“แล้วเ้าจะเสียใจ... เพราะข้าสามารถทำให้เ้าเสียน้ำตาได้ทุกเมื่อยามใดข้าบันดาลโทสะ เ้าต้องคอยหนีเพลิงกัลป์ปีศาจของข้า เว้นเสียแต่ว่าเ้าอยากตายโดยไร้ดินกลบฝัง”
“ไม่เอาน่ะ ๆข้าแข็งแกร่งกว่าที่ท่านคิดเอาไว้ ข้าเอาตัวรอดของข้าได้”
อาเป้ยมั่นใจเยี่ยงนั้นยกมือไพล่หลังประหนึ่งนักปราชญ์ผู้กล้าเผชิญหน้าต่อเทพปีศาจ บัดนี้นางยังสามารถจำแนกประเภทเพลิงอัคคีของเทพอู่เฉินได้ว่ามีหลายอย่างหลายสีไม่ว่าจะเป็อย่างใดนั้นไม่สามารถทำร้ายสมบัติของเทพได้
“ข้ายังมีวิชาปราบปีศาจอีกมากมายจะอวดท่าน”
จากนั้นนางจึงสะบัดชายเสื้อส่งแสงสีเหลืองทองอร่ามจากฝ่ามือขวา ปรากฏเป็ลูกแก้วดาวหกแฉกมันหมุนไปมาบนมือของนางอย่างงดงาม
“วิชาปราบปีศาจนี้สามารถกักขังได้ทั้งปีศาจอสูร ดวงิญญาเร่ร่อน จะถูกตรึงไว้ในค่ายกลของดาวหกแฉกค่ายกลแห่งดวงดาวเป็วิชาลับ อาจารย์บอกกับข้าให้เก็บเป็ความลับแต่ข้าถือว่าเลิกแล้วต่อกันแค่บนโลกมนุษย์ ข้าอยู่บนเมืองเทพ ฮ่า ๆ”
อาเป้ยหัวเราะชอบใจตลอด่เช้ามานี้ได้รับการสอนวิชาจากบิดาันางอวดวิชาของนางได้ก็อวดอย่างภูมิใจ ฝากเนื้อฝากตัวเป็ศิษย์อีกคนหนึ่งนางมีโอกาสได้ชื่นชมวิทยายุทธ์ของทั้งบิดาัและบุตรชายครึ่งปีศาจเหาะเวหาฟาดเวทสีขาวและดำพลังหยินหยางต่อสู้กันอย่างงดงามตระการตา
พอได้พักผ่อนระหว่างวันเสียหน่อยนางปฏิบัติตนราวกับว่ามีเพื่อนร่วมชั้นเรียน
“ท่านเทพทำอย่างข้าไม่ได้แน่ๆ ล่ะ”
“ข้าไม่ได้ร่ำเรียนวิชาปราบปีศาจมาข้าจะสร้างลูกแก้วปราบปีศาจได้อย่างไร”
“แล้วท่านทำอะไรได้บ้าง? ได้โปรดเถิดเทพอู่เฉิน ให้ข้ามีโอกาสชื่นชมความเก่งฉกาจของท่านไม่เอาบินไปบินมา แปลงร่างเป็อสรพิษยิ่งใหญ่คับฟ้า กับ... งานเผา...”
ทั้งเทพปีศาจและเครื่องบรรณาการสบมองกันอย่างเชือดเฉือนไม่มีผู้ใดเป็ฝ่ายโอนอ่อนยอมตาม เทพอู่เฉินเริ่มขุ่นเคืองใจนางนักตราบจนนางก้มลงมองที่ข้อเท้าของนางด้ายสีแดงเส้นเล็กยังคงไม่หายไปนับั้แ่พบผู้เฒ่าจันทรา
“ว่าแต่ท่าน...จับเ้าด้ายเส้นนี้ได้หรือไม่ ข้าไม่สามารถััมันได้”
เทพอู่เฉินไม่ตอบนางเบือนหน้าไปอีกทางหนึ่งด้วยท่าทีเฉยเมย
“ว้า...แท้ที่จริงแล้วท่านทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว”
นางพูดเท่านั้น บุรุษเทพปีศาจก็กางนิ้วทางห้าออกร่ายเวทสีดำดึงด้ายสีแดงเ่าั้ขึ้นมา มันหล่นลงในอุ้งมือเทพราวขนนกอันไร้น้ำหนัก
“ท่านจับมันได้!” นางเบิกตากว้างดีใจเป็เด็กน้อยยกปลายนิ้วขึ้นแตะฝ่ามือหยาบกร้านของบุรุษเทพพลันหน้าสลดเศร้าเพียงคว้าได้แค่อากาศ
“ข้าดันััมันไม่ได้อยู่ดี...เอาเถอะ ครั้งนี้ข้ายอม”
นางละความพยายามที่จะจับด้ายสีแดงเส้นนี้วางมือของนางเอาไว้บนนั้น จับกุมมือหนาเข้าหมับเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าเคร่งเครียดของเทพอู่เฉิน
“ข้าได้รับอนุญาตให้แตะต้องมือของท่านได้โดยที่ท่านไม่แว้งมากัดคอข้าเท่านี้ก็คงจะเพียงพอ”
“ใครอนุญาตเ้าอาเป้ย ปล่อยมือข้าเสียก่อนที่ข้าจะเผามือเล็ก ๆ ของเ้าให้แหลกเป็จุณ”
“ท่านจะไม่ทำมันผลงานอย่างร้ายกาจที่สุดของท่านก็แค่ทำให้ข้าเจ็บด้วยการบีบข้อมือข้าเล็กน้อยแต่ข้าไม่เจ็บสักเท่าไรหรอก”
“เ้าเลิกยั่วโมโหข้าได้แล้วอาเป้ย”
“ข้ากำลังเปิดเผยความจริงใจของข้าความรักของข้าที่มีต่อท่าน”
“เ้าเลิกคิดมากเื่ด้ายแดงนี่เสียข้าไม่ขอรับรู้ใด ๆ จากผู้เฒ่าจันทราเพราะข้าไม่สนใจ เื่ในราตรีนั้น...”เทพอู่เฉินกลอกตาไปมาหลังจากที่สูญเสียความเป็บุรุษไปมาก “เ้าลืมมันไปเสียข้าอ่อนไหวไปชั่วครั้งชั่วยามเพราะความฝันประหลาด”
“คงจะยาก”
ดวงตาคู่สวยสบประสานั์ตาคู่คมสีแดงฉาน...
หนึ่งสายตาหวานซึ้งประหนึ่งภริยาผู้รักสามียิ่งทว่าอีกหนึ่งนั้นกำลังจะฆ่านางเสีย...
อยู่ ๆนางก็กลับคำเป็คนละคน
“เทพอู่เฉินถูกข้าหลอกเข้าจนได้ท่านถูกข้าต้มซะเปื่อย ข้าไปละ”
อาเป้ยหัวเราะเยาะเย้ยเทพปีศาจอย่างสาแก่ใจนางยังเกิดความรู้สึกว่านางเพิ่งก้าวข้ามกำแพงหินสูงชันของเทพอู่เฉินหากพอนางจะปล่อยมือจากมือหยาบกร้านนั้นกลับกระชากดึงนางเข้าหามืออีกข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นกระชับเอวของนางไว้แนบชิดสนิทกาย
“ข้ากอดเ้าได้โดยที่ข้าไม่คิดอะไรกับเ้าแม้สักอย่างเดียวอาเป้ยเ้าไม่ควรล้อเล่นกับบุรุษ โดยเฉพาะข้า ข้าไม่ใช่มิตรสหายของเ้า” พูดเท่านั้นประกายตารุ่มร้อนจับจ้องแก้มแดงซ่านของสตรีในอ้อมแขน นางมีสีหน้าตื่นตระหนกจิตใจไม่อยู่กับเนื้อตัวเพียงบุรุษร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ ๆนางจนััได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน รดลงบนหน้าผากของนาง
“หรือว่าเ้า...อยากรื้อฟื้นความทรงจำกับข้า... ในร่างอสรพิษ”
“ข้า... ข้า... จะไปแล้ว!” ละล่ำละลักพูดพลางหลับตาลงสนิทแน่น มือเล็ก ๆ ของนางพยายามผลักยันอกแกร่งออกจากกายทว่าอ้อมแขนของบุรุษเพศแข็งแรงแ่าดั่งเหล็กกล้า
ครานี้เทพอู่เฉินเป็ฝ่ายเย้ยหยันประกาศศักดาว่าจะสั่งสอนสมบัติเทพปีศาจให้รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียหน่อยไม่ว่านางจะดิ้นรนขัดขืนสักเท่าไร ก็ไม่ยอมมอบอิสรภาพให้จนนางต้องเอ่ยปากร้องขอั์ตาเอ่อคลอ
“ท่านปล่อยข้า ๆ ได้โปรด...ข้าอับอายขายหน้านัก ท่านอย่ารังแกข้า...”
“หึ... ก็นึกว่าเ้าจะแน่”
“ไม่ ๆ ท่านปล่อยข้า!”
เทพอู่เฉินมองคนตัวเล็กดิ้นไปมาจนสาแก่ใจกว่าจะยอมปล่อยนาง
อาเป้ยวิ่งหน้าตาตื่นไปทันทีที่ได้รับอิสรภาพสวนกับบิดาัที่เข้ามาพอดีในสีหน้าเคร่งเครียดของฮ่าวหรานมองไม่ออกว่าบุตรชายรังแกอะไรนางทว่าถอนหายใจหนักอย่างเอือมระอาเพียงเห็นท่าทางเป็สุขเสียเหลือเกินของครึ่งเทพครึ่งปีศาจอสรพิษ
“เทพอู่เฉิน... เ้าอย่าสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์มาฝึกวิชากับข้า”