แด่เธอ...สุดที่รัก

    บทที่ 22 ลาก่อน



    หลังจากที่กายกลับมาอยู่ที่บ้าน นอกจากบรรดาคุณพ่อบ้านกับคุณแม่บ้าน ฉันไม่เคยเจอคุณลุงพ่อของกายเลย ฉันได้รับแต่ข้อความของคุณลุงถามอาการของกาย ฉันพยายามจะรบเร้าให้คุณลุงกลับบ้านมาเจอกายบ้างแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็๲ผล จะมีก็แต่แม่ของฉัน เพื่อนๆ และเจมส์ที่ผลัดเปลี่ยนกันมานั่งพูดคุยกันทุกวัน ทำให้บ้านหลังนี้เดิมเคยเป็๲บ้านที่เงียบเหงา ดูมีสีสันมากขึ้น

    "กาย...วันนี้เหนื่อยไหม" กายได้แต่พยักหน้า อาการของกายเป็๞ไปตามที่หมอพูดทุกอย่าง


    วันที่ฉันเดินเอกสารเพื่อพากายออกจากโรงพยาบาล

    "ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย และจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลาเพราะปริมาณเม็ดเ๣ื๵๪แดงของผู้ป่วยมีไม่พอที่จะรับออกซิเจนเพื่อนำไปใช้ในร่างกาย"

    "..." ฉันฟังด้วยท่าทีเรียบเฉย ไม่อยากมานั่งฟังอะไรแบบนี้เลย

    "และท้ายที่สุดร่างกายของผู้ป่วยจะไม่สามารถรับได้แม้กระทั่งออกซิเจนจากเครื่องช่วยหายใจ เพราะไม่มีเม็ดเ๣ื๵๪แดงเหลืออยู่อีกเลย"

    "ไม่มีทางแล้วใช่ไหมคะ"

    "ครับ ญาติต้องเข้มแข็งไว้นะครับ"


    "แพรว..." ฉันรีบเดินเข้าไปหากายที่พยายามควานหามือของฉัน

    หลังจากกลับบ้านมาได้ไม่กี่วัน กายก็เริ่มมีอาการอ่อนเพลียและหายใจลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ อาหารที่ก่อนหน้านี้พอกินได้เล็กน้อยมาถึงตอนนี้กลับกินไม่ได้เลย ฉันต้องใช้อาหารผู้ป่วยดูดใส่ไซริงค์เพื่อป้อนแต่สุดท้ายก็อาเจียนออกมาจนหมด เหลือแต่น้ำที่ฉันพยายามป้อนให้กาย น้ำตาคนดูแลที่ควรไหลกลับไม่ไหลซักหยด ฉันตั้งใจว่าจะเข้มแข็งและอยู่ข้างกายจนวาระสุดท้ายของชีวิต

    ในวันนั้นฉันรู้ตัวดีว่ากายพร้อมจะจากเราไปทุกเมื่อ ฉันพยายามโทรตามทุกคนเท่าที่จะทำได้รวมถึงครูที่โรงเรียนให้มาเจอกายเป็๲ครั้งสุดท้าย

    'คุณลุงคะ...หนูว่ากายน่าจะอยู่กับเราได้ไม่เกินวันนี้พรุ่งนี้ ช่วยกลับมาดูใจลูกชายของตัวเองสักครั้งเถอะค่ะ'

    'เจมส์...กาย...น่าจะไม่ไหวแล้วนะ'

    'แม่...ฮือ...หนู...ฮือ..ว่ากายไม่น่าไหว'

    'ครูคะ จำกายได้ไหม ช่วยมาดูใจกายเป็๲ครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ'

    'ฟ้า...กายไม่ไหวแล้วว่ะ ฝากบอกเพื่อนคนอื่นด้วย'

    ทุกคนที่ฉันตามให้มาดูใจกายต่างมากันอย่างพร้อมเพรียง คนที่นอนอยู่ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่พูดจากับใคร แต่ละคนเดินเข้ามาแล้วก็ยิ้มทักทายกายเหมือนว่ามาเยี่ยมตามปกติ เพราะฉันขอร้องไว้ว่าถ้าจะร้องไห้อย่าพึ่งเข้ามากันนะ ขอให้ทุกคนทำเหมือนว่าแวะมาทักทายมาเยี่ยมกายก็พอ สุดท้ายพ่อของกายก็มา

    "ไง ไอ้ลูกดื้อ ลุกได้แล้วมั้งนอนนานแล้วนะ" นี่คือคำทักทายของผู้เป็๞พ่อที่ยังแฝงคำติดเล่นไว้ตลอด

    ฉันรีบเดินไปกระซิบข้างๆ "วันนี้พ่ออย่าไปไหนนะคะ" พ่อของกายทำได้แค่พยักหน้าเท่านั้น ฉันรู้ว่าคนเป็๲พ่อยังไงก็ต้องเสียใจแต่ไม่เคยแสดงความรักกันดีๆ สักครั้งมันก็ยากหน่อยที่จะเผยความในใจต่อกัน

    พอเพื่อนและครูกลับกันไปบางส่วน เหลือแค่คนกันเองฉันเลยเข้าไปจับมือกายเอาไว้และนั่งมองคนตรงหน้าที่ดูจะหายใจลำบากเหลือเกิน

    "กายใจเย็นๆ ค่อยๆ " ฉันที่เห็นคนตรงหน้าพยายามสูดลมหายใจเข้า เลยบอกให้กายสงบลงกว่านี้และค่อยๆ หายใจ

    "พะ...แพรว...ยะ...อย่าร้องนะ" กายพยายามจะพูดกับฉัน

    "ได้ ไม่ร้อง ไม่ต้องกลัวนะ" จะมีซักกี่คนที่ได้รับความโชคดีแบบฉัน ได้ร่ำลาคนรักจนวินาทีสุดท้าย

    "กาย...มี...ความสุข" ฉันยิ้มให้กายและลูบหัวกายเอาไว้ ทุกความคิด ทุกลมหายใจของกาย ตลอดที่ผ่านมามีแค่ฉันคนเดียวถ้าฉันจะต้องเสียใจคงมีแค่เ๹ื่๪๫นี้เ๹ื่๪๫เดียว 'ฉันรู้ช้าไป'

    "กาย ถ้าไม่ไหวค่อยๆ หลับตาลงนะ แพรวอยู่นี่แล้ว แพรวจะส่งกายเข้านอนเองนะ"

    คนที่อยู่ข้างหลัง ทั้งแม่ของฉัน พ่อของกาย เจมส์ และเพื่อนๆ ที่ยังไม่ยอมกลับต่างก็เริ่มส่งเสียงสะอื้นออกมา

    "เรา...คง...ต้องไปแล้ว" กายพยายามจะเอามือมาจับหน้าฉันไว้แต่เหมือนแรงจะไม่พอที่จะขยับแขนข้างนั้นขึ้น ฉันเลยเป็๲คนยกมือข้างนั้นมาแนบไว้ที่แก้มของฉันแทน

    "ถ้าการเกิดใหม่มีจริง มาเกิดเป็๞ลูกของแพรวนะ" ฉันอยากให้คำขอของฉันเป็๞จริงสักครั้ง ฉันจะยอมแลกทุกความโชคดีในชีวิตที่ฉันควรจะได้รับเพื่อให้กายได้กลับมาเกิดเป็๞ลูกของฉันสักครั้ง

    "ถะ...ถ้า...ทั้งสองคน" กายยิ้ม "แต่งงานกัน" กายหันไปมองเจมส์ "กายก็อยากจะ...กลับมา"

    "มึงนิ...ยังจะพูดติดตลกอีก" เจมส์พูดสวน แต่ฝ่ายที่นอนอยู่ส่ายหัวเป็๞เชิงปฏิเสธ

    "กาย...ไม่...อยาก...ระ..รอ...นาน" กายยังพยายามจะพูดต่อ "ถึง…เวลา…นั้น...แพรวต้อง...จำ...กาย...ให้ได้นะ"

    ฉันรีบพยักหน้ารับ "คนดีของแพรว ถ้ามันมีอยู่จริงมาเกิดเป็๞ลูกของแพรวนะ กายจะเป็๞ยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจของแพรว แพรวจะรักกายยิ่งกว่าชีวิตของแพรว กายจะไม่มีทางอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีก ต่อจากนี้แพรวจะใช้ชีวิตให้ดีเพื่อรอวันที่กายกลับมานะ"

    กายหลับตาไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุข

    "นอนเถิดนะ คนดีของแพรว แพรวจะส่งกายเข้านอนเอง" ฉันจุ๊บหน้าผากของกายพร้อมลูบหัวกายแบบที่กายเคยชอบ

    สิ้นเสียงของฉันมือของกายที่ฉันนำมาแนบไว้ที่หน้าก็ทิ้งน้ำหนักลงที่ข้างเตียง น้ำตาที่เคยเก็บมันเอาไว้ตลอด ก็ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกคนในที่นี้อยู่ในภวังค์เดียวกัน ทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดและเสียงสะอื้น


    15 ปีผ่านไป

    "คนนี้ใครครับ" เด็กผู้ชายวัย 3 ขวบที่กำลังช่างพูดช่างเจรจากำลังถามแม่ของตนด้วยความสงสัย

    "อืม..." ฉันทำท่าครุ่นคิด จะตอบเ๽้าหนูจำไมคนนี้ว่ายังไงดีนะ

    "เป็๞รักแรกและรักเดียวของแม่เขาลูก" คนเป็๞พ่อพูดแทรกขึ้นมา

    “แล้วแม่ไม่รักพ่อเหรอครับ” ฉันนั่งยองๆ คุยกับลูกชายของตัวเอง “แม่รักหนูมากกว่าล้านเท่า” ลูกชายช่างพูดคนนี้เดินมากอดแม่ของตัวเอง “พ่อรักแม่ แม่ก็ต้องรักพ่อด้วยนะครับ”

    “ปล่อยให้แม่เราเขารักลูกคนเดียวก็พอ เดี๋ยวพ่อจะรักแม่ของลูกให้เอง” ฉันหันไปทางพ่อของเด็กน้อยคนนี้ "ยอมรับได้ด้วยเหรอ"

    "โธ่เอ๊ยคุณ เห็นผมเป็๲คนใจแคบไปได้" คนเป็๲พ่ออุ้มลูกขึ้นมาแล้วชี้ไปที่รูปภาพตรงหน้า

    "ไหนให้พ่อดูหน่อย หน้าตาเหมือนคนในรูปไหม"

    "นี่แน่ะ" ฉันบิดเอวคุณพ่อขี้แหย่ไปหนึ่งที "คุณนี่เขาสองคนจะไปเหมือนกันได้ยังไงล่ะ"

    "โอ๊ย... คุณนี่มันวัดนะ ทำร้ายคนได้ไง ผมว่าคล้ายออก" ฉันแอบตีแขนให้อีกหนึ่งที

    "ฮ่าๆๆๆ พ่อตลกจัง" เด็กน้อยหัวเราะให้ท่าทางของพ่อเมื่อโดยแม่กำราบ “หัวเราะเบาๆ ครับที่นี่วัดห้ามส่งเสียงดังนะ” เด็กน้อยรีบนำมือเล็กๆ ปิดปากของตัวเอง

    "เ๯้าลูกคนนี้ กวนประสาทได้ใครมานะ"

    กายแพรวมาหากายเป็๲ประจำเลยนะ แถมสามปีมานี้แพรวพาหลานมาหากายด้วยนะ บุญที่แพรวทำสะสมให้กายป่านนี้คงส่งผลให้กายได้ไปเกิดแล้วเนอะ ไปเกิดใหม่ได้อยู่แต่ในที่ดีๆ มีพ่อแม่ที่รักกายใส่ใจกาย กายไม่เคยมาหาแพรวในฝันเลย แบบนี้แสดงว่าที่ที่กายไปต้องสวยงามและมีความสุขมากเลยใช่ไหม กายเคยบอกว่าจะกลับมาเกิดเป็๲ลูกของแพรว บางทีแพรวก็อยากจะเชื่อนะเพราะลูกลิงน้อยคนนี้ของแพรวซนเหมือนกายเลย แถมยังติดแม่มากด้วย แต่ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ยังไงแพรวก็รักเด็กคนนี้สุดหัวใจและกายก็คือความทรงจำที่งดงามของแพรวเสมอ

    "แม่ครับๆ ในที่สุดผมก็กลับมา ผมเก่งไหม" ลูกชายจับมือฉันแล้วเขย่าไปมา

    ฉันกับเจมส์มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มเจื่อนให้กันทันที ฉันที่กำลังส่ายหัว แต่เจมส์กลับพยักหน้า

    ฉันกระซิบ "มันจะจริงเหรอ"

    เจมส์กระซิบ "ใช่มั้งเราก็ทำตามกติกาอยู่นะ" ฉันตีแขนคนพูดไปหนึ่งที หลังจากกายไม่อยู่ เจมส์ที่ปัจจุบันคือสามีของฉันก็ทำตัวกวนประสาททุกวัน ฉันเลยก้มไปถามลูกชายอีกรอบ

    "เมื่อครู่พูดอะไรนะลูก"

    "ผมกลับมาแล้ว"

    "กลับมาจากไหนลูก"

    "บนนู้น" ฉันกับเจมส์มองตามมือของเด็กชายวัยสามขวบที่ชี้ขึ้นไปบนฟ้า ฉันมองหน้ากับเจมส์อีกครั้งและหัวเราะกันอย่างมีความสุข

    "งั้นก็ดีสิ มาจากที่สูงด้วยนะเรา" ฉันอุ้มลูกชายของฉันมากอดไว้และหอมแก้มไปหนึ่งฟอดใหญ่

    คิดถึงเสมอนะคนดีของแพรว ขอบคุณนะในที่สุดก็กลับมาตามสัญญา

    กวี ลูกรักของแม่