หลังจากที่กายกลับมาอยู่ที่บ้าน นอกจากบรรดาคุณพ่อบ้านกับคุณแม่บ้าน ฉันไม่เคยเจอคุณลุงพ่อของกายเลย ฉันได้รับแต่ข้อความของคุณลุงถามอาการของกาย ฉันพยายามจะรบเร้าให้คุณลุงกลับบ้านมาเจอกายบ้างแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็ผล จะมีก็แต่แม่ของฉัน เพื่อนๆ และเจมส์ที่ผลัดเปลี่ยนกันมานั่งพูดคุยกันทุกวัน ทำให้บ้านหลังนี้เดิมเคยเป็บ้านที่เงียบเหงา ดูมีสีสันมากขึ้น
"กาย...วันนี้เหนื่อยไหม" กายได้แต่พยักหน้า อาการของกายเป็ไปตามที่หมอพูดทุกอย่าง
วันที่ฉันเดินเอกสารเพื่อพากายออกจากโรงพยาบาล
"ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย และจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลาเพราะปริมาณเม็ดเืแดงของผู้ป่วยมีไม่พอที่จะรับออกซิเจนเพื่อนำไปใช้ในร่างกาย"
"..." ฉันฟังด้วยท่าทีเรียบเฉย ไม่อยากมานั่งฟังอะไรแบบนี้เลย
"และท้ายที่สุดร่างกายของผู้ป่วยจะไม่สามารถรับได้แม้กระทั่งออกซิเจนจากเครื่องช่วยหายใจ เพราะไม่มีเม็ดเืแดงเหลืออยู่อีกเลย"
"ไม่มีทางแล้วใช่ไหมคะ"
"ครับ ญาติต้องเข้มแข็งไว้นะครับ"
"แพรว..." ฉันรีบเดินเข้าไปหากายที่พยายามควานหามือของฉัน
หลังจากกลับบ้านมาได้ไม่กี่วัน กายก็เริ่มมีอาการอ่อนเพลียและหายใจลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ อาหารที่ก่อนหน้านี้พอกินได้เล็กน้อยมาถึงตอนนี้กลับกินไม่ได้เลย ฉันต้องใช้อาหารผู้ป่วยดูดใส่ไซริงค์เพื่อป้อนแต่สุดท้ายก็อาเจียนออกมาจนหมด เหลือแต่น้ำที่ฉันพยายามป้อนให้กาย น้ำตาคนดูแลที่ควรไหลกลับไม่ไหลซักหยด ฉันตั้งใจว่าจะเข้มแข็งและอยู่ข้างกายจนวาระสุดท้ายของชีวิต
ในวันนั้นฉันรู้ตัวดีว่ากายพร้อมจะจากเราไปทุกเมื่อ ฉันพยายามโทรตามทุกคนเท่าที่จะทำได้รวมถึงครูที่โรงเรียนให้มาเจอกายเป็ครั้งสุดท้าย
'คุณลุงคะ...หนูว่ากายน่าจะอยู่กับเราได้ไม่เกินวันนี้พรุ่งนี้ ช่วยกลับมาดูใจลูกชายของตัวเองสักครั้งเถอะค่ะ'
'เจมส์...กาย...น่าจะไม่ไหวแล้วนะ'
'แม่...ฮือ...หนู...ฮือ..ว่ากายไม่น่าไหว'
'ครูคะ จำกายได้ไหม ช่วยมาดูใจกายเป็ครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ'
'ฟ้า...กายไม่ไหวแล้วว่ะ ฝากบอกเพื่อนคนอื่นด้วย'
ทุกคนที่ฉันตามให้มาดูใจกายต่างมากันอย่างพร้อมเพรียง คนที่นอนอยู่ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่พูดจากับใคร แต่ละคนเดินเข้ามาแล้วก็ยิ้มทักทายกายเหมือนว่ามาเยี่ยมตามปกติ เพราะฉันขอร้องไว้ว่าถ้าจะร้องไห้อย่าพึ่งเข้ามากันนะ ขอให้ทุกคนทำเหมือนว่าแวะมาทักทายมาเยี่ยมกายก็พอ สุดท้ายพ่อของกายก็มา
"ไง ไอ้ลูกดื้อ ลุกได้แล้วมั้งนอนนานแล้วนะ" นี่คือคำทักทายของผู้เป็พ่อที่ยังแฝงคำติดเล่นไว้ตลอด
ฉันรีบเดินไปกระซิบข้างๆ "วันนี้พ่ออย่าไปไหนนะคะ" พ่อของกายทำได้แค่พยักหน้าเท่านั้น ฉันรู้ว่าคนเป็พ่อยังไงก็ต้องเสียใจแต่ไม่เคยแสดงความรักกันดีๆ สักครั้งมันก็ยากหน่อยที่จะเผยความในใจต่อกัน
พอเพื่อนและครูกลับกันไปบางส่วน เหลือแค่คนกันเองฉันเลยเข้าไปจับมือกายเอาไว้และนั่งมองคนตรงหน้าที่ดูจะหายใจลำบากเหลือเกิน
"กายใจเย็นๆ ค่อยๆ " ฉันที่เห็นคนตรงหน้าพยายามสูดลมหายใจเข้า เลยบอกให้กายสงบลงกว่านี้และค่อยๆ หายใจ
"พะ...แพรว...ยะ...อย่าร้องนะ" กายพยายามจะพูดกับฉัน
"ได้ ไม่ร้อง ไม่ต้องกลัวนะ" จะมีซักกี่คนที่ได้รับความโชคดีแบบฉัน ได้ร่ำลาคนรักจนวินาทีสุดท้าย
"กาย...มี...ความสุข" ฉันยิ้มให้กายและลูบหัวกายเอาไว้ ทุกความคิด ทุกลมหายใจของกาย ตลอดที่ผ่านมามีแค่ฉันคนเดียวถ้าฉันจะต้องเสียใจคงมีแค่เื่นี้เื่เดียว 'ฉันรู้ช้าไป'
"กาย ถ้าไม่ไหวค่อยๆ หลับตาลงนะ แพรวอยู่นี่แล้ว แพรวจะส่งกายเข้านอนเองนะ"
คนที่อยู่ข้างหลัง ทั้งแม่ของฉัน พ่อของกาย เจมส์ และเพื่อนๆ ที่ยังไม่ยอมกลับต่างก็เริ่มส่งเสียงสะอื้นออกมา
"เรา...คง...ต้องไปแล้ว" กายพยายามจะเอามือมาจับหน้าฉันไว้แต่เหมือนแรงจะไม่พอที่จะขยับแขนข้างนั้นขึ้น ฉันเลยเป็คนยกมือข้างนั้นมาแนบไว้ที่แก้มของฉันแทน
"ถ้าการเกิดใหม่มีจริง มาเกิดเป็ลูกของแพรวนะ" ฉันอยากให้คำขอของฉันเป็จริงสักครั้ง ฉันจะยอมแลกทุกความโชคดีในชีวิตที่ฉันควรจะได้รับเพื่อให้กายได้กลับมาเกิดเป็ลูกของฉันสักครั้ง
"ถะ...ถ้า...ทั้งสองคน" กายยิ้ม "แต่งงานกัน" กายหันไปมองเจมส์ "กายก็อยากจะ...กลับมา"
"มึงนิ...ยังจะพูดติดตลกอีก" เจมส์พูดสวน แต่ฝ่ายที่นอนอยู่ส่ายหัวเป็เชิงปฏิเสธ
"กาย...ไม่...อยาก...ระ..รอ...นาน" กายยังพยายามจะพูดต่อ "ถึง…เวลา…นั้น...แพรวต้อง...จำ...กาย...ให้ได้นะ"
ฉันรีบพยักหน้ารับ "คนดีของแพรว ถ้ามันมีอยู่จริงมาเกิดเป็ลูกของแพรวนะ กายจะเป็ยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจของแพรว แพรวจะรักกายยิ่งกว่าชีวิตของแพรว กายจะไม่มีทางอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีก ต่อจากนี้แพรวจะใช้ชีวิตให้ดีเพื่อรอวันที่กายกลับมานะ"
กายหลับตาไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุข
"นอนเถิดนะ คนดีของแพรว แพรวจะส่งกายเข้านอนเอง" ฉันจุ๊บหน้าผากของกายพร้อมลูบหัวกายแบบที่กายเคยชอบ
สิ้นเสียงของฉันมือของกายที่ฉันนำมาแนบไว้ที่หน้าก็ทิ้งน้ำหนักลงที่ข้างเตียง น้ำตาที่เคยเก็บมันเอาไว้ตลอด ก็ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย ทุกคนในที่นี้อยู่ในภวังค์เดียวกัน ทั้งห้องถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดและเสียงสะอื้น
15 ปีผ่านไป
"คนนี้ใครครับ" เด็กผู้ชายวัย 3 ขวบที่กำลังช่างพูดช่างเจรจากำลังถามแม่ของตนด้วยความสงสัย
"อืม..." ฉันทำท่าครุ่นคิด จะตอบเ้าหนูจำไมคนนี้ว่ายังไงดีนะ
"เป็รักแรกและรักเดียวของแม่เขาลูก" คนเป็พ่อพูดแทรกขึ้นมา
“แล้วแม่ไม่รักพ่อเหรอครับ” ฉันนั่งยองๆ คุยกับลูกชายของตัวเอง “แม่รักหนูมากกว่าล้านเท่า” ลูกชายช่างพูดคนนี้เดินมากอดแม่ของตัวเอง “พ่อรักแม่ แม่ก็ต้องรักพ่อด้วยนะครับ”
“ปล่อยให้แม่เราเขารักลูกคนเดียวก็พอ เดี๋ยวพ่อจะรักแม่ของลูกให้เอง” ฉันหันไปทางพ่อของเด็กน้อยคนนี้ "ยอมรับได้ด้วยเหรอ"
"โธ่เอ๊ยคุณ เห็นผมเป็คนใจแคบไปได้" คนเป็พ่ออุ้มลูกขึ้นมาแล้วชี้ไปที่รูปภาพตรงหน้า
"ไหนให้พ่อดูหน่อย หน้าตาเหมือนคนในรูปไหม"
"นี่แน่ะ" ฉันบิดเอวคุณพ่อขี้แหย่ไปหนึ่งที "คุณนี่เขาสองคนจะไปเหมือนกันได้ยังไงล่ะ"
"โอ๊ย... คุณนี่มันวัดนะ ทำร้ายคนได้ไง ผมว่าคล้ายออก" ฉันแอบตีแขนให้อีกหนึ่งที
"ฮ่าๆๆๆ พ่อตลกจัง" เด็กน้อยหัวเราะให้ท่าทางของพ่อเมื่อโดยแม่กำราบ “หัวเราะเบาๆ ครับที่นี่วัดห้ามส่งเสียงดังนะ” เด็กน้อยรีบนำมือเล็กๆ ปิดปากของตัวเอง
"เ้าลูกคนนี้ กวนประสาทได้ใครมานะ"
กายแพรวมาหากายเป็ประจำเลยนะ แถมสามปีมานี้แพรวพาหลานมาหากายด้วยนะ บุญที่แพรวทำสะสมให้กายป่านนี้คงส่งผลให้กายได้ไปเกิดแล้วเนอะ ไปเกิดใหม่ได้อยู่แต่ในที่ดีๆ มีพ่อแม่ที่รักกายใส่ใจกาย กายไม่เคยมาหาแพรวในฝันเลย แบบนี้แสดงว่าที่ที่กายไปต้องสวยงามและมีความสุขมากเลยใช่ไหม กายเคยบอกว่าจะกลับมาเกิดเป็ลูกของแพรว บางทีแพรวก็อยากจะเชื่อนะเพราะลูกลิงน้อยคนนี้ของแพรวซนเหมือนกายเลย แถมยังติดแม่มากด้วย แต่ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ยังไงแพรวก็รักเด็กคนนี้สุดหัวใจและกายก็คือความทรงจำที่งดงามของแพรวเสมอ
"แม่ครับๆ ในที่สุดผมก็กลับมา ผมเก่งไหม" ลูกชายจับมือฉันแล้วเขย่าไปมา
ฉันกับเจมส์มองหน้ากันแล้วก็ยิ้มเจื่อนให้กันทันที ฉันที่กำลังส่ายหัว แต่เจมส์กลับพยักหน้า
ฉันกระซิบ "มันจะจริงเหรอ"
เจมส์กระซิบ "ใช่มั้งเราก็ทำตามกติกาอยู่นะ" ฉันตีแขนคนพูดไปหนึ่งที หลังจากกายไม่อยู่ เจมส์ที่ปัจจุบันคือสามีของฉันก็ทำตัวกวนประสาททุกวัน ฉันเลยก้มไปถามลูกชายอีกรอบ
"เมื่อครู่พูดอะไรนะลูก"
"ผมกลับมาแล้ว"
"กลับมาจากไหนลูก"
"บนนู้น" ฉันกับเจมส์มองตามมือของเด็กชายวัยสามขวบที่ชี้ขึ้นไปบนฟ้า ฉันมองหน้ากับเจมส์อีกครั้งและหัวเราะกันอย่างมีความสุข
"งั้นก็ดีสิ มาจากที่สูงด้วยนะเรา" ฉันอุ้มลูกชายของฉันมากอดไว้และหอมแก้มไปหนึ่งฟอดใหญ่
คิดถึงเสมอนะคนดีของแพรว ขอบคุณนะในที่สุดก็กลับมาตามสัญญา
กวี ลูกรักของแม่