปห้าวันต้นอ่อนของผักแปลงชนิดพิเศษเริ่มแทงยอดและมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ผิดกับแปลงปลูกทั่วไปที่กำลังเริ่มแทงยอดอ่อนใบเลี้ยงกำลังขึ้น เฟิ่งเทียนพึงพอใจในการทดลองปลูกในครั้งนี้มาก เมื่อครบ 1 เดือนเขาจะใช้น้ำทิพย์วารี์ผสมน้ำรดลงไปอีกรอบผักปราณิญญาก็จะเจริญเติบโต ผลผลิตก็คงจะได้มากตามที่เ้าเสี่ยวเป่าเคยโม้ไว้ เหล่าคนงานได้เห็นความแตกต่างของแปลงปลูกชนิดพิเศษต่างแปลกใจทั้งๆ ที่ลงเมล็ดปลูกพร้อมกันแต่การเจริญเติบโตกลับต่างกันเ้านายของพวกมันช่างเยี่ยมยอดจริงๆ เหล่าคนงานต่างซาบซึ้งและภักดีต่อเฟิ่งเทียนยิ่งขึ้น เพราะั้แ่ที่พวกเขาได้ก้าวเข้ามาอยู่ในไร่ตระกูลหวังข้าวปลาอาหารก็สมบูรณ์ ที่หลับที่นอนก็อบอุ่นปลอดภัย และเ้านายบอกว่ายังมีเงินเดือนให้ใช้สอยอีกซึ่งทาสทั่วไปไม่มีสิทธิจะได้รับเงินเดือนจากนายจ้างด้วยซ้ำ เ้านายของพวกเขาก็ไม่กดขี่ใจร้ายแต่ทาสทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎที่เ้านายได้สั่งไว้และทาสทุกคนย่อมเต็มใจทำ
เฟิ่งเทียนทดลองงานและสังเกตพฤติกรรมของฉางเหอ และฉางไห่ และพี่น้องเหล่าผู้คุ้มกัน ก็เป็ที่พึงพอใจสามารถแบ่งกลุ่มในการดูแลไร่ รวมทั้งเฟิ่งเทียนสังเกตเห็นผู้คุ้มกันทุกคนต่างออกกำลังกายในทุกเช้าเสมอ ถึงแม้ว่าทั้งหมดจะถูกยาพิษสลายปราณ แต่ทว่าพวกเขายังไม่ละความพยายามที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง นี่คงจะเป็ข้อดีที่พวกเขาได้เคยเป็องครักษ์ในจวนอ๋อง วันนี้เฟิ่งเทียนตัดสินใจที่จะรักษาพวกเขาจากพิษสลายปราณ เพราะผักปราณิญญาของเขา เมื่อออกสู่ท้องตลาดย่อมเป็อันตรายเช่นเดียวกัน เขาต้องเตรียมคนของตัวเองให้พร้อมเพื่อป้องกันผู้ที่ไม่หวังดีกับไร่ตระกูลหวังของเขา
“พี่ฉางเหอ พี่ฉางไห่ หลังอาหารเย็นพวกท่านตามข้ามาที่บ้านด้วยข้ามีเื่จะคุยกับพวกท่าน”
“ขอรับนายท่าน”
เมื่อฉางไห่และฉางเหอเข้ามาในตัวบ้าน คุณชายน้อยทั้งสองก็ได้อาบน้ำแล้วอ่านหนังสือรูปภาพในห้องนอนของเฟิ่งเทียนแล้ว สักพักเฟิ่งเทียนจึงเดินออกมาจากห้องนอนโดยถือขวดยาบรรจุยาลูกกลอนที่มีฤทธิ์แก้ปวดเมื่อยแต่เฟิ่งเทียนได้ผสมน้ำทิพย์วารี์ 1 หยด ต่อยา 1 เม็ด เพื่อรักษาอาการให้กับผู้คุ้มกันทั้ง 8 คน
“พี่ฉางไห่ พี่ฉางเหอ นี่คือยารักษาพิษสลายปราณ ท่านกับผู้คุ้มกันกินคนละ 1 เม็ด แล้วในทุกเช้าให้มาดื่มยาบำรุงที่ข้าเตรียมไว้คนละ 1 แก้ว เป็ระยะเวลา 7 วัน พวกท่านก็จะสามารถใช้พลังปราณได้ตามปกติเหมือนที่แล้วมา”
“ขอบคุณนายท่านมากขอรับ เหล่าพี่น้องของข้าต้องยินดีและซาบซึ้งในความเมตตาของนายท่านยิ่ง พวกข้าขอเป็ตัวแทนคารวะขอบพระคุณนายท่านในความกรุณานี้”
ฉางไห่และฉางเหอต่างดีใจที่ตนเองและเหล่าพี่น้องจะได้กลับมาใช้พลังยุทธได้อีกครั้ง ในคราแรกที่ถูกยาพิษสลายปราณและถูกเ้านายคนเก่าขายออกไปเป็ทาส พวกเขาทั้งหมดต่างใช้ชีวิตแบบตายทั้งเป็ แต่หลังจากที่นายท่านคนใหม่ได้ซื้อพวกเขามาทำให้พวกเขากลับมามีชีวิต รู้สึกมีคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้น ยิ่งไม่นึกฝันว่านายท่านจะมอบยาถอนพิษสลายปราณให้ ฉางไห่และฉางเหอไม่สงสัยในตัวยาที่เฟิ่งเทียนมอบให้แม้แต่น้อย เพราะพวกเขารู้ว่าเ้านายของเขาต้องมีความลับที่ไม่สามารถบอกใครได้ พิสูจน์ได้กับผักพลังปราณิญญาทั้งไร่ทิศตะวันออกนั่นสิ เด็กหนุ่มคนเดียวปลูกผักปราณิญญาได้ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
“อืม…ข้าหวังเพียงแค่ว่าเมื่อพวกท่านกลับมาใช้พลังยุทธได้ ย่อมสามารถปกป้องดูแลไร่ตระกูลหวังให้อยู่รอดปลอดภัย อีกทั้งข้าจะขอให้พวกท่านสอนวรยุทธให้กับข้าด้วย เพราะข้าก็้าที่จะแข็งแกร่งสามารถปกป้องตนเองและปกป้องน้องๆ ของข้าเช่นเดียวกัน เมื่อพวกท่านกินยาแก้พิษ วันพรุ่งนี้ข้าอนุญาตให้พวกท่านทั้ง 8 คนหยุดพักได้ 1 วันเพื่อดูแลรักษาร่างกายตนเอง อ้อ! อีกอย่างมะรืนนี้ข้ากับน้องๆ มีนัดหมายกับพี่เย่เฉินและพี่ไห่หยานจะไปเที่ยวท่าเรือเมืองอี้ ข้าจะให้พวกท่านทั้งสองบังคับเกวียนไปกับพวกข้าด้วย และอาจจะมีการค้างคืนที่นั่น ดังนั้นให้ท่านจัดเวรยามในการดูแลไร่ให้ข้าด้วย”
“ขอรับนายท่าน”
เมื่อฉางไห่และฉางเหอเดินออกมาจากบ้านหลังน้อยของนายท่าน พวกเขาจึงเรียกรวมพลผู้คุ้มกันทั้งแปดคนที่โรงอาหาร เมื่อทุกคนมาพร้อมแล้วฉางไห่ได้นำขวดยามาวางไว้บนโต๊ะ ทุกคนที่เหลือต่างมองดูด้วยความสงสัย
“ฉางไห่ เรียกพวกข้าทั้งหมดมามีเื่ใดอย่างนั้นหรือ” หนึ่งในผู้คุ้มกันเกิดความสงสัย
“ที่ข้าเรียกพวกเ้าเหล่าพี่น้องทั้งหมดออกมา เพราะนายท่านได้มอบยาแก้พิษสลายปราณให้กับพวกเราทุกคน ซึ่งยาแก้พิษก็อยู่ในขวดใบนี้”
“เป็ไปไม่ได้ยาแก้พิษสลายปราณแสนจะหายาก อีกอย่างมีราคาเม็ดละหลายหมื่นตำลึงทอง นายท่านจะมีได้อย่างไรกัน”
“ใช่ๆ อีกอย่างพวกเรามีทั้งหมดแปดคน ยาขวดนี้ย่อมมีมูลค่ารวมหลายแสนตำลึงทอง นายท่านจะมีกำลังซื้อให้กับพวกเราได้อย่างไร อีกอย่างนายท่านเราก็เป็เพียงเด็กหนุ่มเท่านั้น”
“หึ! พวกเ้าอย่าได้ดูถูกนายท่าน เมื่อพวกเ้าได้กินยานี้พวกเ้าย่อมรู้แจ้ง แต่ที่ข้าจะบอกพวกเ้าก็คือนายท่านเป็ผู้มอบชีวิตใหม่ให้กับพวกเรา ดังนั้นพวกเราย่อมต้องภักดีถวายชีวิตให้กับนายท่าน และข้าจะบอกให้พวกเ้ารู้ว่านายท่านของพวกเราย่อมมีเื้ัที่แข็งแกร่ง พวกเ้าอยู่ไปนานๆ ก็จะรู้เอง”
ฉางไห่เปิดจุกขวดยาแก้พิษ ในทันที่ที่เปิดจุกขวดยา กลิ่นหอมของพลังปราณเข้มข้นต่างลอยออกมาตามกระแสลม เหล่าบรรดาผู้คุ้มกันต่างสูดดมกลิ่นหอมนั้น พลันร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการทำงานต่างกระชุ่มกระชวยคลายความเมื่อยล้าในทันใด
“นี่มัน!!” เหล่าผู้คุ้มกันที่ในตอนแรกต่างไม่เชื่อว่านายท่านของเขาจะมียามารักษาพวกเขาได้ แต่พอได้สูดกลิ่นยาพวกเขาต่างใกับยาในขวดใบนี้
“หึ!! เป็อย่างไรบ้างหล่ะ เอาหล่ะพวกเ้ามารับยาคนละ 1 เม็ด แล้วลองโคจรพลังปราณในร่างกาย พรุ่งนี้ตอนเช้าให้พวกเ้าเข้าไปหานายท่านที่บ้าน เพราะนายท่านจะให้พวกเราทุกคนดื่มยาบำรุงร่างกาย อีกทั้งนายท่านยังได้อนุญาตให้เราทั้งแปดคนหยุดงานในวันพรุ่งนี้เพื่อดูแลร่างกายอีกด้วย”
หยางไห่เริ่มแจกยาลูกกลอนเม็ดโตให้กับสมาชิกผู้คุ้มกัน เมื่อทุกคนได้รับยาต่างรีบกลืนเข้าไป ทันใดนั้นกลิ่นหอมที่อบอวลในช่องปากรวมถึงกระแสอุ่นร้อนในบริเวณท้องน้อย เหล่าผู้คุ้มกันทั้งหมดต่างรีบนั่งโคจรพลังปราณในร่างกาย นี่มัน!!! ทุกคนต่างใเพราะหลังจากที่ถูกพิษสลายปราณ พวกเขาต่างพยายามโคจรพลังปราณแต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ทว่าในตอนนี้เพียงแค่กลืนยาเข้าไปพลังปราณในจุดตันเถียนเริ่มตอบสนองพวกเขาแล้ว ยาเม็ดนี้ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก เหล่าผู้คุ้มกันทั้งแปดคนต่างนั่งโคจรพลังปราณทั้งคืนจวบจนรุ่งเช้า
ในตอนเช้ามืดเฟิ่งเทียนตื่นขึ้นมา และจะมาออกกำลังกายที่หน้าบ้านเป็ประจำ แต่เช้านี้เมื่อเขาเปิดประตูบ้านออกมาก็พบกับผู้คุ้มกันทั้งแปดที่นั่งคุกเข่าทำความเคารพเขาอยู่หน้าบ้าน ทำเอาเฟิ่งเทียนใไม่น้อย
“พวกเราขอบพระคุณนายท่านที่มอบยารักษาให้กับพวกเราขอรับ พวกเราขอสาบานว่าจะภักดีถวายชีวิตให้กับนายท่านขอรับ” เหล่าผู้คุ้มกันก้มคำนับขอบพระคุณเฟิ่งเทียนด้วยความซาบซึ้ง เฟิ่งเทียนจึงให้เสี่ยวเป่าเปิดระบบสแกนความเป็มิตร พบว่าผู้คุ้มกันทั้งแปดคนมีแสงสีขาวสว่างแทบจะแสบตา นั่นหมายความว่าคนเหล่านี้มีความภักดีต่อเขาเต็มหนึ่งร้อยส่วน
“อืม พวกท่านหายดีข้าย่อมยินดีด้วย หวังว่าพวกท่านจะดูแลปกป้องครอบครัวของข้าและไร่ของเราให้มั่นคงปลอดภัย เอาหล่ะหลังทานข้าวเช้า พวกท่านก็ค่อยมาหาข้าอีกทีเพื่อมาดื่มยาบำรุงก็แล้วกัน”
“ขอรับนายท่าน”
*****************
หลังม่าน
เฟิ่งเทียน: "เสี่ยวเป่า ยาลูกกลอน 1 เม็ดขายได้หมื่นตำลึงทองเลยเร๊อะ!! ข้าไม่ขายผักแล้วข้าจะขายยา!"
เสี่ยวเป่า: [...........]