(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย

    ตอนที่ 34 ผลกระทบจากการบ่มเพาะ

            การบ่มเพาะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยพลังอันศักดิ์สิทธิ์


            ปราณเซียนแห่งพุทธะยังคงไหลเวียนเป็นกระแสคลื่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเทียนจุน


            เปล่งประกายสีทองเจิดจ้า ล่องลอยดั่งแสงอรุณแรกแห่งรุ่งอรุณ ส่องสว่างไปทั่วอาณาเขตบ้านพัก


            ตงหยูยืนอยู่ที่เดิม ร่างกายของเขาแข็งค้างและไม่สามารถขยับตัวได้ ประหนึ่งกำลังต้องมนตร์สะกดบางอย่าง


            ตัวของเขาได้แต่มองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดออกเพียงเล็กน้อย


            ดวงตายังคงจับจ้องไปยังภาพที่อยู่เบื้องหน้าโดยไม่อาจกระพริบ เปรียบเสมือนถูกตรึงไว้ด้วยพลังแห่งพระพุทธองค์


            แสงสีทองจากร่างของเทียนจุน ทำให้เงาของเขาทอดยาวและสะท้อนบนพื้นอย่างสง่างาม


            เสียงบทสวดมนต์ยังคงดังก้องออกมาเป็นจังหวะ ราวกับเป็นเสียงแห่งสวรรค์ที่กระตุ้นให้ทุกสิ่งในอาณาเขตนี้สั่นสะเทือน


            “นี่มันอะไรกัน?”


            “บุคคลเช่นนี้.. เป็นไปได้อย่างไรกัน?”


            ตงหยูขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาของเขาสั่นไหวด้วยความไม่อยากเชื่อ


            ภาพตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังเห็นร่างสถิตของผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งกำลังประทับอยู่ในกายของเทียนจุน


            “หืม?”


            ในตอนนั้นเองที่ร่างกายของตงหยูเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้ตั้งใจ


            ปราณเซียนภายในร่างกายของเขาราวกับถูกบางสิ่งกระตุ้น


            คลื่นพลังอันอบอุ่นบางอย่างแทรกซึมเข้ามาภายในร่างกายของเขา ทำให้ตงหยูรู้สึกเสมือนได้รับการชำระล้างจากพลังอันศักดิ์สิทธิ์


            “นี่มัน..”


            ตงหยูเบิกตากว้าง ประสาทสัมผัสของเขาเริ่มตื่นตัวเปิดกว้างขึ้น


            รูขุมขนทั่วร่างเปิดออกโดยอัตโนมัติ ขณะที่ปราณเซียนซึ่งหลั่งไหลอยู่ในอากาศรอบตัว กำลังถูกดูดซับเข้ามาในร่างกายของเขาเอง


            แม้ตัวของเขาจะไม่ได้ตั้งใจฝึกฝนในตอนนี้ แต่พลังเซียนกลับหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขาโดยอัตโนมัติ


            เหมือนกับว่าร่างกายการฝึกตนกำลังถูกปรับแต่งให้สามารถดูดซับพลังได้เอง


            “ข้าอยู่ใกล้กับเขาตอนที่กำลังบ่มเพาะพลัง..”


            “ข้าเองก็ได้รับอานิสงส์จากการฝึกฝนของเขาด้วยงั้นหรือ!?”


            หัวใจของตงหยูเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก ตอนนี้เขาไม่ต้องการคำอธิบายใดๆอีกต่อไป โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง


            เขารีบนั่งขัดสมาธิลงทันทีที่บริเวณด้านหน้าประตู ก่อนจะเริ่มโคจรพลังเซียนของตนเอง


            พลังเซียนที่ล่องลอยอยู่รอบตัวของเทียนจุนและในอาณาเขตนี้ กำลังหลั่งไหลเข้ามาในร่างของตงหยูอย่างต่อเนื่อง


            ในตอนนั้นเองที่เขาเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม


            “อะไรกัน!?”


            เขาสัมผัสได้ถึง ความรวดเร็วในการดูดซับพลังของตนเองที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล


            “สองเท่า.. สามเท่า.. สี่เท่า!?”


            ดวงตาของตงหยูสั่นไหว ความเร็วในการดูดกลืนปราณเซียนรอบตัวของเขาเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า


            “นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติอีกแล้ว!”


            ร่างกายของเขารู้สึกอุ่นวาบไปด้วยพลังเซียน ตันเถียนของเขากำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว


            พลังเซียนหลั่งไหลผ่านเส้นชีพจรอย่างไม่ขาดสาย ทุกจุดชีพจรกำลังเปิดออกพร้อมกัน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงพลังใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน


            “นี่คือโอกาสของข้า! ต้องใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์!”


            “ข้าจะต้องทะลวงผ่านระดับหลอมกายาขั้นเก้าให้ได้!”


            จิตใจของเขาแน่วแน่ขึ้นทันที


            เขาหลับตาลงเข้าสู่สมาธิขั้นสูงสุด ก่อนจะโคจรพลังเซียนให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง แสงเรืองรองอ่อนๆเริ่มเปล่งออกมาจากร่างของตงหยู แม้จะเป็นเพียงจางๆ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าตงหยูเองก็กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนของการฝึกฝน


            “โอกาสแบบนี้... อาจไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง!”


            ความคิดของเขาแน่วแน่ขึ้นกว่าเดิม ไม่มีสิ่งใดสามารถรบกวนสมาธิของเขาได้อีกต่อไป


            พลังเซียนยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขา ตันเถียนของเขาเริ่มสั่นสะเทือน แรงกดดันจากพลังเซียนที่สะสมไว้กำลังกระตุ้นให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง


            “ข้า.. จะต้องก้าวไปอีกขั้นให้ได้!”


            เสียงของปราณเซียนที่หมุนเวียนภายในร่างของเขาดังก้องอยู่ในจิตสำนึก


            คลื่นพลังสีฟ้าอ่อนๆไหลเวียนผ่านเส้นชีพจร ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


            “อีกนิดเดียว..”


            “ข้าใกล้จะก้าวข้ามขีดจำกัดแล้ว!”


            ในเวลานี้ ตงหยูไม่มีความสงสัยใดๆอีกต่อไป


            ตัวของเขาเชื่อแล้วว่าเทียนจุนไม่ใช่คนธรรมดา การที่ได้อยู่ใกล้กับเขา สิ่งนี้มันถือเป็นพรจากสวรรค์อย่างแท้จริง


            【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความเคารพจากผู้ฝึกตน ได้รับ 10 แต้มอรหันต์】


            【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความศรัทธาจากผู้ฝึกตน ได้รับ 10 แต้มอรหันต์】


            ภายในห้องพัก เทียนจุนที่กำลังบ่มเพาะปราณเซียนแห่งพุทธะอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น


            แสงสีทองอ่อนๆที่แผ่ออกจากร่างกายของเขาค่อยๆจางหายไป


            เขารับรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตงหยูแอบเฝ้าดูการฝึกฝนของตนเอง


            แต่เทียนจุนก็เลือกที่จะปล่อยผ่านไป เพราะถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆต่อตัวตนของเขาเลยซักนิด


            ในทางกลับกัน นี่อาจเป็นของขวัญสำหรับตงหยูเลยก็ว่าได้


            แววตาของเขาสะท้อนแสงสว่างแห่งปัญญา มุมปากของเขาแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย


            เพราะหลังจากที่ผสานจิตเข้ากับวิชาบ่มเพาะเซียน และฝึกฝนมันมาได้ระยะหนึ่ง เทียนจุนก็เริ่มรับรู้ถึงอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของมัน


            คัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพาน ถึงเขาจะไม่เคยศึกษามันมาก่อน


            แต่ยิ่งได้ฝึกฝนมากเท่าไหร่ เทียนจุนก็ยิ่งตระหนักได้ว่าพลังของมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้


            “ผลกระทบของมันไม่ได้ส่งผลต่อข้าเพียงผู้เดียว..”


            “มันส่งอิทธิพลไปยังอาณาเขตรอบบริเวณ โดยไม่อาจควบคุมได้”


            “คนธรรมดาที่อยู่ในรัศมีของมันจะได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์..”


            “แต่หากเป็นผู้บำเพ็ญเพียร.. ความเร็วในการฝึกฝนของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว!”


            เขาเองก็สัมผัสได้ว่าตงหยูที่อยู่ด้านนอก กำลังได้รับอานิสงส์จากพลังของเขา


            “หืมม เป็นเช่นนั้นเอง?”


            พอคิดจบก็เริ่มสูดลมหายใจเข้าลึก จิตของเขาสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบจะดังขึ้นในจิตสำนึก


            【คิดถูกแล้วที่โฮสต์ไม่ได้ขับไล่ตงหยูออกไป】


            【อย่าลืมนะว่า ผู้ที่ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งพุทธะนั้น พวกเขาจะต้องมีใจที่กว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทร】


            【หากไม่มีสิ่งใดที่ส่งผลกระทบต่อโฮสต์ ก็ปล่อยให้ทุกสิ่งดำเนินไปตามโชคชะตาเถอะ】


            【เอาล่ะ แต่ก่อนอื่น— รีบทะลวงผ่านระดับทะเลวิญญาณเสียก่อน!】


            เทียนจุนรับฟังแล้วก็พยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง


            “ทะลวงผ่านระดับทะเลวิญญาณ?”


            แววตาของเขาเปล่งประกายเรืองรอง


            “เข้าใจแล้ว!”


            ไม่นานนัก การบ่มเพาะพลังก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โคจรพลังเซียนของตนเองด้วยความรวดเร็ว


            ก่อนจะเริ่มดูดซับปราณเซียนจากหินปราณเซียนทั้งสิบก้อนและพลังเซียนที่อยู่รอบตัวอย่างต่อเนื่อง


            แรงกดดันของพลังเซียนภายในห้องพลันสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)เทพมารจอมราคะ กำเนิดใหม่พร้อมกับระบบพระพุทธองค์ไร้พ่าย ที่คุณอ่าน