การบ่มเพาะดำเนินไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยพลังอันศักดิ์สิทธิ์
ปราณเซียนแห่งพุทธะยังคงไหลเวียนเป็นกระแสคลื่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเทียนจุน
เปล่งประกายสีทองเจิดจ้า ล่องลอยดั่งแสงอรุณแรกแห่งรุ่งอรุณ ส่องสว่างไปทั่วอาณาเขตบ้านพัก
ตงหยูยืนอยู่ที่เดิม ร่างกายของเขาแข็งค้างและไม่สามารถขยับตัวได้ ประหนึ่งกำลังต้องมนตร์สะกดบางอย่าง
ตัวของเขาได้แต่มองผ่านช่องว่างของประตูที่เปิดออกเพียงเล็กน้อย
ดวงตายังคงจับจ้องไปยังภาพที่อยู่เบื้องหน้าโดยไม่อาจกระพริบ เปรียบเสมือนถูกตรึงไว้ด้วยพลังแห่งพระพุทธองค์
แสงสีทองจากร่างของเทียนจุน ทำให้เงาของเขาทอดยาวและสะท้อนบนพื้นอย่างสง่างาม
เสียงบทสวดมนต์ยังคงดังก้องออกมาเป็นจังหวะ ราวกับเป็นเสียงแห่งสวรรค์ที่กระตุ้นให้ทุกสิ่งในอาณาเขตนี้สั่นสะเทือน
“นี่มันอะไรกัน?”
“บุคคลเช่นนี้.. เป็นไปได้อย่างไรกัน?”
ตงหยูขมวดคิ้วแน่น นัยน์ตาของเขาสั่นไหวด้วยความไม่อยากเชื่อ
ภาพตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังเห็นร่างสถิตของผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งกำลังประทับอยู่ในกายของเทียนจุน
“หืม?”
ในตอนนั้นเองที่ร่างกายของตงหยูเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้ตั้งใจ
ปราณเซียนภายในร่างกายของเขาราวกับถูกบางสิ่งกระตุ้น
คลื่นพลังอันอบอุ่นบางอย่างแทรกซึมเข้ามาภายในร่างกายของเขา ทำให้ตงหยูรู้สึกเสมือนได้รับการชำระล้างจากพลังอันศักดิ์สิทธิ์
“นี่มัน..”
ตงหยูเบิกตากว้าง ประสาทสัมผัสของเขาเริ่มตื่นตัวเปิดกว้างขึ้น
รูขุมขนทั่วร่างเปิดออกโดยอัตโนมัติ ขณะที่ปราณเซียนซึ่งหลั่งไหลอยู่ในอากาศรอบตัว กำลังถูกดูดซับเข้ามาในร่างกายของเขาเอง
แม้ตัวของเขาจะไม่ได้ตั้งใจฝึกฝนในตอนนี้ แต่พลังเซียนกลับหลั่งไหลเข้ามาในร่างของเขาโดยอัตโนมัติ
เหมือนกับว่าร่างกายการฝึกตนกำลังถูกปรับแต่งให้สามารถดูดซับพลังได้เอง
“ข้าอยู่ใกล้กับเขาตอนที่กำลังบ่มเพาะพลัง..”
“ข้าเองก็ได้รับอานิสงส์จากการฝึกฝนของเขาด้วยงั้นหรือ!?”
หัวใจของตงหยูเต้นระรัวขึ้นอย่างหนัก ตอนนี้เขาไม่ต้องการคำอธิบายใดๆอีกต่อไป โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง
เขารีบนั่งขัดสมาธิลงทันทีที่บริเวณด้านหน้าประตู ก่อนจะเริ่มโคจรพลังเซียนของตนเอง
พลังเซียนที่ล่องลอยอยู่รอบตัวของเทียนจุนและในอาณาเขตนี้ กำลังหลั่งไหลเข้ามาในร่างของตงหยูอย่างต่อเนื่อง
ในตอนนั้นเองที่เขาเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่แตกต่างไปจากเดิม
“อะไรกัน!?”
เขาสัมผัสได้ถึง ความรวดเร็วในการดูดซับพลังของตนเองที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
“สองเท่า.. สามเท่า.. สี่เท่า!?”
ดวงตาของตงหยูสั่นไหว ความเร็วในการดูดกลืนปราณเซียนรอบตัวของเขาเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า
“นี่มันไม่ใช่เรื่องปกติอีกแล้ว!”
ร่างกายของเขารู้สึกอุ่นวาบไปด้วยพลังเซียน ตันเถียนของเขากำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
พลังเซียนหลั่งไหลผ่านเส้นชีพจรอย่างไม่ขาดสาย ทุกจุดชีพจรกำลังเปิดออกพร้อมกัน ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกถึงพลังใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
“นี่คือโอกาสของข้า! ต้องใช้จังหวะนี้ให้เป็นประโยชน์!”
“ข้าจะต้องทะลวงผ่านระดับหลอมกายาขั้นเก้าให้ได้!”
จิตใจของเขาแน่วแน่ขึ้นทันที
เขาหลับตาลงเข้าสู่สมาธิขั้นสูงสุด ก่อนจะโคจรพลังเซียนให้ไหลเวียนไปทั่วร่าง แสงเรืองรองอ่อนๆเริ่มเปล่งออกมาจากร่างของตงหยู แม้จะเป็นเพียงจางๆ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าตงหยูเองก็กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนของการฝึกฝน
“โอกาสแบบนี้... อาจไม่มีอีกเป็นครั้งที่สอง!”
ความคิดของเขาแน่วแน่ขึ้นกว่าเดิม ไม่มีสิ่งใดสามารถรบกวนสมาธิของเขาได้อีกต่อไป
พลังเซียนยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเขา ตันเถียนของเขาเริ่มสั่นสะเทือน แรงกดดันจากพลังเซียนที่สะสมไว้กำลังกระตุ้นให้เขาก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง
“ข้า.. จะต้องก้าวไปอีกขั้นให้ได้!”
เสียงของปราณเซียนที่หมุนเวียนภายในร่างของเขาดังก้องอยู่ในจิตสำนึก
คลื่นพลังสีฟ้าอ่อนๆไหลเวียนผ่านเส้นชีพจร ทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“อีกนิดเดียว..”
“ข้าใกล้จะก้าวข้ามขีดจำกัดแล้ว!”
ในเวลานี้ ตงหยูไม่มีความสงสัยใดๆอีกต่อไป
ตัวของเขาเชื่อแล้วว่าเทียนจุนไม่ใช่คนธรรมดา การที่ได้อยู่ใกล้กับเขา สิ่งนี้มันถือเป็นพรจากสวรรค์อย่างแท้จริง
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความเคารพจากผู้ฝึกตน ได้รับ 10 แต้มอรหันต์】
【ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับความศรัทธาจากผู้ฝึกตน ได้รับ 10 แต้มอรหันต์】
ภายในห้องพัก เทียนจุนที่กำลังบ่มเพาะปราณเซียนแห่งพุทธะอย่างต่อเนื่อง ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น
แสงสีทองอ่อนๆที่แผ่ออกจากร่างกายของเขาค่อยๆจางหายไป
เขารับรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าตงหยูแอบเฝ้าดูการฝึกฝนของตนเอง
แต่เทียนจุนก็เลือกที่จะปล่อยผ่านไป เพราะถึงอย่างไร เรื่องนี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆต่อตัวตนของเขาเลยซักนิด
ในทางกลับกัน นี่อาจเป็นของขวัญสำหรับตงหยูเลยก็ว่าได้
แววตาของเขาสะท้อนแสงสว่างแห่งปัญญา มุมปากของเขาแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย
เพราะหลังจากที่ผสานจิตเข้ากับวิชาบ่มเพาะเซียน และฝึกฝนมันมาได้ระยะหนึ่ง เทียนจุนก็เริ่มรับรู้ถึงอานุภาพอันยิ่งใหญ่ของมัน
คัมภีร์อรหันต์พุทธะมหาเจ้าธรรมจักรนิพพาน ถึงเขาจะไม่เคยศึกษามันมาก่อน
แต่ยิ่งได้ฝึกฝนมากเท่าไหร่ เทียนจุนก็ยิ่งตระหนักได้ว่าพลังของมันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้
“ผลกระทบของมันไม่ได้ส่งผลต่อข้าเพียงผู้เดียว..”
“มันส่งอิทธิพลไปยังอาณาเขตรอบบริเวณ โดยไม่อาจควบคุมได้”
“คนธรรมดาที่อยู่ในรัศมีของมันจะได้รับพรอันศักดิ์สิทธิ์..”
“แต่หากเป็นผู้บำเพ็ญเพียร.. ความเร็วในการฝึกฝนของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว!”
เขาเองก็สัมผัสได้ว่าตงหยูที่อยู่ด้านนอก กำลังได้รับอานิสงส์จากพลังของเขา
“หืมม เป็นเช่นนั้นเอง?”
พอคิดจบก็เริ่มสูดลมหายใจเข้าลึก จิตของเขาสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบจะดังขึ้นในจิตสำนึก
【คิดถูกแล้วที่โฮสต์ไม่ได้ขับไล่ตงหยูออกไป】
【อย่าลืมนะว่า ผู้ที่ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งพุทธะนั้น พวกเขาจะต้องมีใจที่กว้างใหญ่ดั่งมหาสมุทร】
【หากไม่มีสิ่งใดที่ส่งผลกระทบต่อโฮสต์ ก็ปล่อยให้ทุกสิ่งดำเนินไปตามโชคชะตาเถอะ】
【เอาล่ะ แต่ก่อนอื่น— รีบทะลวงผ่านระดับทะเลวิญญาณเสียก่อน!】
เทียนจุนรับฟังแล้วก็พยักหน้ารับอย่างสงบนิ่ง
“ทะลวงผ่านระดับทะเลวิญญาณ?”
แววตาของเขาเปล่งประกายเรืองรอง
“เข้าใจแล้ว!”
ไม่นานนัก การบ่มเพาะพลังก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โคจรพลังเซียนของตนเองด้วยความรวดเร็ว
ก่อนจะเริ่มดูดซับปราณเซียนจากหินปราณเซียนทั้งสิบก้อนและพลังเซียนที่อยู่รอบตัวอย่างต่อเนื่อง
แรงกดดันของพลังเซียนภายในห้องพลันสั่นสะเทือน เป็นสัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น