“พระชายาซื่อจื่อ ท่านรีบตรวจดูว่ามียาอะไรขาดตกบกพร่องหรือไม่” จี้หมัวมัวกล่าวพลางเปิดห่อยาให้ซูอิ่นเย่ว์ตรวจสอบ
ซูอิ่นเย่ว์มองดูแล้วสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที “เหตุใดถึงขาดสมุนไพรจื่อตงเฉ่าไป? หรือว่าทางร้านยาให้มาไม่ครบ?”
จี้หมัวมัวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนปฏิเสธอย่างหนักแน่น “ไม่มีทาง หมอที่ร้านยาได้ให้ข้าตรวจสอบจื่อตงเฉ่าเป็พิเศษ เขาบอกว่าทั่วเมืองหลวงมีเพียงร้านของเขาที่มีสมุนไพรชนิดนี้ และให้มาเพราะเห็นแก่ซื่อจื่อ”
เมื่อเปิดห่อยาดู พบว่ามีรอยกรีดเล็กๆ อยู่ รอยแยกเรียบเนียนราวกับถูกมีดบางเฉียบกรีดออก
ด้านนอกฟ้ามืดแล้ว อีกทั้งจี้หมัวมัวรีบเร่งนำยากลับมา จึงไม่ได้สังเกตถึงความผิดปกติ
“ยังมีใครแตะต้องห่อยานี้อีกบ้าง” ซูอิ่นเย่ว์ถามต่อ
“เป็หลี่หมัวมัว!” จี้หมัวมัวกล่าวด้วยแววตาโกรธแค้น “ตอนข้ากลับมา นางเดินชนข้าจนห่อยาหล่นลงพื้น แล้วเป็คนช่วยเก็บให้! นางต้องเป็คนขโมยจื่อตงเฉ่าไปแน่!”
ขณะพูดจี้หมัวมัวลุกขึ้นยืน “แม้บ่าวจะต้องแลกด้วยชีวิต บ่าวก็จะนำยากลับมาให้ได้!”
“หมัวมัว รอก่อน!” ซูอิ่นเย่ว์ขมวดคิ้วกล่าว “หลี่หมัวมัวเล่นสกปรก นางไม่มีทางคืนยาให้เราแน่ และหากเราทำให้เื่ใหญ่โตขึ้น พวกนางจะรู้ว่าซื่อจื่ออาการทรุดหนักจนหมดสติ อีกทั้งฉางอู๋อิ่งไม่อยู่ในจวน หากพวกนางใช้กำลังขึ้นมา พวกเราเป็สตรีไม่กี่คนจะปกป้องซื่อจื่อได้อย่างไร”
จี้หมัวมัวรู้สึกเสียใจและตำหนิตัวเอง นางไม่เพียงทำเื่ไม่ได้เื่ ยังเกือบทำให้ซื่อจื่อตกอยู่ในอันตรายอีก!
“แล้วพระชายาซื่อจื่อมีแผนอะไรหรือไม่” จี้หมัวมัวที่คิดอะไรไม่ออก จึงต้องพึ่งพาซูอิ่นเย่ว์ให้ช่วยวางแผน
ซูอิ่นเย่ว์เหลือบมองฉู่จี้เฟิงที่นอนอยู่บนเตียง ครุ่นคิดหาวิธี
พิษในหัวใจของฉู่จี้เฟิงไม่สามารถขับออกมาได้ ต้องให้เขาดื่มยาต้มเพื่อรักษาหัวใจภายในหนึ่งชั่วยามเท่านั้น
หากเป็สมุนไพรทั่วไปก็คงไม่เป็ไร แต่นี่กลับเป็จื่อตงเฉ่าที่หายากยิ่งนัก!
ไม่ได้! คราวนี้นางต้องปกป้องเขาให้ได้!
ซูอิ่นเย่ว์เกิดความคิดขึ้นมาในหัว นางถามขึ้นทันที “พวกเ้ารู้หรือไม่ว่าจัดการศพของสวีชิงหย่วนอย่างไร”
จี้หมัวมัวร้อนใจ ไม่รู้ว่าซูอิ่นเย่ว์ถามเื่นี้ขึ้นมาทำไม จึงตอบไปตามตรง
“ตระกูลสวีไม่ได้ปักหลักอยู่ในเมืองหลวง ย่อมต้องนำศพของสวีชิงหย่วนกลับไปฝังที่บ้านเกิด ได้ยินว่าพระชายาหลิงอ๋องได้สั่งให้ซื้อโลงศพไว้แล้ว และตั้งใจจะส่งศพของสวีชิงหย่วนกลับไปในวันพรุ่งนี้”
ซูอิ่นเย่ว์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “เช่นนั้นยังทันอยู่”
“พระชายาซื่อจื่อมีแผนอะไรหรือ” จี้หมัวมัวมองนางด้วยความสงสัย
ซูอิ่นเย่ว์ยกมุมปากขึ้น “ต้องร้ายกว่าพวกนาง ทำให้พระชายาหลิงอ๋องเป็คนส่งยากลับมาเอง”
ก่อนหน้านี้ เมื่อพระชายาหลิงอ๋องรู้ว่าจี้หมัวมัวรีบร้อนออกไป นางรู้สึกแปลกใจ จึงสั่งให้หลี่หมัวมัวไปสืบดู
ครึ่งชั่วยามต่อมา หลี่หมัวมัวกลับมาในที่สุด
นางหยิบผ้าเช็ดหน้าชิ้นหนึ่งออกจากแขนเสื้อ แล้วคลี่ออก เผยให้เห็นจื่อตงเฉ่าหนึ่งใบที่อยู่ด้านใน พร้อมกล่าวว่า “จี้หมัวมัวออกไปซื้อยา บ่าวใช้กลอุบายแอบหยิบเ้าสิ่งนี้มาได้”
ฉู่จิ้งเสียนใบหน้าแดงก่ำบวมช้ำ ได้ยินดังนั้นถึงกับสะดุ้ง รีบกล่าวทันที “จี้หมัวมัวเป็คนของเรือนชูอวิ๋น เ้าเป็บ้าไปแล้วหรือถึงกล้าหาเื่นาง?!”
หากถูกตบอีก นางคงหน้าบวมจนดูไม่ได้แน่!
“คุณหนูสามฟังบ่าวก่อน จี้หมัวมัวรีบร้อนออกไปซื้อตัวยากลางดึก ต้องเป็เพราะซื่อจื่ออาการทรุดหนักแน่” หลี่หมัวมัวกล่าวต่อ “บ่าวนำตัวยาไปให้หมอเหลียงดู เขาบอกว่านี่คือจื่อตงเฉ่า สมุนไพรที่มีฤทธิ์ฟื้นคืนชีพเพียงใบเดียวก็ช่วยคนได้ นอกจากนี้ หมอเหลียงยังกล่าวว่า ในเมื่อซื่อจื่อใช้สมุนไพรชนิดนี้แล้ว แสดงว่าเขาคงเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายเท่านั้น คุณหนูสามไม่ต้องกังวลว่าเขาจะมาที่นี่”
ฉู่จิ้งเสียนได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็ประกายขึ้นมาทันที “เขากำลังจะตายจริงๆ หรือ! จี้หมัวมัวจะซื้อจื่อตงเฉ่าไว้มากกว่าหนึ่งใบหรือไม่”
หลี่หมัวมัวกล่าวว่า “คุณหนูสามวางใจได้ หมอเหลียงบอกว่าในเมืองหลวงไม่มีจื่อตงเฉ่าใบที่สองแล้ว บ่าวมือดี ใช้โอกาสคว้ามาได้พอดี แม้แต่์ยังเข้าข้างพระชายาหลิงอ๋องเลย”
นางยอมเสี่ยงทำเช่นนี้โดยไม่เกรงกลัวการล่วงเกินฉู่จี้เฟิง ก็เพื่อให้พระชายาหลิงอ๋องได้เป็พระชายาเอกแห่งจวนอ๋องอย่างแท้จริง และเมื่อนั้น นางก็จะได้ก้าวขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุด ลูกหลานก็จะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย
“ดีมาก!” พระชายาหลิงอ๋องยิ้มกว้าง ความอัดอั้นตลอดสองวันที่ผ่านมาสลายหายไปทันที “ฉางอู๋อิ่งไม่อยู่ในจวน หากจี้หมัวมัวมาขอสมุนไพร เราปฏิเสธไป นางก็ทำอะไรเราไม่ได้ หลี่หมัวมัว ครั้งนี้เ้าทำคุณความดีใหญ่หลวง!”
นางยึดจื่อตงเฉ่าไว้ได้ เช่นนี้ฉู่จี้เฟิงก็คงจะสิ้นใจในไม่ช้า นางยังอยากไปที่เรือนชูอวิ๋นเพื่อดูว่าเขาสิ้นใจอย่างไรด้วยตาตัวเอง
เพียงแต่เมื่อคิดถึงสวีชิงหย่วนที่เป็ตัวอย่าง พระชายาหลิงอ๋องก็ไม่กล้าไปเรือนชูอวิ๋นตามอำเภอใจ กลัวจะลงเอยเช่นเดียวกับสวีชิงหย่วนที่ต้องตายอย่างอนาถ
หากฉู่จี้เฟิงยังรอดอยู่ นางก็แค่โยนหลี่หมัวมัวออกไปเป็แพะรับบาป เช่นไรนางก็ไม่เสียเปรียบ
หลี่หมัวมัวไม่รู้ความคิดชั่วร้ายของนายหญิง คิดเพียงแต่หวังให้วันเวลาดีๆ มาถึงเร็วๆ
ไม่นานนัก สาวใช้คนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก พร้อมร้องะโลั่น “พระชายา! แย่แล้ว! แย่แล้ว!”
สามคนหันมามองหน้ากัน ใจเต้นระรัว
หรือว่าฉู่จี้เฟิงสิ้นใจแล้ว?!
พระชายาหลิงอ๋องแทบปิดความยินดีไว้ไม่มิด นางเปิดประตูออกไปพลางถาม “มีเื่อะไรถึงได้ส่งเสียงโวยวาย ซื่อจื่อเป็อะไรหรือไม่!”
“ไม่ใช่ซื่อจื่อเ้าค่ะ เป็คุณชายรองสวีต่างหาก!”
พระชายาหลิงอ๋องยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
หลานชายของนางตายไปแล้ว จะเกิดเื่อะไรขึ้นได้อีก
หลี่หมัวมัวตามออกไป เห็นเปลวไฟพุ่งขึ้นจากทิศทางของเรือนชิงเหลียง สว่างไสวจนแทบครึ่งฟ้าสะท้อนแสงแดงฉาน
“พระชายา! เรือนชิงเหลียงเกิดไฟไหม้!” หลี่หมัวมัวะโ
วันนี้เพิ่งนำศพของสวีชิงหย่วนใส่โลงไป ร่างของเขาถูกวางไว้ที่เรือนชิงเหลียงชั่วคราว และจะถูกส่งกลับบ้านเกิดที่มณฑลหวยหนานในวันพรุ่งนี้
เปลวไฟโหมหนักเช่นนี้ เกรงว่าทั้งคนทั้งโลงศพอาจถูกเผาเป็เถ้าถ่านไปพร้อมกัน
“อะไรนะ!” พระชายาหลิงอ๋องถึงกับโซเซเกือบล้ม “รีบให้คนไปดับไฟเดี๋ยวนี้!”
หลานชายของนางตายอย่างน่าอนาถ หากแม้แต่ร่างก็ไม่เหลือ จะให้ทนได้อย่างไร
หลี่หมัวมัวรีบสั่งให้คนตีฆ้องเพื่อเรียกคนมาช่วยดับไฟ ป้องกันไม่ให้ลุกลามไปทั่ว
ฉู่จิ้งเสียนจ้องสาวใช้ตาเขียวปัด พลางตวาดลั่น “ไม่ได้ให้เ้าคอยเฝ้าอยู่หรือ! เหตุใดถึงเกิดไฟไหม้ขึ้นมาได้!”
สาวใช้สะดุ้งโหยง หดตัวลงอย่างหวาดกลัว นางไม่กล้านอนเฝ้าโลงศพตลอดทั้งคืน จึงแอบหนีไปพักผ่อน
เมื่อนางเห็นไฟลุกโชนจึงรีบกลับมา แต่ทันใดนั้น นางเหลือบไปเห็นเงาร่างสีแดงพุ่งออกจากเรือนชิงเหลียง
ภายในจวนอ๋อง มีเพียงฉู่จี้เฟิงเท่านั้นที่มักสวมอาภรณ์สีแดง
“ดูเหมือนว่า...เป็ซื่อจื่อที่เป็คนวางเพลิง” สาวใช้รายงาน
เมื่อพระชายาหลิงอ๋องและคนอื่นๆ ได้ยินเช่นนั้น ถึงกับกลั้นหายใจ ความหวาดกลัวแล่นเข้าจับใจ
ฉู่จี้เฟิงเป็คนวางเพลิงเอง เช่นนั้นก็หมายความว่าเขาไม่ได้ป่วยหนักเลย!
คงเป็เพราะเขารู้ว่าหลี่หมัวมัวขโมยตัวยาไป จึงลงมือฆ่าคนเผาศพ การกระทำอำมหิตเช่นนี้ มีเพียงฉู่จี้เฟิงเท่านั้นที่ทำได้!
ฉู่จิ้งเสียนคิดได้ดังนั้นก็ขาสั่นสะท้าน รีบคว้าแขนพระชายาหลิงอ๋องไว้ พลางถามด้วยเสียงสั่นเครือ “ท่านแม่ เราจะทำอย่างไรดี พี่ใหญ่เผาศพญาติผู้พี่ไปแล้ว ต่อไปต้องมาเผาเราด้วยแน่!”
พระชายาหลิงอ๋องไม่ทันได้เสียใจเื่ศพของสวีชิงหย่วน นางกลับเอาแต่คิดว่าจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร
ท้ายที่สุด ทุกคนต่างกลายเป็นกตื่นกรง กลัวว่าฉู่จี้เฟิงจะมาล้างแค้น
“พระชายา หรือจะให้คนไปตามท่านอ๋อง...” หลี่หมัวมัวเองก็กลัวจนเสียงสั่น
พระชายาหลิงอ๋องใบหน้าซีดเผือด
หลิงอ๋องสนใจเพียงอำนาจของตน เขาคงไม่คิดจะปกป้องนางที่เป็เพียงภรรยาคนที่สอง
“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง!” พระชายาหลิงอ๋องะโกะทันหัน ก่อนจะชี้ไปที่หลี่หมัวมัว “นังสารเลวคนนี้บังอาจขโมยยาของซื่อจื่อไป ลากตัวลงไปโบยให้ตาย!”