ตอนที่ 16
สานต่ออดีต
หยางอี้ลืมตาตื่นขึ้น ค่อยพบว่า ตนเองถูกเส้นใยสีขาว มัด พันธนาการร่างเอาไว้อย่างแ่าภายในสถานที่มืดมิด มีเพียงแสงเรือง ๆ จากพืชประหลาด ซึ่งเกาะแน่นอยู่ตามซอกหินส่องสว่างให้พอมองเห็นได้ในระยะใกล้ ๆ เมื่อไม่อาจเห็นว่าสถานที่ทั้งหมดเป็เช่นไรและคือที่ไหน หยางอี้จึงตัดสินใจ ออกแรงดิ้นรนจนสุดกำลัง หวังสลัดหลุดพันธนาการแต่ออกแรงอยู่พักใหญ่ ยังมิอาจทำอย่างไร ใยเหนียวที่รัดตนเองอยู่แข็งแกร่งเกินไป แม้ร่างผอมลีบสิ้นเรี่ยวแรงขัดขืน แต่ปากมิได้อ่อนล้าตาม แถมยังว่างเว้นมิได้ถูกปิดหยางอี้จึงะโร้องขอความช่วยเหลือ ลั่นสะท้อนไปทั่วบริเวณ เ้าของสถานที่บังเอิญ เป็สิ่งมีชีวิตที่มิชอบเสียงอึกทึก เมื่อนั้นจึงเคลื่อนไวมาตามเสียงหวังปิดปากเหยื่อ ที่มันจับมาได้ให้เงียบลง เช่นเดียวกับเหยื่อตนอื่น ๆ ก่อนหน้า
ด้วยในช่องโพรงเงียบสงัด เมื่อมีสิ่งอื่น นอกจากเสียงของตนดังขึ้น หยางอี้จึงหุบปากสนิทเพ่งสมาธิไปที่ใบหู เงี้ยฟัง สุดท้ายก็ได้ยินเสียงนั้นอย่างแจ่มชัด แต่เพราะในโพรงเสียงก้องสะท้อนไปมา ยากจำแนกทิศทางที่มา เมื่อนั้นสายตาของเด็กน้อยไม่รอช้า ทำงานสาดส่ายมองหาแม้จะถูกจำกัด เห็นได้เพียงพื้นที่แคบ ๆ แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉย เมื่อพยายามผลของมันย่อมได้รับตอบแทน หยางอี้สังเกตเห็นแสงแวววาว เคลื่อนมาจากที่ไกลลิบ ๆ ทางฝั่งขวาแถมทิศทาง ยังมุ่งหน้าเข้าใกล้ตนเองมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อนั้น จิตใจยิ่งมายิ่งเต้นรัวแต่เพราะร่างถูกพันธนาการ จึงมิอาจขัดขืนหลบหนี ได้แต่กลั้นหายใจ ถลึงตาจับจ้องมิกล้าส่งเสียงใด ๆ กระทั่ง สิ่งมีชีวิตนั้นเคลื่อนใกล้ จนเห็นถนัดตา หัวสมองของหยางอี้ก็กลายเป็ว่างกลวง
ใบหน้าเด็กหนุ่ม กลายเป็ซีดขาว “ผะ..ผะ...ผี !!!” หยางอี้ ร้องลั่นออกมา ด้วยความกลัวสุดขีด
สิ่งที่หยางอี้เห็นนั้น คือแสงไฟรูปหัวกะโหลกสีแดงแวววาวอีกทั้งปรากฏเส้นสายส่องสว่าง เรืองรองคล้ายรากไม้สีน้ำเงินแตกฝอยทอดต่อกันแลดูน่าสยดสยอง และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น เ้าหัวกะโหลกผี มันกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้าหยางอี้มากขึ้นเรื่อย ๆ
อย่าเข้ามา อย่าเข้ามานะ !!!
ความกล้าที่ผ่านมาของเด็กน้อย มีไว้สำหรับสิ่งมีชีวิตเท่านั้นแต่สำหรับภูตผีิญญาแล้ว ต่อให้เล็กน้อยเพียงใดก็น่ากลัวเสมอ
ลูกอี้ ลูกอี้ !!!
หยางเฉิงฟื้นคืนสติทีหลัง เวลานี้ ถูกใยไหมพันธนาการยึดติดกับผนังถ้ำ ด้านตรงข้ามกับหยางอี้ พอดีแสงเรืองจากหัวกะโหลกและรากฝอยสีน้ำเงินสะท้อนจากฝั่งของหยางอี้ จนสองพ่อลูกมองเห็นหน้ากัน
หยางอี้แวบแรกดีใจ เมื่อเห็นว่าบิดาอยู่ใกล้กับตนเอง แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังกระดึ๊บอยู่อยู่แถวลำคอ ภาพกลัวผีหัวกะโหลกพลันเด่นขึ้นแทนที่ “ท่านพ่อท่านพ่อ ช่วยข้าด้วย ผี...ผีหัวกะโหลก มัน มันกำลังจะมาเอาิญญาข้าไปแล้วท่านพ่อ...”
“ลูกอี้ใจเย็น ๆ เดี๋ยวพ่อจะช่วยเ้าเอง” หยางเฉิงร้อนใจแต่ไม่ว่าออกแรงเท่าไหร่ ก็มิอาจหลุดจากเส้นไหมที่รัดตนเอาไว้แม้จะทดลองใช้ลมปราณฉีกกระชาก แต่สุดท้ายกลับถูกเส้นไหมดูดซับไปจนสิ้น
“ท่านพ่อมัน มันขึ้นมาที่หน้าของข้าแล้ว มัน...อึนอาแอว อันอึ้น...”หยางอี้ดวงตาเหลือกขาว ทันทีที่หัวกะโหลกสีแดงมาเคลื่อนจนชิดใบหน้าของหยางอี้รยางค์สีดำสนิท คล้ายหนวดนับสิบ พลันยืดออกจากช่องปากของกะโหลกสีแดงเรืองแสง ปลายรยางค์แหลมพริบตาเคลื่อนลัดเลาะไปตามผิวหน้าสองสี ก่อนจะมุดแหวกเข้าไปตามช่องเปิดบนใบหน้าของหยางอี้ทั้งตา จมูก ปาก รูหู ไม่นาน โลหิตแดงก็ไหลซึมออก เสียงหวีดร้องหวาดกลัวเงียบลงลำคอที่ตั้งตรง กระตุกแรงหนึ่งครั้ง ก่อนพับเอียงตกห้อย
ลูกอี้ !!!...ลูกอี้ !!!
หยางเฉิง เห็นบุตรชายถูกร่างเรืองแสงปิดทับส่วนหัว จนลำคอพับตกห้อย ความคิดกลายเป็คลุ้มคลั่งสุดขีดแต่เรี่ยวแรงจากความโกรธ ไม่อาจเอาชนะใยเหนียวสีขาว พอดีนึกขึ้นได้ ว่าตนเองพกพาพลุไฟส่งสัญญาณติดตัวจึงฝืนขยับแขนขวา เคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ทีละนิดจนกระทั่งปลายนิ้วััเข้าที่ส่วนหัวของพลุไฟ เมื่อนั้นค่อยพยายามเค้นลมปราณร้อนแรงหวังสะกิดจี้เข้าที่ส่วนปลายของพลุสัญญาณ เสี่ยงจุดพลุไฟลุกไหม้ที่ข้างเอวหวังเปลวเพลิง สามารถเผาไหม้เส้นใยที่รัดร่างของตนเองออก
ชะตากรรมผู้คนพลิกผันยากคาดเดาบ้างขึ้นสูงแต่แล้วจู่ ๆ กลับล้มพับ บ้างตกต่ำ แต่อึดใจกลายเป็ทะยานล้ำ ชะตากรรมของหยางอี้ในเวลานี้ก็นับเป็เช่นนั้นชีวิตของเด็กน้อยถูกพิษของ...หนอนกะโหลกอสูร หนอนวิเศษล้ำค่า ซึ่งเป็วัตถุดิบสำคัญในการฝึกวิชามารหลอนจิตอันลี้ลับแขนงหนึ่ง แต่ความโชคดีของหยางอี้นั้นมิได้เกิดจากวิชาลับที่กล่าวมาข้างต้นหรือเป็เพราะ พิษพลังของหนอนอสูรตัวนี้หนุนเสริมตนเองหากแต่เป็บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก สิ่งนั้นหลับใหล ซุกซ่อน อยู่ในตัวของเด็กน้อยผู้นี้...ั้แ่ที่มันยังไม่ถือกำเนิดขึ้นในตระกูลหยางด้วยชาติภพที่แล้ว เด็กน้อยคือยอดยุทธ์เปี่ยมพร์ หากแต่เป็ยอดฝีมือของฝ่ายอธรรมลึกลับชาติภพก่อนั้แ่ลืมตาดูโลก ก็ไร้แซ่สกุลหลัก มีเพียงคำ...อี้ ที่ติดตัวมาเวลาชั่วชีวิต จดจำได้เพียงการฝึกฝนอันแสนหฤโหด และกระทำตามคำสั่งหน้าที่แต่สุดท้าย กลับลงเอยด้วยการถูกทรยศ กลายเป็...ิญญาคนเป็ ก่อนที่วาสนาจะนำพาให้ย้อนทวนกลับมาเกิดใหม่ใต้ชายคา ของตระกูลหยาง
กล่าวถึงวาสนาพิสดารข้างต้นเสร็จสิ้นก็ต้องย้อนกลับมาอธิบาย พิษร้ายของหนอนกะโหลกอสูร ที่แปลกประหลาดยิ่งกว่า เพราะพิษของมันมิได้รุนแรงจนทำให้เหยื่อตาย แถมยังช่วยสร้างภาพหลอนแห่งความสุขสมปรารถนาแก่เหยื่อของตนเมื่อเหยื่อเคลิ้มสุขจนเต็มที่แล้ว มันจึงค่อย ๆ กลืนกินเหยื่อ ที่หามาได้ทั้งเป็และแน่นอนว่า เหยื่ออันโอชะ ที่เ้าหนอนอสูรชนิดนี้ ชื่นชอบที่สุดก็คืุ์ แม้พิษไม่ร้ายแรงแต่หยางอี้ร่างกายอ่อนแอ เส้นชีพจรเสื่อมถอยแต่กำเนิด เมื่อถูกพิษร้าย ไม่เพียงไม่ฝันหวานแต่กลับทำให้เด็กน้อยเข้าสู่สภาวะตรีทูต...อยู่ระหว่างเส้นแบ่งความเป็และความตายเมื่อนั้น เื่ราวที่กระทำไม่สมบูรณ์ก่อนหน้า จึงค่อยได้เวลาดำเนินต่ออีกครั้ง( รายละเอียดเพิ่มเติม ปรากฏในตอนพิเศษ...สังหารรอบทิศ)
ปานแดงที่กระจุกใหญ่ฝังแน่นแท้จริงมันมิใช่ปาน หากแต่เป็...หมึกโลหิตเทวะ แต่เพราะเื่ราวยุ่งเหยิงโลหิตยังไม่ทันกระจายสมบูรณ์ ิญญาที่หลุดขึ้นจากนรกภูมิของฮัวอี้ (แซ่...ฮัว อันเป็สกุลของพ่อบุญธรรมนาม...อี้ เป็คำที่ติดมากับห่อผ้าขาวั้แ่แรกเกิด ฮัวอี้จึงเป็คำเรียกเดิมในชาติที่แล้วของหยางอี้)ก็จำต้องสละิญญา เพื่อเข้าสู่ร่างที่กำเนิดใหม่เสียก่อน ประจวบเหมาะเวลานี้สภาวะเป็ตายย้อนทวนมาอีกครั้ง หยางอี้กลับคืนสู่สภาวะิญญาออกจากร่าง กายเนื้อยังคงอยู่เพียงแต่สองสิ่งไม่ประสานรวม โลหิตที่หยุดเคลื่อนไหว จึงค่อย ๆกระจายทั่วอีกครั้งจนในที่สุด ทั้งร่างของหยางอี้ก็กลายเป็แดงฉาน ก่อนที่ทั่วร่าง จะกะพริบถี่สุดท้ายเรืองแสงจ้าแวบหนึ่ง ิญญาที่เพิ่งหลุดลอย จึงถูกดึงรั้งกลับคืน
เมื่อร่างและิญญาประสานกันเป็หนึ่งเดียวอีกครั้ง แต่หมึกโลหิตเทวะ มิคงอยู่ในร่างอีกต่อไปผลของพิษร้ายก่อนหน้า จึงทำให้ผิวกายของหยางอี้ แปรสภาพ กลับคืนสู่ความซีดเซียวจนดูคล้ายซากศพในพริบตา