ตอนที่ 14 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (33)
เนื่องด้วยเพิ่งลืมตายังไม่ตื่นดี เหอหรงจึงคล้ายกับลูกสัตว์เพิ่งคลอดตัวหนึ่ง ดวงตาซึ่งยังมีหมอกพร่ามัวสบตากับอี้เหยียนเจ๋ออย่างงงงวย
เหอหรงรีบลุกขึ้นนั่ง ร้องด้วยความยินดี “ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นแล้ว! หิวหรือไม่ บนเตายังอุ่นโจ๊กไก่ฉีกไร้มันอยู่ เจ้ารอประเดี๋ยวข้าจะไปยกมา!”
เหอหรงจากสามก้าวเร่งเป็นสองก้าว ปรี่ไปยกน้ำแกงให้อี้เหยียนเจ๋ออย่างเบิกบาน
ใจของอี้เหยียนเจ๋ออ่อนยวบยาบ บางทีในใจของคุณชายอาจมีเขาอยู่
“ไม่! เขาแค่กลัวว่าท่านตายแล้วจะไม่มีใครช่วยทำภารกิจต่างหากเล่า!” 1007 ค่อนแคะ เบื้องหลังการค่อนแคะยังแฝงด้วยความผ่อนคลาย ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสภาพหนีตาย กลับเข้าไปในห้วงมิติระบบไม่ได้ หากยามนี้อี้เหยียนเจ๋อตาย นั่นก็ตายจริงๆ แล้ว
อี้เหยียนเจ๋อคร้านจะสนใจคำพูดของ 1007 ดูท่าหลายวันที่เขาไม่ได้สติเวลาปิดเสียงก็มาถึงอีกครั้งแล้ว 1007 ถึงได้โผล่ออกมาได้
อี้เหยียนเจ๋อปิด 1007 ด้วยความคล่องแคล่ว เฝ้ารอโจ๊กที่เหอหรงทำให้เขาอย่างสุขใจ
เห็นโจ๊กไก่ฉีกร้อนกรุ่นยกมาถึงตรงหน้า อี้เหยียนเจ๋อจึงฝืนตัวจะลุกนั่ง เหอหรงกดเขาเอาไว้ “พอเลยๆๆ เจ้าอย่าขยับ นอนอยู่อย่างนั้นแหละอย่าทำให้แผลที่หลังเจ้าปริอีก ข้าป้อนเอง”
อี้เหยียนเจ๋อเกร็งไปทั้งร่าง ตื่นเต้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว คุณชายของเขาจะป้อนเขากับมือ...
เขาคิดว่าตนสามารถลุกขึ้นมากินเองได้ ทว่าเบื้องลึกในใจมีเสียงคนร่ำร้องตะโกนสุดเสียงว่า ‘นอนลงไปซะ! ให้เขาป้อน!’
ดังนั้นอี้เหยียนเจ๋อจึงตีหน้ารู้สึกผิด เอ่ยเสียงอ่อนแรง “รบกวนท่านแล้วจริงๆ”
เหอหรงพอใจ “นี่เรียกรบกวนอะไรกัน เจ้าไม่ได้สติหลายวัน ของเสียที่ขับถ่ายทั้งหมดล้วนเป็นข้าเก็บกวาดให้เจ้า!”
อี้เหยียนเจ๋อ ‘อะไรนะ! นี่เขาย่ำแย่ขนาดนั้นเชียวหรือ แล้วยังถูกคุณชายเห็นเข้าแล้วเนี่ยนะ’
หูของเขาค่อยๆ ร้อนแดง หากตอนนี้มีซอกผืนดินเขาจะมุดลงไปทันที
เขาทำอะไรลงไป ขับถ่ายสิ่งสกปรกบนตัวเองหรือ อีกทั้งคุณชายยังจัดการของสกปรกเหล่านั้นให้
ในใจของอี้เหยียนเจ๋อเกิดโทสะขึ้นมาทันใด หากไม่ใช่เพราะลัทธิแสงเทวะสมควรตายนั่น เขาก็คงไม่ต้องขายหน้าต่อหน้าคุณชายมากมายเช่นนี้!
รอหลังจากเขาหายดีแล้ว เขาจะกำจัดลัทธิต่ำทรามนี้ด้วยมือตัวเองอย่างแน่นอน!
อี้เหยียนเจ๋อยิ่งรู้สึกอับอายก็ยิ่งเกิดโทสะ แต่แม้เขาจะโมโหจนหูแทบสุก บนหน้าก็ยังรักษามาดของคุณชายผู้สูงศักดิ์เอาไว้ได้ เอ่ยน้ำเสียงอบอุ่นเข้าไปถึงใจ “ลำบากท่านแล้ว”
เหอหรงคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มเหลือบมองหูเขาปราดหนึ่ง คิดว่ายังพูดออกไปไม่ได้ มิเช่นนั้นเกรงว่าคนผู้นี้จะหาซอกผืนดินมุดลงไปจริงๆ ก่อนหน้านี้เขายังไม่รู้ว่าคนผู้นี้จะมีนิสัยเช่นนี้
‘อา จู่ๆ ก็มีความรู้สึกว่ากำลังมองเรื่องสนุกของคนอื่นบนความทุกข์ของตัวเอง’
โจ๊กป้อนถึงปากทว่าอี้เหยียนเจ๋อกลับไม่กิน เขาสำรวจมองเหอหรงอย่างละเอียด “แผลของท่านเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“เฮ้อ ข้าไม่เป็นอะไรมาก แผลภายนอกไม่ได้เจ็บถึงข้างใน เจ้าต่างหากที่เกือบจะทำชีวิตหายไปแล้ว สนใจตัวเจ้าเองเถอะ” เหอหรงเอ่ยตอบอย่างไม่นึกสนใจ
อี้เหยียนเจ๋อดันโจ๊กไปให้เขา “ท่านเพิ่งตื่นไม่ต้องห่วงข้า ท่านกินก่อนเลย ตอนนี้ระหว่างพวกเราสองคนต้องพึ่งพาท่านแล้ว”
แม้เขาจะอยากให้เหอหรงป้อนมาก ทว่าเขาเป็นห่วงร่างกายของเหอหรงยิ่งกว่า
เหอหรงร้องจิ๊ออกมาหนึ่งเสียงแล้วไปยกมาอีกชาม “เอาละ เรามากินด้วยกันเถอะ เป็นผู้ชายตัวโตแล้วแท้ๆ บ่นอยู่ได้”