ตอนที่ 8 ปล่อยัลงรังสุนัข
"เรียนคุณหนูเมื่อวานตัวข้าและครอบครัวเดินทางผ่านป่าทางใต้ของหมู่บ้าน กลับถูกโจรชั่วดักปล้นทั้งครอบครัวยังถูกสังหารมากมาย บิดาข้าเสี่ยงชีวิตเปิดทางหนีให้แก่ข้าตัวผู้น้อยนั้นวิ่งหนีอยู่ร่วมครึ่งค่อนวันจนมาถึงหมู่บ้าน จากนั้น..."
"เหตุใดท่านถึงโกหกเรา!!"
มิทันที่เล้งซานจะพูดจบนางก็กล่าวสวนขึ้นมาในทันที ทำเอาเล้งซานถึงกับขมวดคิ้วเป็ปมอ้าปากแข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่ง นางยังกล่าวต่ออีกว่า..
"เราเห็นเหตุการณ์ที่ท่านลุงชุนเกียงตู้ ทดสอบท่านเมื่อตอนเช้า เห็นได้ชัดว่าด้วยพลังฝีมือของท่านไหนเลยโจรป่าจะทำอันตรายท่านได้ มิต้องพูดถึงบิดาท่าน หากเด็กหนุ่มเช่นท่านยังมีพลังฝีมือเยี่ยงนี้ คนในตระกูลล้วนต้องแข็งแกร่งระดับต้นๆของทวีปนี้!!"
เล้งซาน หน้าซีดในทันที
'บัดซบ!!นอกจากความงามล่มเมืองแล้ว ความฉลาดและไหวพริบยังร้ายกาจ ข้าไร้แก้ตัวโดยแท้'
ขณะที่เล้งซานกำลังตะลึงกับประโยคตอบโต้ของหญิงงาม ทันใดนั้นเองมีเสียงดังมาจากหน้าประตูเรือน
"ท่านเ้าเรือนกลับมาแล้ว เตรียมต้อนรับ!!"
หญิงสาวหันไปทางหน้าประตูในทันทีเล้งซานจึงใช้จังหวะนี้ปลีกตัวออกมาจากระยะสายตาของหญิงสาวอย่างรวดเร็วจนแทบจะใช้วิชาตัวเบา
'เกือบไปแล้วหากท่านหัวหน้ามิกลับมาตอนนี้เราคงแย่ต้องรีบหาข้อแก้ตัวก่อนนางจะไปรายงานบิดาของนางในเื่นี้'
เล้งซานเมื่อเดินหลบมาทางห้องพักของมันก็พบ ชุนเกียงตู้ ยืนรออยู่
"ไปหานายท่านกับข้า" ชุนเกียงตู้ กล่าวและหันหลังเดินไปที่ส่วนกลางของเรือนทันทีเล้งซานจึงเดินตามหลังไปเช่นกัน
เมื่อมาถึงภายในเรือนส่วนกลางมีห้องโถงใหญ่ หัวหน้าหมู่บ้านนามว่า เซี่ยวหลินหลุน รูปร่างสูงใหญ่องอาจพลังปราณที่แผ่ออกมากนั้นบอกได้ทันทีว่ามันอยู่ในขั้นปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 9 อีกก้าวเดียวคงทะลวงถึงขั้นลมปราณสีเขียวมันนั่งอยู่บนเก้าอี้ สลักลวดลายพญาอินทรีขนาดใหญ่เป็เก้าอี้ตัวโปรดที่อยู่กลางห้องโถงข้อศอกขวาชันที่พนักพักแขนของเก้าอี้มือกุมศีรษะ ท่าทางเคร่งเครียดถัดจากมันไปด้านขวา มีชายอีกคนรูปร่างสง่างาม หน้าตาหล่อเหลา อายุราว 20 ปี แต่กลับบรรลุถึงขั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 8 นับได้ว่าเป็อัจฉริยะผู้หนึ่งคนผู้นี้คือบุตรชายของ เซี่ยวหลินหลุน มีนามว่า เซี่ยวหลินฟง
"คารวะท่านพ่อและท่านพี่"
'นางมาจริงๆ'
เล้งซาน มองดูบุตรี ของเซี่ยวหลินหลุน เดินเข้ามาที่หน้าประตู จากนั้นทั้งคู่ได้สบตากันใน่ครึ่งลมหาย เล้งซานรีบเบือนหน้าหนีทันทีแสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้เฉไฉมองทางอื่น
"โอ้!ลูกเยว่ เ้ามิต้องออกมาต้อนรับพ่อก็ได้ ร่างกายเ้ามิค่อยแข็งแรง"
บุตรีของเซี่ยวหลินหลุน มีนามว่า เซี่ยวหลินเยว่ นางมีร่างกายที่อ่อนแอ แต่กำเนิดไม่สามารถฝึกยุทธได้ จึงไร้พลังลมปราณ สาเหตุหลักที่ เซี่ยวหลินหลุนซึ่งเป็บุตรคนที่ 4 ของเ้าเมืองเมฆคราม มาตั้งหลักปักฐาน ณ หมู่บ้านแห่งนี้ล้วนเป็เพราะ ความงามล่มเมือง ของนาง
"ท่านพ่อกล่าวเกินไปแม้ร่างกายข้าอ่อนแอ แต่ข้ามิได้ล้มป่วย ท่านพ่อจากเรือนไปหลายวัน เมื่อกลับมาลูกย่อมต้องมาต้อนรับท่าน"
"ฮ่าๆ พ่อกลับมาเจอหน้า ลูกเยว่ ออกมาต้อนรับพ่อก็หายเหนื่อยในทันที"
เซี่ยวหลินหลุน ดีอกดีใจที่ลูกสาวออกมาต้อนรับตัวมันนั้นรักลูกสาวมากจนยอมทิ้งบ้านเกิดเพื่อความสุขของลูกสาว
เมื่อเห็นหัวหน้าอารมณ์ดีขึ้นชุนเกียงตู้ จึงก้าวเท้าออกมาเดินมาด้านหน้าเล็กน้อย
"นายท่านการหาผู้เยาว์เข้าร่วมประลองเป็อย่างไรบ้าง"
"เฮ้อ..ในหมู่บ้านเรามีเพียงบุตรชายหัวหน้าทหารเฝ้าประตูทิศใต้ หลี่ซุนเท่านั้นที่พอจะมีสิทธิ์เข้าร่วม ปีนี้มันอายุครบ 18 ปีตามเกณฑ์สูงสุดของผู้เข้าร่วมได้พอดี มันบรรลุ ขั้นลมปราณสีคราม เมื่อเดือนก่อนแต่พูดตามตรงว่าด้วยลมปราณสีครามขั้น 1 การส่งมันลงประลองมิต่างจากปล่อยไก่ลงในรังสุนัขหลายวันมานี้ข้าออกไปหมู่บ้านใกล้เคียง ก็พบผู้เยาว์อีกคนหนึ่ง อายุ 17 ปี แต่มีลมปราณสีครามขั้นที่ 3 นับว่ามีโอกาสเข้ารอบลึกในการประลองได้แต่มันเป็ลูกชาย ของหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนั้น มันบอกว่าหากข้ายอมจ่ายให้มัน 5,000เหรียญทอง มันจึงจะยอมลงประลองในนามหมู่บ้านเรา"
"5,000 เหรียญทอง!! บัดซบ!! นี่มันปล้นเราชัดๆ"
"ข้าก็คิดเช่นนั้นเราคงทำได้แต่ส่งลูกชายของ หลี่ซุน เข้าร่วมประลอง จริงอยู่ที่เมื่อ 3 ปีก่อนเราได้อันดับ 3 ในการประลองด้วยฝีมือของลูกชายข้าเซี่ยวหลินฟง แต่ในปีนั้น ลูกฟงก็อายุได้ 18 ปีพอดีในปีถัดไปจึงมิอาจเข้าร่วมได้ 2 ปีล่าสุดนี้นับว่าสร้างความอนาถใจสำหรับพวกเรานักที่มิอาจกระทั้งผ่านรอบแรกของการประลอง"
ชงเกียงตู้ยิ้มเล็กน้อย พลางประสานมือและกล่าว
"หากว่าการส่งบุตรชายของหลี่ซุนลงประลองนั้นมิต่างจากปล่อยไก่ลงในรังสุนัข ถ้าเช่นนั้น เหตุใดเรามิปล่อยัลงไปเล่า!!"